“พี่ใหญ่ ข้าไม่นึกเลยว่าท่านจะอกตัญญูถึงเพียงนี้ กล้าโต้เถียงท่านแม่เพื่อเด็กชั้นต่ำคนเดียว นอกจากจะทำให้ท่านแม่พลอยลำบากถูกฟ้าผ่าแล้วนังเด็กนั่นยังอาจเป็ตัวกาลกิณีด้วย!”
“ซุ่ยซุ่ยไม่ใช่ตัวกาลกิณี! ั้แ่ซุ่ยซุ่ยมาอยู่ที่บ้านเรา ชีวิตพวกเราก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ !” เหยียนฮั่นเซิงสวนกลับทันควัน
“พี่ใหญ่ หากในใจท่านยังมีครอบครัวเราอยู่ ท่านต้องพานังเด็กนั่นมาโขกศีรษะขอขมาท่านแม่... ส่วนผู้หญิงอย่างหลินซื่อก็เก็บไว้ไม่ได้แล้ว พรุ่งนี้ข้าจะหาเมียใหม่ให้ท่านเอง ส่วนนังเด็กเหยียนนั่น จะมีหรือไม่มีชีวิตพวกเราก็ยังสุขสบายเหมือนเดิม!” ยังไม่ทันจะก้าวเข้าประตูบ้าน ก็ได้ยินวาจาสามหาวเหล่านี้เสียก่อน
“ซุ่ยซุ่ยไม่ใช่ตัวกาลกิณี! และข้าก็จะไม่หย่าภรรยาด้วย!” เหยียนฮั่นเซิงเป็ชาวนาผู้นิสัยซื่อสัตย์ พูดจาไม่เก่ง หลายปีมานี้เขาถูกบ้านเดิมกดขี่จนร่างกายทรุดโทรม
เมื่อเห็นครอบครัวตัวเองต้องตกระกำลำบากขนาดนี้ เขาจะไม่เหลือความแค้นต่อคนบ้านเดิมได้อย่างไร 'โบราณว่าไว้ พี่สะใภ้ใหญ่เปรียบเสมือนมารดา อาหญิงช่างเก่งกาจนัก ถึงขั้นจะให้ท่านลุงหย่าภรรยาแล้วหาคนใหม่ให้เสียเอง นี่ลามปามไปถึงบนเตียงของพี่ชายเชียวหรือ?' เหยียนชวนตีหน้าเรียบ มองไปทางอาหญิงเล็กด้วยสายตาดูแคลน
อาหญิงเล็กแต่งงานเข้าไปในตำบล สามีของนางทำงานอยู่ในที่ว่าการอำเภอ ทุกครั้งที่กลับมาบ้านตระกูลเหยียน นางมักจะวางท่าเป็นายหญิงผู้คุมบ้าน ท่านแม่ของเขาแต่งเข้ามาหลายปี ปรนนิบัตินางมาตั้งเท่าไหร่ แต่นางกลับเนรคุณได้ถึงเพียงนี้
เหยียนชุนฮวาที่มีปิ่นเงินปักอยู่บนศีรษะได้ยินดังนั้นก็หน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ มองเหยียนชวนอย่างกินเืกินเนื้อ
“เ้าพูดจาเหลวไหลอะไร! ที่ข้าทำไปไม่ใช่เพื่อครอบครัวพวกเ้าหรอกหรือ? พวกเ้าอาศัยอยู่ในบ้านซอมซ่อหลังนี้ ช้าเร็วก็ต้องอดตาย ข้าอุตส่าห์มีน้ำใจขนเสบียงกลับมาให้ นี่ข้าทำผิดงั้นหรือ? พี่ใหญ่ ท่านจะไม่สั่งสอนเหยียนชวนหน่อยหรือ? ดูสิว่าเขาพูดจาเลื่อนเปื้อนกับผู้ใหญ่ได้อย่างไร!” เหยียนชุนฮวาแผดเสียงด่า
“เจอคนก็พูดภาษาคน เจอคนอย่างท่าน... ก็ต้องพูดจาแบบนี้แหละ!” คำพูดประโยคเดียวทำเอาเหยียนชุนฮวาแทบกระอักเื
“เมื่อวานท่านย่าถูกฟ้าผ่า วันนี้ท่านก็รีบกลับมาเยี่ยมเชียวหรือ? แถมยังขนขบวนรถม้ามามากมายขนาดนี้ ตกลงว่าตั้งใจมาพึ่งพิงหมู่บ้าน หรือมาเยี่ยมท่านย่ากันแน่?” เหยียนชวนแค่นยิ้มเ็า
