ตอนที่ 3 กระโปรงแตกแหกถึงกางเกงใน
หลังจากจบศึก "นางพญาปะทะหมาลอบกัด" ที่โรงอาหารไปไม่นาน เชื่อไหมว่าชื่อของฉัน 'เฌอลิลิน' กลับมาทะยานขึ้นสู่อันดับหนึ่งในเทรนด์เว็บบอร์ดมหา’ ลัยอีกครั้ง พร้อมฉายาใหม่ที่รุ่นพี่รุ่นน้องในมอตั้งให้ว่า 'คุณหนูสั่งลุย' แต่ก็นั่นแหละค่ะ ความเท่ของฉันมันมักจะมาพร้อมกับความซวยเสมอ...เหมือนที่เขากล่าวไว้ว่าฟ้าหลังฝนมักจะมีรุ้งกินน้ำ แต่สำหรับฉัน ฟ้าหลังศึกมักจะมีเื่ขายหน้าตามมาติดๆ!
"เฌอ เดินเร็วๆ หน่อยสิ เดี๋ยวก็เข้าคลาสอาจารย์วิไลไม่ทันหรอก รายนั้นยิ่งกว่าป้าสมศรีอีกนะ" เสียงซันนี่เร่งมาจากด้านหน้า เขาเดินนำลิ่วๆ ขึ้นบันไดตึกคณะไปด้วยท่าทางสบายๆ
"รู้แล้วน่าซัน! ก็กระโปรงทรงเอนี่มันก้าวยากจะตาย แกก็รู้ว่าฉันใส่มาอ่อย...เอ๊ย ใส่มาโชว์ความสวยนะยะ ไม่ได้ใส่มาวิ่งควาย!" ฉันบ่นอุบอิบพลางก้มลงมองกระโปรงทรงเอผ่าหลังที่รัดรูปเป๊ะจนแทบจะหายใจไม่ออก วันนี้ฉันตั้งใจแต่งตัวจัดเต็มเพราะอยากจะลบภาพยัยขี้เซาที่เอาแต่แอบงีบออกไปจากหัวซันนี่ แต่ดูเหมือนร่างกายจะไม่ค่อยให้ความร่วมมือเท่าไหร่
ฉันรีบก้าวยาวๆ เพื่อตามซันนี่ให้ทัน แต่แล้วเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น!
แคว่ก!
เสียงผ้าแยกออกจากกันดังชัดเจนท่ามกลางความเงียบของโถงบันได ฉันชะงักกึก ความรู้สึกหวิวๆ ที่่ล่างด้านหลังทำให้ใจฉันหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม ฉันค่อยๆ เอื้อมมือไปจับ...และใช่ค่ะ กระโปรงทรงเอราคาเหยียบหมื่นของฉันมันปริขาดจากรอยผ่าเดิมขึ้นไปจนเกือบถึงขอบกางเกงในลายลูกไม้ที่ฉันอุตส่าห์เลือกมาอย่างดี!
"ซันนี่..." ฉันเรียกชื่อเขาเสียงสั่น หน้าซีดเผือดเหมือนคนจะเป็ลม
"เป็อะไรเฌอ? เจ็บขาเหรอ?" ซันนี่หันกลับมามองด้วยสีหน้าสงสัย เขาเดินลงบันไดมาหาฉันที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่
"แก...กระโปรงเฌอแตก" ฉันกระซิบเสียงแ่จนแทบไม่ได้ยิน น้ำตาเริ่มคลอเบ้าด้วยความอับอาย "มันแตกแบบ...แตกยาวมากเลยซันจะถึงกางเกงในแล้ว ทำไงดี คนเริ่มเดินมาแล้ว!"
