เกิดใหม่ยุค 90 ทวงคืนวาสนาตัวข้าในวัย 8 ขวบ! 【จบ】

    เล่มที่ 5 บทที่ 147 ไม่ใช้ก็เปล่าประโยชน์

            สำหรับทิงเสวี่ยแล้ว ต่งน่าเปรียบเสมือนอากาศธาตุที่เธอไม่เคยเก็บมาใส่ใจ ดังนั้นเธอจึงไม่คิดจะป่าวประกาศยอมรับว่าเรียงความเรื่อง “สีสันแห่งฤดูใบไม้ร่วง” เป็นผลงานจากปลายปากกาของตน

            อีกทั้งต่อให้พูดไป คนอย่างต่งน่าก็คงไม่มีวันเชื่อ

            ต่งน่าเป็นเด็กสาวประเภทที่ชอบเรียกร้องความสนใจและหลงใหลการโอ้อวด เธอมักจะเอาตัวเองเป็นที่ตั้งและตัดสินคนอื่นด้วยบรรทัดฐานของตัวเอง จึงปักใจเชื่อเสมอว่าท่าทีถ่อมตนของทิงเสวี่ยเป็นเพียงการเสแสร้งแกล้งทำ

            ทิงเสวี่ยจึงคร้านจะเสียเวลาอธิบายความจริงให้คนพรรค์นี้ฟัง

            ต่งน่าหยิบหนังสือรวมเรียงความที่ทิงเสวี่ยวางไว้บนโต๊ะขึ้นมาโบกไปมาเพื่อแสดงอำนาจ “คุณน้าฉันซื้อให้เล่มหนึ่ง ฉันอ่านจบแล้ว ในนี้มีเรียงความดีๆ เยอะแยะเลย อ่านแล้วช่วยพัฒนาทักษะการเขียนได้มาก เธออยากยืมไปอ่านไหมล่ะ? แต่ฉันให้ยืมได้แค่สองวันนะ เพราะยังมีคนอื่นต่อคิวรออีกเพียบ”

            ต่งน่าพยายามจะข่มทิงเสวี่ยอีกครั้ง โดยใช้ความมีน้ำใจจอมปลอมในการให้ยืมหนังสือ เป็นเครื่องมืออวดเบ่งถึงความเหนือกว่าเล็กๆ น้อยๆ ของตน

            เมื่อเผชิญกับ ‘น้ำใจ’ ของต่งน่า ทิงเสวี่ยเพียงยิ้มบางๆ ที่มุมปาก “ขอบใจในความหวังดีของเธอนะ แต่พอดีฉันก็มีหนังสือรวมเรียงความอ่านเหมือนกัน”

            พูดจบ ทิงเสวี่ยก็ก้มลงหยิบหนังสือรวมเรียงความเล่มใหม่เอี่ยมอ่อง ออกมาจากลิ้นชักใต้โต๊ะถึงสองเล่ม ซึ่งดูหนาและมีปกสวยงามประณีตกว่าเล่มในมือของต่งน่าอย่างเห็นได้ชัด

            ต่งน่าถึงกับอ้าปากค้าง พูดไม่ออก “...”

            เดิมทีตั้งใจจะมาอวดเบ่งให้ทิงเสวี่ยอิจฉา แต่กลับถูกอีกฝ่ายตอกหน้าหงายด้วยการกระทำที่เหนือกว่าอีกครั้ง ต่งน่าทนแบกรับความอับอายต่อไปไม่ไหว จึงรีบคว้าหนังสือของตนแล้วรีบเดินจ้ำอ้าวหนีออกจากห้องหนึ่งไปทันที

            หลังจากต่งน่าจากไป สวี่หัวลี่ก็เบะปากมองตามหลังไปทางประตู แล้วกระซิบกระซาบกับทิงเสวี่ย “ทำไมต่งน่าถึงยังเป็นเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยนะ ฉันนึกว่าพอไปอยู่ห้องสอง โดนอู๋เฟยเฟยกดดันแล้วนิสัยจะดีขึ้นบ้างเสียอีก”

