เมื่อจูเยว่เดินมาถึงหน้าประตูห้องห้องหนึ่งตามที่เฟยซิ่วนำทางตนมา เขาได้ผลักประตูเข้าไปทันทีภายในห้องพบเจอกับการประดับตกแต่งอย่างหรูหราเตียงนอนนั้นกว้างขนาดสามคนนอนได้เลยทีเดียว
“เฝ้าหน้าห้องไว้ อย่าให้ใครเข้ามารบกวน”จูเยว่หันไปกล่าวสั่งแก่ข้ารับใช้แล้วจึงเข้าไปภายในห้อง
เมื่อเดินเข้าไปและปิดประตูลงจูเยว่หันไปเห็นกระจกบานหนึ่ง เมื่อมองตนเองในกระจกพบว่ารูปร่างในปัจจุบันของเขาช่างหล่อเหลายิ่งนัก อีกทั้งมีลักษณะสูงโปร่งผิวพรรณขาวผ่องเรียบเนียน คงเป็เพราะได้รับการดูแลจากตระกูลเป็อย่างดี
หลังฉากกั้นถัดจากเตียงมีถังน้ำสำหรับชำระล้างร่างกาย เมื่อเข้าไปใกล้สามารถรับรู้ได้ทันทีว่าน้ำที่ใช้อาบนี้ไม่ใช่น้ำธรรมดา เพราะมีกลิ่นสมุนไพรโชยออกมาแตะจมูก
“ช่างหรูหรา และฟุ่มเฟือยยิ่ง...”
จูเยว่หันกลับไปที่เตียงเร่งนั่งลงเพื่อตรวจสอบร่างกายของตน ซึ่งเมื่อตรวจดูแล้วพบว่าร่างกายของเขาช่างเหมือนคนปรกติธรรมดาทั่วไป
แต่รู้สึกว่ากล้ามเนื้อิัและอวัยวะภายใน ให้ความรู้สึกที่แปลกเล็กน้อยจูเยว่ไม่ทราบว่าเกิดจากสิ่งใด จึงได้มองข้ามมันไปก่อน เพราะที่เขา้าจะตรวจสอบจริงๆนั้นคือตนเองสามารถฝึกฝนพลังเวทย์ดั่งเช่นโลกเก่าได้หรือไม่!
จากนั้นจูเยว่เริ่มต้นที่จะใช้อำนาจจิตรวบรวมพลังเวทย์ดั่งเช่นในอดีต เมื่อเวลาผ่านไป 1 เค่อ ก็ได้ลืมตาและขมวดคิ้วขึ้นมาพร้อมคิดกับตนเอง
“รู้สึกว่า... พลังงานของโลกใบนี้จะแตกต่างจากโลกที่ข้าจากมา ไม่สามารถรวบรวมมันเข้าสู่ร่างกาย ได้เหมือนเช่นในอดีตหรือข้า... จะไม่สามารถฝึกฝนพลังเวทย์ในโลกแห่งนี้ได้?”
