บทที่ 3 พี่ใหญ่ ท่านคงลำบากมาก! (รีไรต์)
“ท่านพ่อ ท่านตีข้าทำไม”
“เ้ายังมีหน้ามาพูดว่านางขี้เหร่อีกหรือ ตอนเด็กเ้าทั้งดำทั้งผอมเหมือนลิงไม่มีผิด ทั้งยังขี้เหร่กว่านางอีก”
“เป็ไปไม่ได้ ท่านแม่บอกว่าตอนเด็กข้าน่ารักที่สุด ท่านตาหลี่ข้างบ้านเห็นข้าทีไรก็แย่งกันกอดทุกที!”
“อ้อ ท่านตาหลี่นั่นแค่ประหลาดใจว่าทำไมมีคนหน้าเหมือนลูกลิงก็เท่านั้น”
“ท่านพ่อ!”
คำพูดของฉินไห่หลินทำให้เขาโกรธจนะโลั่น ปรี่เข้าไปจี้เอวฉินไห่หลินอย่างแรง
สองพ่อลูกเล่นกันอย่างสนุกสนาน
หลังจากนั้น ฉินลิ่งผิงและฉินลิ่งอันก็เข้าร่วมวงเล่นสนุกด้วย
เสียงหัวเราะช่วยบรรเทาความทุกข์ระทมจากการหนีภัยไปได้ชั่วขณะ
ฉินเยาเยาได้ยินเสียงหัวเราะอย่างมีความสุขอยู่ข้างหู ทำให้รู้สึกตื้นตันใจและมีอารมณ์ขันไปพร้อม ๆ กัน
เด็กที่พึ่งเกิดใหม่ก็ดูเหี่ยวย่นอยู่แล้ว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงฉินเยาเยาที่คลอดก่อนกำหนด ลุงรองคนนี้ก็ชมนางเกินไปแล้ว
นางชอบลุงรองที่สุด!
“ท่านแม่ ข้าเอาน้ำข้าวต้มมาให้เสี่ยวชีเป่ารองท้องก่อน ไม่รู้ว่าซิ่วอิงจะตื่นยามไหน”
คนในครอบครัวที่รุมล้อมอยู่ พอเห็นน้ำข้าวต้มในมือของสือไห่ถังก็จ้องมองตาเป็มัน น้ำลายไหลโดยไม่รู้ตัว
่นี้อาหารการกินก็ขาดแคลน พวกเขาได้กินรากไม้ใบหญ้าประทังชีวิตไปวัน ๆ นาน ๆ ทีโชคดีถึงจะได้กินเศษข้าวของคนอื่น พวกเขาลืมรสชาติของข้าวต้มไปนานแล้ว
แต่ทุกคนก็ได้แต่ยืนมอง ไม่มีใครเอ่ยปากร้องขอ เพราะรู้ว่าน้ำข้าวต้มชามนี้เป็ของเสี่ยวชีเป่า
แม่เฒ่าฉินคว้าชามน้ำข้าวต้มไว้ มองไปที่หลาน ๆ ที่กำลังกลืนน้ำลายอย่างหิวโหย แล้วก้มมองดูฉินเยาเยาที่กำลังพ่นฟองน้ำลายเล่น พลางถอนหายใจเฮือกใหญ่ นางดีใจที่ได้หลานสาว แต่ก็อดเป็ห่วงไม่ได้
เ้านี่เกิดผิดเวลาเสียจริง!
ระหว่างทางที่อพยพหนีภัย พวกเขาถูกตามล่าหลายครั้ง เสบียงที่เตรียมมาจากบ้านก็ไม่รู้ว่าหายไปไหนหมดแล้ว พวกผู้ใหญ่ยังพอจะกินรากไม้ใบหญ้าประทังชีวิตไปได้ แต่เสี่ยวชีเป่าทำแบบนั้นไม่ได้ ยิ่งไปกว่านั้น สวี่ซิ่วอิงก็ยังไม่รู้ว่าจะฟื้นขึ้นมายามไหน
ถึงซิ่วอิงจะฟื้นขึ้นมา แต่ถ้าไม่มีของบำรุงร่างกายให้นาง นางก็ไม่มีน้ำนมให้เสี่ยวชีเป่ากินหรอก
ฉินลิ่งอวี่คิดว่าที่ผู้เป็ย่าถอนหายใจ เพราะข้าวสารเป็พวกเขาหามาได้ กลับต้องเอาไปให้แก่น้องสาว ทำให้นางรู้สึกผิด จึงพูดปลอบว่า “ท่านย่า ท่านไม่ต้องกังวลเื่พวกข้าหรอก พวกข้าไปหาผักป่ามากินกันได้ รีบเอาน้ำข้าวต้มไปให้นางเถอะขอรับ อย่าให้นางต้องหิวเลย”
ทารกกระเพาะอาหารเล็ก ฉินเยาเยากินไปได้เพียงไม่กี่คำก็อิ่มจนเผลอหลับไป ก่อนจะหลับ นางเหลือบมองคนในตระกูลฉินที่มีสีหน้าซีดเซียว และผอมโซทุกคน นางคิดในใจว่า ถ้าหากพื้นที่มิติของข้าตามมาด้วยก็คงจะดี
ทันทีที่หลับตา นางก็รู้สึกราวกับว่าตัวเองอยู่ในสถานที่อบอุ่น พอนางค่อย ๆ ลืมตาขึ้น ภาพตรงหน้าก็ทำให้นางต้องตกตะลึง
ที่นี่มัน...