ฉันพยายามเอากระเป๋ามาปิดด้านหลังไว้ แต่มันก็พะรุงพะรังจนดูพิรุธ ซันนี่นิ่งไปวินาทีหนึ่ง เขามองอาการลนลานของฉันแล้วถอนหายใจออกมาเบาๆ แต่เชื่อไหมว่าในสายตาเขาไม่มีความหื่นกระหายหรือการแทะโลมแบบที่พวกผู้ชายแท้ๆ ชอบทำเลยแม้แต่นิดเดียว เขามองฉันด้วยสายตาที่ดู... เอ็นดู? หรือรำคาญก็ไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ คือเขารีบถอดเสื้อคลุมแขนยาวสีดำตัวนอกที่เขาสวมทับเสื้อเชิ้ตสีขาวไว้ข้างในออกทันที
"หันหลังมา" เขาออกคำสั่งสั้นๆ
ฉันยอมหันหลังให้เขาอย่างว่าง่าย ซันนี่อ้อมมาโอบตัวฉันแล้วเอาเสื้อคลุมของเขามาผูกรอบเอวฉันไว้ แขนเสื้อทั้งสองข้างถูกดึงมามัดเป็ปมที่หน้าท้องของฉันอย่างแ่า กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ที่เป็เอกลักษณ์ของซันนี่ซึมเข้าสู่จมูกของฉันทันที มันเป็กลิ่นที่ผสมผสานระหว่างความสะอาดและความอบอุ่น จนใจฉันเต้นผิดจังหวะไปหนึ่งสเต็ป
ตึกตัก... ตึกตัก...
"โอเค ปิดมิดแล้ว ไม่ต้องกลัว" เขาตบไหล่ฉันเบาๆ "เดี๋ยวเลิกเรียนฉันพาไปห้องกิจกรรม ค่อยไปหาเข็มกับด้ายมาเย็บเอา"
"ขอบใจนะซัน...ถ้าไม่มีแก เฌอต้องตายแน่ๆ เลย" ฉันก้มหน้ามองพื้น ผิวแก้มร้อนผ่าวไปหมด ความคิดหนึ่งแวบเข้ามาในหัว...ทำไมเกย์ถึงได้แสนดีขนาดนี้นะ? ถ้าเขาเป็ผู้ชายแท้ๆ ฉันคงคิดไปไกลถึงขั้นแต่งงานมีลูกกับเขาไปแล้ว แต่ก็นั่นแหละ...เฌอลิลินเอ๊ย แกห้ามลืมสิว่าเขามองแกเป็แค่ 'เพื่อนสาว' คนหนึ่งเท่านั้น!
หลังเลิกคลาสเราเดินมาถึงห้องกิจกรรมของมหาลัยด้วยสภาพที่ฉันมีเสื้อผู้ชายผูกเอวอยู่ (ซึ่งมันก็ดูแฟชั่นดีนะถ้าไม่บอกว่ากระโปรงแตก) แต่พอเปิดประตูเข้าไป หัวใจที่เพิ่งจะสงบลงของฉันก็ต้องพองโต...ไม่ใช่ด้วยความดีใจนะ แต่ด้วยความนอยด์ระดับแม็กซ์!
"อ้าว...น้องซันนี่ มาทำอะไรที่นี่เหรอจ๊ะ?"
เสียงนุ่มละมุนที่ฟังดู 'หวาน' กว่าเสียงฉันเสียอีกดังขึ้น ฉันเงยหน้าขึ้นมองเ้าของเสียง และพบกับ ‘พี่แซนวิช’ รุ่นพี่ปี 3 คณะนิเทศศาสตร์ เป็เหมือนราชินีเคะผู้ทรงอิทธิพล (เคะ,อุเคะ คือคำที่ใช้เรียกเกย์ฝ่ายรับ) พี่เขาคือตำนานที่ยังมีชีวิตของมหา’ ลัยนี้เลยล่ะ ผิวขาวเหมือนแช่น้ำนมมาั้แ่น่าเกิด ใบหน้าจิ้มลิ้มสไตล์หนุ่มดอกไม้ รอยยิ้มของเขาทำเอาผู้ชายครึ่งมหา’ ลัยละลายไปกองกับพื้น
และที่สำคัญที่สุด...ซันนี่เคยยอมรับกับฉันว่าพี่แซนวิชนี่แหละคือ 'สเป็ค' ของเขาเลย!
"อ๋อ พอดีกระโปรงเฌอขาดน่ะครับพี่แซน เลยพามาหาอุปกรณ์ซ่อมนิดหน่อย" ซันนี่ตอบพลางยิ้มกว้าง รอยยิ้มที่เขามอบให้พี่แซนวิชมันดู...สดใสกว่ารอยยิ้มที่ให้ฉันรึเปล่านะ? หรือฉันคิดไปเอง?