            ทิงเสวี่ยตอบอย่างไม่ใส่ใจ “สันดานคนมันแก้ยาก นิสัยชอบอวดเบ่งของต่งน่ายังไงก็คงไม่หายไปง่ายๆ หรอก ยิ่งโตขึ้นดีไม่ดีอาจจะยิ่งหนักข้อกว่าเดิม”

            สวี่หัวลี่ถอนหายใจเฮือกใหญ่ “ยังไงก็ดีแล้วที่ไม่ได้อยู่ห้องเดียวกัน ไม่ต้องเห็นนิสัยแย่ๆ ของเธอก็สบายหูสบายตาไปเยอะ”

            ......

            ในภาคเรียนนี้ เมื่อถึงช่วงสอบกลางภาค เรียงความเรื่องที่สองที่ทิงเสวี่ยส่งไปก็ได้รับการตีพิมพ์ลงในหนังสือรวมเรียงความอีกครั้ง คราวนี้เธอไม่ได้ใช้ชื่อจริง แต่ใช้นามปากกาว่า “เทพธิดาอาภรณ์หิมะ”

            ค่าต้นฉบับที่ได้รับจากผลงานชิ้นที่สองนี้มากกว่าเรื่องแรกเล็กน้อย ทิงเสวี่ยแบ่งเก็บไว้ส่วนหนึ่ง ส่วนที่เหลือนำไปเลี้ยงฉินหยวนเฟิง หวังกัง และหลินฉางจื้อ ด้วยการพาไปเที่ยวเปิดหูเปิดตาในตัวอำเภอ และเมื่อไปถึงที่นั่น ก็ไม่ลืมที่จะชวนหวังหย่าจิ้งออกมารวมกลุ่มด้วย

            หวังหย่าจิ้งเอ่ยชวนเพื่อนๆ ไปเป็นแขกที่บ้านของเธออีกครั้ง ซึ่งหวังอ้ายหมินและหานจื่อซูก็ยังคงให้การต้อนรับพวกเขาอย่างอบอุ่นเช่นเคย

            ดูเหมือนหวังหย่าจิ้งจะนำข่าวดีเรื่องที่ทิงเสวี่ยส่งต้นฉบับไปตีพิมพ์ได้สำเร็จถึงสองครั้งสองครา ไปเล่าให้พ่อแม่ฟังนานแล้ว เดิมทีหวังอ้ายหมินและหานจื่อซูให้ความเอ็นดูทิงเสวี่ยเป็นพิเศษอยู่แล้ว พอได้รับรู้เรื่องนี้ก็ยิ่งชื่นชมในความสามารถของเด็กหญิงมากขึ้นไปอีก

            หานจื่อซูแนะนำทิงเสวี่ยด้วยความหวังดี “ในเมื่อหนูมีความสามารถด้านงานเขียน ก็ควรจะเขียนและหมั่นฝึกฝนให้มากๆ ป้าจะช่วยติดตามข่าวสารเกี่ยวกับการประกวดเรียงความสำหรับเด็กให้เรื่อยๆ ถ้ามีเวทีแข่งขันแบบนี้ หนูต้องพยายามเข้าร่วมนะ ไม่ว่าผลจะออกมาแพ้หรือชนะก็ต้องลองดู การเข้าร่วมแต่ละครั้งถือเป็นสนามฝึกฝนชั้นดีเลยล่ะ”

            ทิงเสวี่ยพยักหน้ารับคำ “หนูจะทำตามที่คุณป้าบอกทุกอย่างค่ะ”

            หานจื่อซูยิ้มและพยักหน้าอย่างพึงพอใจ

            จากนั้นหวังอ้ายหมินก็เสริมขึ้นว่า “หนูไม่ควรส่งต้นฉบับให้แค่สำนักพิมพ์รวมเล่มเท่านั้นนะ จริงๆ แล้วพวกวารสารสำหรับเด็กอย่าง ‘โลกเยาวชน’ หรือ ‘นักเรียนประถมร่วมสมัย’ หนูก็ลองส่งผลงานไปได้ อย่างที่คุณป้าหานบอกเมื่อกี้ ไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไร สิ่งสำคัญคือกำไรจากการได้ฝึกฝน...

