Stranger and Brother Zone
[Jecelyn's Part]
คุณว่าความอดทนของคนเรามันมีมากแค่ไหนกันนะ?
วันนี้เป็วันที่สี่แล้วที่ผมไม่ได้คุย ไม่ได้เจอ แล้วก็ไม่โดนแฟนกอดเลย! ใครไม่เป็ผมก็คงไม่เข้าใจหรอก แฟนที่รักกันมากๆ อะ เรารักกันอยู่ดีๆ แต่ไม่สามารถคุยกันได้เหมือนเดิม ทั้งๆ ที่เรายังไม่ได้เลิกกันเลยด้วยซ้ำ แล้วมันเพราะอะไรน่ะเหรอ? เพราะผมอยู่ปัจจุบันแต่เขาดันอยู่อนาคตยังไงเล่า!!!!
นี่ดึงดราม่าและเหวี่ยงให้ใครก๊อน? เฮ้อ!
ผมถอนหายใจเป็รอบที่เท่าไหร่ก็ไม่ทราบได้ อดรนทนคิดถึงคนรักไม่ไหวจึงทักแชตไปหาเขา
[ข้อความ]
Jecelyn: ปืน ทำไรอยู่ กินข้าวยัง วันนี้ทำงานไหม เหนื่อยรึเปล่า
Puen: เอาเบอร์มาจากไหน?
Jecelyn: เื่นั้นมันใช่ประเด็นที่ไหนกันเล่า ข้อความข้างบนอะเห็นรึเปล่าครับ
: ่นี้ปืนเป็ยังไงบ้าง สืบคดีไหนอยู่ อันตรายไหม?
Puen : คุณพูดเื่อะไร?
Jecelyn : ก็เื่งานของปืนไง
Puen: รู้เหรอว่าผมทำงานอะไร
Jecelyn: รู้สิ
Puen : รู้ว่า?
Jecelyn: ปืนเป็สายสืบ
: เป็นักแข่งรถมอเตอร์ไซค์ตลาดมืด
: และข้อสุดท้ายเป็แฟนเรา
ปัณณวิชญ์ขมวดคิ้วมุ่นเมื่อเห็นข้อความของเจษลินทร์ ‘เขารู้ได้ยังไง?’
Puen: คุณเป็ใครกันแน่?
Jecelyn: เอ้า คุยๆ กันอยู่ลืมกันเฉยเลย เราเพิ่งเจอกันเมื่อสี่วันก่อนงาย
: ลืมกันซึ่งๆ หน้าแบบนี้เลย?
Puen: ผมไม่เล่น! คุณแอบสืบประวัติผมเหรอ?
Jecelyn: เราอะ ไม่ต้องแอบสืบให้เมื่อยหรอก ทุกอย่างที่เกี่ยวกับปืนเรารู้หมดแหละ
คิ้วปัณณวิชญ์กระตุกยิกๆ รู้สึกเหมือนโดนหยามยังไงไม่รู้
Puen: คุณ้าอะไรกันแน่
Jecelyn: จีบ
Puen: ตลก! จีบอะไร? จะรำไทยเหรอ
Jecelyn: โธ่ปัณณวิชญ์ นายไม่ใช่คนโง่
Puen: ก่อนอื่นเลยนะ ไม่สนิทอย่าเรียกปืนเถอะ
Jecelyn: งั้นก็เรียกได้ เพราะเราสนิทกันมาก
Puen: พูดมาเถอะว่าคุณ้าอะไรกันแน่
Jecelyn: ก็บอกว่าจะจีบ จีบมาเป็แฟนอะ
: คืนนั้นเราลวนลามปืนไปเยอะมาก
: เราจะรับผิดชอบปืนเอง เราเป็คนดีนะ
Puen: ละเมออยู่เหรอ?
Jecelyn: เราจริงจังนะเนี่ย
Puen: งั้นคุณคงลืมอะไรไปนะ
Jecelyn: มันคือ?
