“อะไรกันวันนี้ก็จะลาอีกแล้วอย่างงั้นเหรอ?”
เสียงภาวรรณ ซึ่งเป็ผู้จัดการแผนก พูดด้วยน้ำเสียงเข้มขึ้น เมื่อได้ยินว่าภัณฑิราจะของลากิจ ซึ่งเมื่อวานก็ลาไป แล้วมายังจะมาขอลากิจวันพรุ่งนี้อีก งานที่ภัณฑิรารับผิดชอบ ก็ต้องหาคนมาทำแทนอีก หากไม่มีคนทำแทน ผู้จัดการแผนกอย่างภาวรรณก็ต้องมาทำเอง
ซึ่งเมื่อวานไม่มีคนทำแทนภัณฑิรา ภาวรรณจึงต้องมาทำ ซึ่งนั้นก็ทำให้ภาวรรณหัวเสียอยู่มิใช่น้อย และยิ่งมาวันนี้ ภัณฑิรามาบอกว่าขอลากิจอีกในวันพรุ่งนี้ ภาวรรณจึงใส่อารมณ์โดยไม่คิดจะไว้หน้าแต่อย่างใด และไม่สนใจด้วยว่าตอนนี้ กำลังยืนอยู่ที่เคาน์เตอร์ต้อนรับ ที่ซึ่งจะทำให้แขกไปใครมาต่างหันมามองอย่างสงสัย
“ภัณจำเป็ต้องลาจริงๆ ค่ะพี่วรรณ แม่ภัณจะออกจากโรงพยาบาลวันนี้ ภัณต้องไปเคลียร์ค่าใช้จ่าย และพาแม่กลับบ้าน วันลากิจภัณก็ยังเหลืออยู่ ภัณก็ลาได้ไม่ใช่เหรอคะ?”
ภัณฑิราบอกเหตุผลที่เธอจำเป็ต้องลากิจ เธอก็ไม่เข้าใจว่าทำไมภาวรรณจะต้องใส่อารมณ์ขนาดนี้ด้วย ทั้งที่วันลากิจเธอก็มีเหลือ เธอสามารถจะลาได้ และเธอก็ไม่ได้ลาพร่ำเพรื่อสักหน่อย นานๆ หากมีเื่จำเป็เธอถึงจะขอลาสักที
และอีกเหตุผลที่ภัณฑิราจะไปทำในวันพรุ่งนี้ เธอคิดว่าเธอจะไปหากู้ยืมเงินด้วย มีเพื่อนบอกต่อๆ กันมา ว่าที่ที่เธอจะไปขอยืมเงินนั้น เขาคิดดอกเบี้ยไม่แพงเลย เธอคิดว่าหากดอกเบี้ยไม่แพง เธอพอจะจ่ายไหวในแต่ละเดือน หากเธอไม่ไปกู้ยืมเงิน แม่เธอก็อาจจะไม่ได้รักษาอย่างต่อเนื่อง แล้วจะทำให้แม่ไม่หายจากโรคที่เป็
“ก็ในเมื่อเธอจำเป็จะต้องลา ก็ลาไป ฉันยังไม่ได้บอกว่าจะไม่ให้ลาสักหน่อย แต่เธอก็ต้องเข้าใจเหมือนกัน ว่าตอนนี้พนักงานต้อนรับกำลังขาด คนที่จะรับมาก็ยังหาไม่ได้ เพราะงั้นหากจำเป็ก็ลาไป แต่หากไม่จำเป็ก็ไม่ต้องลา เธอด้วยนะพิม”
ภาวรรณถึงจะพูดว่าไม่ได้จะไม่ให้ลา แต่หากใครฟังก็ดูออกว่าภาวรรณไม่ใคร่สบอารมณ์สักเท่าไร แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ จำต้องให้ภัณฑิราลากิจตามความประสงค์ของเธอ แต่ก็ยังมีการพูดแบบปรามๆ และแถมยังลามไปถึงพิมภัสสร ที่นั่งทำงานอยู่ข้างๆ ภัณฑิราอีกด้วย พอภาวรรณากล่าวจบ ก็เดินออกจากเคาน์เตอร์ต้อนรับทันที ด้วยหน้าที่ยังคงบึ้งตึงอยู่เช่นนั้น
