มู่เสินฉวนก้าวเท้าออกจากม่านโลหิตที่สาดกระเซ็นเสื้อคลุมสีขาวย้อมไปด้วยสีเลือดสดร่างกำยำสูงสล้างประดับด้วยบาดแผลฉกรรจ์นับสิบที่ยังคงหลั่งโลหิตศักดิ์สิทธิ์สีทองอร่ามราวกับเทพมารบรรพกาลจุติลงสู่โลกีย์จิตสังหารที่แผ่ขยายสะท้านฟ้าดินทำให้เหล่าเทพสวรรค์ทั้งปวงสั่นสะท้านด้วยความหวาดหวั่น
ฉัวะ!
วิชาคืนชีพหงส์สวรรค์ถูกกระตุ้นอีกครานัยน์ตาของเขาปรากฏอักขระโบราณสลับซับซ้อน พลังชีวิตอันมหาศาลแผ่ซ่านไปทั่วร่างฟื้นฟูบาดแผลให้กลับคืนดังเดิม!
ทว่าเคล็ดวิชานี้มิอาจใช้ได้อย่างไร้ขีดจำกัดการใช้แต่ละครั้งล้วนสูบพลังปราณและพลังวิญญาณอันมหาศาลแม้แต่กายาศักดิ์สิทธิ์ที่มีพลังล้นเหลือยังแทบต้านทานไม่ไหว!
รูปปั้นกายาทองคำภายในหว่างคิ้วของเขาหม่นแสงลงอย่างเห็นได้ชัด
เหล่าจักรพรรดิดินแดนศักดิ์สิทธิ์เบื้องหน้าล้วนเป็นผู้ฝึกตนผู้ผ่านสมรภูมิมานับครั้งถ้วน ด้วยสายตาอันคมกริบพวกเขาสังเกตเห็นถึงความผิดปกติทันทีที่มู่เสินฉวนใช้วิชานี้อีกครั้งเสียงตวาดเย็นเยียบจึงดังขึ้น
“เคล็ดวิชาของมันใช้ได้อีกไม่กี่ครั้งแล้ว!”
“จงบีบมันให้ตายซะ!”
สิ้นเสียงคำรามเสียงแหวกอากาศก็ดังขึ้นสี่ทิศ ผู้นำตระกูลจี ผู้นำตระกูลเจียง จักรพรรดิจิ่วหลีและพญาหงส์สวรรค์ต่างเข้ายึดครองทิศทั้งสี่ เหนือ ใต้ ตะวันออก ตะวันตกปิดกั้นฟ้าดินทั้งหมด!
ขณะเดียวกันเหล่าผู้อาวุโสสูงสุดจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่ยังไม่คลายจากความตกตะลึงต่อการสิ้นชีพของจักรพรรดิต้าเซี่ยใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น ร่างสั่นเทิ้มอย่างควบคุมไม่ได้
กระทั่งจักรพรรดิต้าเซี่ยที่ถือครองอาวุธจักรพรรดิขั้นสุดยอดยังถูกมู่เสินฉวนสังหารอย่างเหี้ยมโหด ผู้ฝึกตนระดับเทพสวรรค์ขั้นห้าหกเช่นพวกเขาก็เป็นได้เพียงตัวหมากเบี้ยที่รอวันตายเท่านั้น!
แม้แต่การเคลื่อนไหวจากระยะไกลก็ไม่อาจหลีกหนีการจู่โจมที่รวดเร็วเหนือล้ำของมู่เสินฉวน!
ฉัวะ!
เหล่าเทพสวรรค์ที่เหลือรอดจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์ไท่ชูและหลิงเซียวคล้ายตระหนักถึงภัยที่คืบคลานเข้ามาพวกเขารีบกลับหลังหันและแปรเปลี่ยนเป็นแสงดาวทะยานหลบหนีไปสุดขอบฟ้า
ประมุขของตนสิ้นชีพไปแล้ว หากยังสู้ต่อเกรงว่าก่อนที่เซียนจะจุติลงมา สำนักของพวกตนคงต้องล่มสลายเสียก่อน!
