จอมราชันย์เหนือมังกร 龍上霸王

    ตอนที่ 12: แบบแปลนแห่งชีวิต


    หลายวันผ่านไป


    รุ่งอรุณแรกของวันสาดแสงสีทองอ่อนๆ ไล่ไอเย็นยามค่ำคืนออกจากป้อมปราการเจียยวี่ หลี่เทียนอี้ลืมตาขึ้นในกระโจมบัญชาการของตน เขาลองขยับร่างกายช้าๆ บาดแผลที่หน้าอกไม่ได้ส่งความเจ็บปวดรุนแรงออกมาอีกต่อไปแล้ว มีเพียงความรู้สึกตึงเล็กน้อยที่บ่งบอกว่าเนื้อเยื่อใหม่กำลังสมานตัว เขาสัมผัสได้ถึงกระแสลมปราณสุริยันอุ่นๆ ที่ไหลเวียนอยู่ในร่างอย่างสงบและเป็นธรรมชาติ เติมเต็มร่างกายที่เคยอ่อนแอนี้ด้วยพลังชีวิตอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน


    หลังจากเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อย เขาก็มุ่งหน้าไปยังกระโจมพยาบาลทันที


    ภาพที่เขาเห็นทำให้หมอทหารหลวงและผู้ช่วยสองสามคนที่กำลังทำงานอยู่ต้องรีบคุกเข่าลงคำนับ ทหารหนุ่มนายที่เคยนอนรอความตาย บัดนี้กลับลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียงได้แล้ว แม้จะยังดูอ่อนเพลีย แต่ดวงตาของเขากลับมีประกายสดใส พิษไข้หายไปสิ้น และเมื่อหมอทหารหลวงคลายผ้าพันแผลออกอย่างระมัดระวัง ก็เผยให้เห็นบาดแผลที่เคยเน่าเปื่อยบวมเป่ง บัดนี้กลับแห้งสนิทและมีขอบสีชมพูของเนื้อเยื่อใหม่ปรากฏขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์


    "ปาฏิหาริย์... เป็นปาฏิหาริย์โดยแท้" หมอทหารหลวงพึมพำเสียงสั่น เขามองหลี่เทียนอี้ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเลื่อมใสศรัทธาสูงสุด


    ทว่าหลี่เทียนอี้กลับไม่ได้แสดงความยินดีออกมา เขาขมวดคิ้วแน่นขณะกวาดสายตามองไปรอบๆ กระโจมที่ยังคงอุดอู้ อากาศถ่ายเทไม่สะดวก และเต็มไปด้วยกลิ่นไม่พึงประสงค์ เขามองไปยังทหารนายอื่นๆ ที่ยังคงนอนครวญครางอยู่บนเตียงแออัด


    "ท่านหมอ" เขากล่าวเสียงเรียบ "โอสถของเราอาจช่วยชีวิตคนหนึ่งคนได้ แต่ไอพิษและความชื้นเย็นในกระโจมนี้ กำลังคร่าชีวิตคนอีกนับสิบ"


    ก่อนที่หมอทหารจะได้ตอบคำใด หลี่เทียนอี้ก็คลี่ม้วนกระดาษที่นำติดตัวมาออก เผยให้เห็นแบบแปลนของอาคารโรงเรือนไม้ที่มีลักษณะแปลกตา เขายื่นมันให้หมอทหารหลวงโดยตรง


    "นี่คือ..." หมอทหารรับมาด้วยความงุนงง


    หลี่เทียนอี้จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของหมอชรา และกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เฉียบขาดและเปี่ยมด้วยวิสัยทัศน์


    "ชีวิตของทหารหาใช่แค่การรอดตาย... แต่คือการมีชีวิตอยู่ต่อไปอย่างมีเกียรติ โรงหมอแห่งนี้ คือความหวังของพวกเขา"


    เขาชี้ไปยังแบบแปลนในมือของหมอทหาร "จงนำแบบแปลนนี้ไปหานายกองจาง บอกเขาว่านี่คือคำสั่งของข้า ให้เขาระดมทหารช่างและเริ่มงานก่อสร้างทันที... โครงการนี้ ท่านเป็นผู้ควบคุมดูแลเอง"


    หมอทหารหลวงคุกเข่าลงอีกครั้ง แต่คราวนี้เป็นการคุกเข่าที่มาจากความภักดีอย่างสมบูรณ์แบบ


    "ข้าน้อย... รับบัญชา!"


