ตอนที่ 15 แหวนมิติ
หานซีหนิงวิ่งห่างจากอาคารหลังนั้นได้ไม่นานก็ถูกคว้าตัวไปด้านข้างโดยมือปริศนา
"ชู่ว์! ห้ามส่งเสียงเป็ข้าเอง" พี่ชายขอทานยกนิ้วชี้ขึ้นแนบปาก
หานซีหนิงพยักหน้าแล้วเขาจึงปล่อยมือที่ปิดปากเธอ เอ่ยย้ำไม่ให้เธอส่งเสียงจากนั้นพวกเขาก็ได้ยินเสียงฝีเท้าหลายสิบคู่ดังไปตามทิศที่เธอควรจะวิ่งไป
คนเ่าั้คงเป็คนของตระกูลเจียงที่รับคำสั่งให้ออกมาตามจับเธอหานซีหนิงเนื้อตัวสั่นเทา นึกถึงน้ำเสียงเดือดดาลของเจียงเส้าเสียงแล้วก็รู้สึกผวาในหัวใจ
ทว่าหานซีหนิงยังเกิดคำถามเธอกลับอยากรู้มากกว่าว่าเหตุใดพี่ชายขอทานถึงมาอยู่ที่นี่ และมาได้ทันเวลา
ขอทานหนุ่มใหญ่เล่าให้ฟังที่แท้แล้วก็เพราะมีขอทานผู้หนึ่งเห็นหานซีหนิงใจกล้าแอบปีนหน้าต่างเข้าไปในเขตอาคารว่านโซ่หลังนั้นขอทานนั้นจึงนำเื่นี้ไปบอกขอทานคนอื่นก่อนจะรู้ถึงหูพี่ชายขอทานที่แนะนำเธอเข้ามาในตรอกปู้รื่อ
พี่ชายขอทานเอ่ย"กิจการใต้ดินเกือบทั้งตรอกปู้รื่อน้อยคนนักจะรู้ว่าเื้ัคือตระกูลเจียงที่ควบคุม"
แน่ะ ตระกูลเจียงอีกแล้วเหมาทั้งบนบกและใต้ดิน จะไม่โลภไปหน่อยหรือ
หานซีหนิงทำหน้ายุ่งยากเื่ที่เจอวันนี้ทำให้เธอยิ้มไม่ออก ก้มมองหากระต่ายก็เห็นว่ามันยังอยู่ดีจึงโน้มตัวลงอุ้มแล้วกอดแนบอก ปลอบตัวเองให้หายผวา
"ข้าเป็ห่วงเ้าจึงให้พี่น้องขอทานคนอื่นดูต้นทางให้แล้วรีบตามมาช่วยเ้าที่นี่" ขอทานหนุ่มใหญ่ท่าทางเหนื่อยหอบเขารีบร้อนมาช่วยหานซีหนิงจนมีสภาพเป็เช่นนี้
หานซีหนิงรู้สึกซาบซึ้ง เอ่ยขอบคุณบุญคุณนี้โซ่ทองคล้องเกี่ยว สักวันต้องได้ตอบแทน "ขอบคุณพี่ชายตัวข้ามีนามว่าซีหนิง ครั้งนี้ซีหนิงเป็หนี้บุญคุณท่านแล้ว สักวันต้องตอบแทนท่าน"
"ผะ...ผู้หญิงหรือ"
หานซีหนิงเลิกคิ้วประหนึ่งกำลังถามว่า...หรือเ้าเห็นข้าเป็ผู้ชาย? เอาตาไหนมอง
"เอ่อ... น้องซีหนิงก็พูดเกินไปบุญคุณอะไรกัน" พี่ชายขอทานยกมือลูบท้ายทอยท่าทางเขินอายที่ชีวิตนี้เป็ขอทานมาั้แ่เกิด แต่ยังสร้างบุญคุณให้ผู้อื่นตอบแทนตนได้"ข้าชื่อซานเอ้อร์ เ้าเรียกข้าด้วยชื่อนี้ก็ได้"
"ท่านแซ่ 'ซาน' เองหรอกหรือเช่นนั้นข้าเรียกท่านว่าพี่ซานแล้วกัน"
