เวลาล่วงเลยไปจนเกือบครบ 3 เดือนเต็ม อาจารย์คาร์ลอสก็เดินตรวจตราความเรียบร้อยรอบห้องฝึก ก่อนจะหยุดลงที่หน้าแท่นฝึกของวาน เขาพยักหน้าอย่างพึงพอใจ “วาน... เ้าทำได้ดีเยี่ยม การควบคุมกระแสพลังของเ้าถือว่าโดดเด่นที่สุดในรุ่นนี้”
แม้คำชมจะทำให้นักเรียนคนอื่นหันมามองด้วยความอิจฉา แต่อาจารย์ก็กล่าวเสริมด้วยน้ำเสียงจริงจัง “แต่อย่าเพิ่งลำพองใจไป เพราะต่อให้เ้าจะได้ระดับ S มาั้แ่วันแรก แต่หากขาดการฝึกฝนขั้นพื้นฐานให้เสถียรเสียก่อน
พลังที่มหาศาลนั้นจะกลายเป็ดาบสองคม ในตอนที่อัญเชิญั ร่างกายของพวกเ้าจะต้องแบกรับภาระหนักหน่วงมหาศาล หากกระแสพลังไม่มั่นคง ร่างกายก็อาจแตกสลายได้ทันที ดังนั้น ทุกคนต้องฝึกฝนขั้นพื้นฐานนี้ต่อไปจนกว่าจะก้าวไปสู่ขั้นสูง”
ก่อนจะจบคาบเรียนสุดท้ายของ่เวลานี้ อาจารย์คาร์ลอสได้ประกาศข่าวดี “พวกเ้าทุกคนถือว่าทำได้ดีมาก กระแสพลังของทุกคนมีความเสถียรผ่านเกณฑ์ขั้นต้นแล้ว อาจารย์จะให้เวลาพวกเ้า 1 วันในการจัดการสัมภาระ และอนุญาตให้กลับไปพักผ่อนที่บ้านได้เป็เวลา 1 อาทิตย์ เพื่อฟื้นฟูร่างกาย”
เขากวาดสายตามองนักเรียนทุกคนด้วยแววตาคาดหวัง “เมื่อพวกเ้ากลับมา เราจะเริ่มการวัดระดับกระแสพลังขั้นที่ 2 อย่างจริงจัง เตรียมตัวให้พร้อม เพราะบทเรียนต่อจากนี้จะทวีความเข้มข้นยิ่งกว่าเดิม”
หลังสิ้นประกาศนั้น นักเรียนทุกคนยังคงตั้งหน้าตั้งตาฝึกฝนต่อจนกระทั่งแสงอาทิตย์ลับขอบฟ้าและบรรยากาศเริ่มมืดค่ำ ่เย็นย่ำนั้นเองที่ทุกคนต่างเก็บอุปกรณ์และแยกย้ายกันกลับหอพักด้วยความเหนื่อยล้าเพื่อพักผ่อนตามปกติ
่บ่ายของวันถัดมา บรรยากาศภายในโรงเรียนดูคึกคักเป็พิเศษ เหล่านักเรียนต่างทยอยกันขนหีบใส่ของและข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวออกมายังลานกว้างหน้าสวนน้ำพุ จุดเดียวกับวันที่พวกเขาเดินทางมาถึงในวันแรก ขบวนรถม้าจากตระกูลต่างๆ ทยอยเข้ามาจอดเทียบท่าอย่างเป็ระเบียบ มีคนขับรถม้ายืนรอรับคุณหนูของตนอย่างนอบน้อมอยู่ข้างรถม้าตระกูลเรย์ เซเลสและไอวี่จึงเดินเข้าไปหา ก่อนจะพากันขึ้นรถม้าเพื่อมุ่งหน้ากลับคฤหาสน์ ทิ้งหอศิลาและน้ำพุใจกลางสวนไว้เื้ัเพื่อเริ่ม่เวลาพักผ่อนหนึ่งสัปดาห์ ก่อนที่การฝึกที่หนักหน่วงจะเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง
รถม้าค่อยๆ เคลื่อนตัวออกจากหน้าโรงเรียนอย่างนุ่มนวล บรรยากาศภายในที่เคยเงียบสงบในตอนขามา กลับดูเปลี่ยนไปหลังจากผ่าน่เวลาสามเดือนของการฝึกฝนร่วมกัน
ในเวลาไม่นาน รถม้าก็จอดเทียบหน้าร้านตระกูลเบลลาโดน่า ไอวี่หันมาหาเซเลสด้วยท่าทางอาลัยอาวรณ์ เธอเบะปากพลางกอดแขนเพื่อนรักแน่น
