ตอนที่ 16 มีเรื่องจะพูด (2)
ครั้นเดินผ่านต้นดอกซิ่งนอกเรือนจิ้งอี๋ กู้อวิ๋นหวงก็ชะงักเท้าเล็กน้อย นางยื่นมือรับกลีบดอกไม้ ก่อนกำมันไว้กลับเรือนชิงจื่อ
“คุณหนู แย่แล้วเจ้าค่ะ...” เพิ่งก้าวเข้าประตูใหญ่ของเรือนชิงจื่อ เฉี่ยวเอ๋อร์ก็วิ่งหน้าซีดเข้ามา พูดเสียงสะอึกสะอื้น
ชิงอวี้ขวางนางไว้ สีหน้าเคร่งขรึม “บังอาจ พูดจาอันใดกัน!”
เฉี่ยวเอ๋อร์บีบนิ้ว เหลือบมองเจียงเย่ว์เหยาอย่างรวดเร็ว “คุณหนู ชิวเอ๋อร์ นาง ชิวเอ๋อร์ไม่อยู่แล้วเจ้าค่ะ!”
“เกิดอะไรขึ้น พูดมาให้รู้เรื่อง!” กู้อวิ๋นหวงขมวดคิ้ว ชิงอวี้ถามเสียงโกรธ
เฉี่ยวเอ๋อร์รีบพูด “เมื่อคืน หลังชิวเอ๋อร์ไปห้องสุขา เห็นนานแล้วยังไม่กลับมา พวกบ่าวเองก็ไม่ได้นึกเอะใจอะไร จึงนอนหลับไปก่อน ใครจะรู้ตื่นมาตอนเช้า ชิวเอ๋อร์ก็ยังไม่กลับมา ตอนหลังเสี่ยวอวี่ไปเข้าห้องสุขา แล้วก็เห็น เห็นชิวเอ๋อร์ตกลงไปในหลุม สิ้นใจแล้วเจ้าค่ะ!”
เจียงเย่ว์เหยาเท้าเซ เล็บจิกฝ่ามืออย่างแรง ทำให้ไม่เสียการควบคุม
“รีบไปตามหนิวหมอมอมา!” กู้อวิ๋นหวงสั่ง
ชิงอวี้ยัดดอกซิ่งในมือของตนใส่ในมือเจียงเย่ว์เหยา แล้วรีบวิ่งไปหาหนิวหมอมอ หนิวหมอมอพาหมอมออาวุโสมากันหลายคน บอกให้กู้อวิ๋นหวงกลับห้องไปก่อน หลังสั่งชิงอวี้ปิดประตูสนิทเรียบร้อยดีแล้ว นางจึงเลี้ยวไปทางห้องน้ำด้านหลัง
หนิวหมอมอขมวดคิ้วมองชิวเอ๋อร์ที่ลอยอยู่ในหลุมสุขา แล้วโบกมือด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ หมอมออาวุโสสองสามคนเดินขึ้นมาข้างหน้า ใช้เชือกมัดคนขึ้นมาอย่างคล่องแคล่วชำนาญ หลังใช้น้ำสะอาดชำระล้างเสร็จแล้ว ก็นำเสื่อมาห่อตัวคนแล้วยกออกไป
เย็นวันนั้น เด็กรับใช้ผู้ทำหน้าที่เฝ้าประตูคนหนึ่งก็สัปหงกล้มลงกับพื้น เสียชีวิตอย่างแปลกประหลาด ตอนเด็กรับใช้เฝ้าประตูล้มลง ข้างๆ ยังมีเด็กรับใช้อีกสองคนยืนเฝ้าประตูอยู่ด้วยกัน พวกเขาเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยตาตัวเอง
สองเหตุการณ์นี้ไม่ได้ทำให้เกิดความตื่นตระหนกขึ้นในจวนอัครเสนาบดีแต่อย่างใด นอกจากหลังที่หนิวหมอมอนำร่างของชิวเอ๋อร์ไปแล้ว ฮูหยินผู้เฒ่ากู้กับหนิงหว่านโหรวส่งคนมาถามสองสามคำ เรื่องก็จบลงเพียงเท่านั้น
การตายของชิวเอ๋อร์กับเด็กรับใช้เฝ้าประตู สำหรับผู้อื่นนั้นไม่ได้ก่อเกิดผลกระทบใดๆ ทว่ากับเจียงเย่ว์เหยามันส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวง คนอื่นไม่รู้ว่าพวกเขาสองคนตายเพราะเหตุใด แต่นางรู้ดี!