Puen: คุณไม่โสด
เจษลินทร์นิ่งงันไปครู่หนึ่ง เออเนาะปัจจุบันนี้เขายังคุยกับซีเซียนอยู่เลย
ว่าแต่มันเป็ทอดสะพานนะปืนนะ ถ้าเราโสดนายจะโอเคใช่ไหม?
ได้เลยครับคุณแฟนรอผมเคลียร์ตัวเองเลยครับ!
Jecelyn: ได้! งั้นปืนรอเลย ไม่เกินหนึ่งอาทิตย์เราโสดแน่!
Puen: (Read)
เจษลินทร์ไม่รอช้า ส่งข้อความไปหาซีเปียนทันที ตั้งใจจะนัดออกมาเจอเพื่อเคลียร์ใจกันสักหน่อย แต่น่าเสียดายที่ฝ่ายนั้นยังไม่ว่างใน่สองสามวันนี้ พี่ซันบอกว่าไว้เคลียร์งานได้แล้วจะทักมาบอกอีกที
โอเค นัมเบอร์วันผ่านไป จากนั้นเจษลินทร์โทรนัดขุนและยูเพื่อนรักทั้งสองมาเจอกันในวันเสาร์นี้ เพื่อจะคุยเกี่ยวกับคดีของชวินทร์ให้รู้เื่แล้วจะได้หาหลักฐานเพิ่มเติม
แม้จะยังไม่แน่ใจว่าตัวเองควรทำอย่างไรต่อไปดี แต่เจษลินทร์คิดว่าคงไม่อาจอยู่เฉยเื่คดีของชวินทร์ได้ เขาอาจจะแง้มๆ บอกขุนพลว่ามันเป็การใส่ร้าย ให้ฝ่ายตำรวจหาหลักฐานเพิ่มเติมก็คงได้ กระมัง
***
2 Days later
“สามีขา คิดถึงจังเลย” ยลภัทรเ้าเดิมเอ่ยทักเพื่อน (ที่อยากได้เป็สามีจริงๆ)
เจษลินทร์ยิ้มให้เพื่อนคนสวย
'ก็เล่นแซวเขาแบบนี้บ่อยๆ ยังไงเล่า จนถึงตอนนี้เ้าตัวเลยยังไม่มีแฟนสักที'
แต่ก็นะอีกไม่ถึงปีก็มีแล้วแหละ
เจษลินทร์ระบายยิ้มอ่อนๆ ให้เพื่อน
“อะไร? นี่อย่าบอกนะว่ามึงเคลิ้มไปกับมันด้วย ขุ่นพระ!” ขุนพลว่าพร้อมเอามือทาบอกด้วยจริตน่าหมั่นไส้
“โอ๊ย อยู่กันมาขนาดนี้แล้ว จะให้เห็นเพื่อนเป็อื่นจริงดิ”
“แต่ยูคิดจริงนะสามี”
“เดี๋ยวอีกหน่อยยูก็มีแฟนแล้วเถอะ” เจษลินทร์บอก
“กรี๊ด สมพรปาก สาธุเก้าสิบเก้าค่ะ” ยลภัทรว่าพร้อมประนมเหนือหัวสาธุจริงจังมาก
ขุนพลและเจษลินทร์เห็นแล้วก็อดขำกับท่าทีนั้นไม่ได้
“ขุน ได้เอาหลักฐานคดีชวินทร์มาป้ะ” เจษลินทร์เอ่ยเข้าเื่
ขุนพลพยักหน้าแล้วหยิบ iPadขึ้นมา
“คราวที่แล้วไม่ใช่ว่าพวกเราดูไปแล้วเหรอ หรือว่าเจษได้ข้อมูลอะไรเพิ่มเติม?”
