บทที่ 34 การแก้แค้นของไป๋เค่อเคอ
“เมื่อกี้ฉันดูแล้ว พลังชะตาของทั้งสองคนนี้ไม่ค่อยปกตินะ”
“โดนคนเล่นงานเข้าแล้วล่ะ แถมในนั้นน่าจะมีคนที่รู้วิชาไสยเวทเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ถ้าไม่ได้กินยาห้ามเลือดและยาสมานแผล คงตายไปแล้ว”
“ใคร!” เสิ่นมู่เหยี่ยกัดฟันกรอดด้วยความแค้น
เสิ่นจืออินส่ายหน้า “ตอนนี้ยังไม่รู้ แต่ฝ่ายตรงข้ามน่าจะรู้วันเดือนปีเกิดของพ่อกับพี่ชายเธอ แล้วยังต้องเอาเลือดหรือผมของพวกเขาไปด้วย”
เสิ่นมู่เหยี่ยพยักหน้า แล้วโค้งคำนับเสิ่นจืออินด้วยความรู้สึกขอบคุณอย่างสุดซึ้ง
“ขอบคุณมากครับ คุณย่าตัวน้อย”
เสิ่นจืออินส่ายหน้า “ไม่เป็นไรหรอก พวกเขาก็ลูกหลานในสายตาของฉันทั้งนั้น”
ในฐานะที่เป็นผู้ใหญ่กว่า เธอก็ต้องคอยเป็นห่วงเป็นใยอยู่แล้ว
โรงพยาบาลแห่งนี้เป็นโรงพยาบาลที่แม่ของไป๋เค่อเค่อรักษาตัวอยู่พอดี เมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรแล้ว เธอจึงบอกลาเสิ่นมู่เหยี่ย แล้วไปหาไป๋เค่อเค่อ
เนื่องจากเป็นกรณีพิเศษ คุณแม่ของไป๋เค่อเค่อจึงพักรักษาตัวเพียงลำพังในห้องพัก
เสิ่นจืออินเข้าไปในห้องได้อย่างง่ายดาย และได้พบกับไป๋เค่อเค่อที่ยังคงอยู่ในสภาพวิญญาณ เฝ้ามองอยู่ข้างเตียง
เดิมทีคุณแม่ของไป๋เค่อเค่อนอนหลับอยู่ แต่พอเสิ่นจืออินผลักประตูเข้าไป เธอก็สะดุ้งตื่นขึ้นมาทันที เธอลุกขึ้นนั่ง และจ้องมองมาที่ประตูอย่างหวาดระแวง
นี่เป็นปฏิกิริยาตอบสนองตามสัญชาตญาณของเธอตลอดหลายปีที่ผ่านมา ไป๋เค่อเค่อมองดูด้วยความเจ็บปวด น้ำตาสีเลือดไหลรินอาบแก้ม
“คุณป้าคะ คุณป้าอยากเจอไป๋เค่อเค่อไหมคะ?” เสิ่นจืออินถามออกไปตรง ๆ โดยไม่เกริ่นนำใด ๆ
ดวงตาของผู้หญิงคนนั้นเป็นประกายขึ้น เมื่อได้ยินชื่อของไป๋เค่อเค่อ “เค่อเค่อ ลูกสาวของแม่... ลูกอยู่ที่ไหน แม่ขอโทษ...”
ผู้หญิงคนนั้นสลับไปมาระหว่างร้องไห้กับหัวเราะ สักพักก็กุมศีรษะตัวเองแล้วทุบอย่างบ้าคลั่ง
“หนูอยู่นี่ แม่ หนูอยู่ตรงนี้ไง!”
ไป๋เค่อเค่อตะโกนสุดเสียง แต่ดูเหมือนแม่ของเธอจะไม่ได้ยินที่เธอพูดเลยแม้แต่น้อย
วิธีเดียวที่เธอจะทำให้แม่เห็นเธอได้คือตอนที่เธอกลายเป็นผีร้าย แต่ตอนนั้นเธอจะขาดสติ เธอจึงไม่กล้ารับประกันว่าจะไม่ทำร้ายแม่ตัวเองเข้า
เสิ่นจืออินเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าไป๋เค่อเค่อ แล้วตบลงบนไหล่เธอสองที
ความจริงแล้วเธออยากจะตบหัวมากกว่า แต่...เอื้อมไม่ถึง
ไป๋เค่อเค่อรู้สึกเพียงพลังอันแข็งแกร่งถูกถ่ายทอดเข้าสู่ร่างกาย จากนั้นร่างของเธอก็ค่อย ๆ ดูเหมือนมีชีวิต
ในจังหวะเดียวกันนั้น ราวกับสัมผัสได้ถึงบางสิ่งบางอย่าง แม่ของไป๋เค่อเค่อก็หันขวับมามองทางนี้
ทันทีที่เห็นไป๋เค่อเค่อ ดวงตาของเธอก็เบิกกว้างอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง
ผู้หญิงคนนั้นคลานไปที่ข้างเตียงของไป๋เค่อเค่อ ดวงตาแดงก่ำ ริมฝีปากซีดเผือด
ในแววตาของเธอตอนนี้ เต็มไปด้วยภาพร่างเล็ก ๆ ของลูกสาว มือของเธอสั่นเทาอยากจะสัมผัส แต่ก็ไม่กล้า
“เค่อเค่อ นี่ลูกคือเค่อเค่อ ลูกสาวของแม่ใช่ไหม?”
