ตอนที่ 3 (5)
เจี่ยนอินได้รับความกระทบกระเทือนทางจิตใจมากเกินไปจนทนความใกลัวไม่ไหว หลังจากที่ถูกกรอกน้ำขี้เถ้ายันต์พิเศษ[1]เพื่อสงบใจลงไปหนึ่งแก้ว ก็นอนลงบนม้านั่งตัวยาวและผล็อยหลับไป
มนุษย์ที่กำลังกายไม่ได้ ทนแรงกดดันไม่ไหว อ่อนหัดมากเกินไป ไร้ประโยชน์ หงเซี่ยนมอบคำวิจารณ์เหล่านี้ให้กับเจี่ยนอินอย่างเ็า
และในเวลานี้ มนุษย์ด้ายดำจิ๋วก็คลุมผ้าห่มหนาๆ ให้เจี่ยนอิน
ทั้งๆ ที่เป็วันอากาศร้อนจนตับแลบในเดือนเจ็ด แต่เจี่ยนอินกลับนอนตัวสั่น ทั้งตัวเย็นจัด ไอเย็นที่เล็ดลอดออกมาจากตัวเขาก็ไม่ใช่ของปลอม และไม่รู้ว่ามันมาจากไหนเหมือนกัน
มนุษย์ด้ายดำจิ๋วเอียงหัว สภาพนี้ไม่ว่ายังไงก็ไม่ปกติ
“สามดวงจิต เจ็ดิญญา[2]เตลิดไปหมดแล้ว” เหล่าตำรวจดวงดาวผู้มากประสบการณ์พูดขึ้น เื่อกสั่นขวัญหายแบบนี้ต้องหามืออาชีพมาทำพิธีเรียกขวัญ[3]!
มนุษย์ด้ายดำจิ๋วนั่งข้างๆ เจี่ยนอินอย่างเงียบเชียบ เจี่ยนอินกำลังตัวสั่นอยู่ แต่ก็ราวกับรู้ว่าตรงไหนปลอดภัยก็ไม่ปาน
เขาเขยิบเพื่อที่จะเข้าใกล้หงเซี่ยน แต่ในตอนที่กำลังตกลงมาจากม้านั่งตัวยาวนั้นเอง ก็ถูกมนุษย์ด้ายดำจิ๋วช้อนตัวกลับมา
เจี่ยนอินจึงหดขาแขนและตัว จากนั้นก็เขยิบเข้าไปใกล้มนุษย์ด้ายดำจิ๋วทีละน้อย จนในที่สุดหัวก็ไปชนเข้าที่ขาของมนุษย์ด้ายดำจิ๋ว เมื่อััโดนตัวของอีกฝ่าย ถึงได้ไม่สั่นรุนแรงขนาดนั้นแล้ว
จางกงมองหงเซี่ยน แล้วก็มองมนุษย์ด้ายดำจิ๋ว จากนั้นก็มองไปที่เจี่ยนอินอีกครั้ง เขาลูบจมูกแล้ววิ่งไปถามตู้เม่า หัวหน้าแผนกวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีว่าภาพกล้องวงจรปิดบนคลาวด์ตกลงแล้วมันคืออะไรกันแน่ แล้วสามารถดึงไฟล์ออกมาได้จริงไหม
มนุษย์ด้ายดำจิ๋วยกชาร้อนแล้วค่อยๆ ดื่มต่ออย่างช้าๆ ราวกับไม่ว่าโลกนี้จะเกิดอะไรขึ้นก็ไม่เกี่ยวข้องกับเขาทั้งสิ้น
หงเซี่ยนมาถึงตรงหน้าราวเหล็กของห้องขัง แตะหนึ่งที แล้วทั้งห้องขังก็เริ่มสั่นไหว
ทันใดนั้นกวนเย่ว์ที่นอนจนมืดฟ้ามัวดินก็เบิกตา และะโลั่นว่า “แผ่นดินไหว ทำไมแผ่นดินถึงไหวอีกแล้ว!”