“ดูรถม้าพวกนั้นสิ ม่านก็ไม่ยอมเปิด ไม่ใช่ว่าท่านขนพ่อแม่สามีหนีมาพึ่งพาที่หมู่บ้านหรอกนะ ข้างนอกนั่นมีกองโจรเร่ร่อนอยู่เต็มไปหมด ท่านกลับเข้าหมู่บ้านมาอย่างเอิกเกริกเช่นนี้ ไม่กลัวพวกมันจะตามมาล้างบางหมู่บ้านหรืออย่างไร!” เหยียนชวนยืนขวางหน้าหลินซื่อไว้ ปกป้องมารดาอย่างเด็ดเดี่ยว
“เ้า!” เหยียนชุนฮวาสีหน้าเริ่มไม่สู้ดี นาง... วันนี้นางมาเพื่อพึ่งพิงหมู่บ้านจริง ๆ ชาวบ้านที่เดิมทีมายืนดูเื่สนุก ๆ อย่างสบายอารมณ์พลันเกิดความโกลาหลขึ้นมาทันที
“ชวนเกอเอ๋อร์ ที่เ้าพูดมาเป็เื่จริงหรือ?”
“เหยียนชุนฮวา เ้าจะมาลากพวกเราไปตายด้วยไม่ได้นะ! เร็วเข้า! ไปตามหัวหน้าหมู่บ้านมา!”
ตอนนี้ชาวบ้านเริ่มอยู่ไม่สุข มีคนรีบไปแจ้งหัวหน้าหมู่บ้านทันที
ซุ่ยซุ่ยที่อุ้มลูกแมวน้อยอยู่ พลันนึกถึงฉากหนึ่งในเนื้อเื่เดิมขึ้นมาได้ ในเนื้อเื่เดิมเหยียนชุนฮวานี่แหละที่เป็คนพาพวกกองโจรเข้ามาในหมู่บ้าน จนนำไปสู่โศกนาฏกรรมล้างหมู่บ้านในที่สุด!
“ทุกคนอย่าไปเชื่อเื่โกหกของเขา ชุนฮวาแค่จะกลับมาพักที่หมู่บ้านชั่วคราวเท่านั้น รับรองว่าจะไม่นำปัญหามาให้หมู่บ้านแน่นอน...” เหยียนชุนฮวาเหลือบมองรถม้าอย่างระมัดระวัง บนรถม้านั้นมีพ่อแม่สามีของนาง และแขกผู้สูงศักดิ์อีกท่านหนึ่งนั่งอยู่
“ว้าว... มีเนื้อเยอะแยะเลย มีขนมหวานด้วย...” ซุ่ยซุ่ยรีบหดนิ้วกลับอย่างรวดเร็ว เมื่อครู่นางแอบจิ้มผ้าคลุมรถจนเป็รูโหว่ เผยให้เห็นข้าวสารและแป้งสีขาวนวลตา ชาวบ้านที่กำลังจะสิ้นเนื้อประดาตัวพลันมองตามไปด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความละโมบ
เมื่อหัวหน้าหมู่บ้านมาถึง เขาก็สูดหายใจเข้าลึกด้วยความเคร่งเครียด “เ้าเดินทางมาอย่างเอิกเกริกขนาดนี้เชียวหรือ?” รอยล้อรถที่บดลงบนถนนลึกจนเห็นชัด หัวหน้าหมู่บ้านรู้สึกเสียวสันหลังวาบ
เหยียนชุนฮวากระวนกระวายใจ นางมองหัวหน้าหมู่บ้านอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ “ท่านหัวหน้าหมู่บ้าน พวกเราไม่พบโจรระหว่างทางเลยเ้าค่ะ อีกอย่างครั้งนี้ข้าพาครอบครัวกลับมา ก็มีองครักษ์ติดตามมาด้วย”
องครักษ์พวกนั้นไม่ใช่คนของบ้านสามีนาง แต่เป็คนของคุณชายผู้สูงศักดิ์ท่านนั้น หัวหน้าหมู่บ้านสีหน้าถมึงทึง หันไปสั่งการทันที “ฮั่นเซิง เ้าไปรวมพลชาวบ้านที่ลานนวดข้าว บ้านไหนมีผู้ชายให้ส่งมาบ้านละคนเพื่อจัดเวรยามลาดตระเวนรอบหมู่บ้าน!”