ไอวี่ “ต้องจากกับเซเลสจังอีกแล้วเหรอเนี่ย... น่าเบื่อที่สุดเลย!” เธอพูดพลางทำหน้ามุ่ยตามนิสัย “อยู่ติดกันมาตั้งสามเดือน พอต้องแยกไปพักคนละที่แบบนี้ มันเหงาจนฉันจะขาดใจตายอยู่แล้วนะเนี่ย”
เซเลสยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดู เธอแตะมือลงบนหลังมือของเพื่อนเบาๆ เป็การปลอบใจ ทว่าก่อนที่หญิงสาวจะได้เอ่ยปากปลอบ มีอาที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามก็ยิ้มบางๆ พร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงใจเย็น
มีอา “แค่สัปดาห์เดียวเองนะคะคุณหนูไอวี่ อีกเดี๋ยวพวกท่านก็จะได้กลับไปฝึกซ้อมด้วยกันที่หอศิลาอีกแล้วค่ะ”
ไอวี่เงยหน้ามองมีอาแล้วหัวเราะเบาๆ
ไอวี่ “นั่นสินะคะ... แต่ก็นะ มันก็อดบ่นไม่ได้อยู่ดี”
เธอหันกลับมาหาเซเลสอีกครั้งก่อนจะโผเข้ากอดเพื่อนสนิทอย่างรวดเร็ว
ไอวี่ “งั้นฉันไปก่อนนะเซเลสจัง! อย่าลืมดูแลตัวเองดีๆ ล่ะ แล้วเจอกันในอีกหนึ่งสัปดาห์ที่โรงเรียนหลวงนะ!”
เมื่อร่ำลากันเสร็จสิ้น เพื่อนสาวก็ก้าวลงจากรถและโบกมือลาจนลับสายตา รถม้าจึงเริ่มเคลื่อนตัวต่ออีกครั้ง มุ่งหน้าสู่คฤหาสน์ตระกูลเรย์ ทิ้งไว้เพียงความเงียบที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย หลังจากความวุ่นวายของการฝึกซ้อมตลอดสามเดือนที่ผ่านมา
เวลาผ่านไปหนึ่งชั่วโมงใน่ยามบ่ายแก่ๆ รถม้าก็หยุดลงเบื้องหน้าคฤหาสน์หลังใหญ่ ทันทีที่ตัวรถจอดสนิท ประตูบานหนักก็ถูกเปิดออกโดยฟิวส์ที่ยืนรออยู่ก่อนแล้ว เขาพุ่งเข้ามาหาน้องสาวด้วยความตื่นเต้น
ฟิวส์ “เซเลส! เป็ยังไงบ้าง! ฝึกหนักไหม? ผอมลงหรือเปล่าเนี่ย? เหนื่อยมากไหม? หิวหรือยัง?”
ฟิวส์ถามคำถามรัวใส่เซเลสไม่หยุดจนคาร์ลที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ต้องเดินเข้ามาหิ้วคอเสื้อเขาแล้วดึงออกไป
คาร์ล “พอได้แล้วเ้าฟิวส์ น้องเพิ่งกลับถึงบ้าน ปล่อยให้น้องได้พักหายใจหายเหนื่อยก่อนเถอะ นิสัยโวยวายของนายนี่ไม่เคยเปลี่ยนเลยจริงๆ”
เสียงหัวเราะคึกคักดังมาจากทางด้านหลังของคาร์ล เป็อีริคและซาร่าที่ยืนมองเหตุการณ์ความวุ่นวายของลูกชายด้วยความขบขัน เซเลสเองก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา ก่อนจะเดินตรงไปหาท่านพ่อท่านแม่
เซเลส “ท่านพ่อ ท่านแม่”
เธอกล่าวทักทายพร้อมกับหันไปยิ้มให้พี่ชายทั้งสามคนที่ยืนอยู่เคียงข้าง ท่ามกลางการต้อนรับที่แสนอบอุ่น เซเลสรู้สึกถึงความเหนื่อยล้าจากการฝึกตลอด่ที่เรียนมามลายหายไปในพริบตา แทนที่ด้วยไออุ่นจากครอบครัวที่คอยเฝ้ารอการกลับมาของเธออย่างใจจดใจจ่อ
