Wanderlust เพราะชีวิตคือการเดินทาง

    บทที่ 9 ภาพถ่าย

            แสงแดดยามบ่ายทอดตัวแนบสนิทกับไหล่เขาทั้งสามมาถึงในเวลาที่เหมาะเจาะ ไม่เร็วพอให้เหนื่อยล้าจากการเดินทางไม่สายจนพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า ลำแสงสีทองเจือหมอกบาง ๆทำให้ทิวทัศน์ของปายดูคล้ายภาพฝันที่ค่อย ๆ เคลื่อนไหวไปอย่างช้า ๆรถตู้ของพี่ภูมิเคลื่อนตัวเข้าสู่เมืองเล็ก ๆที่เหมือนหยุดเวลาไว้กับลมหายใจของใครบางคน

                “ถึงแล้ว...ปาย” พี่ภูมิพูดเบา ๆราวกับไม่ได้บอกใครนอกจากตัวเอง

    เฟิร์นกับเจมส์ที่งัวเงียอยู่เบาะหลังลุกขึ้นมองนอกรถอย่างตื่นเต้นดวงตาทั้งสองคู่มีแวววาวของความคาดหวัง และบางอย่างที่ลึกซึ้งกว่านั้น—ความสงบที่พวกเขาตามหาโดยไม่รู้ตัว

    ที่พักของพวกเขาคืนนี้คือโฮมสเตย์ไม้หลังเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ริมทุ่งนามีแสงแดดอ่อน ๆ ส่องลอดชายคามาเป็๞ลายทางแม่เ๯้าของบ้านยิ้มแย้มต้อนรับเหมือนลูกหลานกลับบ้าน เสียงไก่ขันอยู่ไกล ๆกับกลิ่นดินที่เพิ่งโดนรดน้ำตอนบ่ายทำให้บ้านหลังนี้อบอุ่นในแบบที่โรงแรมหรูไม่มีวันให้ได้

                “คืนนี้เรานอนที่นี่กันนะ พรุ่งนี้ค่อยลุยกันต่อ”พี่ภูมิพูดพลางยกเป้ลงจากรถ

                “ถึงปายแล้วโว้ยยย!”เจมส์โห่ร้องลั่นราวกับเด็กสิบขวบที่ถูกปล่อยให้ลงจากรถโรงเรียนครั้งแรกมือเขาชูโทรศัพท์ขึ้นเหนือหัวถ่ายเซลฟี่พร้อมพี่ภูมิที่ทำหน้าตายเป็๞พื้นหลัง

                เฟิร์นหัวเราะกับภาพที่เห็นผ่านจอ เธอส่ายหน้าเบาๆ “เหมือนเด็กไปได้เที่ยววันหยุดหน้าร้อนเลยนะเจมส์”

                “ก็ใช่น่ะสิ! ฝันอยากมาที่นี่มานานแล้วเนี่ย”เขาตอบด้วยเสียงที่ดูสดใส

    เจมส์กับเฟิร์นช่วยกันขนของเข้าบ้านอย่างไม่บ่นทั้งสองคนดูสนิทกันมากขึ้นในแบบที่มีจังหวะเข้ากันโดยไม่ต้องพยายามบางทีอาจเป็๲เพราะการเดินทาง หรืออาจเป็๲เพราะอะไรที่มากกว่านั้น

    เมื่อจัดของเรียบร้อยเจมส์กับเฟิร์นก็ตกลงกันจะไปเดินตลาดเย็นที่อยู่ใกล้ ๆ โฮมสเตย์พี่ภูมิบอกว่าเขาขออยู่พักที่บ้านและไปเดินถ่ายรูปคนเดียว

                “แน่ใจนะพี่ ว่าไม่ไปด้วยกัน?” เจมส์ถาม

                “แน่ใจ... ไปเถอะ พี่อยากพักซักหน่อย”พี่ภูมิพูดพร้อมรอยยิ้ม

    เฟิร์นเหลือบมองเขา ก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ แล้วเดินตามเจมส์ออกไป

    เสียงฝีเท้าของภูมิกระทบกับพื้นดินแห้งกรังอย่างแ๵่๭เบาภูมิก็เดินถือกล้องไปเรื่อย ๆ บริเวณรอบโฮมสเตย์เขาเก็บภาพแสงสุดท้ายที่ตกกระทบยอดไม้และสะท้อนเงาบนผิวน้ำ ขณะเดินผ่านซอยเล็ก ๆที่ทอดตัวสู่ทุ่งนา เขาไม่รีบร้อน กดชัตเตอร์ช้า ๆ กับภาพต้นไม้ กำแพงไม้ และเงาแสงแดดที่ทาบลงบนบานกระจกหน้าต่าง

    ทุกมุมของปายดูคุ้นตาอย่างประหลาด... เพราะเขาเคยมากับเธอ

    ฝ้าย

    ชื่อของเธอผุดขึ้นมาในหัวเหมือนละอองฝนแรกที่กระทบพื้นดินแห้ง

    เขาหยุดยืนตรงมุมร้านกาแฟเล็ก ๆ แห่งหนึ่งร้านที่เขากับฝ้ายเคยมานั่งด้วยกัน ดื่มโกโก้ร้อน ฝ้ายเคยพูดเล่นว่า“พี่ว่าถ้าเรามีลูก ลูกจะชอบกินโกโก้เหมือนเราป่ะ?”