เสียงของผู้หญิงคนนั้นสั่นเครือจนแทบพูดไม่ออก
ไป๋เค่อเค่อจับมือเธอไว้ “แม่ หนูเอง เค่อเค่อกลับมาแล้ว “
แม่ของไป๋เค่อเค่อชื่อไป๋หลิน เธอเคยเป็นนักศึกษาที่อนาคตสดใส
แต่เพียงเพราะการท่องเที่ยวครั้งเดียว เธอกลับถูกหลอกมาขายที่หมู่บ้านเสี่ยวหยาง
ผู้คนในหมู่บ้านนั้น ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ ล้วนเป็นปีศาจร้าย
พวกเขาต้องการผู้หญิง แต่กลับทารุณผู้หญิงที่ซื้อมาเหมือนกับสัตว์เดรัจฉาน
ไป๋เค่อเค่อเป็นลูกสาวคนแรกของไป๋หลิน สำหรับลูกสาวที่เกิดมาจากการถูกบังคับให้คลอด เธอเกลียดชังและไม่ชอบใจอย่างมากในตอนแรก
หลังคลอด เธอถึงขั้นไม่แม้แต่จะชายตามอง
การเกิดของไป๋เค่อเค่อก็ไม่เป็นที่ต้องการของพ่อ ปู่ ย่า เช่นกัน
แต่ตอนที่กำลังจะเอาไป๋เค่อเค่อไปทิ้งแม่น้ำ พ่อของเธอพูดขึ้นว่าเสียดาย เลี้ยงให้โตแล้วขายเอาเงินดีกว่า
เธอจึงถูกเก็บไว้ด้วยเหตุนี้
แต่ชีวิตของเธอแย่ยิ่งกว่าหมา
แม้จะเป็นเช่นนั้น เด็กหญิงตัวเล็ก ๆ ร่างผอมแห้งคนนี้ เมื่อสามารถออกไปหาอาหารในภูเขาเพื่อประทังชีวิตได้ เธอจะแอบนำไข่ไก่ป่าหนึ่งฟองและผลไม้ป่าเล็กน้อยซ่อนไว้กับตัวกลับบ้าน
เพื่อนำกลับมาให้แม่ที่ถูกพ่อทุบตีด่าว่าทุกวัน และถูกปู่ย่าทารุณ
เธอเหมือนลูกสัตว์ที่ถูกทอดทิ้ง โหยหาความรัก
แม้ว่าแม่จะรังเกียจเธอ ไป๋เค่อเค่อก็ยังค่อย ๆ เข้าใกล้ ทุกวันเธอจะนำอาหารมาให้และเป่าแผลให้แม่
ไป๋เค่อเค่อค่อย ๆ กลายเป็นความปลอบประโลมเพียงหนึ่งเดียวของไป๋หลินในนรกนั้น
สองชีวิตที่บอบช้ำโอบกอดกันไว้ เพื่อให้มีกำลังใจในการมีชีวิตอยู่ต่อไปได้
ชื่อเดิมของไป๋เค่อเค่อคือเจาตี้ ไป๋หลินแอบตั้งชื่อเธอว่าไป๋เค่อเค่อ และเรียกเธอว่าเค่อเค่อ
แต่เมื่อลูกสาวคนที่สองเกิดมา ครอบครัวนั้นเชื่อว่าการมีอยู่ของไป๋เค่อเค่อทำให้เด็กผู้ชายไม่อยากมาที่บ้านของพวกเขา
พวกเขาจับลูกสาวที่เพิ่งเกิดใหม่โยนทิ้งลงแม่น้ำ และขายไป๋เค่อเค่อออกไป
ไป๋หลินจึงเสียสติไปอย่างสิ้นเชิงหลังจากนั้น
ตอนนี้ ในที่สุดเธอก็ได้พบกับเค่อเค่อของเธออีกครั้ง
ไป๋หลินกอดไป๋เค่อเค่อและร้องไห้โฮ
ถ้าไม่ใช่เพราะเสิ่นจืออินสร้างค่ายกลกั้นเสียงในห้องนี้ พยาบาลและหมอข้างนอกคงได้ยินกันหมดแล้ว
หลังจากร้องไห้เป็นเวลานาน ไป๋หลินจึงปล่อยลูกสาวของเธอ แล้วลูบผมไป๋เค่อเค่ออย่างอ่อนโยน
เธอมองด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรักใคร่ “เค่อเค่อของแม่สวยขึ้นเรื่อย ๆ แต่คงใช้ชีวิตลำบากข้างนอก ตอนนี้ยังไม่สูงขึ้นเลย”
เธอพูดไปพลางน้ำตาไหล “แม่ไม่มีความสามารถพอที่จะปกป้องลูกให้ดี”
“พวกมันถูกจับแล้ว หลังจากนี้...จะไม่มีใครทำร้ายพวกเราได้อีก”
“เค่อเค่ออยู่กับแม่นะ ต่อไปนี้แม่จะเลี้ยงดูหนูเอง ตกลงไหม?”
