เนื่องจากตอนนั้นเหลือฉากที่เธอจะต้องแสดงอีกเพียงฉากเดียวก่อนจะเลิกงานคิทจึงเดินผ่านฉากออกไปยังส่วนที่เป็ฝ่ายกํากับเสียงซึ่งเลยไปทางด้านหลังก็จะเป็ประตูทางออกการแสดงในเื่นี้เป็บทของสุภาพสตรีที่สงบเคร่งขรึมดังนั้นเรือนผมสีบลอนด์จึงถูกเกล้าเรียบๆ เพื่อให้เข้ากับบทบาทเครื่องสําอางที่ตกแต่งใบหน้าช่วยปกปิดจุดกระที่กระจายอยู่บนจมูกและทําให้เธอมีใบหน้าอ่อนเยาว์เช่นผู้หญิงชาวใต้ทั้งหลาย
ขณะเดินผ่านฉากที่จัดเป็ร้านอาหารริมฝั่งน้ำผู้กํากับเสียงก็ชูนิ้วหัวแม่มือมาให้ พร้อมกับบอกว่า
“แสดงได้เยี่ยมมากเลยคิท”
“ขอบใจ”
เธอส่งยิ้มให้เขา
“เมื่อไหร่คนเขียนบทเขาถึงจะหาบทที่มันเยี่ยมกว่านี้ให้คุณเสียทีล่ะคิท”
“เห็นจะไม่มีทางหรอกก็ตอนนี้คุณไม่เห็นหรือว่า ฉันยังเป็เทสส์ ทรูฮาร์ท อยู่”
เธอโบกมือให้เขาก่อนจะเดินออกประตูไป
คิทต้องข่มใจไว้อย่างมากเมื่อเดินผ่านโต๊ะอาหารที่จัดเตรียมไว้สําหรับนักแสดงเดินเลยไปยังช่องทางเดินที่เข้าสู่ห้องแต่งตัวที่เธอใช้ร่วมอยู่กับพอล่า แกรนท์ซึ่งก็เป็เื่ปกติสําหรับผู้แสดงนําสองคนที่จะใช้ห้องแต่งตัวร่วมกัน
“ฉากต่อไปถึงเธอแล้วนะ”
คิทบอกทันทีที่ก้าวเข้าไปในห้องนั้นถอดรองเท้าส้นสูงที่สวมอยู่ออก
“ถึงเวลาที่เธอจะต้องแสดงบทผู้หญิงฉลาดแล้ว”
“สนุกดีออก”
พอล่านั่งอยู่ที่เก้าอี้นวมมีสคริพท์วางอยู่บนตัก
คิทถอดถุงมือที่สวมเข้าฉากออกใจหนึ่งอยากจะถอดเสื้อผ้าเปลี่ยนเป็ชุดธรรมดาเสียด้วยซ้ำแต่ฉากต่อไปเธอก็จะต้องแต่งชุดเดียวกันนี้อีก ดังนั้นจึงเพียงแต่โยนถุงมือลงบนโซฟาและก้มลงรื้อกองเสื้อผ้าที่ถอดระเกะระกะไว้
“นี่ เธอเห็นเสื้อสม็อคฉันมั่งไหม”
“กองอยู่บนพื้นหลังเก้าอี้นั่นแน่ะนี่คิท เวลาถอดเสื้อผ้าออกจากตัว ไม่คิดจะแขวนให้มันเรียบร้อยมั่งเลยหรือไง”
“ฉันก็ไม่ได้ทำยังงี้บ่อยนักหรอกน่า”
เธอเดินไปหยิบเสื้อตัวนั้นขึ้นมา
“ที่ฉันทำยังงี้อาจจะเป็เพราะนิสัยที่มันอยากจะเอาชนะแม่ที่เ้าระเบียบจนตัวลีบนั่นละมังเธอรู้ไหมตอนอยู่กับแม่น่ะ ทุกอย่างในบ้านจะต้องอยู่เป็ที่เป็ทางหมดพื้นบ้านสะอาดชนิดกัดกินได้เลย”
เมื่อพอล่าเลิกคิ้วมองหน้าเธออย่างแปลกใจคิทก็เสริมอีกว่า
“อ้าว...ฉันพูดจริงนะคิดดูก็แล้วกันว่าแม่น่ะลงทุนถึงขนาดใช้แปรงสีฟันขัดซอกกระดานด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นพ่อถึงกลายเป็คนที่ชอบทําอะไรง่ายๆ ไงล่ะ”
เธอเดินไปยังตู้เย็นเล็กๆเพื่อหาน้ำผลไม้ดื่ม และตอนนั้นเองที่เห็นสคริพท์วางอยู่บนหลังตู้เย็น
“นี่อะไรน่ะ”
“บทหนัง ชิพเขาเขียนเอง”
“ไว้ท์ ไล...”
