มุกจันทร์เคี้ยวข้าวไปก็คิดใคร่ครวญถึงความเป็ไปได้ต่างๆ เกี่ยวกับสิ่งแม่ของเธอกับเอื้องฟ้าร่วมกันปิดบังไม่ให้เธอรู้ ระหว่างที่กำลังคิดเธอก็รู้สึกเหมือนว่ามีสายตาคู่หนึ่งกำลังมองเธออยู่ เธอหันมองไปรอบๆ โต๊ะ แล้วก็เจอกับสายตาของเขา จะเป็สายตาของใครไปได้อีกนอกจากของอีตาไกด์หนุ่มจอมหยิบฉวยนั่น
ใช่สิ ก่อนหน้านี้เขาคิดว่าเธอสนใจลูกชายเ้าของไร่ พอได้ยินเธอถามแบบนี้เขาก็คงยิ่งคิดว่าสิ่งที่เขาคิดไว้ก่อนหน้านั้นถูกต้องว่าเธอสนใจอยากเป็สะใภ้ของบ้านนี้สินะถึงได้มองเธอแบบนี้ เฮ้อ ช่างเถอะ เขาจะคิดยังไงก็เื่ของเขา เธอมาอยู่แค่ไม่กี่วันเดี๋ยวก็กลับแล้ว ไม่ต้องไปสนใจเขาแล้วกัน
ถึงแม้ว่ามุกจันทร์จะกังวลเกี่ยวกับเื่ของไตรภพ แต่เธอเห็นแม่ของเธอกับเอื้องฟ้าคุยกันถูกคอ ดูท่าทางมีความสุข ในใจของเธอจึงรู้สึกดีขึ้นมาบ้าง ความจริงเื่ของเธอกับไตรภพนั้นไม่ใช่เื่ใหญ่อะไร ขอแค่แม่มีความสุขก็พอแล้ว
บรรยากาศมื้อค่ำบนโต๊ะอาหารเป็ไปอย่างเรียบง่ายต่างจากที่มุกจันทร์จินตนาการไว้มาก ตอนแรกเธอกังวลว่ามณีจันทร์กับเอื้องฟ้าจะต้องพูดในสิ่งที่ทำให้เธออึดอัดใจหรือพยายามจะจับคู่ให้เธอกับไตรภพ แต่พอเอาเข้าจริงๆ กลับไม่มีใครพูดถึงเื่พวกนี้เลย กลายเป็ว่ามณีจันทร์กับเอื้องฟ้าคุยรำลึกความหลังกันสนุกสนาน มีกล่าวถึงเธอกับไตรภพบ้างนิดหน่อยๆ เท่านั้น
ผ่านไปสักพัก เวลามื้อค่ำก็จบลง ไกด์คนนั้นเดินมาส่งมุกจันทร์กับแม่ของเธอที่บ้านพัก
“รีบอาบน้ำนะครับ ตกกลางคืนอากาศจะยิ่งเย็นกว่านี้ เดี๋ยวจะไม่สบาย” พอเดินมาถึงประตูบ้านพัก เขาก็เอ่ยเตือนอย่างหวังดี
“ได้จ้ะ เดี๋ยวน้ารีบอาบ” มณีจันทร์ตอบเขากลับไป เธอยิ้มให้เขาจนตาหยี
มุกจันทร์เห็นแม่ทำท่าทางแบบนั้นก็รู้สึกขัดใจขึ้นมาอีก แม่เธอมีท่าทางแปลกๆ กับไกด์คนนี้ ไม่ใช่ว่าเธอไม่เคยพาไปแม่ไปเที่ยวต่างจังหวัด เธอเคยพาแม่ไป แม่ก็เคยเจอกับบรรดาพนักงานหนุ่มๆ ที่มาคอยบริการ แม่ของเธอใจดีพูดเพราะ เป็มิตรกับพนักงานพวกนั้นเสมอ แต่ก็ไม่เคยวางตัวสนิทสนมเอ็นดูกับใครขนาดนี้มาก่อน เธอเองก็เคยได้ยินเื่ความรักต่างวัยมาบ้าง แต่ไม่เคยคิดว่าจะต้องมาพะวงกับคนใกล้ตัวแบบนี้ เธออยากให้แม่มีคนรักใหม่ อยากให้แม่มีความสุข แต่ก็ไม่น่าจะเป็คนที่มีอายุห่างกันขนาดนี้ หรือว่าถ้าแม่ชอบผู้ชายคนนี้จริงๆ เธอในฐานะลูกควรจะเปิดใจกับความรักของแม่งั้นเหรอ