“อื้อ มีนิดหน่อยหน่อยน่ะ จากหลักฐานทั้งหมดสิ่งที่ไม่สมเหตุสมผลคือรอยนิ้วมือของชวินทร์”
“ยังไงนะ?” เพื่อนสองคนเอ่ยพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย
“ก็ชวินทร์เขาถนัดซ้าย แต่รอยนิ้วมือบนมีด หรือแม้แต่รอยช้ำบนคอผู้ตายล้วนเป็รอยนิ้วมือขวา จำได้มั้ยที่คุยกันครั้งที่แล้วว่าในวันเกิดเหตุ มือขวาชวินทร์าเ็อยู่” เจษลินทร์ว่าพร้อมจิ้มไปที่รูปหลักฐานให้เพื่อนทั้งสองดู
“เหยดดด ก็ว่าทำไมรู้สึกตงิดๆ” ขุนพลเอ่ย
“เจษเป็โคนันป้ะเนี่ย”
เจษลินทร์ยกยิ้มและโคลงศีรษะน้อยๆ
“นี่แสดงให้เห็นว่าที่ชวินทร์พูดอาจจะเป็ความจริง ที่ว่าวันนั้นมีคนขึ้นรถไปกับนางสาวเจด้วย เราลองหาหลักฐานเพิ่มเติม แบบภาพจากพวกกล้องวงจรปิดพอจะได้มั้ย?”
“ถ้าของที่ผับน่ะ เคยไปขอแล้วแต่เขาบอกวันนั้นกล้องเสียพอดี”
“แหม เสียถูกวันเกิ๊น มีพิรุธแล้วหนึ่ง” หญิงสาวเพียงคนเดียวในกลุ่มเบ้ปากเอ่ย
“ถ้ากล้องของผับไม่ได้ เราก็หาของที่อื่นละแวกนั้น หรือไม่ก็ที่ที่รถของชวินทร์วิ่งผ่านในวันนั้น มันต้องมีซักที่แหละ ไม่มีใครลบรอยได้สะอาดหมดจดหรอก”
“มันก็ผ่านมาเป็ปีแล้วอะนะ อาจจะยากนิดนึง” ขุนพลบอกเพื่อน
“อื้อ เข้าใจ แต่เราเชื่อว่ามันต้องมีแหละ จริงๆ นะ” เจษลินทร์เอ่ยด้วยท่าทีจริงจัง
นายตำรวจฝ่ายสืบสวนจึงตกปากรับคำว่าจะช่วยตามเื่นี้เต็มที่ ทำให้เจษลินทร์สบายใจไปเปลาะหนึ่ง
***
- Several Days later -
“ขอโทษนะ ที่พี่เพิ่งว่าง” ซีเปียนเอ่ยบอกกับคนตรงหน้าหลังจากทานอาหารเสร็จ วันนี้เขานัดเจษลินทร์มาดินเนอร์ที่ร้านอาหารเ้าประจำ
เจษลินทร์ก็ยังคงดำรงตำแหน่งคนที่ฮีลใจเขาได้เสมอ ไม่ว่าเมื่อไหร่ที่เจอหน้าและรอยยิ้มหวานๆ ของเ้าตัว ความกังวลหรือความรู้สึกแย่ๆ ของเขาก็พลันมลายหายไปราวกับไม่เคยมีอยู่เลย แถมด้วยการที่ทำให้หัวใจเขาฟูขึ้นมาได้หลายระดับ
“ไม่เป็ไรครับพี่ซัน เจษก็ไม่ได้มีเื่ด่วนอะไรขนาดนั้น”
“เจษ เื่ซีฮัน พี่ขอโทษจริงๆ นะ” ซีเปียนเอ่ยด้วยสีหน้าที่รู้สึกผิด เขาเองก็เพิ่งจะรู้ว่าน้องชายของตัวเองวางยาเจษลินทร์ในคืนนั้น เขาได้แต่ทดโทษซีฮันไว้ในใจ
