หลังจากที่มินตราเข้ามาสู่ภายในร่างของฉินเหม่ยหลาน ความทรงจำมากมายก็ถาโถมเข้ามาในหัวของเธอ ราวกับคลื่นน้ำที่ซัดสาดเข้าสู่ฝั่งอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ความทรงจำเหล่านี้ไม่เพียงแต่เป็เื่ราวจากนิยายที่เธอเคยอ่านเท่านั้น แต่ยังมีบางสิ่งบางอย่างที่แปลกใหม่และนอกเหนือจากที่เธอเคยรับรู้
มินตราเริ่มรู้สึกถึงความเ็ป ความเศร้า และความโดดเดี่ยวที่ฉินเหม่ยหลานเคยเผชิญมาั้แ่เด็ก ความรู้สึกเหล่านี้เป็จริงและหนักแน่นมาก จนทำให้เธอเริ่มไม่แน่ใจว่าเธอเป็มินตราจากโลกเดิมหรือเป็ฉินเหม่ยหลานจากนิยายเื่นี้จริงๆ กันแน่
ความทรงจำของฉินเหม่ยหลานทำให้มินตรารู้สึกถึงความอ่อนแอและความกลัวที่ฝังลึกในจิตใจของนาง ั้แ่วัยเด็กที่ถูกแม่รองและพี่น้องคอยรังแก จนถึงวัยสาวที่ต้องทนทุกข์ทรมานกับการถูกกลั่นแกล้งจากทุกทิศทาง ความรู้สึกเหล่านี้ทำให้มินตรารู้สึกถึงความเป็ตัวตนของฉินเหม่ยหลานอย่างลึกซึ้ง จนเธอเริ่มสับสนว่าเธอคือใครกันแน่
“ฉันคือ...ฉินเหม่ยหลานจริงๆ หรือ?” มินตราเริ่มตั้งคำถามกับตัวเอง ความคิดและความรู้สึกของเธอเริ่มผสมผสานเข้ากับตัวละครที่เธอเคยเกลียดชังมากที่สุด แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็ไม่สามารถปฏิเสธความรู้สึกเ่าั้ได้ มันเป็เหมือนการหลอมรวมที่เธอไม่อาจหลีกเลี่ยง
ตอนนี้มินตราไม่เพียงแต่มีความรู้และความทรงจำจากนิยายที่เธอเคยอ่านเท่านั้น แต่ยังมีความทรงจำและอารมณ์ความรู้สึกของฉินเหม่ยหลานด้วย ความเป็ตัวตนของเธอเริ่มสั่นคลอน เธอรู้สึกได้ว่าตัวเองกำลังกลายเป็ฉินเหม่ยหลานอย่างแท้จริง ความสับสนนี้ทำให้เธอเริ่มตระหนักว่าเธอจะต้องใช้ความรู้และประสบการณ์ที่มีทั้งสองด้านเพื่อเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของตัวละครที่เธอเคยรู้จักดี
“หึ ความรู้สึกอ่อนแอเช่นนี้จงลบหายไปซะ!” มินตราในร่างของฉินเหม่ยหลานพึมพำกับตัวเอง แววตาของเธอเริ่มเปลี่ยนจากความอ่อนแอเป็ความแน่วแน่และมุ่งมั่น เธอรู้สึกถึงพลังใหม่ที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกาย นี่ไม่ใช่เวลาที่จะมัวเสียใจกับชะตากรรมเดิมๆ อีกต่อไป
“คนอย่างข้าไม่ยอมเป็นางเอกที่ถูกตบั้แ่ต้นเื่ยันจบหรอก!” มินตราประกาศกร้าวในใจ ความโกรธที่สะสมมานานจากการเป็ผู้ชมที่ต้องทนดูฉินเหม่ยหลานถูกกดขี่อย่างต่อเนื่องนั้น กลับกลายเป็แรงผลักดันให้เธอลุกขึ้นสู้
“ข้าจะขีดเขียนเื่ราวด้วยชีวิตและการกระทำของข้าเอง!” มินตราตัดสินใจแน่วแน่ เธอจะไม่ยอมเป็นางเอกที่อ่อนแออีกต่อไป แต่จะเป็ผู้ที่ควบคุมชะตากรรมของตัวเอง จากนี้ไป เื่ราวในนิยายจะไม่เป็ไปตามที่เคยถูกเขียนไว้ มินตราในร่างของฉินเหม่ยหลานจะเปลี่ยนเกมนี้เอง
เธอรู้ดีว่านี่ไม่ใช่เื่ง่าย แต่ด้วยความรู้จากการอ่านนิยายมานับร้อยพันเื่และความตั้งใจที่ไม่ยอมแพ้ มินตรามั่นใจว่าตนเองจะสามารถพลิกชะตากรรมของฉินเหม่ยหลานให้กลายเป็เื่ราวใหม่ที่เธอเป็ผู้กำหนดเอง ไม่มีใครจะกล้ารังแกเธอได้อีกต่อไป แล้วเริ่มต้นจากนี้ ทุกก้าวเดินของเธอจะเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและความแข็งแกร่งที่เธอจะสร้างขึ้นเอง
