เมื่อสอบเสร็จแล้ว ่พักกลางวันหลังจากกินข้าวเสร็จนั่นเอง เหม่งเดินมายังทางเดินแคบๆซึ่งเป็ทางลัดเพื่อที่จะไปแผนกอายุรกรรมที่เขาจะต้องฝึกงานที่นั่นเป็เวลาหนึ่งเดือนเต็ม
แต่แล้วกลับเห็นเงาตะคุ่มๆบางอย่าง หลบมุมอยู่ที่ใต้ต้นไม้ ด้วยความอยากรู้อยากเห็นทำให้เขาเดินเข้าไปใกล้ๆ เพราะอยากรู้ว่าใครที่มาทำอะไรลับๆล่อๆแถวนี้ และแล้วความจริงก็เฉลยเมื่อเขาพบว่าคนๆนั้นก็คือ ยัยหน้าปลาหมึกนั่นเอง
“ยัยปลาหมึก ! นี่เธอมาทำอะไรแถวนี้ก้มหน้าก้มตาดูมีพิรุธ… เป็แมวขโมยหรอ ! “ เหม่งพูดด้วยความระแวง หวังจะกวนประสาทคนที่อยู่ตรงหน้า แต่เ้าตัวก็ไม่ยอมหันมาหาสักที “ เอ่อ นี่เธอ เป็อะไรมากรึเปล่าเนี่ย”
เขาเริ่มรู้สึกว่า มีบางอย่างผิดปกติกับยัยหน้าปลาหมึกนี่แน่ๆ
ผ่านไปสักพักหญิงสาวก็หันหน้ามาสบตากับเขาอย่างจัง ชายหนุ่มไม่ทันตั้งตัวแต่มันเหมือนโลกหยุดหมุน เมื่อได้มองใบหน้าของเธอใกล้ๆแล้วมันช่างน่ารักซะจริง หลายครั้งที่ผ่านมาเขากล้าตวาดเธอไปได้ยังไงกัน
“ฮึก ไม่ต้องมายุ่ง ฉันไม่ได้ยัยหน้าปลาหมึก” ยังไม่ทันพูดจบ เธอก็ทำหน้าเหมือนจะอ้วกอีกครั้ง
“เฮ้ย นี่จะอ้วกหรอ? ไม่สบายรึเปล่าเนี่ย “ เขาไม่แน่ใจว่าเธอ้าความช่วยเหลือรึเปล่า จึงได้แต่มองเท่านั้น
“ก็...นิดหน่อย สงสัยอาหารมื้อเที่ยงทำพิษ “ เจียวตัวงอ เพราะเริ่มปวดท้องมากขึ้นเรื่อยๆ และอาเจียนเป็พักๆ โดยที่มีเหม่งยืนลูบหลังให้อย่างเบามือ
“ก็ไปนอนพักซะสิ เดี๋ยวฉันพาไปหาพี่หมอละกัน เธอจะได้ตรวจและก็กินยาซะ จะได้หายป่วย”
เจียว แทบไม่เชื่อหูตัวเอง เมื่อวันก่อนเขายังะโด่าเธออยู่เลย แต่มาวันนี้เหมือนกับคนละคน เขาดูอ่อนโยนมาก และเป็ห่วงเป็ใยกันเหมือนกับว่าทั้งคู่ไม่เคยมีเื่บาดหมางกันมาก่อน “ไม่เป็ไร เดี๋ยวก็คงหาย อ้วกกก…. ! “
“เห็นไหม อย่าดื้อสิ ไปกันเดี๋ยวนี้เลย ว่าแต่เธอชื่ออะไรล่ะ? ”ในที่สุดเขาก็เอ่ยถามประโยคนี้จนได้
“ฉันชื่อเจียว แล้วนายล่ะ?”
