ระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ 21 คู่ต่อสู้ที่เหนือกว่า
ชายวัยกลางคนในชุดสีทองจ้องมองมาที่มาคัสและหัวหน้ากลุ่มโจรเต่าเขียว
ใบหน้าของเขาเคร่งขรึม ดวงตาหรี่ลง จับจ้องมาทางมาคัสที่ตอนนี้หยุดเท้าลงแล้ว
ชายชุดทองจ้องมาที่มาคัสด้วยแววตาพินิจพิเคราะห์ สำรวจั้แ่หัวจรดเท้า เหมือนกำลังตรวจสอบอะไรบางอย่างอยู่
ทางฝั่งมาคัสเองก็หยุดนิ่งจ้องกลับไปยังชายชุดทองที่เพิ่งมาถึง
'บุคคลผู้นี้อันตราย!'
นั่นคือสิ่งที่มาคัสััได้ อย่างน้อยๆ คนตรงหน้าก็ต้องเป็อเวกระดับห้าขั้นสูงสุด จากเสียงคำรามเมื่อครู่ก็รู้สึกได้เลยว่าแข็งแกร่งเกินกว่าหัวหน้ากลุ่มโจรเต่าเขียวไปมาก
ทั้งสองต่างหยุดนิ่งดูท่าทีของกันและกัน
รวมถึงฝูงชนโดยรอบต่างก็ไม่กล้าขยับเขยื้อนร่างกายแม้แต่น้อยเมื่อผู้มาใหม่มาถึง
ในที่สุดผู้มาใหม่ก็ทำลายความเงียบลงเป็คนแรก
“แค่พวกเ้าน่ะหรือที่กล้ามาสร้างความวุ่นวายในที่แห่งนี้?”
“กล้ามากนะที่บุกเข้ามาทำร้ายคนงานของข้า” ชายในชุดสีทองพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ
เมื่อได้ยินดังนั้นมาคัสก็รู้แล้วว่าผู้ที่มาใหม่อยู่คนละฝั่งกับตนเองโดยสิ้นเชิง รีบรวบรวมพลังงานเกร็งไว้ภายในร่างเตรียมพร้อมสำหรับการปะทะ
ถึงตอนแรกจะเดาไว้อยู่แล้วก็ตาม แต่ในใจลึกๆ ก็ไม่ได้้าเจอศัตรูที่แข็งแกร่ง
ชายในชุดสีทองตรงหน้า น่าจะเป็คนที่มอบหมายสั่งการกลุ่มโจรเต่าเขียวตามข้อมูลที่ได้มา
ดูจากท่วงท่าการวางตัวและชุดที่สวมใส่แล้ว...อีกฝ่ายไม่น่าจะใช่คนธรรมดาสามัญ อย่างน้อยก็ต้องเป็ผู้มีอิทธิพลระดับสูงในเมืองระดับกลาง หรืออาจจะเป็คนจากเมืองขนาดใหญ่เสียด้วยซ้ำ
'ดูท่าการมาตามหาเบาะแสของแคนซัสในครั้งนี้ จะทำให้เราเข้ามาเกี่ยวข้องกับเื่ที่ใหญ่เกินตัวไปไม่น้อย' มาคัสคิด
ถ้าเป็ผู้มีอิทธิพลระดับสูงในเมืองขนาดกลางนั่นยังพอรับได้ อย่างมากก็ต้องเตรียมตัวรับมืออย่างเต็มรูปแบบ
แต่หาก......ชายตรงหน้าเป็บุคคลที่มาจากเมืองขนาดใหญ่ล่ะก็ เื่ราวจะพลิกผันไปอีกระดับ แค่ผู้มีอิทธิพลตัวเล็กๆ ในเมืองขนาดใหญ่ก็สร้างปัญหาได้มากจนปัญหาที่เกิดจากผู้ทรงอิทธิพลในเมืองขนาดกลางไม่สามารถทำได้
“พวกเราไม่ได้มีเจตนาสร้างความวุ่นวาย เพียงแค่ป้องกันตัวเท่านั้น” มาคัสกล่าวออก ตั้งใจว่าถ่วงเวลาเพื่อสังเกตอีกฝ่ายให้มากขึ้นอีกนิด
อีกฝ่ายพ่นลมออกจมูกแล้วกล่าวว่า
“ป้องกันตัว? คิดว่าที่นี่เป็สถานที่เช่นไรกัน? แค่พวกเ้าเหยียบย่างเข้ามาในพื้นที่แห่งนี้ก็คือการบุกรุกสร้างความวุ่นวายให้แก่ข้าผู้นี้แล้ว”
“สถานที่แห่งนี้ไม่อนุญาตให้คนภายนอกเข้ามา! และการที่เ้าเข้ามา ข้าผู้นี้ก็ขอรับรองได้เลยว่าเ้าจะได้กลับออกไปแค่ดวงิญญาเท่านั้น!”
