ค่ำคืนที่เงียบสงัด ณบ้านตระกูลหลิวคราคร่ำด้วยกลิ่นสุราและเสียงหัวเราะของเหล่าสหาย
หลิวหยาง หมอหลวงหนุ่มรูปงาม เปิดบ้านต้อนรับเพื่อนสนิท เหยียนอู่ แม่ทัพน้อยผู้งามสง่า และเซี่ยเหลียงคุณชายตระกูลมั่งคั่ง
ทั้งสามล้อมวงร่ำสุรากัน สุราถ้วยแล้วถ้วยเล่าหมุนเวียน กลิ่นเหล้าคละคลุ้งดั่งหมอกยามเช้า ใบหน้าทุกคนแดงระเรื่อจากฤทธิ์สุรา เสียงหัวเราะดังก้อง
หลิวต้องจำยอมรับใช้สหายของพี่ชาย เขายกถาดสุราและอาหารวางลงด้วยใบหน้าเรียบเฉย ทว่าในใจร้อนราวไฟ
ดวงตาของหลิวปังแอบกวาดมองเหล่าสหายของพี่ชาย โดยเฉพาะเหยียนอู่ ผู้ที่แม้นั่งนิ่งก็ดึงดูดราวเทพาลงมาเดินดิน ใบหน้าคมเข้มของเหยียนอู่แดงซ่านจากสุรา
ั้แ่บิดามารดาเสียชีวิต หลิวหยางผู้เป็พี่ชายก็หาเลี้ยงและส่งเสียหลิวปังผู้เป็น้องมาตลอด หากมีสิงใดที่พอจะตอบแทนบุญคุณได้หลิวปังก็จะต้องทำให้โดยทันที
“หลิวปังน้องรัก! เติมสุราให้ข้าอีก!”
เซี่ยเหลียงะโ ใบหน้างามหยดย้อยยิ้มของคุณชายเซี่ยส่งยิ้มให้ หลิวปังขบฟันกรอด เดินไปเติมสุราด้วยท่าทีขัดใจ
ทว่าเมื่อสายตาปะทะกับเหยียนอู่ที่มองมาโดยไม่รู้ตัว หัวใจของหลิวปังก็เต้นระรัวราวกลองรบ เขาก้มหน้าลง กลบเกลื่อนความรู้สึกที่พลุ่งพล่านในอก
ทันใดนั้น เหยียนอู่ลุกโซเซ มือกำถาดสุราจนเกือบคว่ำ เขาคำรามเบา ๆ ดั่งเสือเ็ป
“ข้า… ข้าจะอาเจียนเสียแล้ว!”
ร่างสูงใหญ่โงนเงนเดินออกไปทางหลังบ้าน หลิวหยางที่เห็นเพื่อนเมามายะโลั่น
“หลิวปัง! ไปดูแลสหายข้าหน่อย อย่าให้เขาตกคูน้ำไปได้!”
หลิวปังถอนหายใจยาว ดวงตาแฝงแววขบถ ทว่าในใจกลับรู้สึกตื่นเต้นอย่างประหลาด เขาวางถาดลง เดินตามเหยียนอู่ไปด้วยความรวดเร็ว
หลังบ้านเงียบสงบ มีเพียงแสงจันทร์สาดส่อง เหยียนอู่ยืนโซซัดโซเซอยู่ใกล้คูน้ำ
ร่างกำยำนั้นเปียกชื้นจากเหงื่อและสุราที่กระเด็นใส่ ใบหน้าคมเข้มเปื้อนคราบสุรา ทว่างดงามราวเทพบุตรที่หลุดจาก์ หลิวปังกลืนน้ำลาย ดวงตาจับจ้องร่างนั้น
“ท่าน… เป็อันใดหรือ?” หลิวปังถาม เสียงแหบพร่า เขาก้าวเข้าใกล้ มือแตะไหล่กว้างของเหยียนอู่เพื่อพยุง ทว่าเมื่อััผิวเนียนร้อนผ่าวนั้น ไฟในอกของหลิวปังก็ลุกโหมขึ้น
เหยียนอู่ผู้เป็แม่ทัพน้อยพึมพำคำที่ฟังไม่ชัด
“เ้า… ใคร… อึก…”
เสียงทุ้มต่ำขาดเป็ห้วง ๆ แสดงถึงความเมามายจนแทบจำผู้ใดมิได้ แม้แต่ชื่อของหลิวปังที่ยืนอยู่ตรงหน้าก็เลือนหายไปจากใจของแม่ทัพน้อย
หลิวปังมองร่างนั้นด้วยดวงตาวาววับราวเด็กน้อยที่พบของเล่นล้ำค่า ใบหน้าขาวเนียนของเขาขึ้นสีแดงระเรื่อ มุมปากยกยิ้มเ้าเล่ห์ราวจิ้งจอกน้อยที่กำลังซน ดั่งเด็กหนุ่มที่อยากชิมรสหวานของผลไม้ต้องห้าม “แม่ทัพน้อย… เ้างามเกินไปแล้ว!” หลิวปังกระซิบ
มือเรียวยาวของเขาค่อย ๆ แตะลงบนหน้าอกกว้างของเหยียนอู่
จุมพิตสวบ!จุมพิต
เสือของเหยียนอู่ถูกเปิดออก
แผงอกขาวของเหยียน ผิวเนียนร้อนผ่าวนั้นราวหยกอุ่นที่ถูกขัดเกลา กล้ามเนื้อหน้าอกที่แข็งแกร่งจากการฝึกปรือานูนเด่น แม้ในยามเมามายก็ยังดูสง่างามราวเทพบุตร
“เ้า… อื้อ… ทำ… อะไรข้า…”
เหยียนอู่พึมพำ เสียงแหบแห้งแทบเป็เพียงลมหายใจ ร่างกำยำสั่นเทิ้มเมื่อนิ้วของหลิวปังลูบไล้ไปตามผิวเนียนนั้น
ซู้ด!