ซานเอ้อร์ยิ้มเคาะเขินแม้หานซีหนิงจะพูดจาเจื้อยแจ้วน่าฟัง แต่สายตานางกลับมองรอบข้างอยู่ตลอดเห็นชัดว่าเด็กน้อยยังหวาดผวากับเื่เมื่อครู่นี้ ใบหน้าของนางซีดลงหลายส่วนดังนั้นซานเอ้อร์จึงพาหานซีหนิงออกจากตรอกปู้รื่อด้วยเส้นทางของขอทานที่คนอื่นไม่รู้
ในที่สุดเส้นทางซับซ้อนในตรอกปู้รื่อก็ถูกหานซีหนิงจดจำไว้ทั้งหมด
หลังกลับมาถึงหมู่บ้านหานซีหนิงก็เข้านอนทันที
หานเซ่ออี้นึกแปลกใจตะวันยังไม่ตกดินเหตุใดหานซีหนิงถึงได้เข้านอนแล้ว
เด็กหนุ่มกลัวว่าน้องสาวจะยังไม่ได้กินอะไรเป็มื้อเย็นจึงเข้าไปในครัว เผามันเทศสองหัวใหญ่ออกมา จากนั้นก็ยกมันเข้าไปในห้องของหานซีหนิง
ตอนที่หานเซ่ออี้เปิดประตูหานซีหนิงยังนอนอยู่บนฟูกที่นอนด้วยท่าทางกระสับกระส่ายหานเซ่ออี้รีบวางจานมันเผาบนโต๊ะทันที แล้วเดินเข้าไปปลุกน้องสาว
เขาเรียกอยู่นานยิ่งนานจิตใจเด็กหนุ่มก็ยิ่งร้อนรน "ซีหนิง! หานซีหนิง เ้าไม่สบายหรือ?"
หานซีหนิงตกอยู่ในห้วงฝันร้ายเธอละเมอพึมพำออกมา น้ำตาก็ไหลที่ข้างแก้ม "ไม่นะท่านพี่! ท่านอย่าขายข้า!ข้าไม่อยากถูกขาย..."
หานเซ่ออี้ตกตะลึงเหตุใดน้องสาวถึงได้หวาดกลัวเช่นนี้ "ซีหนิง ใครจะขายเ้า"
เด็กหญิงยังคงกระสับกระส่ายและละเมอเอ่ยประโยคเดิมซ้ำๆ
ที่แท้แล้วนางฝันอะไรอยู่กันแน่เด็กหนุ่มแตะศีรษะหานซีหนิง แล้วลูบอย่างแ่เบา พลางเอ่ยปลอบ"พี่ชายไม่ขายเ้า แต่จะเลี้ยงดูเ้าไปชั่วชีวิต"
ชั่วครู่ให้หลังััอ่อนโยนของหานเซ่ออี้บนศีรษะเล็กปลุกให้หานซีหนิงรู้สึกตัว เมื่อเธอได้ยินประโยคนั้นที่พี่ชายเอ่ยออกมาน้ำตาก็ไหลอย่างซาบซึ้ง
เธอลุกขึ้นนั่งแล้วสวมกอดพี่ชายทำตัวเป็เด็กขี้แยเอาแต่ร้องไห้ น้ำเสียงปนสะอื้นร้องว่า "ท่านพี่ท่านจะไม่ขายข้าใช่หรือไม่เ้าคะ"
"ใช่แล้ว เ้าเป็น้องสาวแท้ๆของพี่ ต่อให้ลำบากมากกว่านี้ พี่ก็ไม่มีวันขายเ้า" หานเซ่ออี้กระชับอ้อมแขน
หานซีหนิงรู้สึกอบอุ่นในใจจึงกอดพี่ชายแน่นขึ้นไปอีก ั้แ่เกิดมาไม่ว่าจะโลกนี้หรือโลกก่อนชีวิตเธอก็มีแค่พี่ชายคนเดียว มีแต่พี่ชายที่ไม่ทอดทิ้งเธอ
"หิวแล้วหรือยัง ดูสิพี่ชายเผามันเทศให้เ้า" หานเซ่ออี้คลายอ้อมแขนออกเล็กน้อย ให้น้องสาวจะกละได้เห็นของกินแสนอร่อย