เมื่อพูดจบมันก็ไม่รีรอ ดีดตัวผึงพุ่งเข้าใส่มาคัสโดยไม่กะให้ตั้งตัวแม้แต่น้อย
อีกฝ่ายคงประเมินเสร็จเรียบร้อยว่ามาคัสไม่ได้เป็ภัยคุกคามกับมันมากนัก จึงรีบจัดการให้มันจบๆ ไป
โชคดีที่วันนี้มันมาตรวจดูความเรียบร้อยภายในพื้นที่พอดี ไม่เช่นนั้นกลุ่มโจรเต่าเขียวคงไม่สามารถปิดกั้นคนกลุ่มนี้ได้ งานลับที่อยู่ในความดูแลของมันคงพังไม่เป็ท่า ชายชุดทองคิดเช่นนี้อยู่ภายในใจ
“ฝึ่บ”
แม้มาคัสจะไม่ได้ตั้งตัวมาก่อน แต่ความเร็วในการตอบสนองเมื่อสวมใส่ชุดคลุมเคลื่อนคล้อยดารา ทำให้เขาพอจะหลบเลี่ยงหมัดตรงๆ ทื่อๆ ของอีกฝ่ายได้
มาคัสลอบหลั่งเหงื่อเย็นเยียบ หากช้าไปอีกเพียงนิดเดียว ใบหน้าของเขาคงต้องยู่ไปตามแรงหมัดเป็แน่ เพราะด้วยความรุนแรงของหมัดตรงหมัดนี้ เพียงแค่คลื่นพลังที่แผ่กระจายออกมาก็ทำเอาแก้วหูของมาคัสสั่นะเือื้ออึง
อีกฝ่ายดูทึ่งไม่น้อยที่ความเร็วในการตอบสนองของมาคัสสูงเพียงนี้ และเพราะความในี้เองมาคัสจึงหาโอกาสโจมตีสวนกลับใส่อีกฝ่ายได้
“ปัก”
หมัดทั้งสองข้างของมาคัสพุ่งเข้าใส่หน้าอกอีกฝ่ายเต็มๆ
แต่ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะไม่ได้รับความเสียหายเท่าไหร่นัก เพียงถอยกลับไปสองถึงสามก้าวเท่านั้น ในขณะที่มือของมาคัสรู้สึกชาไปวูบหนึ่ง
นี่ทำให้มาคัสอดรู้สึกผวาไม่ได้ หมัดคู่เมื่อครู่ แม้จะไม่ได้ใส่เต็มแรง แต่มันก็สามารถซัดอเวกในระดับเดียวกันให้าเ็ได้
ซึ่งอีกฝ่ายก็ดูจะไม่ได้ใส่เครื่องป้องกันเพิ่มเติมนอกจากชุดสีทองนั่น
หมายความว่าชุดสีทองอาจจะเป็ชุดพิเศษที่เพิ่มพลังการป้องกันให้กับผู้สวมใส่ รวมถึงฝ่ายตรงข้ามอาจจะมีพลังป้องกันสูงอยู่แล้วและไม่ใช่อเวกระดับห้าขั้นสูงสุดอย่างที่คิด
'บางที...อาจจะเป็อเวกระดับหก?' ความคิดวาบเข้ามาในหัวของมาคัสทันทีขณะสังเกตเห็นมือที่กำลังสั่นเทาของตนเอง
'และอีกฝ่ายจะต้องไม่ใช่อเวกระดับหกธรรมดาๆ ด้วย'
เช่นเดียวกับวิชาบ่มเพาะระดับกลางพยัคฆ์เมฆาที่ตระกูลพีไรซ์ฝึกฝน มีวิชาอื่นๆ อีกมากมายบนโลกในยุคสมัยนี้
