วันต่อมา
บรรยากาศการซ้อมในสตูดิโอยังคงดำเนินไปตามปกติ ทว่าความรู้สึกในใจของเปรี้ยวกลับไม่เหมือนเดิม
เธอก้าวเข้ามาในห้องซ้อมด้วยใบหน้าที่ซีดเซียว ดวงตาคูสวยบวมช้ำจาง ๆ จากการผ่านการร้องไห้มาอย่างหนักเมื่อคืน หญิงสาวเลือกที่จะยืนสงบสติอารมณ์อยู่ที่มุมห้องเพียงลำพัง
นิดเดินเข้ามาสะกิดไหล่ทักทายเบา ๆ ด้วยความเป็ห่วง “มึงโอเคป่ะ?” เปรี้ยวทำเพียงพยักหน้าตอบรับ “อืม... แค่เหนื่อยนิดหน่อย” แต่สายตาเธอกลับคอยลอบสังเกตพี่โอ๊ตที่เพิ่งเดินเข้ามาในห้อง
พี่โอ๊ตยังคงเป็พี่โอ๊ตคนเดิม... เขายังมีรอยยิ้มกว้างที่ดูจริงใจประดับอยู่บนใบหน้า ก้มไหว้ทักทายพี่ ๆ น้อง ๆ ในวงด้วยท่าทางสุภาพบุรุษทุกกระเบียดนิ้ว แต่พอสายตาเขาปะทะเข้ากับเปรี้ยว เขากลับทำเพียงพยักหน้ายิ้มให้เล็กน้อย แล้วหันไปคุยเื่คิวเพลงกับพี่เอกต่ออย่างเป็ธรรมชาติ ไม่มีการเดินเข้าหา ไม่มีการกระซิบข้างหู หรือท่าทีพิเศษใด ๆ ที่จะทำให้คนในวงจับสังเกตได้
เปรี้ยวมองภาพนั้นแล้วใจที่เคยสั่นไหวเริ่มสงบลงนิด ๆ เธอแอบคิดข้างตัวเองในใจ
‘...เขายังวางตัวปกติ ไม่เปิดเผยว่าจีบเราเลยสักนิด แสดงว่าเขาไม่อยากให้ใครในวงรู้... รวมถึงผู้หญิงคนอื่น ๆ ด้วยสินะ เขาคงไม่อยากให้เราเสียหาย หรือผู้หญิงคนเมื่อคืนอาจจะจำคนผิดจริง ๆ อย่างที่เขาบอก’
ความโล่งใจเริ่มก่อตัวขึ้นช้า ๆ เธอพยายามมองข้ามคำเตือนของนิดไปชั่วขณะ คิดว่าพี่โอ๊ตอาจจะเป็แค่ผู้ชายรักชื่อเสียงที่ไม่อยากมีดราม่าในที่ทำงานเท่านั้น
ระหว่างการซ้อม พี่โอ๊ตยังคงทำหน้าที่นักร้องนำได้อย่างไร้ที่ติ เขายิ้มให้แดนเซอร์ทุกคนเท่า ๆ กัน แต่ครั้งนี้เปรี้ยวเริ่มจับจ้องพฤติกรรมของเขามากขึ้น...
* เขายังส่งยิ้มหวานให้พลอยตอนที่ฝ่ายนั้นเต้นผ่านหน้า แต่พริบตาเดียวเขาก็หันกลับมาโฟกัสงานต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
* เขาเอ่ยชมแดนเซอร์คนอื่นว่า “เต้นดีมากเลยครับ” อย่างเปิดเผย แต่กับเปรี้ยว เขาทำเพียงพยักหน้ายอมรับนิ่ง ๆ
* จนกระทั่ง่ที่เดินสวนกัน เขาถึงได้ทิ้งท้ายด้วยเสียงกระซิบที่แ่เบาจนแทบไม่ได้ยิน “เมื่อคืนน้องโอเคมั้ยครับ... พี่เป็ห่วงนะ” แต่พอมีคนหันมามอง เขาก็เดินจากไปทันทีเหมือนไม่รู้จักกัน
่พักซ้อม พี่โอ๊ตเดินเข้ามาหาเธอในจังหวะที่คนอื่นกำลังวุ่นวายกับการดื่มน้ำ เขายืนห่างออกมาในระยะที่ดูไม่น่าสงสัย ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่ฟังดูอาทร
“เปรี้ยว... พักหลังน้องดูตีตัวออกห่างพี่จังครับ เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า? เื่เมื่อคืนที่น้องรีบกลับพี่เข้าใจนะ แต่ตอนนี้... น้องดูไม่สบายใจเลย พี่ทำอะไรผิดตรงไหนบอกพี่ได้นะครับ”
เปรี้ยวมองลึกลงไปในดวงตาที่ดู "จริงใจ" คู่นั้น เธอส่ายหน้าเบา ๆ “...ไม่มีอะไรค่ะพี่ แค่เหนื่อย ๆ นิดหน่อย”
พี่โอ๊ตยิ้มอ่อนโยนก่อนจะยื่นขวดน้ำเย็นจัดให้เธอ “ดื่มเยอะ ๆ นะครับ พี่เป็ห่วงเราจริง ๆ ... พรุ่งนี้พี่ชวนน้องไปกินข้าวอีกได้มั้ย? พี่อยากคุยกับน้องนาน ๆ จัง”
ความลังเลผุดขึ้นในใจเพียงครู่เดียว แต่สุดท้ายความอ่อนโยนที่เขามอบให้ก็ชนะทุกอย่าง เปรี้ยวพยักหน้าช้า ๆ “...ได้ค่ะพี่”
ทว่าภายใต้รอยยิ้มนั้น...