“เหม่ง ฮ่าๆๆ ชื่อของฉันและเธอฟังแล้วตลกดี แต่ก็จำง่าย” ชายหนุ่มหัวเราะอย่างอารมณ์ดี หลังจากนั้นจึงใช้มือของตัวเองโอบไหล่ของเจียวที่กำลังนั่งตัวงอ ให้สามารถลุกขึ้นยืนได้
“อ่ะ เอ่อ ไม่เป็ไรฉันเดินเองได้น่า” ถึงแม้ว่าทั้งคู่จะเป็คู่กัดกัน แต่การที่หนุ่มหล่ออย่างเหม่ง อีกทั้งยังเป็นักศึกษาแพทย์ร่างสูง ผิวพรรณดี และดูมีภูมิฐาน เข้ามาโอบไหล่แบบนี้ก็ทำให้เจียวแอบใจเต้นแรงได้เหมือนกัน
“อย่าดื้อหน่อยเลย หรือว่าอยากให้ฉันอุ้ม?” เขาทำท่าจะเอาจริง
“ดะ ดะ เดี๋ยว ค่อยๆเดินไปก็ได้ “
“ฉันจัดการเองดีกว่า ขืนเดินตัวงออย่างนี้กว่าจะถึงห้องตรวจคงชักแหง่กกันพอดี มานี่ ! “
พูดจบเหม่งก็ถือวิสาสะจับเจียวขี่หลังตัวเอง ทำให้หญิงสาวใอยู่ไม่น้อย เธอไม่นึกว่าเขาจะมาไม้นี้ อันที่จริงอีกสักพักเธอก็น่าจะหายดี เขาไม่เห็นจำเป็จะต้องแบกเธอขนาดนี้เลย
“นี่นาย… ฉันเดินเองได้” เธอเริ่มหน้าแดงมากขึ้นเรื่อยๆ
“ดูสภาพตัวเองก่อน หน้าซีดจนจะไม่มีเือยู่แล้ว ฉันก็แค่ไม่อยากเห็นคนตายเพิ่ม”
“หึ่ม ปากร้ายจริงนะ”
ถึงเขาจะปากร้าย แต่การกระทำมันช่างตรงกันข้าม เจียวขี่หลังเหม่งไปตลอดทาง ไหล่กว้างๆของเขาทำให้เธออดไม่ได้ที่จะซุกใบหน้าบนแผ่นหลังของเขา ในขณะที่เดินไปตามทางเรื่อยๆก็มีผู้คนมองด้วยความแปลกใจอยู่เป็ระยะ แต่โชคดีที่คนไม่พลุกพล่านสักเท่าไหร่ เพราะแค่นี้เจียวก็อายและเขินจนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนแล้ว
“เธอนี่หนักชะมัดเลยนะ นอกจากจะหน้าเหมือนปลาหมึกแล้ว ยังมีหุ่นเหมือนหลักกิโลอีกต่างหาก “ เหม่งเริ่มล้อเลียนเธอ
“ห่ะ ! ให้มันน้อยๆหน่อย สิ่งที่นายพูดน่ะมันตรงกันข้ามทุกอย่าง เพราะใครต่างก็บอกว่าฉันสวย น่ารัก และตัวเล็กย่ะ “ เจียว เริ่มทำให้หมั่นไส้ผู้ชายคนนี้มากเต็มที ถ้าไม่ติดที่ว่าเขากำลังช่วยเธอล่ะก็ ป่านนี้โดนอัดบ้องหูเข้าสักป๊าปนึงแล้วล่ะ
“โทษฐานที่ทำให้ฉันต้องแบกเธอ… ต้องเลี้ยงข้าวฉันด้วยนะ เข้าใจไหม! “ เหม่งพูดเองเออเอง ทำให้เจียวถึงกับตั้งตัวไม่ทัน