บ้างก็ช่วยเพิ่มระดับได้อย่างรวดเร็ว บ้างก็ทำให้แข็งแกร่งกว่าอเวกในระดับเดียวกัน......และยิ่งวิชาการบ่มเพาะนั้นยอดเยี่ยมเท่าไหร่ ระดับสูงมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเพิ่มความได้เปรียบให้กับผู้ฝึกฝนวิชานั้นๆ ได้มากขึ้นเท่านั้น
วิชาบางอย่างอาจจะทำให้สามารถสู้ข้ามระดับได้เลยเมื่อเจอกับอเวกที่ฝึกฝนด้วยวิชาบ่มเพาะธรรมดาๆ
“โฮ่ ไม่เบานี่ แต่น่าเสียดายที่หมัดเบาไปหน่อย” ชายในชุดสีทองแสยะยิ้มออกมาเมื่อเห็นท่าทางของมาคัส
มันเองก็ใอยู่เล็กน้อยที่อเวกระดับห้าสามารถหลบการโจมตีของมันได้ แม้จะเป็การต่อยหมัดออกไปส่งๆ ก็ตาม
ฝ่ายมาคัสเองก็เริ่มตึงเครียด การโจมตีของเขาไม่สามารถทำให้อีกฝ่ายาเ็ได้เลย และโอกาสที่จะโจมตีซ้ำอีกครั้งคงมีไม่มากนัก ศัตรูไม่ใช่ท่อนไม้ที่จะหยุดอยู่เฉยๆ ให้โจมตี ก่อนหน้านี้อาจจะประมาทไป แต่หลังจากนี้คงยากแล้ว
“มาดูกันหน่อยว่าเ้าจะหลบหมัดข้าได้สักเท่าไหร่กัน!” ชายชุดทองเลียริมฝีปากของตน ไม่ได้ปล่อยเวลาให้ยืดยาวจนเกินไป เปิดปากพูดเพียงไม่กี่คำก็เลือกที่จะพุ่งเข้ามาโจมตีต่อทันที
“พรึ่บ ฝึ่บ ฝึ่บ ฝึ่บ”
ร่างในชุดทองทะยานเข้าหามาคัสอีกครั้ง ปล่อยหมัดโจมตีรัวเป็ชุด
แต่มาคัสเองก็ไม่ใช่หมูในอวย ความเร็วในการหลบหลีกของเขาไม่ได้น้อยหน้าความเร็วในการโจมตีของอีกฝ่ายแม้แต่น้อย
ทุกหมัดที่รัวเข้ามา เขาสามารถเบี่ยงตัวหลบอย่างฉิวเฉียดได้ทุกครั้งไป ลื่นไหลราวกับก้อนเมฆที่เคลื่อนตัวไปตามกระแสลม
ชายในชุดสีทองก็โหมกระหน่ำซัดเพลงหมัดเข้ามาทุกท่วงท่า มีทั้งหมัดปกติและหมัดที่มีการเคลื่อนไหวแปลกประหลาดไม่คุ้นเคย จนมาคัสที่เคลื่อนตัวหลบด้วยความเร็วเต็มที่ต้องเหงื่อไหลไคลย้อย
ยิ่งมาคัสหลบได้มากเท่าไหร่ ชายชุดทองก็เหมือนจะยิ่งรัวหมัดอย่างบ้าคลั่งมากขึ้นไปอีก มันแสยะยิ้มออกมาอย่างชอบใจ ปล่อยหมัดออกไปด้วยความเร็วที่สูงมากขึ้นเรื่อยๆ
มาคัสที่ใช้ความเร็วอย่างถึงขีดสุดแล้ว แทบจะไม่สามารถตามความเร็วได้ทัน และในที่สุด......
