นี่เป็ปีที่สามแล้วที่ซิ่วอิ๋งมาวัดจาวหฺวากับคนตระกูลหลี่ ทั้งยังเป็ปีที่สามที่ซิ่วอิ๋งแต่งเข้าตระกูลหลี่
ฤดูใบไม้ร่วงของทุกปี หลังวัดจาวหฺวา ใบเฟิง[1]ปกคลุมูเาไม่ขาดสายเหมือนเปลวไฟ เป็ทิวทัศน์ฤดูใบไม้ร่วงที่เป็เอกลักษณ์และงดงามของเมืองหลวง
ซิ่วอิ๋งมากราบพระกับแม่สามีตามปกติ ระหว่างที่แม่สามีฟังเ้าอาวาสเทศนา นางเลยมาเดินเล่นทีู่เาด้านหลัง ชมใบเฟิง รอให้ใกล้ถึงเวลาค่อยกลับไปปรนนิบัติ
เมื่อกลับไปถึง เ้าอาวาสพึ่งจากไป มีเสียงหัวเราะดังออกมาจากในห้อง ฟังก็รู้ว่าเป็เสียงของเสิ่นซิ่วเหลียน น้องสาวสายรอง[2]ของนางที่อยู่ด้านใน
น้องสาวสายรองคนนี้เป็คนร้ายกาจ นางมักทำให้ญาติผู้ใหญ่พอใจได้เสมอ เมื่อก่อนที่บ้าน นางทำให้ท่านย่ามีความสุข ตอนนี้นางเป็ผิงชี[3]ของสามีตน เป็ธรรมดาที่แม่สามีจะชอบนาง นอกจากนี้นางเข้ามาอยู่ที่ตระกูลหลี่ไม่ถึงครึ่งปีก็ตั้งครรภ์ แต่ตนเองสามปีแล้ว ยังไม่มีอะไรเคลื่อนไหวเลย
ฟังเสียงหัวเราะที่ดังออกมาเรื่อยๆ ซิ่วอิ๋งยืนอยู่หน้าประตูสักพักก็เข้าไป ทันทีที่นางโผล่หน้าเข้าไป เสียงหัวเราะที่อยู่ในห้องพลันหยุด
ซิ่วอิ๋งคุ้นเคยกับเหตุการณ์แบบนี้มาครึ่งปีแล้ว นางหันไปคารวะฮูหยินผู้เฒ่าหลี่ ก่อนยืนนิ่งๆ อยู่ด้านข้าง เหมือนเป็ดอกบัวตูมที่ตั้งอยู่ในห้อง ดูบริสุทธิ์และงามสง่า
ฮูหยินผู้เฒ่าหลี่ไม่ว่าอย่างไรก็เอ็นดูสะใภ้คนนี้เสมอ ให้นางนั่งข้างๆ จับมือพูดคุย ไม่อยากปล่อยให้นางรู้สึกอ้างว้าง
ซิ่วอิ๋งในใจรู้ว่าสุดท้ายแล้วไม่เหมือนกัน ต่อให้แม่สามีรักใคร่เอ็นดู แต่ก็ไม่อาจก้าวข้ามความจริงไปได้ นางยิ้มสดใสให้แม่สามี
นางยิ้มแบบนั้นน้อยมาก
ใบหน้างามประณีตราวดวงอาทิตย์ฤดูใบไม้ร่วง ดวงตาดอกท้อที่แต่เดิมดูดีมากอยู่แล้วนั้นเป็ประกายวาววับ รับกับใบหน้างดงามของนาง ทำเอาคนทั้งห้องตกตะลึง
เสิ่นซิ่วเหลียนที่นั่งอยู่ไม่ไกลลูบคลำท้อง ก้มหน้าซ่อนความริษยาของนาง
หลังจากกินอาหารมังสวิรัติ หยุดพักย่อยอาหารแล้ว คนตระกูลหลี่ก็เริ่มออกเดินทางกลับจวน
ซิ่วอิ๋งปรนนิบัติแม่สามีแต่งตัวเสร็จก็ช่วยประคองนางออกไป เสิ่นซิ่วเหลียนที่ออกมาจากห้องข้างๆ เห็นแม่สามีลูกสะใภ้สองคนสนิทสนมกัน ั์ตาฉายประกายวาบ เดินเบียดเข้าไป
ตอนนี้นางท้องสี่เดือนแล้ว ซิ่วอิ๋งแม้เกลียดนางแค่ไหนก็ไม่อาจเผชิญหน้าตรงๆ ได้ รีบเดินถอยหลบ ไม่คาดเสิ่นซิ่วเหลียนกลับพุ่งตัวมาที่นาง เบียดจนต้องถอยหลบไม่พอ ยังจงใจใช้เท้าขัดขานาง
