เสียงหัวเราะต่ำลึกของหัวหน้ากิลด์อาเทเรียลยังคงดังก้องไปทั่วโพรงถ้ำ ร่างสูงของเขาในชุดคลุมสีดำสนิทแผ่แรงกดดันหนักหน่วงออกมาจนแม้แต่พื้นหินใต้เท้าก็ยังแตกร้าวใต้แรงก้าวเดิน
"จดจำชื่อข้าให้ดี... เรนซิส เดลวาเรียส ผู้นำของกิลด์อาเทเรียล และจะเป็ผู้ยุติการต่อต้านอันโง่เขลาของพวกเ้า!"
เขายกมือขึ้นอย่างสง่างาม พลันประกายเวทสีม่วงดำก็หมุนวนรอบร่าง เสียงคาถาภาษามืดดังขึ้นราวกับบรรเลงจากปีศาจ
"จงปรากฏ... คำสาปแห่งพันธนาการ! กรงจักรแห่งการลงทัณฑ์— Oblivion Gear!"
เสียงโลหะหมุนดังก้อง ตามด้วยแสงสว่างสีเทาดำตัดกับความมืดของถ้ำ ใบมีดทรงกลมที่เรียงซ้อนกันดั่งฟันเฟือง ปรากฏขึ้นจากอากาศและลอยหมุนรอบตัวเรนซิส ช้า ๆ ก่อนจะรวมตัวกันกลายเป็อาวุธกรงจักขนาดใหญ่เท่าร่างมนุษย์ พลังเวทมืดกระจายไปรอบ ๆ เหมือนพายุลมกรด กลุ่มของเรย์จับอาวุธแน่นทันที ใบหน้าเปื้อนเหงื่อและฝุ่นของการต่อสู้อย่างต่อเนื่อง แต่ิญญานักสู้ยังคงอยู่ในดวงตาของทุกคน มิจังถอนหายใจเฮือกใหญ่
"ถ้าพี่เรย์จะมีไอเท็มอัญเชิญหมาป่ามากกว่านี้อีกสักสามตัวก็คงดีนะ..."
เรย์ตอบพลางยิ้มเจื่อน
"ตอนนี้มีแต่ไอเท็มฟันฝ่าเอาชีวิตรอดเท่านั้นแหละ... แต่เราจะไม่หนี!"
เอลร่ากระชับคฑาเวท
"จุดอ่อนของเขาคงไม่ใช่พลัง แต่เป็ความมั่นใจในตัวเอง... ถ้าเราทำให้เขาเสียจังหวะได้ เราอาจมีโอกาส"
ทันทีที่เรนซิสเหวี่ยงกรงจักลงพื้น พื้นหินก็แตกออกเป็วงกว้าง แรงะเิทำให้ทหารกลุ่มเรย์กระเด็นไปคนละทิศละทาง
ฉัวะ! ฟุ่บ! เปรี้ยง!!
เสียงปะทะของกองกำลังทั้งสองดังกระหึ่มเต็มโพรงถ้ำ กองทัพของกิลด์อาเทเรียลนับสิบพุ่งเข้าประชิด มิจังใช้ธนูยิงถล่มจากแนวหลัง เอลร่าร่ายเวทเงาเพื่อปิดกั้นทางเดินของทหาร และเรย์เข้าสู้ระยะประชิดเพื่อตรึงพวกมันให้อยู่กับที่ แต่แรงกดดันจากเรนซิสมากเกินไป เขาเหวี่ยงกรงจักที่สามารถตัดเวทร่ายของเอลร่าได้ราวกับไม่มีอะไรขวางกั้น
"ฟึ่บ! เชี้ยง! โครมม!"
เืจากาแของเรย์หยดลงบนพื้นถ้ำ เขาถูกเหวี่ยงกระเด็นไปกระแทกเสาหิน มิจังถูกล้อมจากทหารอีกห้าคน เอลร่าหอบหายใจแรงจากการร่ายเวทต่อเนื่อง
กลุ่มของเรย์กำลังจะพ่ายแพ้...
ทันใดนั้นเอง... เสียงแตรสีทองก็ดังลั่น ก้องสะท้อนเสาหินจนเหมือน์เปิดทาง
ปู๊ววววววววววววววววววว!!!
