ณ แดนเทพ
สายหมอกสีเงินอ่อนลอยอ้อยอิ่งไปทั่วฟากฟ้า เสียงพิณแ่เบาเคล้าคลอไปกับระลอกลมที่พัดต้องกลีบดอกไม้โปรยปราย แสงทองจากฟ้าส่องลงมาจนทั่วทั้งบริเวณดูอบอุ่นและสง่างาม วิหารใหญ่ตั้งอยู่กลางลานกว้าง รายล้อมด้วยเสาแกะสลักรูปัและนก์ที่เปล่งประกายระยิบระยับ
เหล่าเทพธิดาลอยอยู่เหนือพื้น ร่ายรำอย่างอ่อนช้อยตามจังหวะดนตรี เส้นผมยาวพลิ้วปลิวไสวไปตามลม มือเรียวโปรยกลีบดอกไม้ กลีบดอกไม้สีเงินถูกโปรยจากเบื้องบนร่วงหล่นลงมาดั่งสายฝน
เหล่าเทพนับร้อยยืนเรียงรายอยู่รอบลานกว้าง สีหน้าของทุกคนคล้ายกำลังรอคอยบางสิ่ง ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าแ่เบาดังสะท้อนมาตามทางเดินหยกยาวทอดตรงเข้ามา ในชั่วขณะนั้น สายตาทุกคู่ต่างก็มองไปยังทิศทางเดียวกันโดยไม่ต้องนัดหมาย
ผู้ที่กำลังเดินเข้ามาคือ เทพดารา ผู้กุมชะตาแห่งหมู่ดาวทั้งมวล นางค่อยๆ เดินเข้ามาตามทางเดินหยกที่ทอดยาว ทุกย่างก้าวของนางราวกับทำให้พื้นหยกเรืองแสงขึ้นอย่างอ่อนโยน ประหนึ่งดวงดาวนับพันกำลังกระซิบต้อนรับผู้เป็นายแห่งฟากฟ้า
เทพดาราผู้นี้ คือเทพผู้เลื่องลือว่าโฉมงามเหนือ์เป็ความงดงามที่บริสุทธิ์ ดวงตาสีเทาอ่อนลึกซึ้งเปล่งประกายราวหมู่ดาราที่ซ่อนตัวอยู่ในความมืด เพียงสบตาก็ราวกับถูกดูดกลืนเข้าไปในห้วงจักรวาลอันไร้ขอบเขต
อาภรณ์สีรุ้งของนางพลิ้วไหวไปตามจังหวะการเดิน อาภรณ์งดงามที่สวมใส่ประดับด้วยลวดลายหมู่ดาวที่เรืองรองและแปรเปลี่ยนรูปทรงไปราวกับท้องฟ้ายามเคลื่อนไหว เส้นผมยาวสีเงินสลวยทอดลงแนบแผ่นหลัง ราวม่านแสงแห่งราตรีที่ปกคลุมฟากฟ้า
บุรุษผู้ที่กำลังเดินเคียงข้างนางคือ เทพา บุรุษผู้เกรียงไกร ใบหน้าหล่อเหลาเยือกเย็น ดวงตาคมสีทองลึกลับ ที่มีทั้งความเ็าและเย้ายวนในเวลาเดียวกัน คิ้วคมเข้มได้รูป ส่งเสริมใบหน้าที่ชัดเจนทุกสัดส่วน จมูกโด่งเป็สันและริมฝีปากบางที่มักเม้มเป็เส้นตรงยิ่งเพิ่มความเฉียบขาดของบุรุษผู้ไม่แสดงอารมณ์ง่าย ๆ ใบหน้าเย็นเฉยของเขามักทำให้เหล่าเทพรู้สึกห่างไกล แต่ยิ่งมองก็ยิ่งน่าดึงดูด
เส้นผมสีดำยาวสลวยถึงกลางหลังถูกรวบเก็บไว้อย่างเรียบร้อย เผยให้เห็นลำคอแข็งแรงและแนวกรามคมสันที่เด่นชัดยิ่งขึ้น ทุกอิริยาบถของเขาดูสงบนิ่ง ทว่ากลับแฝงไว้ด้วยความน่าเกรงขามที่ยากผู้ใดจะเข้าถึง
อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ที่สวมใส่ยิ่งขับให้เรือนร่างสูงสง่าดูสูงส่งเหนือสามัญ รัศมีรุนแรงจนแม้แต่เทพธิดาและเทพบุรุษทั้งหลายยังมิอาจละสายตาได้ ต่างลอบมองด้วยความชื่นชมและเกรงกลัวในคราเดียวกัน ราวกับเบื้องหน้าคือาและศักดิ์ศรีที่ไม่อาจท้าทายได้ง่ายดายนัก.