ฉินเหม่ยหลานเดิมทีที่เคยมีหน้าตาอ่อนโยน ดูไร้เดียงสาและไม่สู้คน สายตาของเธอมักสะท้อนความอ่อนต่อโลก ราวกับว่าเธอไม่เคยรับรู้ถึงความโหดร้ายที่แฝงอยู่ในโลกใบนี้ แต่หลังจากที่มินตราเข้ามาในร่างของเธอ ทุกอย่างกลับเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง
ฉินเหม่ยหลานคนใหม่ สายตาของเธอไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป มันแหลมคมและมองลึกเข้าไปในจิตใจของผู้คนได้โดยเพียงแค่ใช้ความคิด สายตาที่เคยอ่อนโยนและว่างเปล่ากลับถูกแทนที่ด้วยความมุ่งมั่นและความเฉียบคม ไม่มีความอ่อนแอหลงเหลืออยู่ในดวงตาคู่นั้น
เธอไม่ได้เป็ผู้หญิงที่ยอมถูกรังแกโดยง่ายอีกแล้ว ทุกคำพูด ทุกการกระทำของฉินเหม่ยหลานคนใหม่เต็มไปด้วยความมั่นใจและเด็ดขาด เธอจะไม่ยอมให้ใครก็ตามมาเหยียบย่ำหรือทำร้ายเธออีกต่อไป โลกนี้เธอจะเป็ผู้กำหนดเอง ไม่มีใครจะมาควบคุมเธอได้อีกต่อไป
ขณะที่ฉินเหม่ยหลานกำลังจมอยู่กับความคิด สาวใช้ก็เดินเข้ามาเรียก "คุณหนูเ้าคะ นายท่านเรียกให้ไปกินข้าวที่โถงอาหารค่ะ" เสียงของสาวใช้ดังขึ้นทำให้ฉินเหม่ยหลานหลุดออกจากภวังค์ความคิด
"อืม ข้ากำลังจะออกไป" นางตอบกลับอย่างเรียบง่าย แต่ในใจยังคงเต็มไปด้วยความรู้สึกหลากหลายที่เพิ่งค้นพบ นางเหลือบมองกระจกอีกครั้ง ใบหน้าของเด็กน้อยวัย 11 ปีที่สะท้อนอยู่ในกระจกนั้นดูอ่อนโยนแต่มีเค้าลางของความงามที่กำลังจะเบ่งบาน
"เด็กน้อยคนนี้หน้าตาไม่เลวเลย โตขึ้นคงเป็สาวงามถล่มเมือง" นางพูดกับตัวเองด้วยความพึงพอใจ ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยรอยยิ้มจางๆ ชวนให้นึกถึงชีวิตที่แล้วที่เธอเป็เพียงหญิงสาวธรรมดา ไม่มีความโดดเด่นใดๆ เมื่อเทียบกับตอนนี้ ความคิดนี้ทำให้เธอยิ้มอย่างพอใจในสิ่งที่ตัวเองได้รับมาใหม่
แม้จะมีหลายเื่ที่น่าขัดใจ แต่การมีโอกาสใหม่ในชีวิตนี้ก็นับว่าเป็สิ่งที่นางจะไม่ยอมให้สูญเปล่า เธอพร้อมจะสร้างเส้นทางของตัวเองในโลกใหม่นี้อย่างเต็มที่
ภายในโถงอาหารของตระกูลฉินนั้นเต็มไปด้วยความยิ่งใหญ่และโอ่อ่า สะท้อนถึงอำนาจและบารมีของผู้เป็เ้าของจวน แม่ทัพฉินเจิ้งหรง หนึ่งในบุรุษที่มีอำนาจมากที่สุดในเมืองหลวง แม้จะมีอายุ 43 ปีแล้ว แต่เขายังคงมีรูปลักษณ์ที่หล่อเหลาและสง่างาม บุคลิกท่าทางของเขาเปี่ยมไปด้วยอำนาจและความแข็งแกร่ง ทำให้ทุกคนในจวนต่างเคารพยำเกรง
เมื่อแม่ทัพฉินเจิ้งหรงจ้องมองบุตรหลานแต่ละคน สายตาของเขาเต็มไปด้วยความเมตตา แม้ว่าบุคลิกภายนอกจะดูเคร่งขรึม แต่ในฐานะบิดา เขายังคงมีความอ่อนโยนต่อบุตรหลานของตนอยู่เสมอ หลังจากที่ภรรยาเอกของเขาเสียชีวิตไป เขาได้แต่งตั้งหญิงงามหลายคนเป็อนุภรรยา จนนับไม่ถ้วน จึงทำให้ครอบครัวฉินนั้นถือได้ว่าเป็ครอบครัวที่ใหญ่และซับซ้อน
ฉินเหม่ยหลานเป็บุตรสาวของภรรยาเอก จึงไม่แปลกที่นางจะตกเป็เป้าหมายของความอิจฉาริษยาและความแค้นจากอนุภรรยาและลูกหลานของพวกนาง
แม้แม่ทัพฉินจะมีอำนาจและบารมี แต่ในฐานะหัวหน้าครอบครัว เขากลับล้มเหลวอย่างยิ่งยวดในเื่การดูแลบุตรหลานและอนุภรรยาของตนเอง ทำให้ฉินเหม่ยหลานต้องเผชิญกับความทุกข์ทรมานและการถูกรังแกั้แ่ยังเด็ก นางต้องทนทุกข์กับการถูกกดขี่จากผู้คนในจวน ผู้ซึ่งใช้โอกาสนี้ในการระบายความแค้นและความอิจฉาที่มีต่อสถานะของนาง