แสงอรุณยามเช้าทาบทาผืนฟ้าด้วยสีทองอ่อนโยน สาดส่องผ่านช่องหน้าต่างบานใหญ่เข้ามาในห้องนอนอย่างนุ่มนวล จื่อเหวินลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกที่ปลอดโปร่งและเบาสบายอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน ความหนักอึ้งจากอาการเมาค้างเมื่อวันก่อนได้หายไปจนหมดสิ้น เหลือไว้เพียงความสดชื่นที่แทรกซึมไปทั่วทุกอณูของร่างกาย เขาลุกขึ้นจากเตียงอย่างเชื่องช้า ััได้ถึงความผ่อนคลายอย่างล้ำลึกที่บ่อน้ำพุร้อนได้มอบให้เมื่อวานนี้ มันเป็ความสุขสงบที่แท้จริงที่เขาโหยหามานานแสนนาน
เขาแต่งตัวด้วยชุดผ้าไหมเนื้อดีที่เหม่ยซินเตรียมไว้ให้ ซึ่งเป็ชุดที่ตัดเย็บอย่างประณีตและมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้ป่าที่เขาชอบ เขาเดินออกจากห้องไปที่ห้องอาหาร ท่านลุงใหญ่กำลังนั่งจิบชา "หลงจิ่ง" ที่มีกลิ่นหอมกรุ่นอยู่แล้วที่โต๊ะอาหารไม้จันทน์หอม ใบหน้าของท่านดูสดชื่นและมีชีวิตชีวาผิดกับเมื่อวานนี้ จื่อเหวินรู้สึกขอบคุณในความเมตตาของท่านลุงใหญ่ที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นและดูแลเขาเป็อย่างดี
"อรุณสวัสดิ์ขอรับท่านลุงใหญ่" จื่อเหวินกล่าวทักทายด้วยความเคารพอย่างสูง
"อรุณสวัสดิ์จื่อเหวิน" ท่านลุงใหญ่ตอบกลับด้วยรอยยิ้มที่อบอุ่นและแววตาที่เปี่ยมด้วยความเมตตา "ดูเหมือนเ้าจะสดชื่นขึ้นมากนะ ใบหน้าของเ้ามีเืฝาดขึ้นมากทีเดียว"
"ขอรับ ท่านลุงใหญ่ บ่อน้ำพุร้อนของท่านช่างวิเศษจริงๆ ข้าไม่เคยรู้สึกสบายตัวเท่านี้มาก่อนเลย" จื่อเหวินกล่าวด้วยความจริงใจ "ข้าหวังว่าท่านจะพักผ่อนอย่างเต็มที่เช่นกันขอรับ"
"ข้าก็เช่นกัน" ท่านลุงใหญ่กล่าวพลางจิบชาอย่างละเมียดละไม "ความสุขสงบที่นี่ทำให้ข้าลืมความวุ่นวายในเมืองหลวงไปได้ชั่วขณะ แต่ถึงอย่างไร ข้าก็ยังคงมีภาระหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ"
หลังจากทานอาหารเช้าเสร็จ ซึ่งประกอบด้วยโจ๊กเนื้อละเอียดที่ปรุงรสอย่างกลมกล่อมและเครื่องเคียงรสเลิศหลายชนิด ท่านลุงใหญ่ก็เรียกจื่อเหวินเข้าไปคุยในห้องรับรอง "จื่อเหวิน ข้าคงต้องขอตัวกลับก่อน" ท่านกล่าวด้วยน้ำเสียงที่จริงจังแต่แฝงไว้ด้วยความอาลัย "ข้ามีธุระสำคัญที่ต้องจัดการที่เมืองหลวง และข้าคงจะอยู่ที่นี่นานกว่านี้ไม่ได้แล้ว"
จื่อเหวินรู้สึกใจหายเล็กน้อย แต่เขาก็รีบปลอบใจตัวเองว่าท่านลุงใหญ่ต้องมีเหตุผลที่สำคัญมาก และนี่คือโอกาสที่เขาจะได้ดูแลเหม่ยซินอย่างเต็มที่ "ท่านจะไปแล้วหรือขอรับ? ข้ายังไม่ได้ตอบแทนความเมตตาของท่านเลย"
"ไม่ต้องคิดมากหรอกจื่อเหวิน" ท่านลุงใหญ่กล่าวอย่างใจดี "การที่เ้ามีความสุขก็เป็การตอบแทนที่ดีที่สุดสำหรับข้าแล้ว" ท่านลุงใหญ่ลุกขึ้นยืนและโอบกอดจื่อเหวินอย่างอบอุ่น การกอดที่หนักแน่นและจริงใจ "ดูแลตัวเองให้ดีนะ และดูแลเหม่ยซินให้ดีด้วย นางเป็ภรรยาที่ดีของเ้า"
