“โอ๊ย…!”
เพียงเวลาไม่นานเย่เฉินก็ส่งเสียงร้องออกมาอย่างน่าอนาถ
แต่ทว่านี่เป็สิ่งที่เขาแสร้งทำออกมาแม้ว่าเขาจะไม่ได้ใช้พลังทั้งหมดของอัคคีเที่ยงแท้แต่มันก็เพียงพอที่จะใช้ต้านพลังปราณน้ำแข็ง และการที่เขาแสร้งทำเป็กรีดร้องทั้งหมดนี้ก็เพื่อทำให้เว่ยหยางเกิดความชะล่าใจ
นี่เป็ทีท่าโดยปกติของเขาที่มักจะแต่งเป็หมูเพื่อหลอกกินเสือ
ในตอนนี้ร่างกายของเขาก็เริ่มกลายเป็น้ำแข็งั้แ่ฝ่าเท้าขึ้นมาและยังคงกระจายไปทั่วอย่างต่อเนื่อง หากเป็เช่นนี้ต่อไปอีกไม่นานร่างกายของเขาก็คงจะแข็งไปทั้งหมด
เมื่อเห็นดังนั้นเว่ยหยางก็หัวเราะเยาะ
เขาคิดว่าการเอาชนะเย่เฉินจะต้องใช้กลอุบายสักหน่อยแต่ไม่นึกเลยว่าเย่เฉินกลับถูกเขาเล่นงานโดยง่ายเช่นนี้
เขามั่นใจในพลังปราณน้ำแข็งของตนเองเป็อย่างมากศิษย์ที่ฝึกตนอยู่ในระดับต่ำ เมื่อโดนพลังปราณน้ำแข็งเข้าแล้วก็แทบจะเป็ไปไม่ได้เลยที่ต่อต้านมัน และดูเหมือนว่าเขานั้นจะมั่นใจว่าจะได้เห็นเย่เฉินล้มลงบนสนามประลองเป็แน่
“ดูเหมือนว่าข้าจะประเมินเ้าสูงเกินไปจริงๆ” เว่ยหยางพูดเยาะเย้ยอีกครั้ง และค่อยๆ เดินเข้ามาเมื่อเห็นเย่เฉินถูกแช่แข็ง เขาจึงคร้านที่จะใช้เคล็ดวิชาลึกลับ
โธ่!
ศิษย์ที่อยู่ด้านล่างต่างก็ถอนหายใจอย่างจนปัญญา
มันค่อนข้างเกินคาดเว่ยหยางเดินมาตรงหน้าของเย่เฉิน มองไปทั่วทั้งตัวของเขาพลางเย้าแหย่ “เป็ไงรู้สึกดีไหม?”
เย่เฉินแสร้งทำเป็ดิ้นรนแต่ก็ยังไม่หลุดพ้นจากน้ำแข็ง
สมคำร่ำลือจริงๆพลังปราณน้ำแข็งนี้มีความสามารถในการหยุดยั้งผู้คน เมื่อทั่วทั้งร่างถูกแช่แข็งก็ยากที่จะเคลื่อนไหว
แท้จริงแล้วเขาไม่มีทางยอมสยบให้กับคนประเภทนี้หรอก ร่างของเขามีอัคคีเที่ยงแท้อยู่ซึ่งมันสามารถทนต่อพลังปราณน้ำแข็งได้
อีกทั้งเขายังมั่นใจด้วยว่าถึงแม้ร่างของเขาจะไม่มีของอัคคีเที่ยงแท้แต่ด้วยพลังปราณที่มีพลานุภาพของเขานั้น ก็พอที่จะทำลายพันธนาการของน้ำแข็งได้ในตอนนี้เขากำลังแสดงว่าตนเองนั้นด้อยกว่า ทั้งหมดนี้ก็เพื่อที่จะทำให้เว่ยหยางชะล่าใจและเขาก็เตรียมที่จะตอบโต้กลับไปอย่างรุนแรงแล้ว
“ต่อสู้กับเ้าช่างเสียเวลาจริงๆ” มุมปากของเว่ยหยางแฝงไปด้วยรอยยิ้มที่เ็าพูดจบก็ยกฝ่ามือขึ้น
แต่จังหวะที่ฝ่ามือของเขากำลังจะฟาดลงไปนั้น มุมปากของเย่เฉินก็ยิ้มอย่างมีเลศนัยขึ้นมา
ทันใดนั้นเองเว่ยหยางก็เริ่มรู้สึกเห็นท่าไม่ดี
แต่ทุกอย่างก็สายไปเสียแล้วตอนนี้เย่เฉินที่ถูกแช่แข็งอยู่นั้น ได้ขยับตัวขึ้น และยกฝ่าเท้าขึ้นทันที