“อ่า พูดถึงเื่ซีฮัน พี่ไม่ต้องขอโทษเจษหรอกครับ คนที่ควรขอโทษต้องเป็คนทำสิ”
“แต่ถ้าพี่ดูแลเจษดีกว่านี้ -”
“ไม่มีใครดูแลใครได้ดีขนาดนั้นหรอกครับ ขนาดตัวเราเองยังทำไม่ได้เลย พี่อย่าโทษตัวเองเลยครับ” เจษลินทร์เอ่ยยิ้มๆ ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็สีหน้าจริงจัง
“พี่ซันครับ ถ้าเจษจะพูดอะไรกับพี่หน่อยได้มั้ยครับ”
ซีเปียนพยักหน้าเป็เชิงอนุญาต
“มันอาจจะฟังดูแปลกๆ หน่อย แต่เจษอยากจะบอกว่าเื่ที่พี่คิดจะทำอยู่มันเป็สิ่งที่ถูกต้องแล้วครับ แต่พี่ก็รู้ใช่มั้ยว่ามันอันตราย” เจษลินทร์กล่าวเตือน เพราะจำได้ว่าในอนาคตซีฮันจะทำร้ายพี่ชาย
ซีเปียนทำสีหน้าเหมือนไม่เข้าใจนัก คนเด็กจึงพูดต่อ
“อ่า เื่ที่พี่คิดจะทำอยู่ตอนนี้แหละครับที่พี่กับน้องชายเห็นต่างกันอะ”
“เจษรู้?” ซีเปียนถามด้วยความแปลกใจ
ยังไม่ทันที่เจษลินทร์จะได้ตอบอะไร ก็มีพนักงานเดินมาเสิร์ฟเครื่องดื่มขัดจังหวะเสียก่อน
คนตัวบางขมวดคิ้วเมื่อได้เห็นหน้าพนักงานชัดๆ
‘ปืน’
เจษลินทร์ประมวลเื่ราวในหัวเงียบๆ
ก็ปืนเป็สายให้ตำรวจนี่นา ก็คงมาตามสืบคดีล่ะสิ ว่าแต่ตามใคร? อย่าบอกนะว่ามาตามซีเปียน?
คำถามในหัวเจษลินทร์ค้างเติ่งอยู่อย่างนั้น ไม่ได้รับคำตอบใดๆ
แหงล่ะ ก็ไม่ได้ถามออกไปนี่
แล้วตอนนี้ปัณณวิชญ์ก็จากไปแล้วด้วย
ทำให้เจษลินทร์นึกขึ้นได้ว่ายังมีอีกเื่ต้องพูดกับซีเปียน
“พี่ซันครับ คือ เจษว่าเรามาคบกันแบบพี่น้องดีมั้ยครับ”
คนฟังถึงกับชะงักไป
จริงๆ แล้วซีเปียนก็คิดเื่นี้ไว้อยู่เหมือนกัน ไม่ใช่ว่าเขาไม่รักไม่ชอบคนเด็กตรงหน้า แต่เขารู้สึกว่าตัวเองเป็คนไม่ดี ที่ผ่านมาทำเื่ผิดกฎหมายไว้ตั้งมากมาย ซึ่งมันโคตรจะไม่คู่ควรกับคนอย่างเจษลินทร์เลย จึงตั้งใจว่าจะขอห่างกับน้องเพื่อเคลียร์ตัวเองให้เป็คนที่ดีกว่านี้ ถึงตอนนั้นแล้วเขาจะลองกลับมาขอโอกาสคนตรงหน้าอีกครั้ง
แต่จนแล้วจนรอดก็ยังทำใจออกห่างเจษลินทร์ไม่ได้ ยื้อเวลามาจนถึงตอนนี้
ไม่คิดว่าน้องจะเป็ฝ่ายพูดเื่นี้กับเขาก่อน
“เจษเกลียดพี่หรือเปล่า?”