"ขอรับท่านลุงใหญ่ ข้าจะดูแลเหม่ยซินอย่างดีที่สุด" จื่อเหวินตอบด้วยความหนักแน่น
หลังจากที่ท่านลุงใหญ่จากไปพร้อมกับขบวนรถม้าที่เงียบสงบ จื่อเหวินก็รู้สึกถึงความว่างเปล่าที่เข้ามาแทนที่ แต่เขาก็คิดในแง่ดีว่านี่เป็โอกาสที่ดีที่เขาจะได้ใช้เวลากับเหม่ยซินอย่างเต็มที่โดยไม่มีใครรบกวน ความอบอุ่นและความเมตตาของท่านลุงใหญ่เป็เหมือนแสงสว่างที่ส่องนำทางเขามาตลอด เขาเดินกลับมาที่ห้องรับรองและนั่งลงบนเก้าอี้ตัวเดิมที่ท่านลุงใหญ่นั่งอยู่เมื่อครู่ เขานั่งอยู่ตรงนั้นนานหลายนาที ปล่อยให้ความเงียบเข้าครอบงำ ความเงียบที่ตอนนี้กลายเป็ความสงบที่รอคอยการกลับมาของภรรยา
เมื่อความรู้สึกว่างเปล่าเริ่มจางหายไป จื่อเหวินก็เริ่มคิดถึงเหม่ยซิน ภรรยาของเขาที่เขาไม่ได้พบหน้าั้แ่เมื่อวานนี้ เขาคิดถึงความสามารถของเธอที่ไปทำธุระสำคัญให้ท่านลุงใหญ่ เขาตัดสินใจที่จะออกไปตามหาเธอเพื่อจะบอกว่าเขาภูมิใจในตัวเธอมากแค่ไหน
เขาเดินไปที่ห้องนอนของเหม่ยซิน แต่ก็ไม่พบใคร เขาเดินไปที่ห้องครัว ห้องสมุด และทุกห้องในเรือนพัก แต่ก็ไม่พบร่องรอยของเธอเลย เขาเริ่มรู้สึกกังวล แต่เป็ความกังวลในแง่ดีว่าเธออาจจะกำลังเดินเล่นและชื่นชมความงามของธรรมชาติอยู่
"เหม่ยซินไปไหนกันนะ? ท่านลุงใหญ่บอกว่านางไปทำธุระ แต่ทำไมถึงไม่บอกข้าเลย" เขาพึมพำกับตัวเอง "คงเป็ธุระที่สำคัญและเร่งด่วนมากจริงๆ นางคงไม่อยากให้ข้าเป็ห่วง" ความสงสัยเล็กๆ ถูกกลบด้วยความเชื่อใจอย่างรวดเร็ว
เขาเดินออกจากเรือนพักไปยังสวนที่อยู่ด้านหลัง สวนแห่งนี้กว้างใหญ่และเขียวขจี เต็มไปด้วยต้นไม้ ดอกไม้ และพุ่มไม้ที่ถูกตัดแต่งอย่างสวยงาม เขาเดินไปตามทางเดินที่ปูด้วยหินอย่างช้าๆ สอดส่ายสายตามองหาภรรยาของเขา เขาคิดว่าเธออาจจะกำลังเดินเล่นและชื่นชมความงามของธรรมชาติอยู่
เขาเดินมาถึงบริเวณที่เป็สวนดอกไม้ที่เหม่ยซินชอบมานั่งเล่นเป็ประจำ ที่นั่นมีศาลาเล็กๆ ที่ตั้งอยู่กลางสระบัว แต่ก็ไม่พบเธอ เขาเดินต่อไปยังบริเวณที่เป็ป่าเล็กๆ ที่อยู่ติดกับกำแพงรั้ว ที่นั่นมีกระท่อมเล็กๆ ที่ใช้เก็บอุปกรณ์ทำสวนและเป็ที่พักของคนสวน
ขณะที่เขากำลังเดินเข้าไปใกล้กระท่อม เขาก็ได้ยินเสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและมั่นคงดังมาจากด้านใน ไม่นานนัก ร่างสูงใหญ่ของชายคนหนึ่งก็เดินออกมาจากกระท่อม ชายคนนั้นมีรูปร่างกำยำ ผิวกร้านคล้ำจากการทำงานกลางแดด และใบหน้าดุดันคมคาย เขาคือ อาเฉียง คนสวนและยามหนุ่มที่เพิ่งเข้ามาทำงานที่นี่ได้ไม่นาน
อาเฉียงเห็นจื่อเหวินก็รีบโค้งคำนับด้วยความเคารพ "นายท่าน! ท่านมาทำอะไรที่นี่ขอรับ?" น้ำเสียงของเขาดูประหม่าเล็กน้อย ซึ่งจื่อเหวินตีความว่าอาเฉียงคงจะเกรงใจเขามาก และอาจจะกำลังพักผ่อนอยู่
"ข้ากำลังตามหาเหม่ยซิน ภรรยาของข้า" จื่อเหวินตอบ "เ้าเห็นนางบ้างหรือไม่?"