ไกด์คนนั้นจากไปแล้ว มุกจันทร์และมณีจันทร์ย้ายร่างตัวเองเข้าบ้านพัก มณีจันทร์รีบเตรียมตัวอาบน้ำทันที เพราะอากาศเริ่มเย็นตามที่ได้รับคำเตือนมาแล้วจริงๆ
พอมณีจันทร์อาบน้ำเสร็จ ออกมาก็เจอลูกสาวจ้องมองตัวเองอยู่
“แม่ดูมีความสุขจังนะคะ”
“แน่นอนสิลูก ได้เจอน้าเอื้องทั้งที มารอบนี้ต้องพากันเที่ยวให้หายคิดถึงเลย” มณีจันทร์พูดพลางใช้มือเกลี่ยครีมบำรุงผิวบนหน้า นวดๆ ตบๆ
“แค่เพราะเจอน้าเอื้องเหรอคะ”
มณีจันทร์ได้ยินคำถามก็ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น “ก็ใช่น่ะสิ มีเื่อะไรที่แม่ควรดีใจอีกเหรอ”
ท่าทางชะงักเมื่อโดนถามของมณีจันทร์ ไม่ได้รอดพ้นจากสายตาของมุกจันทร์ ยิ่งเธอเห็นแบบนี้ก็ยิ่งรู้สึกว่าแม่ของเธอกำลังปิดบังอะไรอยู่
“ลูกก็รีบไปอาบน้ำเถอะ อากาศเย็นแล้ว มาเที่ยวทั้งทีถ้าไม่สบายจะหมดสนุกเอานะ” มณีจันทร์เห็นมุกจันทร์ท่าทางใจลอยเลยเอ่ยเตือน
“ค่ะ ค่ะ ไปอาบเดี๋ยวนี้แหละค่ะ”
เช้าวันต่อมา เอื้องฟ้าให้เด็กที่บ้านมาเคาะประตูเรียกพวกเธอไปกินมื้อเช้าด้วยกัน วันนี้มีแค่เอื้องฟ้าและแทนไทยที่โต๊ะอาหาร ยังคงไม่เห็นเงาของไตรภพเช่นเคย รวมทั้งไกด์คนเมื่อวานก็ไม่ได้มาร่วมกินมื้อเช้าด้วย
นั่นน่ะสินะ มื้อเช้าเป็มื้อของครอบครัว เขาจะมาร่วมได้ยังไงั้แ่เช้า ต่อให้สนิทแค่ไหนก็คงจะไม่มากินข้าวด้วยทุกมื้อหรอก
มุกจันทร์คิดต่อไปอีกว่า สำหรับไกด์ที่ไม่มาร่วมมื้อเช้านั้นไม่ใช่เื่แปลกอะไร แต่เป็ลูกชายเ้าของบ้านซะมากกว่าที่แปลก แม่ของเธอกับเธอมาถึงั้แ่เมื่อวาน เขาที่อยากแต่งงานกับเธอและน้าเอื้องที่อยากได้เธอเป็สะใภ้ กลับไม่รีบให้ไตรภพมาพบหน้าเธอและแม่ เื่นี้มันดูไม่สมเหตุสมผลเอาซะเลย จริงๆ แล้วเกิดเื่อะไรขึ้นกันนะ หรือว่าไตรภพจะมีปัญหาอะไรถึงมาเจอพวกเธอไม่ได้ แต่ว่าถ้าไตรภพมีปัญหา พ่อกับแม่ของเขาจะมานั่งกินมื้อเช้าอย่างเบิกบานแบบนี้ได้เหรอ มุกจันทร์พยายามคิด แต่ยิ่งคิดก็ยิ่งไม่เข้าใจ หรือว่าเธอพลาดจุดไหนไปกันนะ
ระหว่างที่กินมื้อเช้า มณีจันทร์บอกกับมุกจันทร์ว่าเธอจะออกไปไหว้พระแถวนั้นกับเอื้องฟ้าและแทนไทย ให้มุกจันทร์อยู่เที่ยวแถวๆ ไร่ไปเลย ไม่ต้องไปกับเธอ
“แม่ มาด้วยกัน จะไปไหนก็ต้องไปด้วยกันสิคะ” มุกจันทร์เอ่ยท้วง “หนูไม่ได้ชินกับพื้นที่แถวนี้ หนูจะไปเที่ยวไหนได้ล่ะ”