หลังจากทักทายกันหน้าคฤหาสน์ ทุกคนก็พากันเดินเข้ามาข้างใน บรรยากาศอบอุ่นเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะจากการพูดคุยถามไถ่สารทุกข์สุกดิบด้วยความคิดถึงลูกสาวและน้องสาวคนเล็ก บทสนทนาสัพเพเหระดำเนินไปอย่างเป็กันเองจนเวลาล่วงเลยไปถึง่เย็นย่ำ เมื่อถึงเวลาที่ทุกคนต้องแยกย้ายกันไปพักผ่อน เซเลสจึงเดินกลับเข้ามาในห้องนอนของตนเอง
ในความเงียบสงัดของยามค่ำคืน เซเลสเตรียมตัวเข้านอน แต่ก่อนจะล้มตัวลงบนเตียง เธอก็นึกถึงบางอย่างได้ เธอเดินไปที่โต๊ะข้างหัวเตียงแล้วดึงลิ้นชักออกมา ก่อนจะหยิบกล่องที่ท่านปู่เคยมอบให้ขึ้นมาเปิดดู เธอนั่งจ้องเข็มกลัดเกล็ดัที่วางอยู่ภายในอยู่นานครู่หนึ่ง
ห้วงความคิดของเธอวนเวียนอยู่กับเื่ราวบางอย่าง ก่อนที่เธอจะใช้นิ้วลูบไล้ไปบนเข็มกลัดนั้นอย่างแ่เบา เมื่อเห็นว่าของสำคัญยังอยู่ดีเธอก็ปิดฝากล่องแล้วเก็บเข้าที่เดิมตามเคย จากนั้นจึงล้มตัวลงนอนและหลับตาลง
ไม่นานนักเธอก็เข้าสู่ห้วงนิทรา ในฝันนั้นเธอพบว่าตัวเองกำลังยืนอยู่ท่ามกลางูเาหิมะ เบื้องหน้าคือูเาลูกใหญ่ตระหง่านตา ทันใดนั้นหมอกที่ปกคลุมอยู่รอบๆ ก็เริ่มจางลง เผยให้เห็นัน้ำแข็งตัวใหญ่ที่มีดวงตาสีแดงฉาน มันจ้องมองมาที่เธอด้วยสายตาที่ดูลึกลับ
เซเลสยืนนิ่งงันด้วยความประหลาดใจ ก่อนที่เธอจะค่อยๆ จ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้นของั ยิ่งมองเธก็ยิ่งรู้สึกถึงความคุ้นเคยอย่างประหลาด ราวกับว่าภาพัตัวนี้เป็สิ่งที่เธอเคยพบเห็นที่ไหนมาก่อน ทั้งที่เธอเองก็ไม่เคยเห็นมันมาก่อนเลยในชีวิตจริง
แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าลอดผ่านม่านหน้าต่างเข้ามาปลุกเซเลสให้ตื่นจากห้วงนิทรา เธอสะดุ้งขึ้นพร้อมความเย็นะเืที่ยังเกาะกินอยู่ที่ปลายนิ้ว เซเลสลุกจากเตียงด้วยความสับสน ก่อนจะออกไปยืนเหม่อมองท้องฟ้าที่ระเบียง
ความฝันเมื่อคืนยังคงวนเวียนไม่จางหาย ดวงตาสีแดงฉานและความหนาวเหน็บที่ััได้ถึงกระดูก ทุกอย่างสมจริงเสียจนเธอนิ่งไปนาน ราวกับจิติญญายังคงติดค้างอยู่ท่ามกลางขุนเขาในนิมิต เธอพยายามนึกทบทวนว่าัตนนั้น้าสื่อสารสิ่งใด เสียงทุ้มต่ำดังก้องอยู่ในหัวแต่กลับเลือนลางเกินกว่าจะจับใจความได้ ยิ่งพยายามเค้นความทรงจำเท่าไร มันก็ยิ่งดูห่างไกลราวกับถูกม่านหมอกบดบังเอาไว้
"คุณหนูคะ..."
มีอาเอ่ยเรียกแ่เบาพร้อมััที่ไหล่ ทำให้เซเลสสะดุ้งเล็กน้อย เธอหันไปพบอีกฝ่ายยืนถือถาดของว่างวางไว้ข้างๆ ด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม
มีอา "เรียกเท่าไหร่ก็ไม่ขานรับเลยค่ะ มัวแต่เหม่อเื่อะไรอยู่หรือเปล่าคะ? วันนี้รับของว่างเลยไหม หรืออยากจะพักผ่อนต่ออีกสักนิดดี?"