เสียงแตรดึงทุกสายตาไปยังปลายถ้ำ ด้านหลังของโกเลมที่แตกแล้ว มีแสงสว่างสีขาวเงินฉายเข้ามาอย่างตระการตา และแล้วร่างในชุดเกราะเงินประดับลวดลายสิงห์ทองก็ปรากฏขึ้น พวกเขาเดินเรียงแถวอย่างสง่าภายใต้ธงที่ปักกลางหลัง
กองทัพอาณาจักรอัลเทียร์ อีเทอเรีย
ชายในชุดเกราะผู้นำเดินนำหน้าออกมากลางแสง พร้อมเสียงประกาศก้อง
"ในนามของพระาาแห่งอัลเทียร์ อีเทอเรีย เราได้รับข่าวจากนายพรานของหมู่บ้านว่าเกิดการลักพาตัวหมู่บ้านทั้งหมดไปใช้เป็โล่มนุษย์ พวกเ้าจะไม่มีวันได้เดินกลับออกจากถ้ำนี้อีก!"
เรนซิสหัวเราะลั่น"จะเป็กองทัพไหนก็ไม่มีทางเปลี่ยนชะตาของเ้าได้!"
เรย์ยันตัวลุกขึ้น ยิ้มให้เอลร่าและมิจัง"ายังไม่จบ ตราบใดที่พวกเรา... มีเพื่อนร่วมต่อสู้"
ศึกใหม่เปิดฉากอีกครั้ง!
ทหารอัลเทียร์ อีเทอเรียจำนวน 30 นาย แยกตัวเข้าช่วยกลุ่มเรย์ทันที พวกเขาใช้โล่ประสานกันสร้างกำแพงโล่ยับยั้งคลื่นบุกของกิลด์อาเทเรียล ขณะที่นักเวทของอัลเทียร์ยิงเวทสายฟ้าใส่แนวหลังของศัตรู เอลร่าร่วมกับนักเวทหญิงอีกสองคน ร่ายเวทรวมกันสร้างม่านเวทความมืด "Violet Mirage" ปิดวิสัยทัศน์ของกองทัพเรนซิส ทำให้การเคลื่อนไหวของทหารอาเทเรียลช้าลงทันตา
เรย์กับทหารอัศวินชุดเงินอีกสามคนพุ่งตัดแนวกลางศัตรูอย่างแม่นยำ ขวานดาบและมีดสั้นสะท้อนแสงจากคบเพลิงที่ติดตั้งตามผนังถ้ำจนระยิบระยับ การต่อสู้กินเวลายาวนาน... เสียงกรีดร้อง เสียงดาบ เสียงเวท สลับกันเป็จังหวะของความกล้าหาญและความกลัว
30 นาทีผ่านไป...
กองกำลังอาเทเรียลที่เคยได้เปรียบเริ่มถอยร่น เสียกำลังพลไปกว่าครึ่ง แต่เรนซิสยังคงยืนอยู่กลางสมรภูมิ ไม่ขยับแม้แต่นิ้ว
"จะวางใจไปหน่อยหรือเปล่า... พวกเ้าลืมข้าไปแล้วหรือยังไงกัน...?"
เขาเริ่มยกกรงจักชูขึ้นเหนือหัว พลังเวทจากพื้นดินเริ่มสั่นอีกครั้ง เอลร่ารู้ทันที
"เขากำลังร่ายเวทสังหารหมู่! ทุกคนระวังตัว!!"
เสียงเวทสะท้อนเป็คลื่นลมทั่วโพรง
"จงโอบล้อมและกลืนกิน... วงล้อแห่งความวินาศ— Abyssal Gearstorm!"
กรงจักหมุนเร็วขึ้นจนกลายเป็ล้อแสง รัศมีเวทแผ่ขยายราวกับจะลบทุกสิ่งให้หายวับไป เรย์สบตาทุกคน สูดหายใจลึก และพูดด้วยเสียงแน่วแน่
"จบกันตรงนี้แหละ... ได้เวลารวมพลังกันอีกครั้ง!!"