อาเฉียงมีสีหน้าลังเลเล็กน้อย จื่อเหวินคิดว่าอาเฉียงคงจะกลัวว่าเขาจะตำหนิที่ปล่อยให้คุณผู้หญิงเดินเล่นคนเดียว ก่อนจะตอบว่า "ข้า...ข้าเห็นคุณผู้หญิงเดินมาทางนี้เมื่อครู่ขอรับ ท่านบอกว่าจะมาเดินเล่นในสวน"
"นางอยู่ที่ไหนกันแน่?" จื่อเหวินถามด้วยความร้อนใจ เพราะกลัวเธอจะหลงทาง
อาเฉียงชี้ไปที่พุ่มไม้ขนาดใหญ่ที่อยู่ด้านหลังกระท่อม "ข้าเห็นท่านเดินเข้าไปในพุ่มไม้นั้นขอรับ"
จื่อเหวินเดินตรงไปยังพุ่มไม้ที่อาเฉียงชี้บอก แต่ก่อนที่เขาจะก้าวเข้าไป เขาก็ได้ยินเสียงร้องคราง แ่เบาเล็ดลอดออกมาจากด้านหลังพุ่มไม้ เสียงที่ฟังดูเหมือนเสียงของเหม่ยซิน แต่มีอะไรบางอย่างในเสียงนั้นที่ทำให้เขารู้สึกแปลกใจ
จื่อเหวินหยุดชะงัก แต่ไม่ใช่เพราะความสงสัยในแง่ร้าย เขาคิดว่าเหม่ยซินคงจะถูกแมลงกัด หรืออาจจะลื่นล้มจนาเ็ ความรักและความเป็ห่วงทำให้เขาเร่งฝีเท้าเข้าไปใกล้ หัวใจของเขาเต้นแรงด้วยความกังวล
"เสียงนั้น...ฟังดูเหมือนเหม่ยซินเ็ป" เขาคิดในใจ "ข้าต้องรีบไปช่วยนาง"
ขณะที่เขาเดินอ้อมพุ่มไม้ไป เขาก็เห็นเงาคนเคลื่อนไหวอยู่ด้านใน เงาที่ดูเหมือนมีสองคน หนึ่งในนั้นมีรูปร่างที่คุ้นตา ซึ่งเขาคิดว่าคือเหม่ยซิน และอีกคนหนึ่งที่มีรูปร่างใหญ่กว่า เขาคิดว่าคงเป็อาเฉียงที่กำลังช่วยเหลือภรรยาของเขา
"เหม่ยซิน! เ้าเป็อะไรไป?" จื่อเหวินร้องเรียกด้วยความเป็ห่วง เสียงของเขาดังก้องไปในความเงียบของสวน
ทันใดนั้น เงาคนก็หยุดนิ่ง และเหม่ยซินก็เดินออกมาจากพุ่มไม้ ใบหน้าของนางแดงก่ำ มีเหงื่อซึมตามไรผม และเสื้อผ้าดูยับยู่ยี่เล็กน้อย จื่อเหวินคิดว่าเธอคงจะเหนื่อยจากการเดินเล่นและอากาศร้อน หรืออาจจะใจากแมลงหรือสัตว์เล็กๆ ในป่า
"จื่อเหวิน! ท่านมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?" เหม่ยซินถามด้วยน้ำเสียงที่ดูใเล็กน้อย จื่อเหวินคิดว่าเธอคงจะใที่เขามาเจอเธอในสภาพที่ดูไม่เรียบร้อย
"ข้าตามหาเ้าอยู่" จื่อเหวินตอบด้วยรอยยิ้ม "ข้าได้ยินเสียงร้องครางแ่เบา และเห็นเงาคนเคลื่อนไหว ข้าคิดว่าเ้าคงจะาเ็"
เหม่ยซินยิ้มอย่างเขินอาย จื่อเหวินคิดว่าเธอคงจะเขินที่เขาเห็นเธอในสภาพนี้ "ข้า...ข้าแค่ใที่เห็นแมลงตัวใหญ่บินผ่านไปเท่านั้นเองค่ะ ท่านคงจะหูฝาดไปเอง"