เพราะจูเยว่สามารถััได้ถึงธาตุต่างๆที่อยู่รอบตัวแต่กลับไม่สามารถรวบรวมเข้าสู่ร่างกายได้อย่างที่เคยทำ จึงพยายามค้นหาหนทางแก้ไขและเริ่มนึกถึงความทรงจำในอดีต ของจิติญญาที่ได้หลอมรวมเข้ามาซึ่งถ้าหากไม่จำเป็จริงๆ เขารู้สึกไม่อยากจะนึกถึงมันแม้แต่น้อย
“เห้ออ... มีแต่ต้องทำสินะ”จูเยว่กล่าวด้วยความรู้สึกจำใจที่ต้องดูความทรงจำเ่าั้อีกครั้ง
ในตอนนี้จูเยว่พยายามนึกถึงเฉพาะเื่ที่เกี่ยวกับสิ่งที่เรียกว่าผู้ฝึกยุทธในโลกใบนี้แต่ก็ได้รู้เพียงไม่กี่อย่าง เพราะเ้าจิติญญาอันบดซบของตนไม่สามารถฝึกฝนสิ่งใดได้ ความรู้ของมันในเื่นี้เรียกได้ว่าช่างน้อยนิด
แต่จูเยว่ก็เข้าใจเป็อย่างดีเนื่องจากมันเป็เพียงจิติญญาส่วนหนึ่งที่ไม่สมบูรณ์ ทำให้มันไร้ซึ่งพร์ไม่สามารถที่จะทำความเข้าใจเื่ราวต่างๆที่ยากเกินไป
หลังจากที่ได้อ่านความทรงจำของมันจูเยว่จึงได้เข้าใจว่า ผู้คนในโลกใบนี้จะฝึกฝนพลังที่เรียกว่าลมปราณ
โดยขั้นแรกของหนทางการฝึกฝนเรียกว่า รวมลมปราณ มี 9 ขั้นย่อย และเมื่อผ่านขั้นที่ 9 ไปได้ จะเรียกว่าขั้นเชื่อมโยงชีพจร ซึ่งในเมืองแห่งนี้มีเพียงระดับผู้นำตระกูล และผู้าุโเท่านั้นที่มีพลังอยู่ในระดับดังกล่าว
หลังจากที่ทำความเข้าใจเสร็จจูเยว่ก็ติดปัญหาตรงที่ว่า จะเริ่มไหลเวียนลมปราณได้เช่นไร เพราะตัวเขาไม่รู้วิธี
“คงต้องหาตำราพื้นฐานลมปราณมาศึกษาดูก่อน...” เขากล่าวพึมพำออกมา
เมื่อนึกได้จึงะโเรียกข้ารับใช้เมื่อเฟยซิ่วที่คุ้มกันอยู่หน้าห้องเปิดประตูเข้ามาจูเยว่ก็เร่งกล่าวถามออกไปทันที
“เ้ามีตำราฝึกฝนรวมลมปราณขั้นพื้นฐานหรือไม่?”
“นะนายน้อย...ท่าน้าเริ่มฝึกฝนลมปราณเช่นนั้นรึ?!” มันกล่าวด้วยน้ำเสียงตกตะลึงระคนไปด้วยความคนดีใจ แล้วจึงกล่าวออกมาต่อว่า
“บิดาของท่านร้องขอให้ข้าฝึกวรยุทธให้แก่ท่านั้แ่อายุได้ 7 ปี! ข้าคอยรบเร้าให้ท่านฝึกฝนมาถึง 8 ปีเต็ม! แต่ท่านไม่เคยสนใจแม้แต่น้อย มาวันนี้ท่านกลับ้าฝึกมันด้วยตนเอง! ขอบคุณ์!!” เมื่อกล่าวจบเฟยซิ่วทำท่าจะร่ำไห้ออกมาด้วยความสุขในที่สุดนายน้อยของมันก็เริ่มที่จะสนใจฝึกฝนลมปราณ
เขาเริ่มขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วกล่าวถามอีกครั้งโดยไม่สนใจท่าทีของข้ารับใช้ที่อยู่ตรงหน้า
“ตกลง... เ้ามีมันหรือไม่?”
“มี! ข้ามี! ขอรับนายน้อย!”ตัวมันรีบกล่าวออกมาราวกับเกรงว่านายน้อยของตนจะเปลี่ยนใจ
เฟยซิ่วรีบหยิบยื่นตำราที่เอาออกมาจากบริเวณอกให้แก่นายน้อย ตัวมันได้พกติดตัวไว้ตลอดั้แ่รับคำสั่งมาเผื่อว่าวันใดนายน้อย้า จะได้เอาออกมาได้ทันทวงทีซึ่งมันไม่เคยคิดเลยว่าต้องใช้เวลายาวนานถึง 8 ปี!