ไม่นานนัก เมฆก้อนใหญ่พลันแยกตัวออกจากกัน พร้อมแสงทองเจิดจ้าที่ส่องลงมาจากฟากฟ้า สายหมอกสีเงินพลิ้วราวม่านผ้า ก่อนร่างหนึ่งจะปรากฏขึ้นกลางแสงนั้น
“ราชันเทพ” ผู้ครอง์
ราชันเทพ คือผู้ครองสูงสุด ทรงปกครองสรรพชีวิตของแดนเทพแห่งนี้คือผู้ที่มีอำนาจสูงสุดที่ไม่มีผู้ใดทัดเทียม
รองลงมาคือเทพา ผู้ดำรงตำแหน่งเทพขั้นที่หนึ่ง เป็เสาหลักแห่งการป้องกันแดนเทพ ทำหน้าที่นำกองทัพเทพผู้พิทักษ์ออกศึก ปราบปรามภัยอันตรายทุกทิศทาง ไม่ว่าจะเป็ปีศาจ อสูร หรือพลังชั่วร้ายจากนอกดินแดน ล้วนอยู่ภายใต้การควบคุมและบัญชาการของเทพาทั้งสิ้น
นอกเหนือจากนั้นยังมีเหล่าเทพขั้นที่สอง สาม และสี่ ซึ่งเรียงลำดับตามพลังอำนาจและศักดิ์ศรีที่ลดหลั่นกันลงไป แต่ละตำแหน่งต่างมีหน้าที่เฉพาะของเพื่อรักษาดุลยภาพของฟ้าดิน ทุกระดับล้วนเชื่อมโยงกันเป็ระเบียบแห่ง์ อันเป็รากฐานสำคัญของความสงบและความสมดุลในทุกภพภูมิ
เมื่อเห็นราชันเทพปรากฏกายเหล่าเทพทั้งปวงรีบค้อมกายลงทันที
“คารวะราชันเทพ!”
ราชันเทพพยักหน้าเพียงเล็กน้อย ก่อนจะเปล่งเสียงออกมาดังกังวานทั่วผืนฟ้า
“วันนี้... เรามาทำพิธีผูกด้ายแดงให้แก่ เทพา และ เทพดารา ขอให้พวกท่านครองรักมั่นยืนนาน ช่วยกันดูแลแดนเทพแห่งนี้ตราบนิรันดร์”
สิ้นเสียงนั้น เหล่าเทพที่รายล้อมต่างก้มศีรษะลงอย่างพร้อมเพรียง ขณะที่เทพาและเทพดาราก็วางมือที่อกก่อนค้อมกายลงด้วยความเคารพ
ทันใดนั้น ด้ายสีแดงเส้นหนึ่งพลันปรากฏขึ้นกลางฝ่ามือของราชันเทพ ด้ายเส้นนั้นส่องประกายเรืองรอง แสงของมันอบอุ่นราวแสงอรุณแรกเริ่มของ์ ก่อนจะลอยละลิ่วออกจากมือขององค์ราชันอย่างช้า ๆ และขยับไปคล้องที่ข้อมือของเทพาและเทพดารา ด้ายแดงเปล่งแสงสว่างไสว พันรอบข้อมือทั้งสองแน่นสนิทเชื่อมดวงชะตาให้เป็หนึ่งเดียว
“ขอบพระทัยราชันเทพ” เสียงของทั้งสองดังขึ้นพร้อมกัน ก้องสะท้อนในอากาศอย่างนุ่มนวล
สิ้นคำท้องฟ้าก็เปล่งแสงสว่างเจิดจ้า เกล็ดทองระยิบระยับร่วงหล่นจากเบื้องบนดั่งหิมะแห่ง์ เกล็ดแต่ละชิ้นเปล่งพลังแห่งเทพบริสุทธิ์ ส่องแสงไหวราวประกายดาวนับหมื่นที่ล่องลอยกลางอากาศ
เสียงดนตรี์บรรเลงขึ้นอีกครั้ง บรรยากาศเต็มไปด้วยความปีติ เหล่าเทพทั้งหลายต่างยื่นมือรับเกล็ดทองด้วยรอยยิ้ม เพราะรู้ดีว่านี่คือพรสูงสุดจากราชันเทพ ของขวัญแห่งชีวิตที่ต่ออายุขัยของพวกเขาได้
เทพดาราเงยหน้าขึ้นมองบุรุษผู้ยืนอยู่เคียงข้าง เทพา ผู้ที่นางเฝ้ามองมานับพันปี ดวงตากลมโตของนางสะท้อนแสงจากหมู่ดาวระยิบระยับราวกับกำลังซ่อนความรู้สึกอันลึกซึ้งไว้ภายใน หัวใจของนางสั่นไหวเมื่อได้มองเห็นใบหน้าคมคาย ใบหน้านั้นยังคงเ็าเฉกเช่นทุกครั้งที่นางได้พบ แต่ถึงอย่างนั้น...นางกลับไม่อาจละสายตาได้เลยแม้เพียงน้อย
เมื่อนางรู้ว่าราชันเทพประทานพิธีสมรสครั้งนี้ให้นางรีบตอบรับโดยไม่รั้งรอ ความรู้สึกที่เก็บงำนานในที่สุดก็ได้รับการตอบแทน แม้ไม่รู้ว่าเทพาจะมีความรู้สึกใดซ่อนอยู่ภายใต้ใบหน้าเรียบนิ่งนั้น แต่เพียงได้ยืนอยู่เคียงข้างเขา ได้เอ่ยคำสัตย์ร่วมพิธีเดียวกัน นางก็ถือว่าชีวิตอันยาวนานของตนไม่สูญเปล่าแล้ว
เทพดาราก้มลงมองเส้นด้ายแดงที่ผูกไว้บนข้อมือของทั้งคู่ก่อนแย้มยิ้มบาง ๆ จากนี้เป็ต้นไปนางพร้อมจะอยู่เคียงข้างเขาไปตลอดกาลในแดนเทพอันเป็นิรันดร์แห่งนี้