“ที่พูดๆ ใส่เราอย่างนี้ ก็เพราะนางไม่อยากมานั่งทำแทนนั้นยังไงล่ะ อยากนั่งสบายๆ อยู่ในออฟฟิศ เธอก็อย่าไปถือสานางเลย นางก็เป็ของนางแบบนี้แหละ”
พิมภัสสรมองตามหลังภาวรรณ แล้วส่ายหน้าอย่างเอือมระอา แต่จะทำยังไงได้ก็ต้องทนๆ กันไป เพราะยังไงเสียก็ยังต้องทำงานร่วมกัน อีกอย่างภาวรรณก็เป็ถึงผู้จัดการแผนก จะขัดคำพูดอะไรภาวรรณได้ที่ไหน ยิ่งภาวรรณเป็พวกชอบวางอำนาจด้วยอย่างงี้แล้ว
“แต่ว่าก็ว่าเถอะ เธอก็กล้ามากเลยนะ ที่พูดอย่างนั้นน่ะ นางงี้อึ้ง จนยอมให้ลาไปเลย”
พิมภัสสรยกนิ้วให้ภัณฑิราที่กล้าหาญชาญชัย พูดเื่สิทธิ์การลาขึ้นมา หากเป็เธอคงไม่กล้าพูดอย่างนั้นหรอก เพราะกลัวภาวรรณจะไม่ชอบขี้หน้า หากเ้านายไม่ชอบขี้หน้าแล้ว จะทำงานด้วยกันลำบาก
“ก็ฉันจำเป็ต้องลาจริงๆ นี่นา แล้วจะให้ทำยังไงล่ะ”
ภัณฑิราพูดกับพิมภัสสรด้วยสีหน้าเป็กังวล ซึ่งพอมีเื่มีปัญหา เื่และปัญหาทุกอย่างก็ประเดประดังเข้ามาพร้อมกัน จนไม่รู้จะเริ่มแก้ยังไงตรงไหนดี งานก็ไม่ได้อยากจะหยุดอยากจะลาหรอกนะ แต่เธอจำเป็จริงๆ ไม่ไปก็ไม่ได้
ในจังหวะตอนที่ภาวรรณพูดเสียงดัง เป็จังหวะที่ ชุติศรณ์ วรรณสูตร ที่มากับเลขานุการและบอดี้การ์ด เดินเข้ามาในตึกนี้พอดี จึงหันไปมองที่เคาน์เตอร์ต้อนรับอย่างสนอกสนใจ และก็ต้องไปสะดุดอยู่ที่ใบหน้าสวยหวาน ที่เขาเคยเห็นเมื่อวันก่อน เขาจำได้ว่าเธอคนนั้นเดินเหม่อลอยมาชนเขาเข้าอย่างจัง เมื่อตอนที่เขาไปเยี่ยมพนักงานาุโที่เข้าโรงพยาบาลกะทันหัน
“ผู้หญิงคนนั้นทำงานอยู่ที่เหรอ?”
“ผู้หญิงคนไหนเหรอครับคุณศร?"
ชุติศรณ์พูดพึมพำถามตัวเองออกมาเบาๆ แต่คำถามนั้นดันไปเข้าหู อณัฐพล เลขานุการของชุติศรณ์ อณัฐพลจึงเอ่ยถามผู้เป็เ้านายอย่างสงสัย
“พล!... ผม้าประวัติพนักงานต้อนรับทุกคน ช่วยเอามาให้ผมด้วย”
ชุติศรณ์ไม่ได้ตอบคำถามอณัฐพล แต่สั่งด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้ม และเฉียบขาดอยู่ในที ซึ่งก็ทำให้อณัฐพลงงในงง ที่อยู่ๆ ชุติศรณ์เกิด้าดูประวัติพนักงานต้อนรับขึ้นมา เพราะไม่มีอะไรให้น่าจะต้องดูเลย แต่กระนั้น อณัฐพลก็ไม่ได้สอบถามอะไรให้มากความ เพราะรู้ดีว่าชุติศรณ์ไม่ชอบคนเซ้าซี้ เมื่อชุติศรณ์สั่งมางก็ต้องทำตามนั้น
๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