ในระหว่างที่นาวีกำลังเดินสำรวจตลาดอยู่นั้น ก็มีหญิงวัยกลางคนคนหนึ่งวิ่งหน้าตั้งเข้ามาเรียกเขาด้วยน้ำเสียงตำหนิ
"ฉางตง! เ้าเด็กคนนี้ ป่านนี้แล้วยังไม่รีบไปช่วยข้ากับเถ้าแก่เตรียมเปิดโรงเตี๊ยมอีก!"
นาวีชะงักไปครู่หนึ่ง ทันทีที่เห็นหน้าหญิงผู้นั้น ความทรงจำบางอย่างก็ผุดขึ้นมาในหัว... ป้าเพิง "ขอโทษทีป้าเพิง พอดีข้ารู้สึกไม่ค่อยสบายน่ะ" นาวีตอบตามน้ำไปก่อน
"เ้าเด็กคนนี้ อย่ามัวแต่เที่ยวเล่นสิไม่ว่า! รีบตามข้ากลับโรงเตี๊ยมได้แล้ว" ป้าเพิงพูดจบก็คว้าแขนลากนาวี หรือในตอนนี้คือ ฉางตง กลับไปทันที
-----------------------------------------------------------------------------------------
เมื่อมาถึงโรงเตี๊ยมเก่าคร่ำคร่าที่มีป้ายชื่อร้านว่า "ซ่านฝู" นาวีแหงนหน้ามองป้ายที่แขวนอยู่อย่างเบี้ยว ๆ พลางรู้สึกถึงความหงุดหงิดที่ตกค้างอยู่ในก้นบึ้งความทรงจำของเ้าของร่างเดิม ภาพเหตุการณ์เมื่อหลายปีก่อนฉายชัดขึ้นมาเหมือนฟิล์มหนังที่เก่าขาด...
ในความทรงจำของฉางตง (หรือชุน เหวิน ในอดีต): วันนั้น เถ้าแก่ไฉ เ้าของโรงเตี๊ยมจอมตระหนี่ ตกลงจ้างนักพรตพเนจรท่าทางซอมซ่อคนหนึ่งด้วยเศษเงินไม่กี่อีแปะ เพื่อให้เขียนชื่อร้านใหม่ให้น่าเกรงขาม เถ้าแก่อยากได้ชื่อที่ฟังดูมีวาสนา มีโชคลาภ เพื่อดึงดูดแขกกระเป๋าหนัก
"เขียนให้มันดูขลัง ๆ นะท่านนักพรต เอาคำว่า ซ่านฝู (วาสนาดี) นั่นแหละ!" เถ้าแก่สั่งเสียงดังพลางตบโต๊ะโครมใหญ่
นักพรตพเนจรผู้นั้นเหลือบมองเถ้าแก่ด้วยสายตาดูแคลน ก่อนจะแสยะยิ้มที่มุมปาก เขาตวัดพู่กันอย่างรวดเร็วด้วยท่วงท่าที่ดูเหมือนยอดฝีมือ แต่ในสายตาของฉางตงซึ่งแอบศึกษาอักษรมาด้วยตนเอง เขามองออกทันทีว่าลายเส้นเ่าั้มันผิด!
"เถ้าแก่ขอรับ... ตัวอักษรตัวนี้มันไม่ได้แปลว่าวาสนานะขอรับ แต่มันแปลว่า..."
"เพียะ!" ฝ่ามือของเถ้าแก่ฟาดลงบนใบหน้าของฉางตงจนหน้าหัน "ไอ้เสี่ยวเอ้อชั้นต่ำ! แกเป็แค่คนล้างจาน จะไปรู้ดีกว่าท่านนักพรตได้ยังไง? ไสหัวไปยกน้ำแกงซะ!"
นาวีกุมขมับพลางนึกถึงบทสรุปในวันนั้น... นักพรตผู้นั้นคงแค้นที่เถ้าแก่กดราคาค่าจ้างจนต่ำเตี้ย จึงจงใจฝากรอยแค้นไว้บนป้ายไม้ให้เป็ตัวตลกไปชั่วนิรันดร์
สิ่งที่เถ้าแก่คิด: เขาเชื่อสุดใจว่าป้ายนี้เขียนว่า ซ่านฝู (善福 - วาสนาดี) และยืดอกภูมิใจทุกครั้งที่เอ่ยชื่อร้าน
ความเป็จริงที่ฉางตงรู้: นักพรตจงใจใช้คำพ้องเสียง เขียนอักษรเป็ ซ่านฝู (膳腐) ที่แปลตรงตัวว่า "อาหารเน่าบูด"
นาวีได้แต่ปวดหัวจนหมดคำจะพูด เขาไม่รู้ว่าควรจะสงสารตัวเองที่ต้องมาอยู่ในที่แบบนี้ หรือควรเวทนาสภาพของฉางตงคนเก่าดี แต่สุดท้ายเขาก็จำต้องเดินเข้าโรงเตี๊ยมเพื่อไปรับชะตากรรม
-----------------------------------------------------------------------------------------
หลังจากที่ฉางตงถูกเถ้าแก่ไฉด่าทอไปอีกชุดใหญ่ เขาก็ต้องเริ่มทำงานสารพัด ทั้งกวาดถูพื้นและเช็ดโต๊ะ จากนั้นจึงเข้าไปในครัวเพื่อเตรียมวัตถุดิบทำอาหารต่อ
โชคดีไม่น้อยที่สัญชาตญาณและความทรงจำในการใช้ชีวิตของร่างเดิมยังคงอยู่ ทำให้เขาสามารถใช้เงินและคำนวณค่าถังหูลู่เมื่อครู่ได้อย่างเป็ธรรมชาติ ในระหว่างที่เขากำลังหั่นผักอยู่นั้นเอง เสียงร้องะโอันคุ้นเคยก็ดังมาจากหน้าโรงเตี๊ยม
"โปรดช่วยรับข้าเป็ลูกศิษย์สำนักไท่ซวนด้วยเถอะขอรับ!!"