“ไม่นึกเลยว่าเขาจะทนต่อพลังปราณน้ำแข็งได้”มีเสียงของความโกลาหลอยู่ด้านล่าง
ฉากที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วนั้นทำให้เว่ยหยางเบิกตากว้างด้วยความใ “เ้า…”
ด้วยเพราะระยะที่ใกล้มากและเย่เฉินลงมืออย่างรวดเร็วจากการที่เว่ยหยางเกิดความชะล่าใจนั้นจึงทำให้เย่เฉินเตะเข้าไปที่ท้องส่วนล่างของเขาเข้าเต็มแรง
เสียงอู้อี้ด้วยความจุกดังขึ้นเว่ยหยางถูกเตะจนเซไปในทันที
“เป็ไปไม่ได้” เว่ยหยางถอยหลังโซเซ และแผดเสียงดังอย่างต่อเนื่อง เห็นได้ชัดว่าเขาไม่สามารถยอมรับความจริงได้เขาไม่คิดเลยว่าศิษย์ที่อยู่ในขั้นรวมพลังชั้นที่สองคนหนึ่งจะสามารถทนต่อพลังปราณน้ำแข็งได้เช่นนี้ สิ่งเหล่านี้เกินความคาดหมายของเขาจริงๆ
“ไม่มีอะไรที่เป็ไปไม่ได้”เสียงเยาะเย้ยดังขึ้น เย่เฉินเดินเข้ามาราวกับราชสีห์โดยไม่ทันให้เว่ยหยางได้หายใจ
เว่ยหยางที่เพิ่งจะทรงตัวได้ยังไม่ทันจะรวบรวมพลังปราณประสานกาย ก็กลับถูกเย่เฉินเตะจนถอยไปด้านหลัง
“กลับมานี่”เย่เฉินก้าวเข้ามาสองก้าวอย่างรวดเร็วแล้วยื่นมือทั้งสองข้างออกไปจับแขนของเว่ยหยางจากนั้นกระชากเว่ยหยางที่อยู่ในสภาพโซซัดโซเซกลับมายังด้านหลัง
ร่างกายของเว่ยหยางสูญเสียการทรงตัวและเมื่อรู้สึกตัวอีกที เขาก็พบว่าเท้าทั้งสองของตนเองนั้นได้อยู่พ้นจากพื้นเสียแล้วอีกทั้งร่างทั้งร่างก็ถูกเย่เฉินที่อาจหาญเหวี่ยงเป็วงกลม
ปัง!
เสียงดังตามขึ้นมาเว่ยหยางถูกเย่เฉินโยนลงไปบนลานประลองอย่างรุนแรงทั้งลานประลองถูกร่างของเขากระแทกจนแตกออก
ปึง!
เว่ยหยางกระอักเื
แต่มันยังไม่จบเย่เฉินผู้อาจหาญก็ฉุดร่างของเขาขึ้นมาอีกครั้ง
ตูม! ตูม! ตูม!
เสียงแบบนี้ยังคงดังอย่างต่อเนื่องเย่เฉินคว้าแขนข้างหนึ่งของเว่ยหยางจากนั้นก็เหวี่ยงเว่ยหยางราวกับแส้เส้นหนึ่งซ้ำแล้วซ้ำเล่า แล้วเหวี่ยงไปยังลานประลองจนตอนนี้ตับไตไส้พุงของเว่ยหยางแทบจะเคลื่อนย้ายไปหมดลานประลองตอนนี้ถึงกับยุบเป็รูปร่างของคน
บรรดาศิษย์ที่ชมการประลองอยู่ด้านล่างถึงกับตกตะลึงจนกลืนน้ำลายไปหลายเฮือก
“นี่…นี่มันอาจหาญเกินไปแล้ว หากข้าเป็เว่ยหยาง กลัวว่าคงจะถูกทุบกองลงไปแล้ว”
“การต่อสู้แบบนี้มันดูจะ…น่าเหลือเชื่อเกินไปแล้ว!”
ถ้อยคำของคนเหล่านี้เป็คำพูดที่ออกมาจากใจ เว่ยหยางผู้ฝึกตนระดับสูงสุดในขั้นรวมพลังชั้นที่เจ็ดอีกทั้งยังมีพลังปราณน้ำแข็งติดตัว ไม่นึกเลยว่าจะต้องมาพ่ายแพ้อย่างไม่น่าเชื่อเช่นนี้และตัวเขานั้นถึงกับไม่มีโอกาสที่จะได้แสดงเคล็ดวิชาลับออกมาเลยด้วยซ้ำ
โอ๊ย…!