หงเซี่ยนพูดว่า “กลับบ้านได้แล้ว”
ประตูเหล็กของห้องขังถูกเปิดออก กวนเย่ว์ในชุดสูทสีขาวที่นอนจนยับไปทั้งตัวจึงเดินออกมา เขาบิดี้เี ทุบไหล่เบาๆ แล้วพูดว่า “ที่นี่ไม่น่านอนเลย กระดูกกระเดี้ยวแก่ๆ ของฉัน โอย ปวดเมื่อยเนื้อตัวไปหมด”
หงเซี่ยนหันกายจากไป กวนเย่ว์ก็เดินตามหลังเขามา สำรวจกรมตำรวจที่ว่างเปล่าไร้ผู้คน แล้วพูดด้วยความประหลาดใจว่า “ทำไมไม่มีใครเลยล่ะ เมื่อคืนคึกคักมากเลยไม่ใช่เหรอ เสียงดังจนฉันแทบนอนไม่ได้ คิดไม่ถึงว่าตอนนี้แม้แต่ตำรวจก็หายไปหมดแล้ว ไม่ต้องจดบันทึกเหรอ ปล่อยคนกลับบ้านไปอย่างนี้เลยเหรอ เซี่ยนเซี่ยนทนายของพวกเราล่ะ ออกไปแบบนี้จะไม่เป็ไรจริงๆ เหรอ”
เื่สำคัญที่สุดได้เกิดขึ้นแล้ว สมาชิกในกลุ่ม ‘โรงเรียนอนุบาลสุขาวดี’ ทั้งหมดพากันแตกตื่น จึงไม่มีใครมีเวลาว่างมาสนใจมนุษย์ธรรมดาที่เมาแล้วขับนี้หรอก
ตอนที่หงเซี่ยนกับกวนเย่ว์เดินผ่านเจี่ยนอิน มนุษย์ด้ายดำจิ๋วก็เดินตามหลังพวกเขาออกไปด้วยกัน เจี่ยนอินที่เพิ่งหลับไปได้ไม่นานพลันลืมตาขึ้นอย่างไว หลังจากมองซ้ายมองขวาอย่างชัดเจนแล้ว เขาที่สะลึมสะลือก็ตื่นเต็มตาทันที จากนั้นก็กอดผ้าห่มหนาๆ กับกล่องพายสับปะรดลุกขึ้นมาอย่างตื่นตระหนก และวิ่งตามพวกหงเซี่ยนไป
จนกระทั่งมาถึงลานจอดรถ มนุษย์ด้ายดำจิ๋วก็เปิดประตูรถแล้วเข้าไปนั่งบนที่นั่งคนขับ ส่วนเจี่ยนอินมองไปที่หงเซี่ยนด้วยสีหน้าลุกลี้ลุกลนและสับสน แต่ความขี้ขลาดและความกลัวที่ซ่อนอยู่ลึกๆ ในดวงตากลับไม่เคยลดลงไป มือเท้ายังคงสั่นเทา และเอาแต่มองไปที่หงเซี่ยนอย่างไม่วางตา
หงเซี่ยนไม่สนใจเจี่ยนอินเลยสักนิด แต่เจี่ยนอินยังคงเอาแต่จ้องเขาอย่างแน่วแน่
สัญชาตญาณของเจี่ยนอินนั้นแม่นยำมาก ในสามคนนี้คนที่เป็ผู้ตัดสินก็คือหงเซี่ยน
หงเซี่ยนเดินไปหน้าประตูที่นั่งข้างคนขับ เจี่ยนอินก็เดินตามเขาไม่ปล่อย
หงเซี่ยนเหลือบมองเจี่ยนอินด้วยสีหน้าเ็าแวบหนึ่ง
ความรู้สึกกดดันแปลกๆ สวนเข้ามา แต่อาจเป็เพราะหลังจากความจำเสื่อมก็ได้เผชิญกับสถานการณ์ที่เลวร้ายและไม่อาจเข้าใจได้มากเกินไป สีหน้าของเจี่ยนอินจึงแฝงไปด้วยความดื้อรั้นที่ตนเองก็ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ ถึงแม้ว่าจะยังกลัวอยู่อย่างเก่า แต่ก็พยายามสบสายตาของหงเซี่ยน
หงเซี่ยนถูกสายตาที่มองมาของเจี่ยนอินทำให้ตะลึงไปครู่หนึ่ง ทั้งๆ ที่อ่อนแอขนาดนี้ แต่กลับพยายามสุดชีวิตและอยากที่จะแข็งแกร่ง เดิมทีเขาคิดว่านี่เป็แค่มนุษย์ธรรมดาที่ขี้ขลาดและไร้ประโยชน์เท่านั้น
เชิงอรรถ
^ น้ำขี้เถ้ายันต์พิเศษ คือการเอายันต์ปลุกเสกมาเผาจนเป็นขี้เถ้าแล้วใส่น้ำเปล่าดื่ม^ สามดวงจิต เจ็ดวิญญาณ คือ ลัทธิเต๋าเชื่อกันว่าถ้าจะเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ต้องมีอย่างน้อยสามดวงจิต มีเทียนหุน ตี้หุน และมิ่งหุน ส่วนเจ็ดวิญญาณ คือ ดีใจ โกรธ เศร้า กลัว รัก ร้าย โลภ หรือเทียบกับไทยก็คือขวัญนั่นเอง^ พิธีเรียกขวัญ มักจะทำในโอกาสสำคัญเช่นลูกเด็กเล็กแดงป่วยหนัก มีเหตุเลวร้ายเกิดขึ้นแล้วรอดมาได้หวุดหวิด