สถานที่ที่คุ้นเคยแบบนี้...
มิติ!
มิติของนางตามมาด้วย!
ฉินเยาเยาตื่นเต้นมากจนลอยละล่องอยู่ในมิติ เอ่อ... นางลอยขึ้นมาจริง ๆ ด้วยการควบคุมร่างกายของตัวเองด้วยจิตใจ นางจึงสามารถล่องลอยไปมาได้
ก็ช่วยไม่ได้ ตอนนี้นางเป็แค่เด็กทารกที่ยังพลิกตัวไม่ได้ วิธีเดียวที่พอจะขยับเขยื้อนได้ก็คือการลอยไปลอยมา
ห้องนอน ห้องครัว โกดัง ไม่เพียงแต่ยังอยู่ครบ แต่ข้าวของข้างในก็ยังอยู่ครบถ้วน
สิ่งที่ทำให้นางดีใจที่สุดก็คือ ต้นไม้ที่ปลูกในป่าไม่เพียงแต่ออกผลเต็มต้นแล้ว ไก่ เป็ด ห่าน วัว แพะ ที่เลี้ยงไว้ใต้ต้นไม้ก็เข้าสู่่ผลผลิตสูงแล้ว ลูกไก่ ลูกเป็ด ลูกห่าน ลูกหมู ลูกแพะ วิ่งเล่นเต็มพื้นไปหมด
มีสิ่งเหล่านี้แล้ว นางจึงไม่ต้องกังวลว่าจะอดตาย
แม้แต่คนทั้งตระกูลฉินก็จะไม่อดตายอีกต่อไป เพียงแต่ว่านางจะเอาของพวกนี้ออกมาได้อย่างไรนั้น นางยังต้องคิดให้ดีเสียก่อน
พื้นที่เล็ก ๆ นี้มีมาั้แ่ชาติที่แล้วของนางแล้ว ส่วนหลักการมีอยู่ของมัน นางก็บอกไม่ได้เหมือนกัน ั้แ่จำความได้ มันก็มีอยู่แล้ว
ตอนแรก นางแค่ถือว่ามันเป็คลังสมบัติลับ เอาไว้ใส่ของกระจุกกระจิกของผู้หญิง ต่อมาได้เข้าร่วมกองกำลังรบ นางจะซื้ออาหารจำนวนมากมาใส่ไว้ในนี้ทุกครั้งที่มีโอกาส เมื่อใดที่อาหารขาดแคลน นางก็จะนำออกมาให้เพื่อนทหารได้บำรุงร่างกาย
หลังจากนั้นความลับของนางก็ถูกผู้นำค้นพบ นับั้แ่นั้นเป็ต้นมา พวกเขาก็เหมือนคนบ้าคลั่ง เห็นอะไรเป็ไม่ได้ ก็จะโยนเข้าไปในพื้นที่ของนาง ไม่ว่าจะเป็ รถยนต์ ทองแดง เหล็ก หรือข้าวสาร เกลือ น้ำมัน คนอื่นเขาเตรียมอาวุธเสบียงก่อนออกรบ แต่พวกเขามีเธอเพียงคนเดียวก็เพียงพอแล้ว ้าอะไรก็โยนเข้าไปในพื้นที่ของนาง สะดวกสบาย ทั้งยังสามารถทำให้ศัตรูตายใจได้อีกด้วย
นางยังแอบขโมยรูปปั้นสัตว์และเครื่องทองแดงที่วางอยู่ในตู้โชว์ในพิพิธภัณฑ์ของประเทศอินทรีมาอีกด้วย…
โดยอยู่ภายใต้การคุ้มครองของท่านผู้นำ...
ในขณะที่ฉินเยาเยากำลังมีความสุขกับการล่องลอยไปมาในพื้นที่ ทันใดนั้นก็มีเสียงอึกทึกครึกโครมดังขึ้นข้างหู
“ท่านแม่ ไห่หลิน ต้าเป่า ซานเป่า พวกเ้าอยู่ไหน ข้าหาพวกเ้าเจอจนได้!”