“ก็บอกแล้วไงล่ะ ว่าไม่ต้องๆนายก็ยังจะมาวุ่นวายกับฉันที ตาบ้านี่”
“ไม่รู้ล่ะ เธอต้องเลี้ยงข้าวฉันเป็การตอบแทน”
เจียวไม่อยากจะเถียงกลับ เพราะในใจก็รู้สึกขอบคุณเหม่ง ที่ช่วยเหลือเธอ ดังนั้นคงต้องทำตามที่เขาบอกแล้วล่ะ
ในที่สุดทั้งคู่ก็พากันมาถึงห้องตรวจโรคทั่วไป โชคดีที่เหม่งรู้จักหมออั้ม แพทย์รุ่นพี่ซึ่งกำลังออกตรวจคนไข้อยู่พอดี เมื่อเห็นว่าคนไข้เริ่มเบาบางแล้ว เหม่งจึงฝากเจียวให้หมออั้มดูแลต่อ
“แหม่ นี่แฟนหรอถึงกับให้ขี่หลังมาเลย โรแมนติกดีเนอะ” หมออั้มกระซิบแซวรุ่นน้อง ที่ผ่านมาเขาไม่เคยเห็นเหม่งควงหรือใกล้ชิดผู้หญิงคนไหนมากขนาดนี้มาก่อน จึงทำให้เข้าใจว่านี่คงจะเป็สาวคนพิเศษของเหม่ง
“จะบ้าหรือพี่ ผมก็แค่เดินผ่านมาแล้วเห็นว่าเขาไม่สบาย ก็เลยพามาส่ง… ไม่อยากเห็นคนเป็ลมล้มพับต่อหน้าต่อตาน่ะ “
“อ่ะจริงนะ ดูเป็ห่วงผู้หญิงคนนี้จังเลยนะ” หมออั้มส่งสายตาเลศนัยมาให้
“บ้าละพี่ ยัยนั่นเปิ่นจะตาย แถมยังเสียงดังอีกต่างหาก” เหม่งรีบพูดแก้ตัวทันที
“ให้มันจริงเหอะ พี่เห็นมาหลายคู่ละ ตอนแรกก็เกลียดกันอย่างกับอะไรดี แต่พอเจอกันบ่อยๆเข้าก็รักกันจนหวานแหวว น้ำตาลเรียกพี่เลยล่ะ”หมออั้มยังคงแซวไม่หยุด
“ฝากเจียวด้วยล่ะ ผมขอตัวก่อนนะ ต้องไปเข้าเรียนเดี๋ยวจะสาย แล้วค่อยเจอกันใหม่นะครับพี่อั้ม” จากนั้นเหม่งก็วิ่งสปีดออกจากห้องตรวจทันที ขืนอยู่ต่อนานกว่านี้เขาต้องโดนหมอรุ่นพี่แซวไม่หยุดแน่นอน
ในระหว่างที่เหม่งกำลังเดินไปที่แผนกอายุรกรรมนั่นเอง เขาคิดทบทวนสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นกับตัวเองไปเมื่อสักครู่นี้ ที่ยอมให้เจียวขี่หลังแล้วแบกเธอไปแทบจะทั่วโรงพยาบาล มันเป็เื่ที่เขาเองก็ไม่เชื่อเหมือนกันว่าจะกล้าทำได้ถึงขนาดนี้ ปกติแล้วเหม่งจะไม่ค่อยแตะเนื้อต้องตัวผู้หญิงคนอื่นมากสักเท่าไหร่ แต่สำหรับเจียว เขามีความรู้สึกบางอย่างที่เข้ากันได้ดี แม้ว่าการเจอกันครั้งแรกของพวกเขาทั้งสองคน จะมีปากเสียงกันก็ตาม
“แก หายไปไหนวะมาไอ้เหม่ง นี่อาจารย์ตามหาให้ทั่วเลย ถ้ามาช้าอีกนิดเดียวโดนกินหัว ด่ายับแน่นอน” ซุปเป็เดือดเป็ร้อนแทนเพื่อน เพราะทุกคนเข้าห้องเรียนกันครบแล้ว ขาดแค่เหม่งเท่านั้น