ในหัวของพี่โอ๊ตกลับเต็มไปด้วยความคึกคะนอง เขาสังเกตเห็นความห่างเหินของเปรี้ยวและเริ่มวางแผนรับมือ
เขาไม่ได้รักหรือสงสารเธอเลยแม้แต่น้อย ในสายตาเขา เปรี้ยวคือ "เหยื่อ" ชั้นดีที่ยังดูบริสุทธิ์และใสซื่อ
เขาตั้งเป้าว่าต้องชิงจังหวะ "เปิดซิง" เธอให้ได้ก่อนจะสะบัดทิ้งเหมือนคนอื่น ๆ ความซื่อสัตย์ของเปรี้ยวเป็เพียงความท้าทายที่ทำให้เกมนี้น่าสนุกขึ้นเท่านั้น
หลังซ้อมเสร็จ ข้อความเดิม ๆ ก็เด้งขึ้นมาบนหน้าจอ
พี่โอ๊ต: พรุ่งนี้เจอกันนะครับเ้าหญิง พี่จะพาไปที่สวย ๆ อีก พี่รอไม่ไหวแล้วจริงๆ... อยากกอดน้องทั้งคืนเลย
เปรี้ยวอ่านข้อความนั้นด้วยรอยยิ้มจาง ๆ ทว่าในอกกลับรู้สึกจี๊ดขึ้นมาอย่างประหลาด เธอแอบเหลือบมองไปทางไกรที่กำลังนั่งเก็บของอยู่อีกฟากของห้อง เขาใจจดจ่ออยู่กับการเช็ดแคนในมือ ไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมามองเธอ
แต่เปรี้ยวสังเกตเห็น... ข้อมือหนานั้นเกร็งจนเส้นเืปูดโปน และเขารีบหันหน้าหนีทันทีที่รู้ตัวว่าเธอกำลังมองอยู่
เปรี้ยวลอบถอนหายใจยาวก่อนจะเดินออกจากสตูดิโอไปพร้อมกับนิด ทิ้งให้ความสงสัยที่เริ่มก่อตัวขึ้นเป็ปมเล็ก ๆ ค่อย ๆ ขยายตัวในใจโดยที่เธอเองก็ยังไม่รู้ตัว
ในที่สุดเปรี้ยวก็ยอมใจอ่อนไปหาพี่โอ๊ตอีกครั้ง
ในวันถัดมา
หลังจบการซ้อม พี่โอ๊ตส่งข้อความมาชวนเธอไปกินข้าวค่ำสองต่อสองที่คอนโดของเขาเหมือนเดิม “พี่อยากคุยกับน้องนานๆ จังครับเ้าหญิง... เมื่อคืนเกิดเื่เข้าใจผิด พี่อยากอธิบายให้ชัดเจน”
เปรี้ยวลังเลอยู่พักใหญ่ แต่สุดท้ายเธอก็เลือกที่จะตอบตกลง เพราะในหัวยังมีแต่คำพูดหวานๆ ของเขาที่วนเวียนอยู่ และเธอยังพยายามหลอกตัวเองว่าผู้หญิงที่บุกมาเมื่อคืนคงเป็แค่คนสติไม่ดีที่จำคนผิดจริงๆ
เมื่อไปถึงคอนโด พี่โอ๊ตเปิดประตูต้อนรับเธอด้วยรอยยิ้มที่ดูอบอุ่นที่สุด เขาจัดโต๊ะอาหารเล็กๆ ประดับด้วยเทียนหอมและเปิดเพลงบรรเลงแ่เบา บรรยากาศโรแมนติกจนนึกว่าเป็ฉันในฝัน เขาเดินมาดึงเก้าอี้ให้เธอนั่งอย่างสุภาพ ก่อนจะเริ่มใช้คำพูดหว่านล้อมทันที
“เปรี้ยว... เมื่อคืนพี่ใมากเลยนะครับ ผู้หญิงคนนั้นเขาน่าจะเสียสติจริงๆ พี่ไม่เคยรู้จักเธอมาก่อนเลย พี่สาบานได้”
