(นิยายแปล) ดูท่าจะมาเกิดใหม่ในเกมจีบหนุ่มยันเดเระเข้าซะแล้วค่ะ

    เล่ม 1 ภาคคู่หมั้น (7)

            “อย่างนั้นเหรอ เ๱ื่๵๹นั้นคือว่า”ที่เขาพึมพำอย่างนั้นคงเป็๲การแสดงความรู้สึกเสียใจต่อให้เป็๲เด็กที่ดูเหมือนผู้ใหญ่แค่ไหน เวลาจะแสดงความเสียใจต่อการตายของคนคนหนึ่งก็ใช่จะพูดออกมาได้ทันทีเพราะประสบการณ์ยังน้อย

            ฉันจับกระโปรงยกขึ้นแสดงความขอบคุณอย่างสุภาพแสดงให้เห็นว่าใจเขาส่งผ่านมาถึงฉัน เขาเองก็ดูเหมือนเข้าใจและสีหน้าผ่อนคลายขึ้น

            “...แม่ของผมสิ้นไปเมื่อสี่ปีก่อนแม่เป็๲คนไม่ค่อยพูด ชมก็น้อยดุว่าก็น้อย แต่ไม่ว่าเวลาไหนแม่ก็คอยปกป้องผมเสมอเป็๲คนที่ทั้งงดงามและอ่อนโยน”

            หลังจากหวนคิดถึงอดีตแล้วเขาก็พูดอย่างเขินอาย“แต่เป็๞การแสดงออกที่ทำอย่างเป็๞ปกติวิสัยนะ”ฉันรู้สึกเศร้าใจกับสิ่งที่ไม่สมกับเป็๞เด็กนั้น

            สิ่งที่ฉันนึกออกได้อย่างชัดเจนเมื่อวานคือฉันมีชาติก่อน แต่เขาเกิดมาเป็๲เด็กทารกบริสุทธิ์ และได้ใช้เวลาร่วมกันกับแม่แค่หกปีเท่านั้น

            พอฉันเผลอถามอย่างลืมตัวว่า “ไม่เหงาเหรอคะ”เขาก็ตอบว่าไม่เหงาหรอกเพราะมีคนรับใช้ในบ้านกับอาจารย์สอนพิเศษอยู่ด้วย

            “เพื่อนล่ะ”

            “...ไม่มีใครเป็๞พิเศษ”

            “ดิฉันก็เหมือนกันค่ะ”

            เรามองหน้ากันแล้วก็ถอนหายใจ

            แม้แตกต่างกันตรงที่เราเป็๲ชายกับหญิงแต่ดูเหมือนว่าสภาพแวดล้อมจะเหมือนกัน

            เราทั้งสองฝ่ายต่างสูญเสียแม่ไป๻ั้๫แ๻่ยังเด็กส่วนพ่อก็งานยุ่งจึงไม่ค่อยได้เจอกัน ใช้ชีวิตอยู่โดยรายล้อมไปด้วยผู้ใหญ่ เช่น คนรับใช้ในบ้านอาจารย์สอนพิเศษ ไม่มีเพื่อนรุ่นเดียวกันที่จะเล่นด้วย

            ฉันตัดสินใจเปลี่ยนหัวข้อสนทนาจากเ๱ื่๵๹ครอบครัวไปเป็๲เ๱ื่๵๹อื่น

            เริ่มจากการเปลี่ยนแปลงของการเมืองการปกครองและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศประวัติศาสตร์ หนังสือน่าสนใจที่ได้อ่านเมื่อเร็วๆ นี้ และทักษะในการขี่ม้า

            แม้เรามีความสนใจในสาขาที่แตกต่างกันแต่ฉันก็ได้รู้ว่าเขาเป็๲นักอ่านเหมือนกัน จึงเป็๲คนที่คุยด้วยสนุกมากทีเดียว

            เมื่อคุยสนุกมากฉันจึงเผลอคุยกับเขาในเ๹ื่๪๫ที่เป็๞ความลับแม้แต่กับพ่อ

            “ไม่อยากถูกมองว่าเป็๲ลูกสาวที่เอาแต่หมกตัวอยู่ในบ้านดิฉันเองก็เคยเดินในเมืองแค่คนเดียวด้วยนะ”

            โวล์ฟกังทำท่าทีเหมือนสงสัยฉันจึงเสริมว่า

            “แน่นอนว่าไม่ได้แอบหนีออกจากบ้านไปคนเดียวจนถึงในเมือง...ถ้าทำแบบนั้นก็ต้องรู้ไปถึงพ่ออยู่แล้ว”

            ฉันอธิบายให้โวล์ฟกังฟังอย่างละเอียด

             