เสียงร้องสุดท้ายอันแสนเ็ปของเว่ยหยางได้ดังตามขึ้นมาเขาถูกเย่เฉินทุบลงบนลานประลองอย่างรุนแรง
ในตอนนี้กระดูกทั่วทั้งร่างของเขานั้นแทบจะแตกสลายออกเป็ครึ่งซีกเืเนื้อได้รับาเ็จนแทบแหลกเหลว ไม่สามารถขยับได้เลยแม้แต่น้อย
“ไม่…เป็ไปไม่ได้” เืไหลออกมาจากปากของเว่ยหยางเขาจ้องมองเย่เฉินด้วยดวงตาอันแดงก่ำ เพื่อจะบอกว่าเขายังมีเคล็ดวิชาลับอีกมากมายที่ยังไม่แสดงออกมาและยังมีกลอุบายอีกมากที่ยังไม่ได้ใช้ แต่กลับต้องลงเอยเช่นนี้เสียก่อน
“ศิษย์พี่เว่ยผู้สูงส่งเหนือใครๆเคยคิดหรือไม่ว่าจะมี่เวลาที่ล้มลุกคลุกคลานไม่เป็ท่าเช่นนี้”เย่เฉินนั่งยองลง แล้วมองไปที่เว่ยหยางด้วยรอยยิ้ม
เว่ยหยาง้าที่จะเอ่ยปากพูดออกไปแต่ทว่าเขากลับกระอักเืออกมาเสียก่อน
“ท่านไม่ต้องพูดอะไรแล้วล่ะ”เย่เฉินพูดจบก็หยิบถุงเก็บของของเว่ยหยางออกไปอย่างหน้าตาเฉย
“เ้า…” เมื่อเห็นดังนั้น เว่ยหยางก็ยังไม่ทันได้ถอนหายใจออกมา เขาก็สลบไปเสียก่อน
อย่าเพิ่งใไปมันยังไม่จบ
เย่เฉินยกมือขึ้นลงและเริ่มค้นตัวของเว่ยหยางไม่ว่าจะเป็หยกแขวนที่เอว แหวนหยกที่นิ้วหรือจะเป็เม็ดหยกที่ฝังอยู่บนเข็มขัดขอเพียงเป็สิ่งมีค่าก็ล้วนแต่ถูกเขายัดใส่เข้าไว้ในอ้อมแขนของตนเองอย่างหน้าตาเฉย
ในตอนนี้เขาเหมือนโจรคนหนึ่งเมื่อเห็นสิ่งของต้อง่ชิง เมื่อพบสมบัติต้องหยิบฉวย มีฝีมือชำนิชำนาญเมื่อเห็นอะไรที่ลักขโมยได้ก็ไม่อาจปล่อยไปได้
“ยัง…ยังจะทำแบบนี้อีกหรือ?” ศิษย์ที่อยู่ด้านล่างมองด้วยความตกตะลึง
ภายใต้สายตาที่มองมาอย่างเหนือความคาดหมายเย่เฉินได้กวาดของมีค่าบนตัวของเว่ยหยางไปจนหมดสิ้น
ต้องทนลำบากมาหลายสิบปีตอนนี้ก็เป็เวลาหลุดพ้นเสียที
เรียบร้อย!
เมื่อเสร็จภารกิจเย่เฉินก็ปัดก้นและหายลับไปจากลานเมฆวายุ
หลังจากเขาจากไปได้ครู่ใหญ่ที่นี่ก็เงียบสงัดลง
สามยอดเขาหลักที่ยิ่งใหญ่ของนอกสำนักเหิงเยว่เย่เฉินได้เอาชนะศิษย์ของประมุขแห่งยอดเขาหลักทั้งสองติดต่อกัน
เมื่อออกจากลานเมฆวายุเย่เฉินก็ถือถุงเก็บของของเว่ยหยางและสมบัติมุ่งไปยังหอหมื่นสมบัติอย่างไม่หยุดหย่อน
การนัดประลองครั้งนี้นับว่าประสบความสำเร็จมากกว่าตอนที่ประลองกับจ้าวหลงเสียอีก
แม้ว่าพร์ของเว่ยหยางอย่างพลังปราณน้ำแข็งที่มีมาแต่กำเนิดจะไม่ดีมากนักแต่กลับเป็ที่ยกย่องของยอดเขาเทียนหยาง
เป็เพราะเหตุนี้เองถุงเก็บของของเขาจึงสมบูรณ์มาก ในนั้นมีหินิญญาอยู่มากกว่าหนึ่งพันก้อนมีน้ำยาิญญาหยกอยู่มากกว่าสามสิบขวด อีกทั้งยังมีของจิปาถะอื่นๆ อีกกล่าวได้ว่าเขามีทรัพย์สมบัติอันมากมายเลยทีเดียว
“ไม่เลวไม่เลว” เย่เฉินตบถุงเก็บของอย่างอารมณ์ดีเท้าข้างหนึ่งได้ก้าวเข้าประตูหอหมื่นสมบัติไป
ทันทีที่ก้าวเข้ามาผางต้าไห่ก็โผล่ศีรษะออกมา
ยังคงเหมือนครั้งแรกดวงตากลมโตของเ้าคนนี้เมื่อมองอะไรก็มักจะจ้องตาเขม็งใครที่คิดจะขโมยของจากหอหมื่นสมบัติของเขา ไม่มีทางจะรอดพ้นสายตาของเขาไปได้
“เ้าหนุ่มเ้ามาอีกแล้ว คราวนี้สนใจอะไรล่ะ เดี๋ยวข้าจะให้ราคาพิเศษกับเ้า”เขาลูบมือและยิ้มอย่างแปลกประหลาด จนทำให้เย่เฉินถึงกับขนลุก
“ผู้าุโมีดอกอวี้หลันหิมะไหม”