ซิ่วอิ๋งพลันชนกรอบประตู เสียงดังปัง เจ็บจนคิ้วขมวด
ฮูหยินผู้เฒ่าหลี่ใ มองสะใภ้คนใหม่ที่อยู่ข้างๆ พลันเข้าใจบางอย่าง “ซิ่วอิ๋งาเ็หรือไม่”
รอยยิ้มที่มุมปากของเสิ่นซิ่วเหลียนแข็งค้าง ซิ่วอิ๋งนวดเอว ส่ายหน้าเอ่ย “ไม่เป็ไรเ้าค่ะ ขอบคุณท่านแม่ที่เป็ห่วง”
ฮูหยินผู้เฒ่าหลี่พยักหน้า พูดกับเสิ่นซิ่วเหลียน “ตอนนี้เ้าร่างกายเทอะทะ ดูแลตัวเองให้ดีก็พอ ไม่ต้องสนใจคนแก่อย่างข้าหรอก ยังมีพี่สาวเ้าอยู่” แม้ว่านางอยากอุ้มหลานชาย แต่ก็ไม่ชอบคนที่มีจิตใจสกปรก
เสิ่นซิ่วเหลียนพอรู้ว่าการกลั่นแกล้งถูกมองออก ใบหน้าพลันแดงเถือก ปล่อยให้สาวใช้พยุงเดินไปข้างหน้า จ้องซิ่วอิ๋งอย่างชิงชังราวกับจะมองให้ทะลุ
บนรถม้า ซิ่วอิ๋งกลับนั่งไม่ติด มักรู้สึกเ็ปแถวท้องน้อย ฮูหยินผู้เฒ่าหลี่เห็นสีหน้านางไม่ค่อยดี ถามอยู่หลายครา อาการเจ็บบางครั้งมีบางครั้งไม่มี ไม่หนักหนา ตามปกติแล้วนางไม่ชอบเื่ยุ่งยาก จึงบอกเพียงว่าเป็เพราะแรงสั่นะเื
พอกลับถึงจวนตระกูลหลี่ ความเ็ปนั้นหายไปแล้ว ซิ่วอิ๋งส่งฮูหยินผู้เฒ่าหลี่เสร็จ กลับห้องพักตัวเองพักผ่อน
เมื่อตื่นท้องฟ้าก็มืดแล้ว นางลุกขึ้นนั่ง ้าเรียกสาวใช้เข้ามาแต่งตัว ด้านหน้ากลับมีเงามืด
เงานั้นยืนอยู่ที่หัวเตียงมองนาง
นางใ พอเห็นคนชัดพลันถอนหายใจเบาๆ พูดเสียงเบา “ท่านกลับมาแล้ว ทำไมมายืนอยู่ตรงนี้มืดๆ ไม่ให้คนจุดตะเกียงล่ะเ้าคะ”
“ฮูหยินนอนหลับสบายดีหรือไม่”
คำพูดคล้ายห่วงใย แต่นางกลับรู้สึกถึงความผิดปกติ เงยหน้ามองเสี้ยวหน้าหล่อเหลาครึ่งหนึ่งของชายหนุ่มอยู่ในเงามืด มองเห็นไม่ค่อยชัด ซิ่วอิ๋งสงสัยในใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับสามีของนาง เอ่ยตอบว่า “อาจจะเป็เพราะว่าเหนื่อยกับการขึ้นูเา เลยนอนหลับลึกไปหน่อยเ้าค่ะ”
ในห้องนอนมืดสลัวมีเสียงหัวเราะหยันดังขึ้น
หัวใจซิ่วอิ๋งกระตุกทีหนึ่ง หลี่ชิ่งเจาหัวเราะอย่างนี้ทุกครั้งที่โกรธ
นางไปยั่วโมโหเขาตอนไหนกัน
ขณะที่กำลังคิดอยู่ ข้อมือของนางรู้สึกเจ็บ หลี่ชิ่งเจาดึงนางขึ้นมา “ฝ่ายเ้านอนหลับสบาย แต่เ้าไม่รู้หรือว่าเหลียนเอ๋อร์เจ็บท้อง ปวดท้องอยู่ในห้องตลอดทั้งบ่าย”
ซิ่วอิ๋งตื่นใ
เสิ่นซิ่วเหลียนเจ็บท้อง แต่ก็แค่เจ็บท้อง ทำไมต้องใส่อารมณ์กับนางด้วย?!