เซเลสที่เพิ่งหลุดจากภวังค์กระพริบตาถี่ๆ เรียกสติกลับมา ก่อนจะหันไปมองถาดของว่างแล้วตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย
เซเลส "เอาวางไว้ที่โต๊ะก่อนก็ได้ค่ะพี่มีอา"
เธอกล่าวจบก็หันกลับไปทอดสายตามองออกไปไกลอีกครั้ง ขณะที่ความกังวลจากอาการเจ็บแปลบที่หน้าอกซึ่งเริ่มก่อตัวอีกครั้งในเช้าวันนี้ยังคงอยู่ แม้มันจะไม่รุนแรงถึงขั้นทรุดลง แต่เธอก็รู้ดีว่านี่ไม่ใช่เื่ปกติ แต่มันเป็เหมือนสัญญาณของอะไรบางอย่าง เป็คำสัญญาของพลังที่เชื่อมโยงถึงกัน ทว่าไม่ว่าจะพยายามนึกทวนเท่าไร อาการปวดหน่วงที่ขมับก็ยิ่งทวีขึ้นจนเสียงนั้นยิ่งห่างไกลออกไปทุกที แต่ยังไม่ทันที่เธอจะเข้าถึงต้นตอของปริศนา เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะห้วงความคิดลงอย่างกะทันหัน
มีอา "เดี๋ยวมีอาจะไปเปิดให้นะคะคุณหนู"
เมื่อบานประตูถูกเปิดออก เสียงที่คุ้นเคยก็ดังลั่นเข้ามาทันที
ฟิวส์ "เซเลส! อยู่ไหนน่ะ ออกมาหาพี่หน่อยสิ!"
ฟิวส์พุ่งตัวเข้ามาในห้องด้วยความเร่งรีบตามนิสัย เมื่อเห็นห้องนอนว่างเปล่าเขาก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปถามมีอาที่ยืนอยู่ข้างๆ
ฟิวส์ "อ้าว... แล้วเลสจังล่ะ"
มีอา "คุณหนูอยู่ที่ระเบียงเ้าค่ะ"
เมื่อฟิวส์เห็นน้องสาว เขาก็รีบก้าวเท้าตรงไปยังระเบียงทันที ใบหน้าของเขาระบายไปด้วยรอยยิ้มตื่นเต้น
ฟิวส์ "อยู่นี่เอง! เลสจัง พี่มีเื่สนุกๆ จะพาไปดู!"
ฟิวส์พูดจบก็คว้ามือเซเลสแล้วลากเธอออกมาทันที เซเลสเดินตามพี่ชายไปด้วยความงุนงงเล็กน้อย
เซเลส "พี่ฟิวส์จะไปไหนคะ"
ฟิวส์ "ก็ลานทุ่งหญ้าหลังคฤหาสน์ไง! พี่ว่าจะพาเธอไปเปิดหูเปิดตาดูพวกพี่ฝึกักัน มันจะช่วยให้เ้าได้ผ่อนคลาย และได้เห็นว่าปกติพวกพี่ๆ ใช้ักันยังไงด้วย"
ทั้งสองเดินทางผ่านสวนและเขตตัวบ้านไปประมาณ 20 นาที ก็มาถึงทุ่งหญ้าผืนกว้างหลังคฤหาสน์ ลมเย็นพัดโชยส่งผลให้ยอดหญ้าไหวเอนไปตามแรงลม ฟิวส์พาเซเลสมานั่งพักที่จุดชมวิว ก่อนที่เขาจะเรียกัของตนออกมาเพื่อฝึกฝน พลางสังเกตวิธีการฝึกควบคุมพลังัของจริงที่เหล่าพี่ชายกำลังเตรียมตัวก่อนจะเข้าประจำในวัง
ตลอด 1 สัปดาห์ที่ผ่านมาหลังจากกลับจากโรงเรียนหลวง เซเลสใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการพักผ่อนและนั่งดูพวกพี่ๆ ทั้งสามคนฝึกฝนควบคุมัท่ามกลางทุ่งหญ้า ซึ่งวันแรกที่มาถึงก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทว่าในวันถัดๆ มา พวกพี่ๆ เริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติเด่นชัดขึ้นทุกวัน ทุกครั้งที่ร่ายเวทอัญเชิญัออกมาในจุดที่อยู่ใกล้ตัวเซเลสมากเกินไป พวกมันจะเกิดอาการสั่นเทาและอิดออดไม่ยอมปรากฏตัวออกมาง่ายๆ จนกระทั่งพวกพี่ๆ ต้องลองขยับก้าวถอยห่างจากตัวเธอไปประมาณหนึ่ง พวกมันถึงจะยอมออกมาแต่โดยดี และถึงแม้จะออกมาได้แล้ว ัเ่าั้ก็ยังคงพะวงและไม่กล้าแม้แต่จะเหลือบสายตามองมาทางเซเลส ราวกับกลัวเกรงบางสิ่งที่ซ่อนอยู่ในตัวเธอ
