ตอนที่14 ธาตุพิเศษ
"มุมป่าทางด้านขวานั้นรึฟาคัส ที่ท่านลีเดียแจ้งมา"
"ขอรับ ท่านเ้าเมือง"
"ข้ารู้สึกถึงบรรยากาศแปลกประหลาดชอบกล"
อีชิลเดอร์เอ่ยด้วยความกังวลในลางสังหรณ์อันเลวร้ายซึ่งมันเกิดขึ้นอย่างที่ตัวเขาเชื่อว่าต้องมีเหตุผล
เ้าเมืองจึงสั่งการให้ทหารในกองทัพนับพันหยุดเดินทางเท้าและเริ่มสำรวจพื้นที่โดยรอบป่าแห่งนั้นในรัศมีห้ากิโลเมตรก่อนจะนำกำลังพลเข้าช่วยเหลือคิง ลีเดีย
"เห็นทีว่าการสำรวจพื้นที่ในตอนนี้จะไม่ทันการนะขอรับ เราต้องรีบไปสมทบท่านลีเดียก่อนจะสายเกินควร เพราะไม่รู้ว่าป่าตรงนั้นมีการต่อสู้เกิดขึ้นแล้วหรืออย่างไร หากปล่อยไว้นานกว่านี้เกรงว่าท่านลีเดียจะเป็อันตราย"
ฟาคัสได้แสดงความเห็นที่ต่างออกไป พร้อมกับเร่งรัดให้อีชิลเดอร์รีบเดินทางเข้าไปในป่าอย่างน่าสงสัย แต่เขาก็รับฟังและทำตามคำกล่าวของฟาคัสเพราะท่านลีเดียอาจกำลังตกอยู่ในอันตราย
และทหารทุกนายก็พร้อมมุ่งหน้าไปยังป่าตามคำสั่งของอีชิลเดอร์อีกครั้ง ก่อนแสงสว่างวาบคล้ายกับฟ้าผ่าจะแลบออกมาจากตำแหน่งที่ฟาคัสแจ้ง
เพราะในตอนนี้สตรีผู้แข็งแกร่งกำลังตกที่นั่งลำบากเมื่อพิษจากปลายดาบของศัตรูได้แล่นเข้าสู่หัวใจ
ทำให้ลีเดียทรุดลงแล้วหมดสติไปในทันใด จึงเป็โอกาสให้เหล่าทหารผู้ทรยศได้เด็ดหัวนาง
ก่อนความตายจะมาเยือนพวกมันอย่างไม่คาดฝัน ด้วยสายฟ้าอันเกรี้ยวกราดอีกนับพันเส้นทะลุผ่านิัและลำไส้จนหลายคนที่อยู่ใกล้ตัวลีเดียต้องตกตายไปพร้อมกัน
"สายฟ้า!! "
"พวกใช้ธาตุพิเศษ"
เสียงอื้ออึงของกลุ่มทหารเริ่มดังขึ้นด้วยความตื่นตระหนก เพราะสายฟ้าที่ล้อมรอบตัวนางไว้มันช่างอันตรายจนไม่สามารถเข้าใกล้
"ทั้งๆ ที่สิ้นสติไปแล้ว แต่พลังกลับยังคงปกป้องตัวผู้ใช้ได้ราวกับมันมีจิตใจเลยรึ!? "
"ให้ตายสิวะ แบบนี้จะฆ่ามันได้ยังไง"
"หวังว่าพิษงูอะไรนั่นที่พวกปีศาจให้มาจะแรงพอจนสามารถฆ่านางได้นะ"
"ไม่มีทางหรอกที่ขั้นกลางระดับสูงจะมาตายเพราะพิษร้าย อีกไม่นานนางคงฟื้นขึ้นมาเป็แน่"
แล้วเหล่าทหารก็เริ่มแสดงท่าทีร้อนรนเพราะกลัวว่านางคนนี้จะฟื้นคืนสติและหันกลับมาไล่ฆ่าพวกตนจนหมดสิ้น
จึงต้องเริ่มสุมหัวคิดว่าควรทำอย่างไรในสถานการณ์อันแปลกประหลาด จนมันกินเวลาไปมากกว่าจะหาข้อสรุปที่ลงตัวได้
"ต้องรีบไปแจ้งเื่นี้แก่พวกปีศาจ เราคงจัดการอะไรไม่ได้อีกแล้ว"
……………………………………………
กลุ่มทหารผู้ตั้งถิ่นฐานอยู่กลางป่า กำลังเตรียมความพร้อมในการเคลื่อนพลไปสมทบกับท่านเ้าเมืองที่อยู่อีกฝั่งของเนินเขา
แต่ระหว่างการรวมพล กลับมีทหารอยู่สองนายเดินเตร็ดเตร่ไปมาอย่างไม่รู้เวลาว่าควรทำสิ่งใด จึงเป็ที่สงสัยแก่ทหารโดยรอบ
"เฮ้ยพวกเ้า จะเดินเถลไถลไปไหน เขากำลังสั่งรวมพลกันอยู่นะ"
"ข..ข..เข้าใจแล้ว..ต..แต่พวกข้าขอไปเก็บกระติกน้ำสักครู่เดียว….จะรีบกลับมาทันทีเลย"
ทหารผู้ไม่รู้เวลาเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเทาพร้อมกับก้มหน้าก้มตา ก่อนจะรีบพากันเดินหนีเพื่อหลบเลี่ยงสายตาที่กำลังจ้องมองมาอย่างไม่ลดละ