    หลังจากจัดการเรื่องโรงหมอและรู้สึกถึงพลังที่ฟื้นฟูเต็มที่ในร่างกาย เขาก็มุ่งหน้าไปยังลานฝึกซ้อมส่วนตัวของเหล่าแม่ทัพซึ่งตั้งอยู่ ณ ท้ายป้อมปราการ เขานึกย้อนไปถึงชีวิตที่แล้ว... ในโลกที่เขาจากมานั้น เขาหาใช่จอมยุทธ์ไม่ แต่รู้จัก มวยไท่เก๊ก ในฐานะเพลงมวยสำหรับออกกำลังกายยามเช้า เพื่อฝึกสมาธิและเยียวยาจิตใจจากบาดแผลของสงคราม


    ด้วยความรู้สึกที่อยากจะเชื่อมต่อกับตัวตนเก่าของตนเอง เขาจึงเริ่มขยับร่างกายอย่างเชื่องช้า สองแขนยกขึ้นโค้งมนราวกับโอบอุ้มลูกบอลขนาดใหญ่ ก่อนจะค่อยๆ เคลื่อนไหวเป็นวงกลมอย่างไหลลื่น


    เมื่อจิตใจเริ่มสงบ เขาลองใช้จิตนำพากระแสลมปราณสุริยันอุ่นร้อน ณ จุดชี่ไห่ 气海 บริเวณตันเเถียนล่าง ให้ไหลเวียนไปพร้อมกับท่วงท่าที่นุ่มนวล แต่ในทันใดนั้นเอง ความขัดแย้งรุนแรงก็บังเกิดขึ้น!


    พลังสุริยันที่ร้อนแรงและมีธรรมชาติที่ขยายตัวออกอย่างรุนแรง ปะทะเข้ากับท่วงท่าของไท่เก๊กที่โอบรวบเข้าหาศูนย์กลางอย่างอ่อนโยน เขารู้สึกได้ถึงพลังสองสายที่ขัดขืนกันในเส้นลมปราณจนเจ็บแปลบ ท่วงท่าที่ควรจะไหลลื่นกลับติดขัดและแข็งทื่อ


    เขาหยุดนิ่งและเข้าใจในทันที 'พลังนี้มิได้ต้องการการควบคุมที่อ่อนโยน... แต่มันต้องการช่องทางเพื่อปลดปล่อย!'


    เขาย้อนนึกถึงการฝึกฝนในหน่วยรบพิเศษ ศิลปะการต่อสู้ที่งดงามและอันตรายที่ถูกออกแบบมาเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด... มวยไทย (มวยปาจี๋ฉวน)


    เขาคลายท่าทีของไท่เก๊กลง เปลี่ยนมายืนตั้งการ์ดสูงในแบบที่คุ้นเคย สูดลมหายใจเข้าลึก รวบรวมสมาธิไปที่จุดชี่ไห่ 气海 จากนั้นจึงระเบิดลมหายใจออกพร้อมกับบิดสะโพก ส่งลูกเตะตัดขึ้นระดับสูงอย่างรวดเร็วและทรงพลัง


    ฟุ่บ!


    ในวินาทีที่ร่างกายเคลื่อนไหวด้วยความดุดันนั้นเอง ลมปราณสุริยันก็ตอบสนองอย่างสมบูรณ์แบบ! มันพวยพุ่งจากตันเถียนล่างราวกับเขื่อนแตก ไหลผ่านแกนกลางลำตัวที่บิดออก ก่อนจะทะยานไปตามขาและระเบิดออกไปที่หน้าแข้ง


    เปรี้ยง!!


    หน้าแข้งของเขาฟาดเข้ากับหุ่นไม้ฝึกซ้อมจนเกิดเสียงดังลั่นราวกับฟ้าผ่า หุ่นไม้หนาหนัก... แตกกระจายเป็นเศษเล็กเศษน้อยทันที!