“นี้เป็ตำราฝึกฝนระดับขั้นรวมลมปราณ...หากท่านสงสัยสิ่งใดสามารถถามข้าได้ทุกเมื่อ!”มันแสดงท่าทีกระตือรือร้นเป็อย่างมาก ในขณะที่ส่งตำราให้แก่จูเยว่
“เอาละเ้าไปได้แล้ว...หากข้าสงสัยสิ่งใดข้าจะเรียกเ้าอีกครั้ง”
เมื่อข้ารับใช้ได้ออกไปจากห้องจูเยว่จึงเริ่มทำความเข้าใจเกี่ยวกับการฝึกฝนลมปราณของโลกใบนี้เขาเริ่มที่จะััถึงจุดตันเถียนภายในร่างกายพร้อมทั้งเดินลมปราณตามขั้นตอนที่อยู่ภายในตำรา
ทันใดนั้น!เขาััได้ถึงบางสิ่ง คล้ายๆกับกระแสพลังรอบตัว ถูกชักนำเข้าสู่ภายในร่างกายผ่านทางลมหายใจและไหลเวียนลงไปสู่บริเวณท้องน้อย
จากนั้นจูเยว่เริ่มที่จะควบคุมลมปราณให้เคลื่อนที่ไปยังอวัยวะต่างๆภายในร่าง เมื่อกระแสพลังลมปราณไหลผ่านก็ราวกับว่ากล้ามเนื้อและอวัยวะภายในค่อยๆแข็งแกร่งขึ้นมา
ปัง!!
เกิดเสียงดังขึ้นมาจากบริเวณภายในตันเถียนเพียงไม่กี่อึดใจหลังจากที่เดินลมปราณตามตำราจูเยว่ก็เข้าสู่ระดับรวมลมปราณขั้นที่ 1 ทันที!
“นี่... คือพลังลมปราณเช่นนั้นรึ? ช่างวิเศษนัก!” จูเยว่รู้สึกตกตะลึงและพึงพอใจกับสิ่งที่เรียกว่าพลังลมปราณเป็อย่างมาก
“ข้ารู้สึกได้ว่า พลังงานที่เรียกว่าลมปราณช่างแตกต่างจากพลังเวทย์ที่ข้าเคยใช้ แต่ก็คล้ายคลึงกันในบางส่วนพลังทั้งสองเป็การดึงกระแสพลังจากธรรมชาติรอบๆกายเข้ามาภายในร่างและแปรเปลี่ยนเป็พลังงานเพื่อใช้ออกไป”
เขาได้ครุ่นคิดตนเองเพราะพลังลมปราณที่ได้ลองฝึกฝน เป็การดึงพลังงานฟ้าดินที่อยู่รอบตัวเข้าสู่ร่างกายผ่านลมหายใจแล้วจึงกักเก็บไว้ในตันเถียน
แต่การใช้พลังเวทย์ในโลกเก่าของตนเป็การดึงกระแสพลังงานธรรมชาติจากรอบตัว ด้วยความแข็งแกร่งของอำนาจจิต ซึ่งเป็การหยิบยืมพลังจากธรรมชาติ และอาศัยบทร่ายเพื่อแปรเปลี่ยนพลังธรรมชาตินั้น ให้เป็เวทย์ต่างๆเพื่อใช้ออก
ซึ่งพลังเวทย์ไม่ได้ถูกกักเก็บไว้ในร่างกายดั่งเช่นพลังลมปราณที่ถูกเก็บในตันเถียน ทำให้ผู้ที่ฝึกฝนพลังเวทย์หาได้มีร่างกายที่แข็งแกร่งขึ้นแต่อย่างใดดังนั้นยามที่ไม่ได้ใช้พลังเวทย์ออกมาปกป้องร่างกายตน หากไม่ใช่ผู้ที่ฝึกฝนร่างกายควบคู่ไปด้วยก็ไม่ต่างจากคนธรรมดาทั่วไปมากนัก
แต่! พลังลมปราณเมื่อฝึกฝนกลับสามารถที่จะกักเก็บเอาไว้ภายในตันเถียนอีกทั้งมันยังไหลเวียนไปทั่วทั้งร่างกาย พัฒนากล้ามเนื้อและอวัยวะภายในทำให้ร่างกายแข็งแกร่งขึ้นจากเดิม และจากที่ตำราเขียนเอาไว้ หากทะลวงขั้นใหญ่ในแต่ละขั้นจะทำให้มีอายุขัยยืนยาวขึ้นมาอีกด้วย!