“เฮ้ย ทำไมถามแบบนั้น เจษไม่ได้รู้สึกแบบนั้นเลยนะครับ” เจษลินทร์รีบตอบ
ถึงจะตั้งใจมาบอกยุติความสัมพันธ์ ครั้นพอได้เห็นสีหน้าหม่นๆ ของซีเปียนแล้วเจษลินทร์ก็รู้สึกผิดไม่น้อย แต่ถ้าเขาไม่บอกตอนนี้มันก็ไม่เป็ผลดีต่อใครเลย เพราะหัวใจของเขาตอนนี้มีคนที่รักมากๆ อยู่แล้ว ซึ่งคนคนนั้นก็มีชื่อย่อว่า ‘ปืน’ นั่นเอง
“พี่จะไม่ถามถึงเหตุผล แต่แค่อยากแน่ใจว่าเจษไม่ได้เกลียดพี่จริงๆ ใช่ไหม”
“โถ่ พี่ซัน เจษจะเกลียดพี่ได้ยังไง ั้แ่รู้จักกัน พี่ก็ดีกับเจษมาตลอด”
“งั้นพี่จะยังทักหาเจษได้อยู่ใช่ไหม หมายถึงนานๆ ที” ที่ทนความคิดถึงไม่ไหว ประโยคหลังซีเปียนเก็บไว้กับตัวเอง
“ได้สิครับ” เจษลินทร์ยิ้มให้คนตรงหน้า ไม่คิดว่าซีเปียนจะตกลงง่ายขนาดนี้ หรือว่าที่จริงแล้วซีเปียนเองก็ไม่ได้คิดอะไรกับเขาแต่แรก? เพราะในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าซีเปียนก็เป็ฝ่ายขอยุติความสัมพันธ์ของเราสองคนนี่นา
คิดได้ดังนั้นเขาค่อยรู้สึกสบายใจขึ้นมาหน่อย
ทั้งสองคุยกันอยู่อีกครู่ใหญ่ ซีเปียนเห็นว่าดึกแล้วเลยเอ่ยปากชวนคนน้องกลับบ้าน เจษลินทร์จึงขอตัวไปห้องน้ำก่อน
“ปืน สบายดีมั้ย มาทำงานเหรอ เหนื่อยรึเปล่า?” เจษลินทร์เอ่ยถามคนรัก (ในอนาคต) ที่เดินสวนกัน
นี่ก็ตั้งอาทิตย์กว่าๆ แล้วที่เขาไม่ได้เจอไม่ได้คุยกับปัณณวิชญ์เลย คิดถึงจะบ้าอยู่แล้ว
คราแรกปัณณวิชญ์ตั้งใจจะเมินคนที่มีท่าทีสนิทกับเขานักหนา แต่พอเห็นสายตาของคนตรงหน้าเขาก็ไม่รู้ว่าทำไมตัวเองถึงได้รู้สึกแปลกๆ ในอก
“ก็สบายดี ผมไปทำงานก่อนนะ” ปัณณวิชญ์ตอบและบอกลาในตัว
ทำให้เจษลินทร์หน้าบึ้งทันที รีบคว้ามืออีกคนไว้ก่อน
“ตอนนี้เราโสดแล้วนะ จะจีบปืนได้ยัง?”
"....."