“พวกเรายินดีมอบเสบียงให้” เสียงที่เปี่ยมไปด้วยความหยิ่งยโสแว่วมาจากในรถม้า
เด็กหนุ่มในชุดหรูหราก้าวออกมาด้วยสีหน้าปั้นปึ่ง แม้ใบหน้าจะดูเรียบเฉย แต่แววตาที่มองผู้อื่นกลับสูงส่งราวกับมองมดปลวก
“แจกจ่ายเสบียงให้พวกเขา จดบันทึกไว้ว่ามีกี่ครัวเรือน มอบให้บ้านละหนึ่งร้อยชั่ง หากเสบียงไม่พอให้ใช้เงินชดเชยแทน” เด็กหนุ่มพูดจบก็แค่นเสียงเหอะทีหนึ่งแล้วกลับเข้าไปในรถม้า โดยไม่เห็นชาวบ้านอยู่ในสายตาแม้แต่น้อย
องครักษ์รอบรถม้าต่างพยักหน้ารับคำ ซุ่ยซุ่ยเม้มปากแน่น นางจำได้แล้ว... นี่คือพระเอกในนิยาย! พระเอกในตอนอายุสิบสอง!
ทันใดนั้นใบหน้าเล็ก ๆ ของนางก็มืดครึ้มลง ในนิยายบอกไว้ว่าพระเอกคนนี้ดวงอัปมงคลยิ่งนัก แถมยังถูกตามล่ามาั้แ่เยาว์วัย เดินไปที่ใดก็มีคนตามฆ่าที่นั่น เปรียบเสมือนดาวหายนะกลับชาติมาเกิด! จนกระทั่งได้พบกับนางเอกถึงได้เริ่มดวงดีขึ้น
ในนิยายเขาอ่อนโยนกับนางเอกเพียงคนเดียว ทั้งเื่มีแต่ความหวานชื่น แต่ใน่เยาว์วัยเขาช่างหดหู่และโอหัง ไม่เคยแยแสชีวิตคนที่ต้องตายเพราะถูกเขาพัวพันเลยแม้แต่น้อย
พอนึกถึงหมู่บ้านที่ถูกฆ่าล้าง ซุ่ยซุ่ยน้อยก็ร้องไห้โฮออกมา ที่แท้คนพวกนั้นก็ถูกเขาชักนำมานี่เอง!! แถมท่านอาหญิงเล็กในอนาคตของนาง ก็ต้องตายเพราะเขาด้วย!
“แงงงง... เ้าคนดวงซวย เ้าคนดวงซวย เขาคือตัวกาลกิณี... ใครอยู่ใกล้ก็จะมีแต่ความซวย...” ต้องแช่งให้หนัก ๆ ! นางพูดไปพลันถอยหลังหนีไปดั่งคนขวัญเสีย
“แปดเปื้อนแล้ว แปดเปื้อนหมดแล้ว... แงงงง เ้าตัวกาลกิณีมาพูดกับซุ่ยซุ่ยแล้ว” ซุ่ยซุ่ยน้อยโกรธจนตัวสั่น
“นังเด็กโง่! เ้าพูดจาเหลวไหลอะไร นี่คือแขกผู้สูงศักดิ์!” หญิงชรานางหนึ่งมุดออกมาจากรถม้าอีกคัน มองทุกคนด้วยสายตาเหยียดหยาม
“พวกไม่มีตา! ยังไม่รีบเชิญแขกผู้สูงศักดิ์เข้าไปอีก!” หญิงชรามองเหยียนชุนฮวา ทำให้เหยียนชุนฮวาต้องรีบทำตัวลีบเล็ก นี่คือแม่สามีของนาง แม้ที่บ้านเดิมนางจะวางท่าใหญ่โตเพียงใด แต่ความจริงที่บ้านสามีไม่มีใครเห็นหัวนางเลยสักคน
“พี่ใหญ่ ยังไม่รีบพานังเด็กปัญญาอ่อนนั่นออกไปอีก!”