"อุ๊ย! ตายจริง น้องเฌอลิลินคนสวยกระโปรงขาดเหรอคะเนี่ย?" พี่แซนวิชจีบปากจีบคอเดินเข้ามาหาฉันอย่างร่าเริง "มาค่ะๆ เดี๋ยวพี่ช่วยเย็บให้เอง พี่พกเข็มกับด้ายสีขาวติดตัวตลอดเวลาอยู่แล้ว งานละเอียดไว้ใจพี่แซนได้เลย!"
ฉันพยายามยิ้มตอบ "ขอบคุณค่ะพี่แซน..."
"ส่วนน้องซันนี่..." พี่แซนวิชหันไปมองซันนี่ด้วยสายตาหวานเชื่อมจนฉันรู้สึกคันยุบยิบในใจ "เย็นนี้ว่างไหมเอ่ย? พี่มีเื่อยากปรึกษาเกี่ยวกับโปรเจกต์งานละครเวทีคณะนิเทศฯ หน่อยน่ะ เห็นว่าซันนี่เก่งเื่จัดแสง พี่เลยอยากให้มาช่วยดูให้หน่อย"
"ว่างครับพี่แซน เดี๋ยวผมไปรอที่ร้านเดิมใต้ตึกนิเทศฯ นะครับ"
ประโยคนั้นของซันนี่เหมือนฟ้าผ่าลงกลางกระหม่อมฉัน 'ร้านเดิม' งั้นเหรอ? นี่พวกเขานัดเจอกันบ่อยแค่ไหนถึงมีร้านเดิมกันได้! ฉันยืนนิ่งเป็หิน ปล่อยให้พี่แซนวิชลากตัวเข้าไปหลังม่านกั้นอีกฝั่งของห้องชมรม
สักพักฉันได้ยินเสียงซันนี่คุยโทรศัพท์กับใครสักคนก่อนจะะโเข้ามาในม่านว่าโดนพี่รหัสตามตัวให้ไปช่วยงานนิดหน่อย
"ถ้าอย่างนั้นไปก่อนนะ ตอนเย็นเจอกัน" ซันนี่พูดทิ้งท้ายก่อนจะเดินหายไป ตอนเย็นเจอกันงั้นหรอ? เขาพูดกับใครแน่ ฉันหรือพี่แซนด์วิช คงจะเป็พี่แซนด์วิช…ก็นัดเจอกันตอนเย็นนี่นา ฉันมันแค่เพื่อน เฮ้อ…
เหตุการณ์หลังม่านห้องกิจกรรมหลังจากซันนี่ออกไปแล้ว พี่แซนวิชเริ่มบรรจงแกะเสื้อคลุมของซันนี่ออกจากเอวฉันอย่างเบามือพลางชวนคุย "น้องซันนี่เนี่ยน่ารักจังเลยนะคะน้องเฌอ ทั้งสุภาพ ทั้งดูแลคนเก่ง พี่ล่ะอิจฉาน้องเฌอจริงๆ ที่มีเพื่อนสนิทแบบนี้"
"ค่ะ...เขาก็น่ารักแบบนี้แหละค่ะ" ฉันตอบเสียงแห้ง ความรู้สึกน้อยใจเริ่มตีตื้นขึ้นมา
"พี่น่ะแอบเล็งน้องซันมานานแล้วนะเนี่ย แต่เห็นสนิทกับน้องเฌอมาก พี่เลยไม่กล้าจีบแรง" พี่แซนวิชหัวเราะคิกคักพลางเริ่มลงมือเย็บกระโปรงให้ฉัน "แต่วันนี้น้องซันนัดพี่เองแบบนี้ พี่ว่าพี่มีลุ้นอยู่นะ น้องเฌอว่าไงคะ? น้องซันเขามีแฟนหรือยัง? หรือมีคนที่ชอบอยู่บ้างไหม? น้องเฌอรู้อะไรดีมาบ้างรึเปล่าคะ?"