“แหม่… ไม่รู้อะไรซะแล้วซุป ก็ไอ้เหม่งน่ะ มันกำลังไปปลูกต้นรักเว้ย ปลูกซะทั่วโรงพยาบาลเลย อิอิ”
ต้นทำหน้าเ้าเล่ห์และมองหน้าเหม่ง ที่กำลังออกอาการหน้าแดงอย่างเห็นได้ชัด และหันหน้าหนีไปทางอื่นทำเป็ไม่รู้ไม่ชี้
“ฉันหมายถึงแกนั่นแหล่ะ “ ต้นพูดย้ำ
“ไม่เห็นจะรู้เื่เลย แกพูดเื่อะไรวะ”
“ก็บังเอิญว่ามีคนเห็นผู้หญิงตัวเล็ก หน้าตาจิ้มลิ้มขี่หลังชายหนุ่มร่างกายกำยำ แล้วเดินจนแทบจะทั่วโรงพยาบาลเลย มันช่างโรแมนติกจริงจริ๊งงง” ต้นพูดจีบปากจีบคอ นึกอิจฉาเพื่อนเหมือนกัน เพราะเขาเองก็อยากมีความรักบ้าง
“เข้าใจผิดไปกันใหญ่ล่ะ ผู้หญิงคนนั้นปวดท้องหนักมาก ดูเหมือนจะเดินไม่ไหว ก็เลยพามาส่ง...ก็แค่นั้น”
แม้เหม่งจะยกคำพูดมาแก้ตัวมากสักเท่าไหร่ก็ตาม แต่เหมือนว่าเพื่อนทั้งสองไม่ค่อยอยากจะเชื่อสักเท่าไหร่นัก
ต้นจึงหันไปพูดกับซุป “ แล้วผู้หญิงคนนั้นก็คือคนที่ไอ้เหม่งเถียงกันฉอดๆที่แผนกอายุรกรรมเว้ย”
“อุ๊ปส์ ! จริงหรอวะ …. เฮ้ย เหม่ง แกนี่ไม่เบาเลยเว้ย ไม่กี่วันก็มีสาวๆมาพัวพันแล้ว “
“เอิ่ม จะคิดอะไรก็เื่ของพวกแก ไปหาอาจารย์ดีกว่า ! “
ในขณะที่เหม่งกำลังจะเดินไปหาอาจารย์ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามนั่นเอง แต่ก็ถูกขวางทางด้วยหญิงสาวหน้าตาสวยเฉี่ยว ส่วนสูงเกือบร้อยเจ็ดสิบ ผมสีบลอนด์ทองดัดลอนสวย ใบหน้าแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางราคาแพง มีความมั่นใจในตัวเองสูงมาก เธอชื่อ จีจี้ เพื่อนนักศึกษาแพทย์รุ่นเดียวกัน ที่มักจะเข้ามาทักทายเหม่งบ่อยครั้ง และทำตัวสนิทสนมกับเขามากเป็พิเศษ
“จีจี้ ได้ยินว่าใครปลูกต้นอะไรหรอ เล่าให้ฟังหน่อยสิ อยากรู้จัง ! “ แม้เธอจะเดินเข้ามาในสนทนาในกลุ่มด้วย แต่สายตามักจะจับจ้องไปที่เหม่งเพียงคนเดียวเท่านั้น
“ก็ไอ้เหม่ง มันกำลังจะปลูกต้นระ… ! “ต้นอ้าปากกำลังจะเล่าเื่รักๆของเหม่งให้จีจี้ฟัง แต่ก็ถูกซุปปิดปากด้วยมือไว้ซะก่อน ”อุ๊บ ! “