คิทอ่านชื่อภาพยนตร์เื่นั้นออกมาดังๆ
“อ๋อเื่นี้คงจะเป็เื่เดียวกับที่จอห์น เทรวิส ซื้อมาใช่ไหม”
พอล่าทําเสียงตอบรับอยู่ในลําคอก่อนจะลุกขึ้นเดินมาที่โต๊ะเครื่องแป้งสํารวจเครื่องสําอางบนใบหน้า
“แล้วเธออ่านหรือยังล่ะ”
“อ่านแล้ว”
พอล่าเอามือแตะทรงผมเบาๆ
“ไม่มีอะไรน่าสนใจสําหรับฉันเลยสักนิดมันจะมีประโยชน์อะไร ที่เราจะเข้าไปข้องเกี่ยวกับผู้กํากับที่ลงมือเขียนบทเองในเมื่อไม่มีบทให้ฉันแสดงในนี้เลยสักนิดจริงไหม”
“แต่เธอก็ชอบเขาละ”
คิทพูดยิ้มๆ
“ซึ่งมันก็ไม่เกี่ยวกับเื่งานเลยนี่”
พอล่าสํารวจรูปโฉมของตนเองอยู่ในกระจกเงา
“ไอ้สีผมฉันนี่แหละที่มันทําเหตุเธอก็รู้ว่าในเมืองนี้น่ะ ผู้หญิงผมสีแดงจะเล่นได้ก็แต่บทนางอิจฉาเท่านั้นเธอรู้ไหมว่าทุกครั้งที่ฉันไปออดิชั่นจะต้องรอจนกว่าแม่สาวผมดําหรือผมบลอนด์เขาซ้อมหน้ากล้องกันเสียก่อนนั่นแหละถึงจะเดินเข้าไปได้ แล้วก็ไปยืนเผยโฉมให้ผู้กํากับดูอยู่ตั้งพักใหญ่เสร็จแล้วเขาพูดว่ายังไงรู้ไหม... มันเป็คําแก้ตัวชัดๆ เลยนะคิทเขาบอกว่า...คุณพระช่วย คุณผมแดงนี่...ยังไม่ทันดูความสามารถเลยเขาก็ตัดสิทธิ์ฉันกลายเป็ว่าฉันไม่มีคุณภาพพอที่จะแสดงหนังของเขาได้แล้วรับรองได้เลยว่าเวลาที่เขามองแม่สาวผมดําเขาจะไม่พูดกับเ้าหล่อนอย่างที่พูดกับฉันหรอก”
พอล่าโน้มตัวเข้าไปใกล้กระจกแยกฟันดูว่ามีรอยลิปสติกเปรอะเปื้อนหรือไม่เมื่อพอใจแล้วจึงได้ยืดร่างขึ้นพร้อมกับบอกว่า
“ฉันเห็นจะต้องไปก่อนละนะ”
“เธอจะรังเกียจไหมถ้าฉันจะขอยืมบทอ่านหน่อย”
คิทยังคงถือสคริพท์ไว้ในมือ
“เชิญตามสบายเลย”
พอล่าโบกมือให้และเดินออกไปจากห้อง
เมื่ออยู่ตามลําพังคิทก็ทรุดตัวลงนั่งในเก้าอี้ตัวที่พอล่าเพิ่งลุกจากไปเปิดสคริพท์ออกอ่านเพียงแค่อ่านได้ไม่กี่หน้า เธอก็มองเห็นตัวนางเอกที่ชื่ออีเด็นฟ็อกซ์ ซึ่งในบทจะต้องเป็ผู้หญิงที่มีเรือนผมสีบลอนด์แต่งงานกับผู้ชายที่แก่กว่าหล่อนมาก ด้วยหวังฐานะทางการเงินและตําแหน่งในสังคมในที่สุดก็ฆ่าเขาตายเพื่อยกฐานะของตนเอง
เมื่อเปิดอ่านต่อไปอีกไม่กี่หน้าคิทก็บอกกับตนเองว่าเธอสนใจกับบทบาทที่ถูกกําหนดขึ้นไว้ในภาพยนตร์เื่นี้อย่างมาก
มันทําให้เธอต้องเงยหน้าขึ้นและหัวเราะเยาะตัวเองออกมาดังๆที่เป็เช่นนั้นก็เพราะบทบาทของอีเด็นในเื่นี้มันใกล้เคียงความจริงอย่างน่าเชื่อถือที่สุดและเป็บทบาทที่ต้องแสดงออกถึงอารมณ์ขัดแย้งที่มีอยู่ในั้แ่ต้นจนจบ