จู่ๆ ซิ่วอิ๋งก็รู้สีึกเกลียดคนตรงหน้า เพียงแต่เขาสูงเกินไป จับมือของนางอย่างกับจับมือเด็ก จะให้ขัดขืนคงยาก
นางอดทน พูดว่า “ซิ่วเหลียนเจ็บท้อง ข้าไม่รู้จริงๆ เรียกหมอแล้วหรือยัง”
“เ้าไม่รู้รึ” จู่ๆ หลี่ชิ่งเจาก็กระชากนางอีก “ไม่ใช่ว่าเ้าพูดอะไรกับท่านแม่ ท่านแม่ถึงมองเหลียนเอ๋อร์ด้วยสายตาเ็า ทำให้นางเสียใจจนเจ็บท้อง”
การกล่าวหาข้างๆ คูคูนี้คืออะไรกัน
ซิ่วอิ๋งนึกถึงตอนอยู่วัดจาวหฺวา ตอนที่เสิ่นซิ่วเหลียนจงใจชน ความน้อยเนื้อต่ำใจกลายเป็ความโกรธเคือง “ข้าไปทำอะไรแก้วตาของท่านเมื่อไรกัน ตอนที่ข้าอยู่กับท่านแม่ นางก็อยู่ด้วย ข้ายังจะต่อว่าอะไรนางกับท่านแม่ได้!?”
หลี่ชิ่งเจาได้ยินที่พูดก็คลายมือออกเล็กน้อย แต่ยังไม่ปล่อยมือนาง
เขามีนิสัยขี้สงสัย ดูเหมือนคิดอยู่ว่าที่นางพูดมีความจริงอยู่กี่ส่วน
ซิ่วอิ๋งโกรธแล้วจริงๆ อยากหาทางหนี หลี่ชิ่งเจาเห็นความประสงค์ของนางก็กำมือนางไว้อีก ซิ่วอิ๋งโมโห พูดว่า “ปล่อยข้า ท่านบีบมือข้าเจ็บ”
“ข้าถามเสร็จแล้วจะปล่อยเ้าเอง”
แข็งกร้าวราวกับนางเป็นักโทษในคุก
ในใจของซิ่วอิ๋งรู้สึกหนาวะเื นางเป็ภรรยาเอกของเขา แต่ตอนนี้กลับถูกปฏิบัติเหมือนนักโทษ นางพยายามดิ้นหนี หลี่ชิ่งเจายังหนุ่มทั้งยังค่อนข้างประสบความสำเร็จ แรกสุดสอบได้ทั่นฮวา[4] หลังจากนั้นก้าวหน้าโดยไม่ต้องเปลืองแรง ไม่ถึงสามปีก็ได้รับตำแหน่งขุนนางขั้นสี่ เมื่อโดนสตรีไร้อำนาจต่อต้าน สีหน้าของเขาจึงมืดครึ้ม ความโมโหจากการถูกต่อต้านกลายเป็ความดุดัน บีบมือของซิ่วอิ๋งก่อนผลักนางไปที่โต๊ะเครื่องแป้งตรงๆ
ในห้องที่มืดสลัว ซิ่วอิ๋งมองไม่ชัด ถูกผลักเต็มแรงจนไม่อาจเบี่ยงหลบการชนโต๊ะเครื่องแป้งได้ เพียงรู้สึกเจ็บที่ท้องน้อย คนทั้งคนยืนไม่ไหวอีก นั่งกองลงไปกับพื้น
หลี่ชิ่งเจากลับก้าวไปข้างหน้า บีบคางของนาง “ในใจเ้าคงโกรธข้าสินะ!”
เวลานี้ซิ่วอิ๋งเจ็บจนเวียนหัวตาลาย จะมีใจตอบคำถามที่ไหน ถูกบังคับให้เงยหน้า แม้แต่จะหายใจก็เจ็บสะท้านไปทั้งตัว
นางไม่พูด หัวใจของหลี่ชิ่งเจาถูกความโกรธที่อธิบายไม่ได้แผดเผาอย่างบ้าคลั่ง มองนางอย่างอาฆาต บรรยากาศในห้องกลายเป็อึดอัดถึงขีดสุด
ซิ่วอิ๋งเจ็บจนสั่น จากนั้นรู้สึกว่าร่างกายท่อนล่างมีอะไรไหลออกมา ทั้งหน้าผากเต็มไปด้วยเหงื่อเย็น นางขยับ แต่หลี่ชิ่งเจายังบีบคางนางอยู่ นางพูดอย่างลำบาก “ปล่อยข้า ข้าเจ็บ...”