“พวกเ้าปลอดภัย นี่มันดีจริง ๆ”
เสียงร้องไห้โหยหวนปลุกให้ฉินเยาเยาตื่นขึ้น นางกะพริบตาปริบ ๆ ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
แม่เฒ่าฉินมองไปที่สะใภ้รองที่นั่งอยู่บนพื้น ดวงตาสอดส่ายไปมารอบตัว ก่อนจะเอ่ยปากอย่างเ็าว่า “เ้าไม่ใช่คนที่วิ่งหนีไปก่อนหรือ กลับมาทำอันใดอีก”
ย้อนกลับไปตอนที่พวกทหารม้ามาถึง คนที่วิ่งเร็วที่สุดเห็นจะเป็นาง ในสถานการณ์ที่วุ่นวายเช่นนั้น การรักษาชีวิตเอาไว้ย่อมสำคัญที่สุด แต่นางไม่ควรเอาชีวิตรอดด้วยการโยนเด็กน้อยวัยเจ็ดขวบอย่างเสี่ยวลิ่วลงไปในหุบเขา โดยไม่สนใจเลยว่าการกระทำเช่นนั้นจะทำให้เสี่ยวลิ่วได้รับอันตรายหรือไม่
แม่เฒ่าฉินจ้องมองนางด้วยความเกลียดชัง
อยากจะพุ่งเข้าไปตบหน้านางสักสองสามครั้ง
เสี่ยวลิ่วอายุยังน้อย นางทำลงได้อย่างไร
ส่วนฉินไห่ชิวและเหล่าเด็กชายตระกูลฉินต่างก็ขุดดินเล่นนับมด ไม่แม้แต่จะชายตามองสะใภ้รองผู้นี้
เฝิงเสี่ยวฮวานั่งลงบนพื้น เอามือปิดหน้าตัวเอง มองสีหน้าที่หลากหลายของคนตระกูลฉิน ดวงตาเหลือบมองน้ำข้าวต้มที่ฉินเยาเยาทานเหลืออยู่ในชามที่วางอยู่บนก้อนหินไม่ไกล ก่อนจะกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก นางตบต้นขาตัวเองเสียงดัง แล้วเริ่มร้องไห้ฟูมฟาย
“ข้านึกแล้วเชียวว่าพวกเ้าจงใจทิ้งข้าไว้คนเดียว แล้วแอบหนีไปกินน้ำข้าวต้มกัน!”
“โอ้์! ได้โปรดรับข้าไปเถิด ข้าไม่อยากอยู่แล้ว สามีกับลูกในไส้ยังทิ้งข้าได้ ข้าจะมีชีวิตอยู่ได้อย่างไร…”
สะใภ้รองนอนดิ้นพล่านอยู่บนพื้น ดวงตากลับจ้องเขม็งไปที่น้ำข้าวต้มครึ่งถ้วยที่ฉินเยาเยากินเหลืออยู่
“ไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วหรือ งั้นข้าก็ไม่ขัดจะช่วยส่งเ้าเอง” แม่เฒ่าฉินมองสะใภ้รองอย่างเ็า
“เหล่าเอ้อร์ เหล่าซาน ไปขุดหลุมฝังนางซะ!”
พอได้ยินดังนั้น เฝิงเสี่ยวฮวาก็เงียบเสียงลงในทันที นางรู้ดีว่า หากแม่เฒ่าฉินเอ่ยปากว่าจะฝัง นางก็ไม่รอดแน่
“เฝิงเสี่ยวฮวา ไม่ใช่ว่าเ้าไปแล้วหรือ เหตุใดจึงกลับมาอีก”
แม่เฒ่าฉินถึงกับเอ่ยเรียกว่า ‘เฝิงเสี่ยวฮวา’ ออกมา แสดงให้เห็นว่าโกรธมากเพียงใด
สะใภ้รองเบะปากอย่างไม่สะทกสะท้าน “ก็พวกทหารม้าบุกมาถึงที่แล้ว ผู้ใดเล่าจะโง่ไม่หนีตายกันล่ะ!”
“แม้จะบอกว่าข้าหนีไปแล้ว พวกท่านก็ควรจะตามหาข้าบ้างสิ นี่กระไร ไม่ตามหา ทั้งยังแอบกินน้ำข้าวต้มกันอีก พวกท่านอยากจะกินส่วนของข้า!”
แม่เฒ่าฉินฉินโกรธจัด เอ่ยเสียงเย็นว่า “เ้าจะหนีไปข้าไม่ว่า แต่เ้าไม่ควรผลักเสี่ยวลิ่วตกเขา เ้ารู้หรือไม่ว่าเสี่ยวลิ่วอาจจะเอาชีวิตไม่รอด!”
“และอีกอย่าง น้ำข้าวต้มนั่นใครกันที่ได้กิน ข้าวสารหยาบ ๆ หนึ่งกำมือ ลิ่งอวี่ทนเหม็นเน่าควานหาจากศพเพื่อมาเป็เสบียงให้เสี่ยวชีเป่า!”
แหวะ~
ฉินเยาเยาเกือบจะอาเจียนออกมา
ศพ
เหม็นเน่า
พี่ใหญ่ ท่านคงลำบากมาก!