แต่ทั้งสองกลับถูกปลายดาบของหัวหน้าหมู่จ่อมายังคอพร้อมกับเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอันดุดัน
"หน้าไม่คุ้นเลย อยู่หมู่ไหนกันรึ? "
และทหารผู้นั้นก็ใช้ปลายดาบกระชากผ้าคลุมและหมวกเกราะเพื่อเปิดเผยใบหน้าของทั้งสอง ก่อนผมบลอนด์จากหญิงสาวจะปลิวไสวออกมาพร้อมกับชายผมสีน้ำตาลที่กำลังตื่นตระหนกต่อเหตุการณ์ไม่คาดฝัน
"เ้าไม่ใช่พวกเรา…!!! "
ด้วยประโยคสั้นๆ ก็ทำให้เหล่าทหารวิ่งกรูเข้ามารุมทั้งสองด้วยใบหน้าอันหวาดกลัว จนหญิงสาวผมบลอนด์ต้องตั้งท่ารับเพื่อเตรียมต่อสู้กับคนหมู่มาก ก่อนเื่ประหลาดจะเกิดขึ้นพร้อมกับแสงสว่างวาบไปทั่วผืนป่า
"ไฟไหม้!!! "
แต่กลุ่มทหารที่วิ่งกรูกันเข้ามานั้นมิได้จะทำร้ายหรือต่อสู้กับผู้ใด หากเป็การหนีเปลวไฟและควันเหม็นไหม้ก่อนจะถูกคลอกตายไปอย่างน่าอนาถ
จึงเปิดโอกาสให้สองทหารผู้ไม่รู้เวลาได้วิ่งหนีออกมาจากจุดสายตา พร้อมกับควานหาตัวเด็กสาวที่สำคัญต่อพวกเขายิ่งกว่าเื่ใด
"ท่านพี่ เจอเอนี่บ้างไหม "
"ไม่เลยเอ็มม่า!! ทหารพวกนี้มันพลุกพล่านเกินไป "
ถึงอย่างไรเอ็มม่ากับแซมก็มิอาจรู้เลยว่าเอนี่อยู่ที่ไหน เมื่อเหล่าทหารต่างวิ่งกระจัดกระจายจนบดบังวิสัยทัศน์
ซึ่งก็ทำให้เอ็มม่าต้องเลิกใช้สายตา ก่อนจะหันมาเพ่งสมาธิและสูดดมหากลิ่นเืของเอนี่อย่างขะมักเขม้น
"ท่านพี่ นางอยู่ตรงนั้น"
แล้วเอ็มม่าก็ตรวจจับตำแหน่งของนางด้วยประสาทััที่เหนือกว่ามนุษย์หลายสิบเท่า จึงทำให้ทั้งสองสามารถตรงเข้าไปหาเอนี่ซึ่งตอนนี้ถูกจับมัดแขนขาไว้จนมิอาจขยับตัวได้
แต่พวกเขาก็ต้องหยุดชะงักลง เมื่อคมดาบของชายผู้มีนามว่าเอริคกำลังจ่อมายังคอของเอนี่ เพื่อแสดงถึงเจตนาว่าไม่้าให้ใครเข้ามาใกล้
และเพียงแค่ชั่วอึดใจแซมก็ได้ใช้ดาบในมือของตนขว้างใส่หน้าเอริค โดยไม่กลัวว่าเขาจะทำอันตรายต่อตัวเอนี่เลยหรืออย่างไร
"ให้ตายสิ ไม่กลัวว่าข้าจะฟันยัยเด็กนี่ทิ้งเลยรึไง!!"
"ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์จากนาง พนันได้เลยว่าเ้าไม่ทำ" แซมกล่าวอย่างมั่นใจก่อนเอ็มม่าจะแสดงสีหน้าบึ้งตึงใส่ เพราะเขาได้เอาชีวิตเอนี่มาเสี่ยงเพียงแค่คำว่าพนัน จึงทำให้แซมต้องส่งยิ้มอันเหยเกก่อนจะวิ่งเข้าไปโจมตีเอริคอย่างสุดพลัง
ซึ่งเป็โอกาสอันดีของเอ็มม่าที่กำลังวิ่งอ้อมหลังไปทางขวาเพื่อคว้าตัวเอนี่ไว้ขณะศัตรูยังวุ่นอยู่กับการต่อสู้
และในชั่ววินาทีที่มือของเอ็มม่าััถึงตัวเอนี่ มันก็ขาดสะบั้นด้วยคมดาบอันรวดเร็วของเอริค ทำให้เืสีแดงอุ่นไหลทะลักจนเปื้อนใบหน้าของเอนี่ที่กำลังตกตะลึง
"อ่าา ข้าขอโทษด้วยนะ ทำแขนเ้าขาดซะได้ ถือว่าเป็การเตือนละกันนะว่าอย่ามาใกล้เด็กคนนี้" เอริคกล่าวด้วยรอยยิ้มก่อนจะใช้เท้าเตะเข้าไปยังลำตัวเอ็มม่าจนกระเด็นไปชนกับร่างของแซมที่นอนแน่นิ่งอยู่บนกองเืซึ่งมันไหลออกมาจากาแขนาดใหญ่ตรงก้านคอของเขา
"เทียย!!! ..."