“เปล่าหรอก ไอ้เหม่งมันเห็นต้นไม้แถวๆนี้สวยดี เลยคิดว่าอยากจะปลูกบ้าง” ซุปพูดแก้ตัวแทนเพื่อน เขารู้ดีว่าจีจี้สนใจในตัวเหม่งมาพักใหญ่แล้ว และเธอกำลังเดินเกมเพื่อจีบผู้ชายที่หมายปองให้มาเป็แฟน
แต่อีกมุมหนึ่งนอกจากความชอบแล้ว การที่จีจี้อยากได้เหม่งเป็แฟน มันก็เป็เพราะว่าเขาทั้งหล่อ บ้านรวย นิสัยเป็สุภาพบุรุษสุดๆ อีกทั้งยังเรียนเก่งอีกต่างหาก ใครได้ผู้ชายคนนี้ไปครองมีแต่โชคดี และมีแต่คนอิจฉา สาวๆทั้งคณะแพทยฯไม่ว่าจะรุ่นพี่ รุ่นน้อง หรือรุ่นเดียวกันก็ตาม อยากจะได้เหม่งมาเป็แฟนกันทั้งนั้น แต่เขาค่อนข้างถือตัวไม่สานต่อความสัมพันธ์กับใครสักเท่าไหร่นัก สาวๆเ่าั้จึงได้แต่แอบปลื้มอยู่ห่างๆ
ถ้าหากจีจี้ได้เขาเป็แฟนแล้วล่ะก็ รับรองว่าชีวิตเธอก็คงจะเหมือนกับเ้าหญิงที่สุดแสนจะเพอร์เฟ็ค อีกทั้งตอนนี้เหม่งก็ยังไม่มีแฟน ดังนั้นแล้วเธอจะต้องทำทุกวิถีทางให้เขาตกลงเป็แฟนให้ได้
หญิงสาวที่ใจกล้า และด้านหน้าอย่างเธอ ตามจีบเหม่งได้อย่างไม่สะทกสะท้านอยู่แล้ว
“แน่ใจนะ? จริงหรอเหม่ง”
“อ่ะ เอ่อก็ตามนั้นแหล่ะ เราก็เห็นว่ามันสวยดี ถ้ามีเวลาก็อยากจะลองปลูกต้นไม้เล็กๆเลี้ยงไว้บ้าง”
“โอ้ว เหมือนกันเลยอ่ะ ! เราก็เคยคิดว่าอยากจะปลูกต้นไม้กระถางเล็กๆไว้ที่หอพักเหมือนกัน “ อันที่จริงจีจี้ไม่สนใจเื่ต้นมงต้นไม้อะไรหรอก แต่ในเมื่อโอกาสมาถึงแล้วก็ต้องคว้าไว้ “ งั้นวันอาทิตย์นี้ไม่ต้องเข้าเวร เหม่งไปช่วยเราเลือกซื้อต้นไม้หน่อยนะ”
เอาล่ะสิ เวรกรรมละ ทั้งที่พูดแก้ตัวไปแล้ว แต่กลับว่าทำให้เขาต้องเข้าไปใกล้ชิดกับจีจี้มากขึ้นไปอีก
“เราคงจะไม่ว่างหรอกนะ ต้องไปดูคนไข้แทนเพื่อนน่ะ มันติดธุระวันนั้นพอดี” เหม่ง ไม่อยากจะไปไหนกับจีจี้ เพราะเธอเป็ผู้หญิงที่เื่มากและเลือกของนานสุดๆ เขาเบื่อที่จะรอ
“ไม่เป็ไร ร้านขายต้นไม้เปิดทั้งวันเลย เอาเป็ว่าตกลงนะ แล้วเจอกันนะจ๊ะที่รัก”
หญิงสาวหยอดคำหวานส่งท้าย แล้วเดินสะบัดก้นออกไปด้วยความมั่นใจ ทิ้งให้เหม่งยืนเงิบอยู่อย่างนั้น
เขายังไม่ทันรับปากเลย แต่เธอดันมัดมือชกให้เขาต้องไปด้วย