“ไปวัดน่ะลูก แม่จะไปนั่งสมาธิปฏิบัติธรรมให้จิตใจสงบ หนูจะไปกับแม่ด้วยเหรอ แม่กลัวหนูเบื่อเลยไม่อยากให้ไปด้วย”
พอเห็นว่ามุกจันทร์ทำท่าทางจะโต้แย้ง มณีจันทร์ก็พูดต่อว่า “น่า นานๆ แม่จะมาหาน้าเอื้องสักที หนูให้เวลาส่วนตัวแม่บ้างสิ นะลูกนะ”
“ก็ได้ค่ะแม่ งั้นหนูนั่งทำงานแถวนี้เอาแล้วกัน”
“พูดซะน่าสงสารเชียว น่าเอ็นดูจริง” รอบนี้เป็เสียงของเอื้องฟ้า “น้ามีร้านกาแฟอยู่ตรงเนินเขาข้างล่าง หนูไปนั่งทำงานที่นั่นก็ได้นะ เดี๋ยวน้าให้คนพาไป”
มุกจันทร์ได้ยินก็ยิ้มอ่อนให้เอื้องฟ้า ทั้งแม่ทั้งน้าเอื้องฟ้าพูดขนาดนี้แล้ว เธอยังจะรั้นไปด้วยให้ได้ก็คงไม่ดี ไม่ได้เจอกันนานคงจะมีเื่อยากเม้าท์กันแหละมั้ง เธอเดินดูวิวแถวๆ นี้เอาก็ได้
“งั้นก็ได้ค่ะ ฝากดูแลแม่ด้วยนะคะน้าเอื้อง”
พอตกลงกันได้แบบนั้น มณีจันทร์กลับมาเอากระเป๋าและของใช้ใส่กระเป๋าสะพายเล็กๆ สำหรับการเดินทางในวันนี้ มุกจันทร์เดินมาส่งมณีจันทร์ขึ้นรถ เธอกวาดสายตามองไปรอบๆ อย่างไม่จงใจ คนที่ร่วมเดินทางไปด้วยมีแม่ของเธอ น้าเอื้องฟ้าและสามีของน้าเอื้องฟ้า และคนขับรถอีกคนหนึ่ง ไม่เห็นเงาของไกด์คนเมื่อวาน แสดงว่าแม่ไม่ได้ชวนเขาไปด้วย ก็ดี อย่าสนิทสนมกันมากนักเลย ทุกครั้งที่เห็นแม่พูดจาจ๊ะจ๋ากับไกด์คนนั้นเธอรู้สึกกระอักกระอ่วนใจจนอยากจะเตือนแม่สักหลายประโยค
หลังจากที่มณีจันทร์ เอื้องฟ้าและแทนไทยพากันนั่งรถออกไปแล้ว มุกจันทร์ก็เดินกลับที่พัก และเตรียมตัวเก็บของเพื่อจะไปนั่งทำงานที่ร้านกาแฟ เธอนึกตำหนิตัวเองที่ไม่ได้ถามเอื้องฟ้าว่าจะให้ใครเป็คนพาเธอไปร้านกาแฟ
มุกจันทร์เก็บของเรียบร้อย เธอเตรียมแก้วเก็บความเย็นและกระเป๋าเป้ใส่แล็ปท็อปไปด้วย แล้วก็ถือกระเป๋าใส่ของใบเล็กอีกหนึ่งใบเดินออกจากบ้านพักไปที่บ้านหลักหลังใหญ่เพื่อถามทางไปร้านกาแฟ
พอไปถึงเห็นเด็กสาวที่เอื้องฟ้าเรียกว่าอิ่มกำลังทำความสะอาดพื้นอยู่
“สวัสดีจ้ะ” มุกจันทร์คิดอยู่ชั่วอึดใจแล้วก็ส่งเสียงให้อีกฝ่ายรู้ตัว ตอนแรกเธอจะพูดว่า สวัสดีค่ะ แต่ก็คิดว่าใช้ประโยคพูดกับเด็กสาวคงจะดูทางการเกินไป จะทำให้เด็กประหม่า จึงใช้คำว่า สวัสดีจ้ะ แทน พอพูดแล้วก็เริ่มรู้สึกเหมือนตัวเองจะเข้าใจมณีจันทร์อยู่หน่อยๆ มณีจันทร์พูดจ๊ะจ๋ากับไกด์เพราะเหตุผลเดียวกันนี้ใช่หรือเปล่านะ