            อานึกว่าหนูมีความสามารถพิเศษแค่ด้านคัดลายมือกับวาดภาพเสียอีก ไม่นึกเลยว่าด้านการประพันธ์ก็ยอดเยี่ยมขนาดนี้ ช่างเป็นเด็กที่มีความสามารถรอบด้านจริงๆ”

            “คุณลุงหวังชมเกินไปแล้วค่ะ” ทิงเสวี่ยกล่าวอย่างถ่อมตน ใบหน้าเล็กๆ ของเด็กหญิงซับสีเลือดฝาดด้วยความเขินอาย

            เธอรับรู้ได้ว่าหวังอ้ายหมินชื่นชมเธอจากใจจริง แม้นี่จะไม่ใช่ครั้งแรกที่ได้รับคำชม แต่การได้รับการยอมรับจากครูบาอาจารย์ระดับปรมาจารย์อย่างหวังอ้ายหมิน ย่อมให้ความรู้สึกที่แตกต่างและพิเศษกว่าคำชมของผู้ใหญ่ทั่วไป

            หวังอ้ายหมินเป็นครูระดับหัวกะทิของโรงเรียนมัธยมปลายอันดับหนึ่งประจำอำเภอ ได้บ่มเพาะนักเรียนชั้น ม.6 จบไปแล้วหลายรุ่น เรียกได้ว่ามีลูกศิษย์ลูกหาที่ได้ดิบได้ดีอยู่เต็มบ้านเต็มเมือง

            ทิงเสวี่ยเคยมีโอกาสเข้าไปในห้องทำงานของเขา ในห้องนั้นมีถ้วยรางวัลวางเรียงรายอยู่เต็มตู้โชว์ ซึ่งล้วนเป็นเครื่องการันตีตำแหน่ง ‘ครูดีเด่น’ ตั้งแต่ระดับอำเภอ จังหวัด ไปจนถึงระดับมณฑล

            เป้าหมายสูงสุดของทิงเสวี่ยคือการสอบเข้าโรงเรียนมัธยมปลายอันดับหนึ่งของอำเภอให้ได้ และมันคงจะดียิ่งขึ้นไปอีกหากได้ฝากตัวเป็นลูกศิษย์ของหวังอ้ายหมิน

            ระหว่างทางกลับบ้าน หวังกังและหลินฉางจื้อต่างก้มหน้าก้มตาอ่านนิยายกำลังภายในเล่มใหม่ที่เพิ่งซื้อมาอย่างเพลิดเพลิน ส่วนฉินหยวนเฟิงเดินกระซิบกระซาบกับทิงเสวี่ย

            “ฉันว่าคุณลุงกับคุณป้าชอบเธอมากเลยนะ” ฉินหยวนเฟิงเปรยขึ้น

            ทิงเสวี่ยชะงักไปครู่หนึ่งแล้วจึงตอบ “อาจเป็นเพราะพวกเขาคิดว่าฉันน่ารักละมั้ง”

            ฉินหยวนเฟิงนิ่งไปนิดหนึ่ง “...” ก่อนจะแย้งขึ้นอย่างรู้ทัน “พวกเขาไม่ได้ชอบเธอแค่เพราะน่ารัก แต่เป็นเพราะเธอ ‘เก่ง’ ต่างหาก สองท่านชอบเด็กที่โดดเด่นเป็นพิเศษ ถ้าฉันหัวทึบเหมือนหวังเหว่ยไฉ พวกท่านคงไม่ปฏิบัติกับฉันดีแบบนี้หรอก”

            ทิงเสวี่ยรู้ดีว่าสิ่งที่ฉินหยวนเฟิงพูดคือความจริง

            หวังอ้ายหมินและหานจื่อซู แม้ภายนอกจะดูใจดีเป็นมิตร แต่ภายใต้ความอบอุ่นนั้นแฝงไว้ด้วยเส้นแบ่งบางๆ ของความห่างเหิน เห็นได้ชัดว่าพวกเขามักจะชื่นชมเด็กที่มีพรสวรรค์โดดเด่น ส่วนเด็กธรรมดาทั่วไป พวกเขาจะปฏิบัติตามมารยาทแต่ไร้ซึ่งความใส่ใจ