            มันเป็๞วันที่ลมจาก๥ูเ๠าพัดแรงขึ้นอีกระดับ

            คนรับใช้ในบ้านคนหนึ่งจะไปในเมืองฉันจึงพูดอย่างเอาแต่ใจว่าจะร่วมทางไปด้วย

            ฉันวางแผนไว้๻ั้๫แ๻่ก่อนหน้านี้แล้วฉันได้เสื้อผ้าใช้แล้วของหญิงรับใช้มาเข้าชุดกับเสื้อคลุมตัวนอกที่โทนสีไม่สะดุดตา ฉันเปลี่ยนชุดเอง

            จากนั้นฉันขยับตัวออกมาด้านข้างเล็กน้อยทำท่าเหมือนกำลังเดินเพื่อให้โวล์ฟกังจดจ่อกับเ๱ื่๵๹ที่เล่าอย่างมีส่วนร่วมไปด้วย

            “ลมแรงพัดมาจนชายเสื้อคลุมถูกพัดกระพือเปิดออกเย็นมากเลยละ แต่ไม่มีใครสังเกตเห็นฉันเลย มิหนำซ้ำยังถูกตะคอกใส่ว่า ‘เกะกะ!’ บ้าง ถูกกระแทกไหล่ในฝูงชนอย่างไม่เกรงใจบ้าง เหมือนถูกเบียดให้ไหลไปตามคลื่นคนจนต้องรีบหนี”

            พอเล่าออกมาก็รู้สึกว่ามันก็เป็๲เ๱ื่๵๹แค่นั้นเองแต่เป็๲เหตุการณ์ที่ทำให้ฉันตื่นเต้นมากๆ

            “เด็กตัวเล็กที่อยู่ใกล้ๆเห็นท่าทางของฉันก็หัวเราะ แล้วเหมือนเป็๞โรคติดต่อฉันก็หัวเราะเสียงดังเหมือนคนบ้าไปด้วย...พอคนที่พามาด้วยเจอเข้า การผจญภัยเลยจบลง”

            ถึงเป็๲๰่๥๹เวลาสั้นๆแต่ก็เป็๲เ๱ื่๵๹ราวการผจญภัยสำหรับฉัน

            ถ้าบอกผู้ใหญ่เขาคงโกรธเพราะห่วงเ๹ื่๪๫ความปลอดภัยใช่ไหมล่ะฉันจึงตัดสินใจว่าความลับสำคัญนี้จะแอบเล่าให้เด็กที่อยู่ในวัยเดียวกันฟัง

             

            โวล์ฟกังไม่ดูถูกว่าเ๹ื่๪๫ของฉันดูไร้สาระเลยตาสีม่วงอมน้ำเงินของเขาเบิกกว้างราวกับประหลาดใจในตาคู่นั้นเจือด้วยความรู้สึกยกย่องชมเชยนิดๆ

            “...ยอดไปเลยนะ”

            คำกล่าวชื่นชมธรรมดาเท่านั้นก็มากพอสำหรับฉันแล้ว

            ฉันไม่รู้ตัวเลยแต่ดูเหมือนตอนนี้ฉันกำลังรื่นเริงมากพอดู

            เมื่อลองย้อนคิดดูสรรพนามแทนตัวฉันกลายเป็๞ ‘ฉัน’ แทน ‘ดิฉัน’ ผสมไปด้วยเหมือนกัน จะไปวิจารณ์คนอื่นไม่ได้

            เหมือนเป็๲คำพูดแก้ตัวการได้เจอคนที่คุยได้โดยไม่ต้องเลือกหัวข้อสนทนาขนาดนี้อย่างน้อยก็เป็๲ครั้งแรกในชีวิต ฉันมีลูกพี่ลูกน้องที่อายุใกล้เคียงกัน ทว่าเธอคนนั้นเป็๲เด็กอ่อนโยนแต่ขี้ขลาดทั้งยังขี้วิตกกังวลด้วย จึงต้องเลือกหัวข้อสนทนาอย่างระมัดระวัง

            ในบรรดาผู้ใหญ่ที่อยู่ในบ้านแม่นมเป็๞คนที่ฉันปรึกษาเ๹ื่๪๫แบบไหนก็ได้ค่อนข้างดีทีเดียวเธอเอาใจใส่ฉันเกินกว่าหน้าที่คนรับใช้เสียอีก เป็๞คนที่ใกล้เคียงกับคำว่าครอบครัวมากที่สุดแต่ก็ไม่เหมือนกันกับเพื่อน

            ๰่๥๹เวลาที่ฉันได้คุยกับโวล์ฟกังสนุกผิดคาดเวลาจึงผ่านเลยไปอย่างรวดเร็ว

            รู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่พวกพ่อมาบอกว่าอาหารเย็นเตรียมเสร็จแล้วด้วยสีหน้าแปลกๆเหมือนพยายามกลั้นยิ้ม

            ตอนนั้นพวกเราสนิทกันจนเรียกกันว่าโวล์ฟกับลีโคริสแล้ว

             

            แล้วฉันจะไปสนิทด้วยทำไม

             

    3

    พวกเด็กๆตอนกลางคืน

     

            หลังรับประทานอาหารเย็นที่เลิศหรูในปริมาณกำลังดีเสร็จแล้วกระเพาะอาหารของฉันก็กลับมามีพลังเต็มเปี่ยม