เหยียนหลางมองกลับด้วยสายตาแข็งกร้าว “น้องสาวข้าไม่ได้ปัญญาอ่อน นางหายดีแล้ว สงสัยคงเป็ผลบุญล่ะมั้ง ั้แ่ท่านย่าถูกฟ้าผ่าน้องสาวข้าก็หายเป็ปกติทันที”
ชาวบ้านต่างพากันประหลาดใจ เมื่อเห็นเด็กน้อยกลั้นน้ำตาแล้วหันมายิ้มหวานให้พวกเขา
“จริงด้วย... นางหายดีจริง ๆ ด้วย”
พูดกันตามตรง หัวหน้าหมู่บ้านเองก็หวั่นไหวกับเสบียงหนึ่งร้อยชั่งนั่นมาก ต่อให้เปลี่ยนเป็เงินก็นับว่าเป็จำนวนไม่น้อย แต่ซุ่ยซุ่ยน้อยคนนี้... เมื่อวานยายแก่สองคนที่คิดจะขายนางก็เพิ่งถูกฟ้าผ่าไป ในหมู่บ้านต่างลือกันว่านางมีวาสนาสูงส่งและเป็ตัวนำโชค หัวหน้าหมู่บ้านจึงเริ่มลังเล
“ท่านหัวหน้าหมู่บ้าน ในหมู่บ้านมีประมาณหนึ่งร้อยแปดสิบครัวเรือน พวกเรามอบเสบียงให้บ้านละห้าสิบชั่ง ส่วนที่เหลือให้ครัวเรือนละสามตำลึงเงิน” เหยียนชุนฮวากัดฟันยื่นข้อเสนอ
เมื่อคำนวณจากราคาสินค้าที่พุ่งสูงในตอนนี้ เงินสามตำลึงซื้อข้าวกล้องได้เกือบห้าสิบชั่งเลยทีเดียว ซุ่ยซุ่ยเหลือบมองชาวบ้านที่หิวโหยจนซูบผอม ส่วนใหญ่เริ่มมีสีหน้าคล้อยตามกันแล้ว
“เด็กน้อยจะไปรู้อะไร นางก็แค่พูดเหลวไหลไปเรื่อย คำพูดเด็กเชื่อถือไม่ได้หรอก นี่คือลูกหลานบ้านผู้ดีแค่มาพักชั่วคราวเท่านั้น อีกไม่กี่วันก็ไปแล้ว” เหยียนชุนฮวาเกลี้ยกล่อม แววตาที่มองซุ่ยซุ่ยเต็มไปด้วยความเกลียดชัง
อยู่แค่ไม่กี่วันแต่แลกกับเสบียงตั้งร้อยชั่ง ตอนนี้ไม่มีใครทนไหวอีกต่อไป “ท่านหัวหน้าหมู่บ้าน ซุ่ยซุ่ยยังเด็กนัก คำพูดนางเชื่อไม่ได้หรอก อีกอย่างแค่พักไม่กี่วัน คงไม่มีปัญหาอะไรหรอก”
“ใช่แล้ว ฟ้าฝนจะตกเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ เสบียงร้อยชั่งนี่...” ถ้าประหยัดหน่อยก็ประทังชีวิตไปได้อีกตั้งสองเดือน
ยุคที่พ่อแม่ยังอยู่ยังไม่แยกบ้าน ในหมู่บ้านส่วนใหญ่จึงอยู่กันเป็ครอบครัวใหญ่ สมาชิกหลายคนเดือนที่ผ่านมาเริ่มมีคนทยอยอดตายไปหลายคนแล้ว นี่ขนาดหมู่บ้านเรายังดี หมู่บ้านอื่นก็เริ่มโกลาหลวุ่นวายกันไปหมด
ซุ่ยซุ่ยน้ำตาคลอเบ้า มองหัวหน้าหมู่บ้าน “ท่านลุงหัวหน้าหมู่บ้าน เขาดวงซวยจริง ๆ นะ...”
ทันใดนั้น สายตาอาฆาตมาดร้ายสายหนึ่งพลันจ้องมองมาที่นาง ซุ่ยซุ่ยไม่ต้องหันกลับไปดูก็รู้ว่าเป็พระเอกในนิยายคนนั้น
ในหนังสือบอกว่าเขาจะอ่อนโยนกับนางเอกเพียงคนเดียว ส่วนกับคนอื่นเขาจะเ็าและโเี้ที่สุด ทั้งที่เขามีโอกาสช่วยหมู่บ้านตระกูลหวังได้แท้ ๆ แต่เพราะเขากลัวฐานะตัวเองจะเปิดเผย จึงยอมยืนดูหมู่บ้านถูกไฟคลอกวอดวายไปต่อหน้าต่อตา!