เหตุการณ์แปลกประหลาดนี้เกิดขึ้นซ้ำๆ ตลอดทั้งสัปดาห์ แม้พี่ทั้งสามจะเก็บความสงสัยและเอะใจเอาไว้ในใจทุกครั้ง แต่เมื่อเห็นว่าน้องสาวไม่ได้ทำอะไรผิดปกติและยังคงนั่งดูอยู่เฉยๆ พวกเขาจึงเลือกที่จะเงียบไว้และไม่ได้เอ่ยปากถามอะไรออกไป จนกระทั่งเวลาล่วงเลยไปจนครบกำหนดที่เธอจะต้องกลับเข้าเรียนที่โรงเรียนหลวงอีกครั้ง
แสงยามเช้าของวันเปิดภาคเรียนสาดส่องลงบนลานกว้างหน้าโรงเรียนหลวง บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคักของเหล่านักเรียนที่เพิ่งเดินทางกลับมาจากคฤหาสน์ของตน
เซเลสที่เพิ่งก้าวลงจากรถม้าตระกูลเรย์ได้เพียงไม่กี่ก้าว ก็ต้องชะงักเมื่อเห็นร่างคุ้นตาพุ่งตรงเข้ามาหาด้วยความเร็วสูง
ไอวี่ "เซเลสสสสสสสสสส! คิดถึงที่สุดเลยยยย!"
ไม่ทันได้ตั้งตัว ไอวี่ก็กระโจนเข้ากอดเซเลสแน่นจนเซเลสเกือบเซล้ม ทั้งคู่ถูแก้มกันไปมาด้วยความคิดถึง ราวกับไม่ได้เจอกันมาเป็ปีๆ ไม่ใช่แค่เพียงอาทิตย์เดียว
สกายที่เดินถือสัมภาระตามหลังไอวี่มาด้วยใบหน้าเนือยๆ ถึงกับหยุดกึก เธออ้าปากค้างมองภาพเพื่อนสาวสองคนกอดกันกลมกลางลานโรงเรียน ก่อนจะทำหน้าเหวอใส่
สกาย "เดี๋ยวนะ... ไอวี่... นี่เราแยกกันไปแค่สัปดาห์เดียวนะ ไม่ใช่เจ็ดปี... จะเป็ขนาดนี้เลยเหรอ?"
ไอวี่ผละออกจากเซเลสเพียงเล็กน้อยก่อนจะหันไปทำหน้ามุ่ยใส่เพื่อนสาว
ไอวี่ "เธอไม่เข้าใจหรอกสกาย การที่ต้องแยกจากเซเลสจังไปตั้ง 7 วันเนี่ย สำหรับฉันมันนานเหมือนเป็ปีๆ เลยนะ!"
เซเลส "พอกันเถอะค่ะทั้งสองคน คนอื่นเขาหันมามองกันหมดแล้วนะคะไอวี่"
สกายทำหน้าไปไม่เป็อยู่พักหนึ่ง เธอได้แต่ยืนนิ่งค้างด้วยความตกตะลึง เพราะไม่เคยเห็นมุมที่ไอวี่แสดงอาการโหยหาเพื่อนสนิทได้มากขนาดนี้มาก่อน เพียงแค่เวลาไม่กี่วันที่ห่างกันเท่านั้นเอง
ไอวี่ "ช่างคนอื่นสิคะ! นานๆ จะได้เจอกันทั้งที"
ไอวี่หัวเราะร่าก่อนจะคว้าแขนเซเลสและสกายให้รีบเดินไปพร้อมกัน
เซเลส "ถ้าไม่รีบเราจะเข้าเรียนสายเอานะคะ วันนี้อาจารย์คาร์ลอสกำชับไว้ว่าจะมีประกาศสำคัญเกี่ยวกับการฝึกขั้นที่สองด้วยนะคะไอวี่"
ไอวี่ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะรีบเปลี่ยนสีหน้าเป็ความจริงจังทันที
ไอวี่ "จริงด้วย! ถ้าพลาดฟังประกาศสำคัญในวันแรกคงแย่แน่ๆ งั้นรีบไปกันเถอะ!"
ทั้งสามรีบเร่งฝีเท้าตรงไปยังหอศิลา เสียงฝีเท้าของเหล่านักเรียนที่กำลังมุ่งหน้าไปทางเดียวกันดังระงมไปทั่วทางเดินที่ปูด้วยหินอ่อน เมื่อถึงหน้าประตูบานใหญ่ เซเลสสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ความตื่นเต้นและความมุ่งมั่นแปรเปลี่ยนเป็ความตั้งใจ