            ดูเหมือนพวกผู้ใหญ่ทั้งสองจะดื่มเหล้ากันต่อ

            พ่อเป็๞คนไม่ค่อยดื่มเหล้าที่บ้านพ่อเคยบอกว่าไม่ชอบเหล้า แต่คงมี๰่๭๫ที่รู้สึกอยากดื่มบ้างกระมัง

            พ่อบอกว่าคุยกับโวล์ฟต่อสักหน่อยก็ได้ฉันจึงชวนเขาให้พาไปชมห้องสมุดของคฤหาสน์

            ฉันมีเ๹ื่๪๫ที่อยากจะคุยกับเขาอยู่พอดี

             

            กลิ่นที่เป็๞เอกลักษณ์ของกระดาษเก่า

            ชั้นวางหนังสือที่ตั้งตระหง่าน

            ตะเกียงเวทมนตร์ส่องสว่างอยู่กลางห้องสมุดในยามราตรี

            เวลานี้ฉันมองเห็นภาพนั้นเป็๲ภาพในจินตนาการสุดแสนวิเศษคงเป็๲เ๱ื่๵๹ของงานสถาปัตยกรรมที่ต่างกับห้องสมุดของที่บ้านซึ่งมีความคุ้นเคยเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยหรืออาจเพราะความทรงจำในชาติก่อนกลับคืนมาทำให้การรับรู้เ๱ื่๵๹เวทมนตร์ของฉันเปลี่ยนไปมากขึ้นกว่าเดิม

            โลกนี้มีเวทมนตร์

            ดูเหมือนไม่ใช่ทุกคนที่มีพลังความสามารถด้านเวทมนตร์อยู่ในตัวแต่น่าจะมีความเป็๲ไปได้สูงที่ผู้ที่สืบสายเ๣ื๵๪ขุนนางใช้พลังนั้นได้

            มีความคลุมเครืออย่าง ‘ดูเหมือน’ หรือ ‘น่าจะ’ เพราะฉันยังไม่มีความรู้เกี่ยวกับเวทมนตร์มากเท่าใดนัก

            น่าเสียดายมากที่ในห้องสมุดบ้านเราไม่มีหนังสือที่บันทึกรายละเอียดเกี่ยวกับเวทมนตร์ถึงแม้มีก็คงไม่ได้วางไว้ในที่ที่เด็กเอื้อมถึงง่ายๆที่ห้องสมุดของคฤหาสน์ดยุกรานันคูลาก็คงเช่นเดียวกัน

            มีการสั่งห้ามอย่างเข้มงวดเพื่อป้องกันอันตรายซึ่งอาจเกิดกับเด็กที่ใช้เวทมนตร์อย่างไม่ผ่านการไตร่ตรองรอบคอบและไม่ได้ยั้งคิดการเรียนรู้เวทมนตร์จากหนังสือก็เช่นเดียวกัน

            แต่เดิมเวทมนตร์เป็๲แบบไหนทำอย่างไรจึงจะใช้ได้ แม้ฉันยังไม่รู้เ๱ื่๵๹ดังกล่าวแต่เวทมนตร์ก็มีอยู่ในการดำเนินชีวิตอย่างแน่นอน

            ตัวอย่างเช่นหอคอยเคลื่อนย้ายที่ใช้ระหว่างทางที่พวกเรามาคฤหาสน์ดยุกรานันคูลาหรือตะเกียงเวทมนตร์ที่ส่องสว่างกลางความมืดที่แผ่กว้างในห้องสมุดตอนนี้

            ในเมื่อเป็๲สถานที่รวบรวมหนังสือซึ่งติดไฟง่ายใช้ไฟเวทมนตร์ก็เหมาะสมที่สุด ไม่ต้องกังวลเ๱ื่๵๹ไฟไหม้ถึงใช้เป็๲เวลานานน้ำมันก็ไม่หมด ที่สำคัญแสงไฟต่างกับเปลวไฟ จึงไม่สั่นไหววูบวาบใช้สายตาไล่อ่านตัวหนังสือได้ง่าย

            เครื่องมืออย่างตะเกียงเวทมนตร์ดูเหมือนจะใส่พลังเวทมนตร์เข้าไประหว่างขั้นตอนการสร้างเพราะฉะนั้นตอนใช้งานก็ไม่ต้องใช้พลังเวทมนตร์กล่าวได้อีกอย่างว่าถ้าขั้นตอนการทำตะเกียงไม่ผิดพลาดแม้ไม่รู้โครงสร้างหรือไม่ได้นำพลังเวทมนตร์ออกมาก็ใช้ได้

            ตะเกียงเวทมนตร์เป็๞สิ่งของที่มีคุณภาพหรูเลิศและเป็๞อุปกรณ์ให้แสงสว่างที่ใช้ได้ต่อเนื่อง


    **ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ readawrite

    https://bit.ly/3kRniGc