และทันใดนั้นความหวาดหวั่นเช่นนี้ก็แพร่เข้าสู่จิตใจของผู้คนทั้งปวงผู้ฝึกตนระดับสูงจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์ต่างก็เริ่มถอนตัวจากการต่อสู้ไม่อยากแม้จะเข้าร่วมอีกต่อไป!
“หึ พวกขยะ!” ผู้นำตระกูลเจียงเหลือบมองกลุ่มคนเหล่านั้นก่อนจะแค่นเสียงอย่างเย็นชา
“จะมีหรือไม่มีก็ไม่ต่างกัน!”
“จงสำแดงพลังทั้งหมดที่มี!” ผู้นำตระกูลจีตวาดลั่น เริ่มกระตุ้นวิชาคันฉ่องสุญญะอย่างสุดกำลังอำนาจแห่งจักรพรรดิขั้นสุดยอดแผ่ขยายออกมาดุจพายุโหมกระหน่ำเปลี่ยนผืนฟ้าเหนือเมืองศักดิ์สิทธิ์ให้กลายเป็นความว่างเปล่า!
ผู้ฝึกตนทั้งสี่เข้ายึดครองมุมผืนฟ้าทั้งสี่เร่งอาวุธจักรพรรดิขั้นสุดยอดเข้าโรมรันใส่มู่เสินฉวน!
ตูม!!!
มู่เสินฉวนยืนหยัดอยู่ท่ามกลางฟ้าดินร่างกายสูงตระหง่านไร้ผู้ใดเทียบบุปผาแห่งวิถีสามดอกเบ่งบานปลดปล่อยปราณโกลาหลไร้สิ้นสุด ถักทอรอบเสามารสะกดฟ้า
พร้อมกันนั้นเขายังกระตุ้นเคล็ดวิชาคลั่งทลายสวรรค์อีกครั้ง! นัยน์ตาทั้งคู่กลายเป็นสีแดงฉานเพลิงโลกันตร์เผาผลาญเลือดเนื้อและวิญญาณ พลังในการต่อสู้ทะลวงขีดจำกัดโหมกระหน่ำเสามารสะกดฟ้าไร้ซึ่งความปรานี
อำนาจแห่งจักรพรรดิที่ถาโถมราวคลื่นยักษ์แผ่ซ่านไปทั่วผืนฟ้าสะท้านสะเทือนแคว้นตงฮวง ปลุกความหวาดหวั่นให้เหล่าผู้ฝึกตนนับหมื่นแสน!
ตูม!!!
มหาสงครามดำเนินต่อเนื่องไปตลอดวันคืนฟ้าดินพลิกผัน จักรวาลล่มสลาย ราวกับว่าแม้แต่สวรรค์ยังร่ำไห้
สิ่งที่ทำให้ผู้ฝึกตนนับไม่ถ้วนสั่นสะท้านคือผืนดินใต้เท้าของพวกเขากำลังเคลื่อนที่อย่างช้าๆ
ผืนดินทางเหนือของเมืองศักดิ์สิทธิ์กำลังลอยล่องไปยังแดนเป่ยหยวน ส่วนผืนดินทางใต้กำลังลอยล่องไปยังขุนเขาหนานหลิง!
“พระเจ้า!นี่มันถึงขั้นทำให้แผ่นดินแยกเป็นสองส่วนเลยหรือ?”
ผู้ฝึกตนมากมายเงยหน้ามองผืนฟ้าและพร่ำเพ้อด้วยความหวาดกลัว
ไม่นานท้องฟ้าเหนือแคว้นตงฮวงก็เกิดการเปลี่ยนแปลงอันน่าสะพรึงกลัว!
เจตจำนงแห่งสวรรค์ที่รายล้อมด้วยกฎแห่งจักรพรรดิก็หลั่งไหลลงมาอย่างบ้าคลั่งเสียงร่ำไห้อาลัยดังระงมจากวิถีแห่งเต๋านับครั้งไม่ถ้วนราวกับประกาศถึงการปิดฉากของยุคสมัยอันยิ่งใหญ่เป็นการไว้อาลัยและอธิษฐานให้แก่จักรพรรดิผู้ล่วงลับ!