            หลายครั้งที่ไปเยือนบ้านตระกูลหวัง ทิงเสวี่ยคือคนที่ได้รับความสนใจมากที่สุด อาจเพราะเธอมีรูปร่างหน้าตาสะสวย กิริยาวาจาฉะฉาน และยังมีความสามารถรอบด้าน

            ส่วนหลินฉางจื้อที่มักจะติดสอยห้อยตามไปด้วยกลับกลายเป็นเพียงคนนอกสายตา แม้สองสามีภรรยาจะต้อนรับขับสู้เขาอย่างดี แต่ก็เป็นความดีตามมารยาทที่สัมผัสได้ถึงระยะห่าง

            พวกเขาดีกับฉินหยวนเฟิง ก็เพราะอย่างที่เจ้าตัวพูด... นั่นเพราะฉินหยวนเฟิงไม่ได้โง่ ซ้ำยังขยันและมีความมุ่งมั่น

            หากเขาไม่ได้เก่งกาจถึงเพียงนี้ สถานะของเขาในบ้านหวังคงยากลำบากยิ่งกว่าเดิม ไม่เพียงแค่ครอบครัวของหวังเหว่ยไฉจะไม่ยอมรับ แม้แต่สองสามีภรรยาผู้มีการศึกษาสูงคู่นี้ก็คงมีท่าทีเปลี่ยนไป

            โดยเฉพาะหานจื่อซู แม้เธอจะไม่แสดงกิริยาหยาบคายเหมือนหวังอ้ายกั๋วผู้ไร้การศึกษา แต่เธอก็คงใช้ความเย็นชาที่เชือดเฉือนยิ่งกว่าคำด่าทอเพื่อกีดกันเขาออกไป

            ฉินหยวนเฟิงในวัยสิบสามปี ไม่ใช่เด็กหนุ่มไร้เดียงสาอีกต่อไป เขาเริ่มมองโลกทะลุปรุโปร่งและเข้าใจความเป็นไปของโลกมากขึ้น

            ทิงเสวี่ยเงยหน้ามองเพื่อนหนุ่ม บังเอิญสังเกตเห็นลูกกระเดือกที่เริ่มนูนเด่นขึ้นที่ลำคอของเขา... สัญลักษณ์ของการก้าวพ้นวัยเด็กสู่วัยหนุ่ม

            เสียงของฉินหยวนเฟิงในตอนนี้ก็เริ่มแตกหนุ่ม ทุ้มต่ำและฟังดูเป็นผู้ใหญ่กว่าเมื่อก่อนมาก

            ......

            เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว เผลอชั่วพริบตาก็สิ้นสุดภาคเรียน

            เป็นไปตามคาด ทิงเสวี่ยยังคงครองอันดับหนึ่งของชั้นปีอีกครั้ง ตามมาด้วยสวี่หัวลี่ในอันดับที่สาม และอันดับที่สองตกเป็นของอู๋เฟยเฟยจากห้องสอง ส่วนอันดับที่สี่คือหลิวหมิงจากห้องหนึ่ง

            ทางด้านต่งน่า ยังคงย่ำอยู่กับที่ด้วยอันดับที่ห้าเหมือนภาคเรียนที่แล้ว ซ้ำร้ายยังต้องครองอันดับห้าร่วมกับหวังคุน เพื่อนร่วมห้องอีกด้วย ความฝันที่จะผงาดขึ้นเป็นที่หนึ่งของเธอพังทลายลงไม่เป็นท่าอีกครั้ง

            ก่อนหน้านี้ ในงานวันเด็ก ต่งน่าเคยได้ขึ้นไปเฉิดฉายแสดงความสามารถทั้งร้องและเต้นบนเวที ซึ่งเป็นสิ่งที่อู๋เฟยเฟยทำไม่ได้ ทำให้เธอได้หน้าได้ตาและกลายเป็นดาวเด่นของห้องสองอยู่พักใหญ่