เมื่อพอล่าเดินกลับเข้ามาในห้องอีกครั้งหนึ่งนั้นคิทก็ะโขึ้นยืนทั้งตัวด้วยความตื่นเต้นกับเนื้อเื่ที่เพิ่งได้อ่าน บุคลิกของผู้แสดงและทุกสิ่งทุกอย่าง
“ทําไมเธอไม่บอกฉันล่ะพอล่าว่าบทหนังเื่นี้มันน่าสนใจมาก สคริพท์นี่มันเยี่ยมมากทีเดียวนะและอีเด็นในเื่นี้น่ะ ถึงแม้ว่าจะเป็บทที่ห่างไกลจากความเป็เทพธิดาอย่างมากก็ใช่ว่าจะเลวจนเกินไปนัก”
เธอหยุดพูด หมุนตัวกลับมามองหน้าเพื่อนสาวอยู่
“แหม...ฉันอยากเล่นบทนี้จังให้แลกกับอะไรก็ยอม”
พอล่าเหลือบตามองหน้าเธออยู่ขณะปลดกระดุมเสื้อชุดที่ใส่เข้าฉาก
“ฉันน่ะพอจะรู้อยู่ว่าการตัดสินใจฆ่ากับการตัดสินใจรักน่ะบางครั้งมันก็เป็อารมณ์ที่ใกล้เคียงกันมาก”
“แล้วใครได้รับเลือกให้แสดงเป็ตัวอีเด็นล่ะ...แต่...อย่าบอกดีกว่าเพราะฉันไม่อยากรู้จริงๆ หรอกถ้าได้รู้ว่าเป็ใครแสดงบทที่ตัวเองอยากแสดงแล้วไม่ได้มันจะยิ่งทําให้ความรู้สึกแย่ลงกว่าเดิมอีกหลายเท่า”
“เขายังไม่ได้ถ่ายสักฉากเลยนะ”
พอล่าพูดเรียบๆ
“ยังหรอกหรือ....หมายความว่าเขากําลังเฟ้นหาตัวกันอยู่ใช่ไหม”
“เท่าที่ฉันรู้มาเขายังออดิชั่นอยู่นะ”
คิทไม่รอฟังอีกต่อไปแล้วเธอผวาวิ่งออกจากห้องแต่งตัว วิ่งเลยออกไปจนถึงแผงโทรศัพท์ในห้องโถงกลางของสตูดิโอ
“นี่มัวรี่คุณจะทํายังไงก็ได้นะให้ฉันได้เล่นเป็อีเด็นในหนังเื่ใหม่ชื่อ ไว้ท์ ไลของจอห์น เทรวิส ก็แล้วกันตอนนี้เขายังทําออดิชั่นอยู่และฉัน้าไปซ้อมหน้ากล้องให้เขาดู”
เธอกรอกเสียงลงไปในโทรศัพท์อย่างเร่งร้อนทันทีที่มัวรี่รับสาย
“แล้วใครเป็ผู้อํานวยการสร้างล่ะ”
“ไม่รู้หรอก ลืมถามพอล่า”
“เมื่อกี้นี้คุณบอกว่าเทรวิส...ถ้ายังงั้นมันคงไม่ยากที่จะหาความรู้เื่นี้หรอก”
เขาหยุดใช้ความคิดอยู่ชั่วครู่
“แต่ว่านั่นกับเท่ายกระดับคุณขึ้นมาเป็ดาราใหญ่ทีเดียวนะคิท”
“แต่ฉันต้องแสดงเป็ตัวนี้ให้ได้นะมัวรี่”คิทยืนยัน
“มันก็น่าจะได้อยู่แล้ว”
มัวรี่รับคําอย่างใช้ความคิดต่อไปพูดกลับมาช้าๆ ว่า
“ถ้าผมจําไม่ผิดดูเหมือนเทรวิสเขาจะเกี่ยวข้องอยู่กับบริษัทโอลิมปิก พิคเจอร์สซึ่งเป็บริษัทของลาสซิเตอร์ ได้ยินว่ากําลังจะจัดงานใหญ่อยู่นี่ถ้าผมสามารถทําให้คุณไปออดิชั่นได้ก็จะลองดูสิว่าจะทําให้เขาเชิญคุณไปร่วมงานได้ด้วยหรือเปล่าถ้าเป็ยังงั้นจริงละก็ คุณจะต้องแสดงออกในทุกแง่มุมเลยนะคิทไม่ว่าจะหว่านเสน่ห์หรือจะถึงขั้นเฟลิร์ตก็ตามไม่ว่าเขาสั่งอะไรมาคุณจะต้องแสดงได้ทั้งนั้น”
“เอาเป็ว่าคุณทําให้ฉันไปออดิชั่นได้ก่อนก็แล้วกันแล้วฉันจะเริ่มต้นจากจุดนั้นเอง”
เธอวางหูโทรศัพท์ในมือลงยังกอดสคริพท์ปึกนั้นไว้กับอก