…
แคว้นทางตอนเหนือ ขุนเขาศักดิ์สิทธิ์บรรพกาล
สิ่งมีชีวิตโบราณที่หลับใหลนับไม่ถ้วนพลันเบิกตาโพรงจ้องมองไปยังผืนฟ้าเบื้องบนด้วยความประหลาดใจ
“แม้แต่วิถีของจักรพรรดิรุ่นก่อนก็ยังถูกทำลาย…”
“ดูท่าอีกไม่เกินหนึ่งปียุคทองก็จะเปิดฉากขึ้น!”
ขณะเดียวกัน ณ แคว้นตงฮวง ที่ราบตอนเหนือหนานหลิง และเวิ้งทราย เซียนแต่ละคนต่างปรากฏกาย
โลกใบนี้พลันเดือดพล่าน!
…
ณ ขณะนี้มหาสงครามเหนือเมืองศักดิ์สิทธิ์ได้สิ้นสุดลงแล้วมิมีเสียงกึกก้องสะท้านสะเทือนเลื่อนลั่นอีกต่อไป ทุกสิ่งคืนสู่ความสงบ
แต่ผู้ฝึกตนทั้งปวงไม่อาจรู้ได้เลยว่าผลลัพธ์ของการต่อสู้ครั้งนั้นเป็นเช่นไร
หลายวันต่อมาร่างในชุดคลุมสีขาวที่เปื้อนเปรอะไปด้วยเลือดก็ปรากฏกายเหนือทะเลไร้สิ้นสุด
ผู้ฝึกตนหลายคนจำได้นั่นคือผู้นำตระกูลมู่—มู่เสินฉวน!
ร่างในชุดคลุมขาวนั้นถูกห่อหุ้มไว้ด้วยปราณโกลาหลเขาเคลื่อนกายช้าๆ ก้าวไปยังเกาะเทพหลักของตระกูลมู่
ครืน!
เสามารสะกดฟ้าสีทองเข้มมหึมาปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่าทิ้งดิ่งลงมาทะลวงเกาะเทพหลักในพริบตา แหวกทางสู่ก้นบึ้งทะเลไร้สิ้นสุดและทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าชั้นเก้า!
ดุจดั่งเสาเข็มทองคำตรึงทะเลตั้งมั่นคงอยู่ระหว่างสวรรค์และปฐพี โดดเด่นเป็นสง่า!
และในทันใดนั้นเมฆทมิฬแห่งความโกลาหลก็ปรากฏขึ้น ผสานเข้ากับมารสะกดฟ้า สลักอักษร‘มู่’ ตัวใหญ่ลงไป!
หลายวันถัดมา ข่าวก็แพร่กระจายจากแคว้นใต้
พญาหงส์สวรรค์ วิถีแห่งเต๋าถูกทำลายสิ้นชีพลง ณ ขุนเขาเทพหงส์สวรรค์! เผ่าหงส์สวรรค์ไว้ทุกข์ทั่วทั้งเผ่ามวลหมู่อสูรต่างมาร่วมไว้อาลัยและเคารพศพ!
หลังจากนั้นอีกหนึ่งวันแคว้นจงโจวก็เกิดความระส่ำระสาย ทายาทต่างๆแห่งราชวงศ์จิ่วหลีต่างเร่งรุดกลับไปยังจงโจวสถานการณ์ภายในราชวงศ์เต็มไปด้วยคลื่นใต้น้ำกลุ่มอำนาจที่ขึ้นอยู่กับราชวงศ์จิ่วหลีต่างพากันเข้าร่วมสงครามชิงบัลลังก์!
ท้ายที่สุดตระกูลจีผู้ยิ่งใหญ่ก็ส่งขุนพลระดับเทพสวรรค์ขั้นสามจำนวนมากออกไปพร้อมด้วยคัมภีร์มิติโบราณเพื่อเข้าสู่กระแสมิติและค้นหาผู้ยิ่งใหญ่ที่หายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอย!
ในชั่วพริบตา โลกทั้งใบก็สั่นสะเทือนห้าภูมิภาคเดือดถึงขีดสุด!