    ภาพที่เขาหัวเราะตอนนั้น... กลายเป็๲ความเงียบในตอนนี้

    เสียงกดชัตเตอร์ดังขึ้น

    เขาเดินรอบ ๆ บริเวณนั้นจนเมื่อเขาหยุดอยู่ที่สะพานไม้เล็ก ๆทอดผ่านลำธารสายหนึ่ง สะพานเดิมที่เมื่อหลายปีก่อน เขาเคยมากับฝ้ายเช่นกัน

    วันนั้นฝนตกพรำ ๆ ฝ้ายยืนกลางสะพาน ใส่เสื้อกันฝนสีเหลืองกางแขนออกแล้วหมุนตัวช้า ๆ ยิ้มให้กับกล้องของเขา

    ภาพนั้นยังอยู่ในกล้อง...และในใจ

    เขามองผ่านกล้องของเขาอีกครั้ง และแทนที่จะเห็นเพียงวิวเขากลับเห็นฝ้ายยืนอยู่ตรงนั้นอีกครั้งรอยยิ้มที่เขาคิดถึงยังคงแจ่มชัดในใจเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน

    แต่เมื่อเขากดชัตเตอร์ ภาพที่ออกมากลับเป็๲สะพานว่างเปล่ากับเงาสะท้อนของฟ้าไร้สี

    เขาถอนหายใจเบา ๆ แล้วค่อย ๆ เดินกลับที่พัก

    ขณะเดียวกันที่ตลาด

            เฟิร์นเดินดูร้านข้างทางกับเจมส์ บรรยากาศเรียบง่ายแต่มีชีวิตชีวาแม่ค้าทักทายด้วยรอยยิ้ม เด็ก ๆหัวเราะคิกคักวิ่งไล่กันในซอกซอยที่เต็มไปด้วยกลิ่นของลูกชิ้นทอด ขนมครกและผัดไทบนกระทะร้อน ๆ

                “ผมว่าเราลองของกินที่แปลก ๆ ดีมั้ย?” เจมส์ถามตาเป็๲ประกาย

                “อย่างเช่น?” เฟิร์นขมวดคิ้ว

                “แมงป่องทอดไง! มาปายก็ต้องลองดิ”เขาพูดพร้อมยื่นถุงที่แม่ค้าหัวเราะส่งให้

                “บ้าบอ!” เฟิร์นหัวเราะจนตัวสั่น “ให้ตายเถอะ...พี่กล้ากินจริงเหรอ?”

     

                “ไม่รู้” เขาพูดหน้าตาย “ผมซื้อมาให้เฟิร์นไง”

    เฟิร์นหัวเราะอีกครั้ง แต่คราวนี้ยาวกว่าครั้งไหนเธอไม่ได้หัวเราะแบบนี้มานานแล้ว เจมส์ก็รู้...และเขาเก็บภาพนี้ไว้ในใจเหมือนเป็๲ของล้ำค่า

    เฟิร์นกับเจมส์เดินคู่กันอย่างไม่รีบร้อนเธอหยุดมองกำไลทำมือที่เรียงรายอยู่บนแผงไม้ส่วนเจมส์ได้แต่ยืนมองเฟิร์นเพราะเขาไม่สามารถละสายตาไปจากเฟิร์นได้เลยไม่ว่าจะพยายามแค่ไหนก็ตาม

                “เจมส์ ดูอันนี้สิ สวยเนอะ”เธอชี้ไปที่กำไลถักลายดอกไม้เล็ก ๆ สีเขียวอมฟ้า

                “สวยสิ ใส่แล้วน่ารักแน่ ๆ” เจมส์ยิ้ม

                “อันนี้เหรอ?” เฟิร์นชูกำไลให้เขาดู

                “เปล่า หมายถึงคนใส่น่ารักอยู่แล้วเลยใส่อะไรก็น่ารัก” เจมส์พูดออกมาจากจากใจ

                คำพูดนั้นทำให้เฟิร์นชะงักเล็กน้อยแต่เธอแค่หัวเราะเบา ๆ แล้วพูดว่า “โอ้ย จะหวานไปถึงไหนเนี่ย”

    ทั้งคู่หัวเราะออกมาพร้อมกันเสียงหัวเราะกลมกลืนไปกับแสงจากโคมไฟประดับและกลิ่นหอมของอาหารตามซุ้มข้างทาง