            เพื่อกีดกันอู๋เฟยเฟย ต่งน่าลงทุนใช้ ‘ขนมล่อซื้อใจ’ เด็กผู้หญิงในห้องที่ไม่ค่อยชอบอู๋เฟยเฟยให้มาเข้าพวกกับตน ด้วยความที่มีเงินค่าขนมใช้ไม่ขาดมือ เธอจึงมักจะซื้อลูกอม หมากฝรั่ง หรือขนมขบเคี้ยวมาแจกจ่ายเพื่อนฝูง

            ผิดกับอู๋เฟยเฟยที่ฐานะทางบ้านค่อนข้างขัดสน แทบไม่เคยเห็นเธอพกเงินค่าขนมมาโรงเรียนเลย

            ต่งน่าใช้ของอร่อยล่อลวงจนได้เด็กผู้หญิงจำนวนมากมาเป็นพรรคพวก รวมไปถึง ‘หูเสี่ยวอ้าย’ ที่กลายมาเป็นลูกสมุนผู้ภักดี เธอวาดหวังว่าหากภาคเรียนนี้ตนสอบได้ที่หนึ่ง ก็จะสามารถเหยียบอู๋เฟยเฟยให้จมดินได้อย่างสมบูรณ์แบบ

            แต่การณ์กลับตาลปัตร เธอไม่เพียงแต่เอาชนะอู๋เฟยเฟยไม่ได้ แม้แต่สวี่หัวลี่จากห้องหนึ่ง... คนที่เธอตราหน้าว่าเป็นแค่ ‘ลูกไล่’ ของหลินทิงเสวี่ย... ก็ยังทำคะแนนแซงหน้าเธอไปได้เสมอ

            สวี่หัวลี่ที่มีน้องชายไม่เอาไหน หน้าตาธรรมดาจืดชืด เสื้อผ้าก็มีใส่ซ้ำๆ อยู่ไม่กี่ชุด กางเกงก็ปะแล้วปะอีก... คนที่ต่งน่าดูถูกจากก้นบึ้งของหัวใจ กลับถีบตัวเองขึ้นไปอยู่ในจุดที่สูงกว่าเธอได้ทุกครั้ง

            ......

            ภาคเรียนหน้าทิงเสวี่ยจะขึ้นชั้นป. 4 ส่วนฉินหยวนเฟิงจะก้าวเข้าสู่ชั้นม.1

            ในหมู่บ้านไม่มีโรงเรียนมัธยมต้น ดังนั้นเด็กๆ จึงต้องไปเรียนที่โรงเรียนมัธยมในตัวตำบลและต้องอยู่ประจำที่นั่น

            แต่สำหรับฉินหยวนเฟิง เขามีทางเลือกอื่น นั่นคือไปเรียนที่โรงเรียนมัธยมในตัวอำเภอ

            ฉินหยวนเฟิงโตพอที่จะดูแลตัวเองได้แล้ว และเขากำลังยืนอยู่บนทางแยกของการตัดสินใจ

            พ่อของฉินหยวนเฟิงต้องการให้ลูกชายกลับไปเรียนที่โรงเรียนมัธยมในอำเภอและพักอยู่ที่บ้าน ส่วนตาหวังยายหวังอยากให้เขาเรียนที่ตำบลแล้วค่อยกลับบ้านในวันเสาร์ เพราะสองผู้เฒ่าไม่ไว้ใจให้หลานชายกลับไปอยู่ในถ้ำเสือบ้านตระกูลฉิน กลัวว่าจะถูกแม่เลี้ยงใจร้ายอย่างเฉินหลิงรังแก

            ขณะที่สองสามีภรรยาหวังอ้ายหมินกลับเห็นพ้องว่าฉินหยวนเฟิงควรไปเรียนที่อำเภอ ด้วยเหตุผลง่ายๆ คือมาตรฐานครูและคุณภาพการสอนที่นั่นเหนือกว่าโรงเรียนตำบลมาก อีกทั้งบรรยากาศการแข่งขันก็สูงกว่า ซึ่งดีต่ออนาคต แน่นอนว่าค่าใช้จ่ายย่อมสูงตามไปด้วย