จื่อเหวินหันไปมองอาเฉียงที่ยืนอยู่ข้างๆ อาเฉียงมีสีหน้าซีดเผือดและเหงื่อแตกพลั่ก จื่อเหวินคิดว่าอาเฉียงคงจะใที่เห็นเขามาเจอคุณผู้หญิงในสภาพนี้ และกลัวว่าจะถูกตำหนิ
"อาเฉียง ขอบใจเ้ามากที่ช่วยดูแลภรรยาของข้า" จื่อเหวินกล่าวด้วยความจริงใจ "เ้าเป็คนดีและซื่อสัตย์จริงๆ"
อาเฉียงโค้งคำนับอย่างรวดเร็ว "ไม่เป็ไรขอรับนายท่าน เป็หน้าที่ของข้าอยู่แล้ว"
จื่อเหวินไม่เคยสงสัยเลยว่าเสียงร้องครางที่เขาได้ยินคือเสียงแห่งความสุขสมของภรรยาเขา และเงาคนที่เขาเห็นคือภาพการทรยศที่เกิดขึ้นต่อหน้าต่อตา เขาเชื่อในคำพูดของเหม่ยซินและมองโลกในแง่ดีอย่างไม่มีเงื่อนไข ความบริสุทธิ์ใจของเขาทำให้เขาไม่สามารถจินตนาการถึงความชั่วร้ายที่อาจเกิดขึ้นได้
"เหม่ยซินช่างน่ารักจริงๆ" เขาคิดในใจ "แค่เห็นแมลงก็ใขนาดนี้ ข้าต้องดูแลนางให้ดีกว่านี้"
เขาเดินเข้าไปใกล้เหม่ยซินและใช้มือปัดผมที่ยุ่งเหยิงของเธอให้เรียบร้อย "เ้าเหนื่อยมากหรือเปล่า? ใบหน้าของเ้าแดงก่ำมาก"
"ข้าแค่เดินเล่นในสวนค่ะ อากาศค่อนข้างร้อน" เหม่ยซินตอบด้วยน้ำเสียงที่อ่อนหวาน
จื่อเหวินพยักหน้าเข้าใจ "งั้นเราไปพักผ่อนที่ศาลากันเถอะ ข้าจะสั่งให้คนใช้เอาน้ำเย็นและผลไม้มาเสิร์ฟ"
ขณะที่พวกเขาเดินกลับไปยังศาลา จื่อเหวินสังเกตเห็นว่าเหม่ยซินเดินแปลกๆ เหมือนขาอ่อนแรง เขาคิดว่าเธอคงจะเดินมากจนเมื่อย
"เ้าเดินมากเกินไปแล้วหรือเปล่า? ขาของเ้าดูอ่อนแรง" เขาถามด้วยความเป็ห่วง
"ข้า...ข้าแค่เหนื่อยเล็กน้อยค่ะ" เหม่ยซินตอบ
จื่อเหวินรีบอุ้มเธอขึ้นมาในอ้อมแขน "งั้นให้ข้าอุ้มเ้าไปเถอะ อย่าให้เมื่อยมากกว่านี้"
เหม่ยซินซบหน้าลงบนไหล่ของเขา "ขอบคุณค่ะจื่อเหวิน ท่านใจดีมาก"
เมื่อถึงศาลา จื่อเหวินก็วางเหม่ยซินลงบนเบาะนุ่มๆ และสั่งให้คนใช้เอาน้ำเย็นและผลไม้สดมาเสิร์ฟ เขานั่งข้างๆ เธอและใช้พัดกระดาษพัดลมให้เธออย่างอ่อนโยน
"วันนี้เ้าไปทำธุระอะไรมาบ้าง?" เขาถามด้วยความสนใจ
"ข้า...ข้าไปช่วยท่านลุงใหญ่จัดการเอกสารบางอย่างค่ะ" เหม่ยซินตอบ "เป็เื่เกี่ยวกับการค้าขาย"
"เ้าเก่งจริงๆ นะ" จื่อเหวินกล่าวด้วยความภูมิใจ "ท่านลุงใหญ่คงจะประทับใจในความสามารถของเ้ามาก"
เหม่ยซินยิ้มหวาน "ข้าก็แค่ช่วยเหลือตามกำลัง"