“ปัง!”
มีหมัดหนึ่งโจมตีถูกตัวของมาคัสจนได้ หมัดอันรุนแรงของชายชุดทองกระแทกเข้าใส่อกซ้ายของมาคัส
จากความรุนแรงของหมัดนั้น แท้จริงควรจะส่งร่างของมาคัสลอยละล่องไปไกล
แต่ความเป็จริง มาคัสเพียงเซถอยไปด้านหลังหนึ่งก้าวเท่านั้น
สิ่งที่เกิดขึ้นทำเอาทั้งสองคนที่กำลังต่อสู้กันอยู่หยุดชะงัก
ทั้งสองต่างมองหน้ากัน
ด้านชายชุดทองเองก็สงสัยในหมัดของตนเอง ว่ามันเบาหวิวขนาดนั้นเลยหรือ? ก่อนหน้านี้มันถูกมาคัสโจมตีจนถอยหลังไปสองถึงสามก้าว แต่พอเป็ตาของมัน กลับทำให้มาคัสถอยหลังไปได้เพียงก้าวเดียวเท่านั้น
ส่วนมาคัสเองก็ใไปชั่วขณะ เขาเห็นถึงพลังของหมัดนั้นด้วยตัวเองมาแล้ว ขนาดไม่โดนร่าง มันยังสร้างคลื่นพลังจนตัวเขาเองขนลุกซู่
ในใจก็คิดว่ามีอะไรผิดปกติเกิดขึ้นหรือเปล่า หรือแท้ที่จริงแล้วอีกฝ่ายไม่ได้แข็งแกร่งขนาดนั้น
คิดไปคิดมา ในที่สุดเขาก็รู้สาเหตุ! เป็เพราะบริเวณที่ถูกโจมตีได้รับการคุ้มครองจากเกราะหนังเกล็ดโลหะที่ได้มาจากบรรพบุรุษ!
เกราะหนังเกล็ดโลหะเป็เครื่องสวมใส่ที่ครอบคลุม่ตัวส่วนบน รวมถึงป้องกันไหล่ได้บางส่วน
แน่นอนว่ามันเป็อุปกรณ์สวมใส่ที่ใช้เพื่อป้องกันการโจมตี แต่ใครจะคิดว่ามันจะป้องกันการโจมตีได้ดีเยี่ยมขนาดนี้ การโจมตีเมื่อครู่ มาคัสไม่รู้สึกเ็ปแม้แต่น้อย เพียงแค่ถูกแรงผลักรั้งร่างให้ถอยหลังไปเล็กน้อยเท่านั้น
นี่เป็เกราะที่สามารถปกป้อง่ตัวส่วนบนจากการโจมตีของอเวกระดับหกได้แทบจะหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์!
เมื่อรู้ดังนี้ ภายในใจของมาคัสก็ยิ้มกริ่ม เขาพอมีทางจะโต้กลับได้บ้างแล้ว
ในเมื่ออีกฝ่ายโจมตีผ่านเกราะของเขาเข้ามาไม่ได้ ก็แค่หลบเลี่ยงจุดอื่น หาจังหวะโจมตีกลับไปบ้าง
แม้พลังโจมตีของมาคัสจะไม่อาจสร้างอาการาเ็ให้อีกฝ่ายได้ แต่เขาไม่เชื่อหรอกว่าหากโจมตีซ้ำเข้าไปเป็สิบเป็ร้อยครั้งแล้วอีกฝ่ายจะยังคงรักษาสภาพปกติเช่นเดิมอยู่ได้
กับคู่ต่อสู้ที่เกินตัว ก็มีแต่ต้องทุ่มสุดตัวเข้าแลก!