เพราะนางซื้อตัวชิวเอ๋อร์ และชิวเอ๋อร์ก็ไปหาเด็กรับใช้เฝ้าประตูคนนั้น แอบส่งดอกลำโพงให้แก่ท่านหมอซ่ง เพื่อให้ท่านหมอซ่งนำดอกไม้ไปวางในเรือนจิ้งอี๋ เดิมทีนางนึกว่าตนจัดการเรื่องนี้ได้อย่างแนบเนียนเทพไม่รู้ผีไม่เห็น ทว่าบัดนี้ คนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ทั้งสามคนล้วนตายกันหมดแล้ว เช่นนั้นคนต่อไปก็คงเป็น...
“อาการป่วยของท่านแม่เป็นอย่างไร เจ้าพูดต่อสิ” ดอกซิ่งล้างสะอาด ใส่ลงไปในน้ำชา กู้อวิ๋นหวงยกถ้วยชาขึ้นจิบหนึ่งคำ หันมองเจียงเย่ว์เหยาที่กำลังเหม่อลอย
เจียงเย่ว์เหยาเรียกสติกลับมาอย่างรวดเร็ว รู้ว่านี่เป็นโอกาสแสดงความสามารถของนาง และก็เป็นโอกาสเดียวที่จะทำให้นางมีชีวิตรอด นางรีบย่อเข่าคารวะ “ฮูหยินเพียงเป็นหวัดเล็กน้อย เดิมทีไม่จำเป็นต้องกินยา แค่ต้มน้ำขิงดื่มขับเหงื่อก็เป็นพอ บ่าวเคยดูใบสั่งยาของท่านหมอซ่งก่อนหน้านี้แล้ว สูตรยาก็ไม่มีอะไรผิดปกติ แต่ไม่รู้เพราะเหตุใดหลังฮูหยินดื่มแล้ว...”
เจียงเย่ว์เหยารู้กาลเทศะ ไม่ได้พูดประโยคตอนท้ายที่เหลือออกมา
“ใบสั่งยาที่ท่านหมอโจวออกให้ เจ้าเองก็ได้ดูแล้ว ขั้นตอนการเคี่ยวยาเจ้าก็เคยเห็นแล้ว มีปัญหาอะไรหรือไม่” กู้อวิ๋นหวงถามขึ้น
เจียงเย่ว์เหยาส่ายศีรษะ แววตาแอบสั่นไหวเบาๆ
“หลังจากนี้เจ้าช่วยดูไว้หน่อยแล้วกัน” กู้อวิ๋นหวงใช้เล็บเคาะผิวถ้วยชาเบาๆ มองมวลดอกไม้บานสะพรั่งราวกับผ้าลายปักในลานเรือน กล่าวด้วยเสียงใสเย็น
เจียงเย่ว์เหยาขานรับ ย่อเข่าคารวะอีกรอบ นางช่วยชิงอวี้ทำงานหยิบจับอยู่ในเรือนชิงจื่อพักหนึ่ง ครั้นเห็นว่าได้เวลาแล้ว จึงไปทำกับข้าวที่ห้องครัว หลังทานอาหารเสร็จ ชิงอวี้ก็เดินมาเก็บชามตะเกียบกับนางที่ห้องครัว
“อาการป่วยของฮูหยิน เจ้าช่วยดูแลให้ดีๆ ละ รอฮูหยินหายดีแล้ว คุณหนูจะต้องตกรางวัลให้เจ้าอย่างแน่นอน” ชิงอวี้เอ่ยขึ้นระหว่างเดินออกมาจากห้องครัว