ขณะที่พวกเขากำลังคุยกัน จื่อเหวินสังเกตเห็นว่าเหม่ยซินดูมีความสุขและเปล่งปลั่งผิดปกติ ใบหน้าของเธอมีแสงแวววาวที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน เขาคิดว่าเธอคงจะมีความสุขที่ได้ช่วยเหลือท่านลุงใหญ่และรู้สึกภูมิใจในตัวเอง
"เ้าดูมีความสุขมากวันนี้" เขาสังเกต
"ข้ามีความสุขที่ได้อยู่กับท่านค่ะ" เหม่ยซินตอบ แต่ในใจเธอกลับคิดถึง่เวลาที่เร่าร้อนกับอาเฉียง
จื่อเหวินรู้สึกอบอุ่นใจ เขาจูบหน้าผากของเธออย่างอ่อนโยน "ข้าก็มีความสุขที่ได้อยู่กับเ้าเช่นกัน"
เมื่อแสงแดดเริ่มลับขอบฟ้า พวกเขาก็เดินกลับไปยังเรือนพัก จื่อเหวินรู้สึกว่าวันนี้เป็วันที่สมบูรณ์แบบ เขาได้ใช้เวลากับภรรยาที่รัก และได้เห็นความสามารถของเธอในการช่วยเหลือผู้อื่น
"พรุ่งนี้เราจะทำอะไรกันดีนะ?" เขาถาม
"ข้าอยากไปเดินเล่นในสวนอีกค่ะ" เหม่ยซินตอบ "สวนที่นี่สวยงามมาก"
"ได้เลย แต่คราวหน้าข้าจะไปด้วยนะ" จื่อเหวินกล่าว "ข้าไม่อยากให้เ้าเดินคนเดียวแล้วเจอแมลงหรือสัตว์อันตราย"
เหม่ยซินยิ้มในใจ เธอรู้ดีว่าเธอจะต้องหาวิธีหลบหนีจากสายตาของสามีเพื่อไปพบกับอาเฉียงอีก "ได้ค่ะ แต่บางครั้งข้าก็อยากมีเวลาส่วนตัวบ้าง"
"เข้าใจ" จื่อเหวินพยักหน้า "ข้าจะไม่รบกวนเ้ามากเกินไป"
เมื่อถึงเวลาเข้านอน จื่อเหวินกอดเหม่ยซินไว้ในอ้อมแขนอย่างอ่อนโยน เขารู้สึกโชคดีที่มีภรรยาที่สวยงาม เก่งกาจ และซื่อสัตย์เช่นเธอ
"เหม่ยซิน ข้ารักเ้ามาก" เขาพึมพำ
"ข้าก็รักท่านค่ะ" เหม่ยซินตอบ แต่ในใจเธอกลับคิดถึงความเร่าร้อนที่เธอได้รับจากอาเฉียง
จื่อเหวินหลับไปด้วยความสุขใจ ไม่รู้เลยว่าภรรยาที่เขารักนั้นกำลังวางแผนที่จะทรยศเขาอีกครั้งในวันพรุ่งนี้ ความไม่รู้ของเขาเป็เหมือนโล่ป้องกันที่ทำให้เขามีความสุขอย่างต่อเนื่อง
จื่อเหวินเป็คนที่มองโลกในแง่ดีและเชื่อใจคนอื่นอย่างไม่มีเงื่อนไข ความบริสุทธิ์ใจนี้เองที่ทำให้เขาไม่เคยสงสัยในสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัว และนั่นคือเหตุผลที่เขาจะไม่เคยค้นพบความจริงที่เ็ปเกี่ยวกับภรรยาของเขา
ความไม่รู้ของจื่อเหวินเป็เหมือนของขวัญที่ชะตากรรมมอบให้ เพราะมันทำให้เขามีความสุขอย่างแท้จริง แม้ว่าความสุขนั้นจะสร้างขึ้นจากภาพลวงก็ตาม