    หลี่เทียนอี้ยืนค้างอยู่ในท่าเตะ เขาก้มลงมองขาของตนเองสลับกับซากหุ่นไม้ด้วยความตกตะลึง ก่อนที่รอยยิ้มแห่งความเข้าใจอย่างถ่องแท้จะปรากฏขึ้นที่มุมปาก 'นี่เอง... รูปแบบการหายใจ... การบิดสะโพกเพื่อส่งแรง... นี่คือช่องทางที่สมบูรณ์แบบ!'


    เย็นวันนั้น ข่าวการกลับมาของหน่วยลาดตระเวนพิเศษของเถี่ยหยางสร้างความคึกคักไปทั่วทั้งป้อมปราการ แต่สิ่งที่สร้างความตื่นตะลึงยิ่งกว่าคือภาพของฝูงแกะและแพะนับพันตัวที่ถูกต้อนมาจนเต็มทุ่งโล่งนอกกำแพงเมือง


    ภายในกระโจมบัญชาการ เถี่ยหยางในชุดเดินทางที่ยังคงมีฝุ่นทรายจับอยู่ คุกเข่าลงข้างหนึ่งเพื่อรายงานภารกิจต่อหน้าหลี่เทียนอี้ ใบหน้าของเขาเปี่ยมด้วยความภาคภูมิใจ


    "เรียนซื่อจื่อ ภารกิจลุล่วงแล้วขอรับ นี่คือแผนที่เส้นทางลับที่หัวหน้าเผ่าทูเจี๋ย 突厥 มอบให้เป็นการแสดงไมตรี พวกเขายินดีกับการค้าขายและพร้อมจะรวบรวมปศุสัตว์มาให้เราอีกในอนาคต"


    หลี่เทียนอี้รับแผนที่มาคลี่ดูด้วยแววตาพึงพอใจ "ดีมาก เถี่ยหยาง เจ้าทำได้ดียิ่งกว่าที่ข้าคาดหวังไว้เสียอีก"


    หลังจากให้เถี่ยหยางไปพักผ่อนแล้ว หลี่เทียนอี้ก็สั่งให้ทหารไปตามรองแม่ทัพหลี่มาพบ


    เมื่อรองแม่ทัพหลี่มาถึงและเห็นฝูงปศุสัตว์มหึมาด้วยตาตนเอง เขาก็อดที่จะขมวดคิ้วไม่ได้


    หลี่เทียนอี้ไม่ได้กล่าวถึงเรื่องการรบ แต่กลับชี้ไปยังฝูงปศุสัตว์เหล่านั้น


    "รองแม่ทัพหลี่... งานนี้อาจดูไม่เหมือนการออกรบ แต่ความสำคัญของมันเทียบเท่ากับการรักษาป้อมปราการแห่งนี้" เขากล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง "ท่านคือขุนพลอาวุโสที่สุดและเป็นคนที่ข้าไว้วางใจที่สุดที่จะคุม 'เสบียงศึก' อันเป็นเส้นเลือดใหญ่ของกองทัพเรา"


    รองแม่ทัพหลี่เบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ


    "จงไปวางแผนการจัดการฝูงปศุสัตว์ทั้งหมดนี้" หลี่เทียนอี้กล่าวต่อ "ข้าต้องการให้พวกมันขยายพันธุ์และเพิ่มจำนวนขึ้นอีกเท่าตัวในเวลาที่เร็วที่สุด"


    ความรู้สึกหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีนักรบปะทะเข้ากับความภักดีต่อคำสั่งของนายเหนือหัวในใจของรองแม่ทัพหลี่ แต่เมื่อเขาสบเข้ากับสายตาที่เปี่ยมด้วยความไว้วางใจอย่างแท้จริงของซื่อจื่อ เขาก็ทำได้เพียงประสานหมัดคำนับและรับคำสั่งที่แปลกประหลาดที่สุดเท่าที่เคยได้รับมา


    "ข้าน้อย... รับบัญชา"


    (จบตอนที่ 12)

    คล้ายกับเรื่องจอมราชันย์เหนือมังกร 龍上霸王 ที่คุณอ่าน