หลิวปังหัวเราะคิกคัก “ข้าจะแค่… จะขอบคุณที่ท่านอุตสาห์ใส่ใจข้าเื่กรฝึก! ขอข้าชิมท่านหน่อยนะ!”
หลิวปังก้มลง ปลายลิ้นแตะชิมผิวหน้าอกของเหยียนอู่อย่างแ่เบา
จ๊วบ!
กลิ่นเหงื่อผสมสุราของแม่ทัพน้อยนั้นช่างหอมหวาน หลิวปังเลียชิมทีละน้อย ราวกำลังลิ้มรสของหวานที่ไม่เคยพบเจอ
เหยียนอู่ ผู้เป็แม่ทัพน้อยผู้อหังการ ผู้ไม่เคยยอมให้สตรีใดแตะต้องกายอันบริสุทธิ์ ครานี้กลับครางออกมาด้วยน้ำเสียงอ่อนระทวย
“อ๊า… อื้อ…”
เสียงนั้นไม่เหมือนแม่ทัพที่เคยตวาดสั่งทหารในสนามรบ แต่ราวเด็กน้อยที่หลงอยู่ในความฝันหวาน ร่างกำยำของเขาสั่นสะท้าน
กล้ามเนื้อหน้าอกเกร็งแน่นเมื่อลิ้นของหลิวปังเลื่อนลงช้า ๆ
เฮือก!
หลิวปังยิ่งได้ใจ ดวงตาคู่สวยลุกวาวด้วยความตื่นเต้น เขาเลียวนรอบยอดอกสีเข้มของเหยียนอู่ สีแดงเช้มแต้มบนผิวขาวราวหิมะ
“ท่าน… อร่อยเกินไปแล้ว!” หลิวปังพูดขณะหัวเราะ มือหนึ่งกดหน้าอกกว้างนั้นไว้ อีกมือลูบไล้ไปตามซี่โครงของเหยียนอู่ จุมพิตสวบ!จุมพิต ผิวเนียนที่ไร้รอยแผลนั้นช่างน่าหลงใหล หลิวปังก้มลงอีกครั้ง ปากครอบลงบนยอดอกของเหยียนอู่
จ๊วบ!
เขาดูดดุนเหมือนหยอกล้อ ลิ้นหมุนวนราวกำลังชิมลูกกวาดหวาน
“อ๊าา…!” แม่ทัพน้อยเหยียนอู่ร้องลั่น ร่างโค้งงอราวคันธนูที่ถูกดึงสุด มือหนึ่งยกขึ้นจิกผมของหลิวปังโดยไม่รู้ตัว
“เ้า… อื้อ… อะไรกัน… อ๊า…” เสียงครางของเขายิ่งอ่อนลง ราวยอมจำนนต่อความเสียวซ่านที่ไม่เคยัั
หลิวปังยิ้มกว้างราวเด็กที่ได้ของหวานสมใจ เขาใช้ฟันยอดอกสีสวยนั้นเบา ๆ
กร๊วบ!
เสียงร้องของเหยียนอู่ดังก้องในความเงียบ
“อ๊า… อ๊าา…!”
ร่างกำยำนั้นแทบทรุดลงหากไม่ติดกำแพงไม้ หลิวปังไม่หยุด ลิ้นของเขายังคงเลียและดูดดุนยอดอกนั้นสลับไปมา
จ๊วบ! ซู้ด! ราวจะกลืนกินความบริสุทธิ์ของแม่ทัพน้อยให้หมดสิ้น
“ยามนี้ท่านส่งเสียงร้องได้นุ่มนวลนัก… ข้าอยากฟังอีก!”
หลิวปังกระซิบ เสียงใสแฝงความซุกซน เขากดร่างของเหยียนอู่แน่น มือเลื่อนลงลูบไล้หน้าท้องแบนราบที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ
สวบ!
“ท่านมัน… สมบูรณ์แบบเกินไปแล้ว…” เขาพึมพำ ดวงตาวาววับด้วยความหลงใหล
เหยียนอู่ครางงึมงำ มือที่จิกผมหลิวปังค่อย ๆ คลายลง
ร่างกายของเขาโอนเอนราวใบไม้โดนสายลม
“อื้อ… ข้า… ไม่รู้… อ๊า…” เขาแทบจำอะไรไม่ได้แล้ว มีเพียงความร้อนรุ่มที่แผ่ออกมาจากจุดที่หลิวปังัั หลิวปังหัวเราะเบา ๆ มองร่างนั้นด้วยความพึงใจ
“ท่านไม่ต้องรู้… แค่ให้ข้าดูแลท่านก็พอ!” เขาก้มลงดูดยอดอกของแม่ทัพน้อยอีกครั้ง
จ๊วบ!
เสียงนั้นดังชัดเจนในความเงียบ กล้ามเนื้อหน้าอกของเหยียนอู่เกร็งแน่น ผิวเนียนนั้นแดงระเรื่อจากรอยดูดของหลิวปัง
ในใจของหลิวปัง ดั่งมีเปลวไฟแห่งความซุกซนลุกโชน เขาไม่คิดทำร้ายเหยียนอู่ มีเพียงความอยากรู้อยากลองที่ผลักดันให้รุกต่อไป
ทว่าในวินาทีนั้น เสียงะโของหลิวหยางดังลั่นจากด้านหน้า
“หลิวปัง! เหยียนอู่! พวกเ้าไปไหนกัน!”