            เมื่อตัดสินใจไม่ตกและใกล้วันรับสมัครเข้ามาทุกที ฉินหยวนเฟิงจึงมาขอคำปรึกษาจากทิงเสวี่ย

            หลังจากฟังสถานการณ์ทั้งหมด ทิงเสวี่ยก็ตอบสวนกลับไปโดยไม่ต้องเสียเวลาคิด

            “แน่นอนว่าต้องไปเรียนที่โรงเรียนในอำเภอสิ! ฉันรู้ว่านายไม่อยากกลับไปอยู่กับพ่อและแม่เลี้ยง ถ้าอย่างนั้นก็เลือกอยู่หอพักของโรงเรียนสิ พอเที่ยงวันเสาร์เลิกเรียนค่อยนั่งรถกลับมาที่หมู่บ้านเรา...

            โรงเรียนในอำเภอมีสภาพแวดล้อมดีกว่าตั้งเยอะ ถ้านายไม่ไป นังแม่เลี้ยงคนนั้นคงจะดีใจจนเนื้อเต้นที่ช่วยประหยัดเงินให้ผัวได้”

            ทิงเสวี่ยหรี่ตาลงเล็กน้อย แววตาฉายแววเจ้าเล่ห์เกินวัย

            “นายต้องรู้นะว่า เงินของพ่อเฮงซวยของนายน่ะ ถ้านายไม่ใช้ มันก็เปล่าประโยชน์ การที่นายไปเรียนในอำเภอ ไม่ว่าจะเป็นค่าเทอมหรือค่ากินอยู่ ย่อมแพงกว่าในตำบลหลายเท่า

            ถ้าเป็นเงินของคุณตาคุณยาย เราควรจะช่วยท่านประหยัด แต่ในเมื่อคนจ่ายเงินเป็นพ่อของเธอ... ก็จงผลาญมันให้เต็มที่ไปเลย!”

            ฉินหยวนเฟิงใคร่ครวญตามคำพูดของทิงเสวี่ยและพบว่ามันสมเหตุสมผลอย่างยิ่ง “งั้นฉันจะทำตามที่เธอบอก ไปเรียนที่อำเภอและอยู่หอพัก”

            “ต้องแบบนี้สิ” ทิงเสวี่ยยิ้มอย่างพึงพอใจ

            “ฉินหยวนเฟิง... ฉันรู้ว่านายไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับพ่อของนาย แต่สิทธิ์บางอย่างที่ควรได้ก็ต้องไขว่คว้ามา แม่เลี้ยงหน้าไม่อายคนนั้นหวังจะให้นายตัดขาดกับพ่อ เราอย่าไปทำให้นังจิ้งจอกหน้าด้านนั่นสมหวัง”

            “การไปเรียนที่อำเภอ นายต้องโทรหาพ่อบ่อยๆ ให้เขาพาไปเลี้ยงข้าว ให้เขาซื้ออุปกรณ์การเรียนดีๆ ให้ คือต้องหาเรื่องให้เขาควักเงินจ่ายให้ได้! พอเขาเอาเงินมาปรนเปรอนาย นังผู้หญิงคนนั้นก็จะได้รับส่วนแบ่งน้อยลง แล้วสองคนนั่นก็จะต้องทะเลาะกันเรื่องเงินแน่ๆ

            ยิ่งทะเลาะกัน ความสัมพันธ์ก็ยิ่งร้าวฉาน... ฉันรู้ว่านายไม่ได้อยากคืนดีกับพ่อ แต่การทำให้ชีวิตครอบครัวใหม่ของเขากับเมียน้อยหาความสงบสุขไม่ได้ ก็นับว่าเป็นการแก้แค้นให้แม่ของนายแล้ว จริงไหม?”

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ยุค 90 ทวงคืนวาสนาตัวข้าในวัย 8 ขวบ! 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663