อีกฝ่ายไม่หันมามองและไม่ตอบอะไร เจษลินทร์จึงทำได้เพียงยอมปล่อยให้ปัณณวิชญ์ไปทำหน้าที่ต่อ
***
“ขอบคุณครับ ขอบคุณสำหรับทุกอย่างเลยนะ” เจษลินทร์เอ่ยบอกคนที่มาส่งเขาพร้อมบริการเดินลงมาส่งถึงประตูบ้าน
“พี่ก็ขอบคุณเจษเหมือนกัน ถึงจะเป็เวลาสั้นๆ แต่สำหรับพี่ ที่ผ่านมามันดีมากจริงๆ ต่อจากนี้ถ้าเจษมีปัญหาหรือมีเื่อะไรไม่สบายใจโทรหาพี่ได้ตลอดรู้ใช่มั้ย”
เจษลินทร์ยิ้มรับ ไม่ว่าเมื่อไหร่ซีเปียนก็ใจดีเสมอเลย
“ครับ พี่ก็เหมือนกันนะ โทรหาเจษได้เสมอ บางทีเจษอาจจะช่วยอะไรไม่ได้ แต่เจษเป็ผู้ฟังที่ดีนา”
“ครับ ดูแลตัวเองดีๆ นะ”
“พี่ก็อย่าทำงานหนักเกินไปล่ะ”
“ครับ เข้าบ้านเถอะ หมอกลงหัวแล้ว กระหม่อมยิ่งบางๆ อยู่”
ซีเปียนพูดพร้อมคลี่ยิ้มจางๆ
“เจษโตแล้วเถอะ”
"สามขวบไม่เกิน"
ว่าจบซีเปียนก็หัวเราะน้อยๆ ออกมา
เขามองหน้าเจษลินทร์อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยื่นมือออกไปหมายจะลูบแก้มคนตัวบางสักครั้ง
!!!!!
ทว่าร่างกายเ้ากรรมดันไปไวกว่าความคิด เพราะมือหนาของเขาดันคว้าเจษลินทร์มาไว้ในอ้อมกอดซะงั้น
เขาคิดมาโดยตลอดว่าตัวเองเป็คนที่ควบคุมตัวเองได้ดี แต่พอเป็เจษลินทร์เขาดันทำไม่ได้ และเื่ทุกอย่างที่คิดไว้ก็ไม่เคยจะเป็ไปตามแผนเลย
คนโดนกอดแม้จะใ แต่ก็ไม่ได้ดิ้นหรือขัดขืน เพราะอ้อมกอดของซีเปียนไม่ใช่การกอดแบบคุกคาม เขาแค่กอดไว้แน่นเฉยๆ
ความจริงเจษลินทร์เองก็ใจหายเหมือนกัน จึงยกมือขึ้นลูบหลังคนตรงหน้าเป็การปลอบประโลมและบอกลาไปในตัว
หลายอึดใจผ่านไป ซีเปียนจำต้องปล่อยคนในอ้อมแขน แม้ในใจเขาจะะโต่อต้านหนักหนาก็เถอะ
“ขับรถกลับดีๆ นะครับ ถึงแล้วบอกเจษด้วย”
คนโตกว่าพยักหน้ารับ โบกมือลาแล้วขับรถออกมา ไม่ลืมเหลียวดูกระจกหลัง มองคนเด็กกว่าเดินเข้าบ้านไป เขาเคยคิดว่าเหตุการณ์แบบนี้มันต้องใจหายมากแน่ๆ แต่ไม่คิดว่านอกจากจะใจหายแล้วยังพ่วงความเ็ปมาอีกด้วย … พลันก้อนความรู้สึกก็ก่อฏ มารวมกันอยู่ที่ลำคอ ส่งผลให้ขอบตาของเขาร้อนผ่าวขึ้นมา
T B C
ติชมกันเข้ามาได้นะคะ
- LOVE -
เื่นี้มี E-Book ใน Meb (เม็บ) , Ookbee (อุ๊คบี) , Naiin (นายอินทร์) , Se-Ed (ซีเอ็ด)และเว็บห้องสมุดแล้วนะคะ
โดยในเว็บนั้นๆจะใช้ชื่อเื่ว่า เจษลินทร์ (YOU) ค่ะ
วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2565
จะจัดโปรวันเกิดท่านแม่ของบิวเอง E-Book จะลดราคาเหลือ199 บาทค่ะ (จากราคา 359 บาท) ที่ Meb Market
ไปตำ / สนับสนุนนักเขียนตัวเล็กตัวน้อยคนนี้ได้นะคะ //ประนมมือกราบอย่างนอบน้อมพร้อมบีบนวดให้นะเ้าคะ
LOVE