ตอนที่พูดประโยคเหล่านี้ เสียงของเธอนุ่มนวลมาก แต่น้ำตาไหลอาบใบหน้าไปแล้ว
“แม่” ไป๋เค่อเค่ออยากจะพูด แต่ถูกเธอขัดจังหวะ
“เค่อเค่อเป็นเด็กดีนะ ตอนนี้แม่มีแค่หนูคนเดียวแล้ว”
สุดท้ายไป๋เค่อเค่อก็ไม่ได้พูดคำปฏิเสธออกมา
เสิ่นจืออินมองอยู่ครู่หนึ่ง แล้วเดินออกจากห้องผู้ป่วยนี้ไปเงียบ ๆ
แต่ตอนที่จากไป เธอส่งเสียงถึงไป๋เค่อเค่อด้วยพลังวิญญาณ
“ไปทำในสิ่งที่เธออยากทำเถอะ แต่อย่าฆ่าพวกเขา แผลผีจะทำให้พวกเขาใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ในความทุกข์ทรมานไม่สิ้นสุด”
คนเห็นแก่ตัวและต่ำช้าในหมู่บ้านเสี่ยวหยาง อยากตายก็ไม่กล้าตาย มีชีวิตอยู่ก็เหมือนตายทั้งเป็น
การฆ่าพวกเขาโดยตรงกลับเป็นการปลดปล่อยอย่างหนึ่ง
และนั่นยังไม่ถือว่าจบ เมื่อถึงเวลาที่อายุขัยของพวกเขาหมดลง ไปถึงยมโลกก็จะมีวิญญาณผู้ถูกกระทำนับไม่ถ้วนมาฟ้องร้อง พวกเขาจะถูกลงโทษด้วยการทรมานนานาชนิดในนรกเป็นเวลาหลายพันหลายหมื่นปีเพราะกรรมที่ติดตัว สุดท้ายอาจถูกส่งไปยังนรกขุมลึกสุด หรือไปเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉานที่ถูกฆ่า
เสิ่นจืออินรู้สึกว่ายมโลกในโลกนี้ยังมีอะไรที่น่าสนใจมาก
ไป๋เค่อเค่อเข้าใจความหมายของเสิ่นจืออินแล้ว คืนนั้นหลังจากที่ไป๋หลินหลับ เธอก็ไปหาครอบครัวเดรัจฉานนั่นที่คุก
คืนนั้น มีเสียงกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวดังมาจากในคุก
หลังจากเสิ่นจืออินจัดการธุระเสร็จแล้ว เธอก็หาวพลางเดินกลับไปที่ห้องพักผู้ป่วยของตระกูลเสิ่น
“คุณย่าตัวน้อย นมที่ซื้อมาให้ยังอุ่น ๆ อยู่เลย รีบดื่มตอนที่ยังร้อนนะ”
ต่อหน้าเสิ่นจืออิน เสิ่นมู่เหยี่ยช่างกระตือรือร้นและเอาอกเอาใจเหลือเกิน
เห็นแล้วทำให้เสิ่นซิวหรานถึงกับลืมเรื่องขาทั้งสองข้างของตัวเองไปชั่วคราว
พวกเขารู้นิสัยของเสิ่นมู่เหยี่ยเป็นอย่างดี ก่อนหน้านี้ยังคิดว่าพ่อบ้านพูดเกินจริงเสียอีก
ตอนนี้ดูเหมือนจะเป็นเรื่องจริง
เสิ่นจืออินเปิดขวดนมของตัวเองแล้วเทนมใส่ จากนั้นก็โยนยาลงไป
เมื่อพบว่าคนป่วยสองคนกำลังมองตัวเองอยู่ เธอจึงยกแขนเล็ก ๆ ขึ้นโบกไปมาพร้อมถามอย่างกระตือรือร้น
“พวกเธออยากดื่มด้วยเหรอ?”
เสิ่นควาน “...”
เสิ่นซิวหราน “...”