คำถามของพี่แซนวิชเหมือนเอามีดมากรีดใจฉันเล่น ฉันจะตอบว่าอะไรดีล่ะ? จะบอกว่าอย่าจีบเลยค่ะเพราะเฌอแอบรักเขาอยู่เหรอ? ไม่ได้สิ! ในเมื่อทุกคนรู้ว่าซันนี่ชอบผู้ชาย และพี่แซนวิชก็เป็ 'ผู้ชาย' ที่ซันนี่ชอบ สิทธิในการจีบมันก็ต้องเป็ของพี่แซนวิชสิ ไม่ใช่ชะนีอย่างฉัน!
"เขายังไม่มีแฟนค่ะพี่แซน...พี่แซนลุยเลยค่ะ เฌอสนับสนุน" โอ้ย ยัยเฌอลิลิน!! อยากจะกัดลิ้นตัวเองให้รู้แล้วรู้รอด นี่ฉันพูดประโยคที่ทำร้ายตัวเองที่สุดในชีวิตออกไป พร้อมกับรอยยิ้มที่ดูปลอมที่สุดในโลก
"อุ๊ยจริงเหรอคะ! ถ้าน้องเฌอพูดแบบนี้ พี่ก็เบาใจ" พี่แซนวิชยิ้มกว้างอย่างมีความสุข
ฉันยืนมองเข็มที่แทงทะลุเนื้อผ้ากระโปรงไปมาผ่านกระจกด้านข้าง พลางคิดในใจว่าทำไมชีวิตนางเอกของฉันมันถึงได้รันทดขนาดนี้ สวยก็สวย รวยก็รวย แต่ดันต้องมานั่งเชียร์ให้เพื่อนที่ตัวเองแอบรักไปคบกับรุ่นพี่หน้าหวานที่ตัวเองก็แอบหึง
ซันนี่อ่า...แกใจร้ายที่สุดเลย รู้ไหมว่าฉันต้องพยายามแค่ไหนที่จะไม่ะโออกไปว่าฉันหึงแก ผู้ชายคนนี้อย่ายุ่ง เขาเป็ของฉัน แต่ฉันทำไม่ได้ไง ก็แกไม่ใช่ของฉันสักหน่อย!
ความรู้สึกหน่วงๆ ในอกเริ่มทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ฉันรู้ดีว่าฉันไม่มีสิทธิ์โวยวาย ไม่มีสิทธิ์เรียกร้อง เพราะสถานะ 'เพื่อนสาว' ที่ฉันมอบให้เขามันค้ำคออยู่ แต่จะให้ทำยังไงได้ล่ะ ในเมื่อภาพผู้ชายแท้ๆ ในหัวฉันมันแย่ซะจนฉันไม่กล้าเสี่ยงรักใครนอกจากคนอ่อนโยนแบบซันนี่
และที่แย่ที่สุดคือ...ต่อให้ฉันโวยวายไป ซันนี่ก็คงคิดว่าฉันแค่ 'งอน' ตามประสายัยคุณหนูเอาแต่ใจ เขาไม่มีวันล่วงรู้เลยว่าภายใต้หน้ากากยัยตัวแสบ เฌอลิลินคนนี้กำลังอกหักซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพราะการแอบรักเกย์เพื่อนสนิทอย่างตัวเขาเองนั่นแหละ!
“เสร็จแล้วค่ะน้องเฌอ! กริ๊บเหมือนใหม่เลย" พี่แซนวิชประกาศอย่างภูมิใจ
“ขอบคุณค่ะพี่..." ฉันค่อยๆ จัดกระโปรงให้เข้าที่ แล้วเดินออกจากห้องกิจกรรมด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง
เย็นนี้ซันนี่มีนัดกับพี่แซนวิช...ส่วนฉันก็คงต้องกลับเองสินะ ชีวิตประจำวันที่มีซันนี่คอยไปรับไปส่งจนลืมไปแล้วว่าตัวฉันเองก็มีรถ ถ้าวันนึงเค้าไปมีใครจริงๆ ฉันจะอยู่ยังไงทุกวันนี้เหมือนว่าพึ่งพาเขาจนตัวเองจะเป็ง่อยอยู่แล้ว เขาจะรู้ตัวบ้างไหมนะ ว่าสิ่งที่เขาทำมันทำให้ฉันอ่อนไหวขนาดไหน…