“เ้านับวันยิ่งอ่อนแอหรือ ใช้แรงแค่นิดเดียว ก็ร้องเจ็บแล้วหรือ”
“ไม่ใช่...ข้าเจ็บ” ซิ่วอิ๋งหลับตา “ข้าเจ็บ...เจ็บท้อง”
หลี่ชิ่งเจายังคงมองนางด้วยความสงสัย แต่แสงในห้องมืดเกินไป เขาปล่อยให้เวลาผ่านไปกว่าอึดใจถึงปล่อยแขน ซิ่วอิ๋งที่ไร้การพยุง ล้มลงบนพื้นทันที หลี่ชิ่งเจาชั่วเวลานี้ถึงพบว่าเื่ราวผิดปกติจริงๆ รีบเรียกคนให้มาจุดตะเกียง
เทียนส่องสว่างขึ้นในห้องนอน สาวใช้ต่างพากันสูดลมหายใจลึก ร่างกายท่อนล่างของซิ่วอิ๋งมีเืสีแดงฉาน กางเกงสีขาวนวลของนางถูกย้อมกลายเป็สีแดงสด
ไม่รู้ว่าใครกรีดร้องเสียงแหลม เขาพลันได้สติจากสภาพที่น่าเวทนาตรงหน้า รีบก้มไปอุ้มนางมาวางไว้บนเตียง
ซิ่วอิ๋งเจ็บจนต้องขดตัวกลม นางเห็นเืที่อยู่บนพื้นเช่นกัน มือทั้งสองยังััได้ถึงกางเกงที่มีเืเต็มไปหมด ซิ่วอิ๋งที่ต่อให้เศร้าเสียใจก็จะไม่ร้องไห้ง่ายๆ ดวงตาแดงก่ำอย่างสิ้นหวัง
แม้ว่านางไม่เคยตั้งครรภ์ แต่ตอนนี้ทำไมจะไม่เข้าใจ ความรู้สึกแบบนี้ที่เหมือนเืเนื้อเชื้อไขถูกทำลาย นางตั้งครรภ์...และครรภ์นี้อาจจะไร้วาสนากับนาง
ขณะที่ในห้องและลานบ้านวุ่นอยู่นั้น หลี่ชิ่งเจาซึ่งไม่เคยมีประสบการณ์กับเื่อย่างนี้ ทำได้แค่ยืนอยู่ข้างเตียงทำอะไรไม่ถูก มองดูใบหน้าของซิ่วอิ๋งซีดขึ้นเรื่อยๆ
ฮูหยินผู้เฒ่าได้ยินข่าว ในที่สุดก็มาถึง เืซิ่วอิ๋งยังไหลไม่หยุด ชุดนอนท่อนล่างเต็มไปด้วยเืสีแดงสด ห้องนอนเต็มไปด้วยกลิ่นคาวเืคละคลุ้ง
“ท่าน...ท่านแม่...” หลี่ชิ่งเจาในที่สุดกลัวแล้ว เขาไม่รู้ว่าภรรยาตั้งครรภ์อยู่ ถ้ารู้ จะปฏิบัติต่อนางอย่างนี้ได้อย่างไร
หลี่ฮูหยินไม่มีเวลาจะสนใจเขา เข้ามาในห้องเห็นสภาพที่น่าเวทนาของลูกสะใภ้ คิดถึงหลานชายที่ยังไม่ได้พบหน้าของนาง จิตใจทั้งหมดก็เหมือนถูกฉีกเป็ชิ้นๆ เสียงแหบแห้งร้องถามไม่หยุดว่าหมอมาถึงรึยัง
ความเ็ปจากการที่ก้อนเนื้อหลุดออกจากท้องยังคงดำเนินต่อไป กลืนกินร่างกายของซิ่วอิ๋งไม่หยุด ทั้งยังกลืนกินหัวใจที่เย็นชืดของนางเรื่อยๆ นางทำได้เพียงคิดอย่างเศร้าโศกและสิ้นหวัง ลูกของนาง ลูกของนางที่รักษาไว้ไม่ได้...ลูกของนางโดนพ่อแท้ๆ ของเขาฆ่าตาย!