เด็กสาวเ้าของชื่ออิ่มได้ยินเสียงทักทายก็หันมามองมุกจันทร์ “สวัสดีค่ะคุณ”
“เรียกคุณมุกก็ได้จ้ะ ชื่ออิ่มใช่ไหม” มุกจันทร์พูดแนะนำตัวพร้อมทำท่าทางเป็มิตร
“ค่ะ คุณมุก หนูชื่ออิ่มค่ะ” อิ่มตอบมุกจันทร์ เด็กสาวยิ้มหน้าบานขึ้นมา คนอะไรสวยแล้วยังพูดเพราะด้วย เธอเจอสาวๆ ที่มาที่ไร่นี้หลายๆ คนพูดกับเธอไม่เคยมีจ๊ะจ๋าเลยสักนิด บางคนหน้าตาก็งั้นๆ ทำท่าทางหยิ่งเหลือเกิน แต่คนนี้สวยแล้วยังใจดีอีก ถึงว่าสิแม่นายถึงอยากได้เป็ลูกสะใภ้
มุกจันทร์เห็นเด็กสาวตรงหน้ายิ้มจนปากจะฉีกถึงหูอยู่แล้ว เธอก็รู้สึกว่าคนที่นี่อารมณ์ดีมีมารยาทดีจริงๆ เธอจึงยิ้มตอบบ้าง
พออิ่มเห็นว่ามุกจันทร์ยิ้มตอบกลับมาให้เธอ เธอก็ยิ่งดีใจจนปิดไม่ปิด ตายแล้ว ว่าที่แม่นายคนใหม่ท่าทางจะถูกใจเธอเข้าแล้ว อีกหน่อยเธอต้องได้เป็คนสนิทของแม่นายแน่นอนเชียว
รอบนี้มุกจันทร์เริ่มรู้สึกแปลกใจ แค่เธอมาทักทายนิดเดียว ทำไมเด็กสาวตรงหน้าถึงต้องทำท่าดีใจขนาดนี้ด้วย “อิ่ม มีอะไรหรือเปล่าจ๊ะ ยิ้มจนฉันเริ่มเขินแล้วนะ”
“อุ๊ย แม่นาย เอ้ย คุณมุก หนูดีใจค่ะ คุณมุกพูดกับหนูเพราะมากเลย”
“ไม่ดีเหรอ” มุกจันทร์คิดว่าเธอก็พูดตามปกติ ทำไมเด็กสาวตรงหน้าจะต้องดีใจขนาดนี้กัน
“ดีสิคะ ก็แค่ ปกติเวลามีผู้หญิงสวยๆ มาที่นี่ทีไร มีแต่คนพูดสะบัดใส่หนูทั้งนั้นเลย”
“พูดสะบัด?” มุกจันทร์ยังตามไม่ทัน หรือว่าพูดสะบัดจะเป็ภาษาเหนือ
“ก็พูดแบบออกคำสั่ง ไม่มีหางเสียงค่ะ เนี่ยคุณมุกเสียงหวาน แถมยังมีจ๊ะจ๋าด้วย หนูนี่ขนลุก” เด็กสาวตอบและยกมือทำท่าทางประกอบไปด้วย
“อ้อ ที่นี่เปิดเป็ที่พักให้นักท่องเที่ยวด้วยเหรอจ๊ะ”
“เปล่าค่ะ”
“อ้าว แล้วทำไมมีคนมาเยอะล่ะ หมายถึงคนที่อิ่มบอกว่าพูดไม่เพราะ”
“ก็พวกสาวๆ ที่มาติดพันคุณดินน่ะสิคะ อุ๊ย” เหมือนว่าอิ่มจะนึกขึ้นมาได้ว่าเป็เื่ที่ไม่ควรพูด เธอรีบยกมือขึ้นปิดปากตัวเอง
“ทำไมล่ะ พูดต่อสิ ฉันอยากฟัง” มุกจันทร์ได้ยินเื่เกี่ยวกับไตรภพก็อยากฟังต่อ เธอก็อยากรู้เหมือนกันว่าจริงๆ แล้วเขาเป็คนยังไง
“ไม่เอาแล้วค่ะ เดี๋ยวโดนจัดการ”
“ใครจะจัดการ”
อิ่มไม่ตอบ เอามือปิดปากพร้อมส่ายหน้าพัลวัน
“โอเคจ๊ะ ไม่ถามแล้วก็ได้ น้าเอื้องฟ้าบอกว่ามีร้านกาแฟที่เนินข้างล่าง อิ่มบอกทางให้ฉันทีสิ”
ก่อนที่อิ่มจะตอบอะไรต่อ เสียงทุ้มก็ดังมาจากด้านหลังของมุกจันทร์ “เดี๋ยวผมพาไปเอง”