เขาเอื้อมมือมากุมมือเธอไว้เบาๆ สายตาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาเธอ “ถ้าพี่เคยทำอะไรไม่ดีกับใคร พี่คงไม่กล้ามานั่งตรงหน้าน้องแบบนี้ น้องคือคนเดียวที่พี่จริงใจด้วยจริงๆ นะ พี่อยากให้เราเริ่มต้นใหม่... พี่อยากกอดน้อง อยากมีน้องเป็ของพี่คนเดียว อยากให้เราไปด้วยกันไกลกว่านี้”
เปรี้ยวฟังแล้วขอบตาร้อนผ่าว หัวใจที่เคยระแวงกลับอ่อนยวบลงพ่ายแพ้ต่อคำหวาน เธอพยักหน้าตอบรับเบาๆ “...หนูเชื่อพี่ค่ะ หนู... หนูก็อยากอยู่กับพี่เหมือนกัน”
พี่โอ๊ตยิ้มกว้างออกมาทันที เขาฉวยโอกาสโอบกอดเธอไว้แน่น จูบซับที่หน้าผากก่อนจะพรมจูบเลื่อนลงมาที่ลำคอช้าๆ มือหนาลูบไล้แผ่นหลังเธอแ่เบาแต่เริ่มทวีความแรงขึ้นเรื่อยๆ เขาขยับมากระซิบที่ข้างหูจนเธอััได้ถึงลมหายใจร้อน
“น้องพร้อมแล้วใช่มั้ย... พี่จะค่อยๆ ทำนะ พี่จะทำให้ดีที่สุดเลย เ้าหญิงของพี่”
เปรี้ยวหลับตาลง ร่างกายสั่นเทานิดๆ ด้วยความขลาดกลัวแต่เธอก็ยอมปล่อยตัวตามใจเขา พี่โอ๊ตประคองเธอลุกขึ้นจากโซฟา พาเดินเข้าไปในห้องนอนช้าๆ มือของเขาเริ่มซนจนถึงขั้นเอื้อมไปรูดซิปชุดของเธอลง...
แต่ทว่า... กริ๊งงงงง!
เสียงโทรศัพท์ภายในห้องดังขัดจังหวะขึ้นมาอย่างแหลมคม
พี่โอ๊ตชะงักกึก สีหน้าดูหงุดหงิดเล็กน้อยก่อนจะผละออกไปดูเครื่องโทรศัพท์ที่โต๊ะข้างประตู มันเป็สายจากเคาน์เตอร์ด้านล่างคอนโด
เขากดรับสายเสียงเข้ม “ครับ... ว่าไงครับ?”
เสียงปลายสายตอบกลับมา “สวัสดีครับคุณโอ๊ต มีญาติของคุณมารอพบอยู่ด้านล่างครับ บอกว่าด่วนมากเลย ขอให้คุณลงมาพบหน่อยครับ”
พี่โอ๊ตขมวดคิ้วมุ่น “ญาติเหรอ? ผมไม่ได้นัดใครไว้นะ... เออๆ เดี๋ยวผมลงไปเดี๋ยวนี้แหละ”
เขาหันกลับมามองเปรี้ยว พยายามปรับสีหน้าให้ดูอ่อนโยนเหมือนเดิม “เดี๋ยวพี่ลงไปข้างล่างแป๊บนะน้องเปรี้ยว คงมีญาติที่บ้านมาหาด่วน พี่รีบไปรีบมา น้องรอพี่ตรงนี้ก่อนนะ อย่าไปไหนนะคร้บ”
เปรี้ยวพยักหน้าอย่างว่าง่าย “ค่ะพี่... ”
พี่โอ๊ตจูบหน้าผากเธอทิ้งท้ายไว้เบาๆ แล้วรีบก้าวออกจากห้องไป ทิ้งให้ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบกริบ เปรี้ยวนั่งลงที่ขอบเตียงเพียงลำพัง หัวใจยังเต้นรัวไม่เป็จังหวะ เธอถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่พลางลุกขึ้นมาจัดเสื้อผ้าที่หลุดลุ่ยให้เข้าที่
ทว่าไม่ถึงสองนาที...
ตึก ตึก ตึก!