ซิ่วอิ๋งเ็ปเหมือนิญญาออกจากร่างไปแล้ว นางหลับตาอยู่ชัดเจน แต่ก็เห็นความเคลื่อนไหวของคนในห้องชัดเจน ยังเห็นใบหน้าของหลี่ชิ่งเจาที่ลนลานและละอายใจ
ละอายใจ...เขาเปลี่ยนเป็ละอายใจแล้ว แต่ว่าสิ่งเหล่านี้ล้วนสายไปแล้ว
เกิดอาการปวดร้าวรุนแรงอีกครั้ง ทันใดนั้นซิ่วอิ๋งเบิกตากว้าง ทุกข์ทรมานจนกรีดร้อง เืไหลที่ท่อนล่างของร่างกายยิ่งเยอะขึ้นเรื่อยๆ เวลานี้มีคนเข้ามาในห้องอีกหนึ่งคน เสิ่นซิ่วเหลียนที่สดชื่นแจ่มใส
ซิ่วอิ๋งเบิกตาจ้อง
หลี่ชิ่งเจาไม่ใช่บอกว่านางเจ็บท้อง หลี่ชิ่งเจาไม่ใช่บอกว่านางเจ็บท้องอยู่ในห้องทั้งบ่ายหรือ สีหน้าอย่างนี้! เขาตาบอดรึไง?!
เสิ่นซิ่วเหลียนได้ยินข่าวก่อนจะมา ยิ่งทำให้ในห้องวุ่นวายมากขึ้น ฮูหยินผู้เฒ่าหลี่บอกให้นางออกไป หลี่ชิ่งเจาก็เกลี้ยกล่อมให้นางออกไปอย่างอ่อนโยน พูดว่ากลิ่นคาวเืจะกระทบลูกที่อยู่ในท้องนางได้
ลูก...ลูก...ลูกของนางล้วนโดนพวกเขาทำร้ายจนตาย!
ซิ่วอิ๋งที่แม้แต่หายใจยังเ็ปจนเกือบครองสติไว้ไม่อยู่ จู่ๆ ลุกจากที่นอนขึ้นมานั่ง นางคลำปิ่นที่ปักอยู่บนศีรษะ คิดก็ไม่คิด พุ่งตัวไปทางเสิ่นซิ่วเหลียนที่ยืนอยู่หน้าเตียง
ในห้องมีเสียงกรีดร้องอีกครั้ง
หลี่ชิ่งเจาก้มศีรษะ เห็นมือที่เต็มไปด้วยเืสด ปิ่นปักผมทองในมือนางเจาะทะลุท้องเขาอย่างรวดเร็วและรุนแรง เผยแววตาไม่อยากเชื่อ เขาเงยหน้ามองซิ่วอิ๋งที่ร่างกายครึ่งหนึ่งโผออกนอกเตียง ก่อนหันกลับไปมองเสิ่นซิ่วเหลียนที่ร้อนรนผลักตนออกไปข้างหน้า ซิ่วอิ๋งมองปิ่นทองที่ปักอยู่บนตัวของหลี่ชิ่งเจา นางเองก็ใ หลังจากนั้นไม่นานก็หลุดหัวเราะลั่น... เหมือนกับตอนเด็กๆ หัวเราะอย่างสะใจและไร้กังวล
ถึงตอนท้าย นางปล่อยมือที่จับปิ่นทอง ปล่อยให้ร่างกายที่ไร้ลมหายใจร่วงตกลงกับพื้น ในเวลานี้ นางดูเหมือนจะเห็นท่านแม่อีกครั้ง ท่านแม่กอดนางเบาๆ พูดกับนางว่า เหยาเหย่า...เมืองหลวงมีใบเฟิงที่สวยที่สุด น่าเสียดายที่แม่จะไม่ได้เห็นอีกแล้ว และ...นางเองก็จะไม่ได้เห็นมันอีกเช่นกัน
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/7012340b7983053f1267ffdb04fe563d
[1] ใบเมเปิล
[2] ลูกของภรรยาโดยชอบธรรม (ฮูหยินกับผิงชี) เป็ลูกสายตรง ส่วนลูกของอนุกับสาวใช้เป็ลูกสายรอง
[3] คำเรียกภรรยาโดยชอบธรรมที่มีศักดิ์เทียบเท่าภรรยาเอก
[4] คำเรียกผู้ที่สอบได้ลำดับสามในการสอบเป็ขุนนาง