หานซีหนิงยิ้มแฉ่งพริบตาเดียวความหวาดกลัวและกังวลต่างๆ นานาก็สลายหายไปทันที ในสมองมีแต่ของกิน
ครั้นเห็นหานซีหนิงกลับมาร่าเริงสดใสเช่นเดิมหานเซ่ออี้ถึงวางใจ เทน้ำอุ่นในกาต้มน้ำให้หานซีหนิง จากนั้นก็บอกให้น้องสาวนอนต่อ
เขารู้สึกว่าตัวของหานซีหนิงเหมือนจะรุมๆคล้ายมีไข้อยู่เล็กน้อย
รอจนหานซีหนิงหลับไปอีกครั้งหานเซ่ออี้จึงก้าวออกจากห้องก่อนที่ตัวเขาจะเดินเข้าไปในห้องครัวเพื่อต้มสมุนไพรที่มีสรรพคุณลดไข้ไว้ให้น้องสาวคืนนี้คงต้องดูว่านางจะไข้ขึ้นสูงหรือไม่
หานซีหนิงดื่มยาที่หานเซ่ออี้ต้มให้ไปหนึ่งถ้วยจากนั้นก็นอนหลับจนถึงเช้า
เมื่อรุ่งเช้ามาเยือนความกังวลในใจต่างๆ นานาที่เกิดขึ้นเมื่อวานก็แทบไม่มีเหลือหานซีหนิงลืมมันจนหมดสิ้น
ทว่าเธอก็ไม่ลืมที่จะเล่าให้พี่ชายฟังว่าเมื่อวานตัวเองเจออะไรมาบ้างมิหนำซ้ำเธอยังทำใบอนุญาตออกจากหมู่บ้านหาย
หานเซ่ออี้ฟังแล้วก็ขมวดคิ้วแม้ใบอนุญาตนั้นจะไม่ได้สำคัญอะไรหากทำหายใน่ที่ไม่จำเป็ต้องใช้ถึงอย่างไรใบอนุญาตนั้นก็มีอายุอยู่แค่สองวันตามที่ระบุในหน้ากระดาษแต่ที่หานเซ่ออี้ขมวดคิ้วคือ หากมันตกอยู่ในมือของนายน้อยตระกูลเจียงแล้วหานซีหนิงเพิ่งก่อเื่เช่นนั้นเมื่อวาน อย่างไรพวกเขาก็คงรู้ตัวคนผิดในทันที
หานซีหนิงตระหนักถึงเื่นี้ดีบนใบอนุญาตระบุทั้งชื่อเธอ ชื่อหมู่บ้าน และชื่อหัวหน้าหมู่บ้าน จึงเอ่ยถามพี่ชาย"ท่านพี่ นายน้อยตระกูลเจียงจะตามมาเอาเื่ข้าที่หมู่บ้านหรือไม่"
หานเซ่ออี้ยิ้มอบอุ่นให้หานซีหนิงวางใจ"พวกเรารอดูไปก่อน ถึงเ้าไม่ทำใบอนุญาตหายเขาก็สามารถรู้ได้อยู่ดีว่าเป็เ้า ดังนั้นเื่นี้ไม่ใช่ความผิดของเ้าวางใจเถอะ จากนี้หากเขากล้ามาระรานพวกเราสองพี่น้อง พี่ก็จะโต้ตอบกลับบ้าง"
หานซีหนิงก้มหน้าอย่างหงอยเหงา"ท่านพี่... ข้าสร้างปัญหาให้ท่านอีกแล้วท่านจะไม่จับข้าโยนให้สัตว์อสูรใช่หรือไม่"
"..."
เ้าคิดมากแล้วน้องสาว
ตลอดทั้งวันและอีกหลายวันถัดมา
หานซีหนิงไม่ไปทำงานกับป้าชุ่ยเธอเก็บตัวเงียบอยู่ในเรือน ไม่เล่นไม่หัวเราะอีก ซึ่งทำให้เห็นว่าเื่ที่เกิดขึ้นในเมืองวันนั้นประโยคเดือดดาลของนายน้อยตระกูลเจียง มีผลกระทบต่อหานซีหนิงอย่างมาก
หานเซ่ออี้เข้าไปพูดคุยกับเธอในห้องอยู่หลายครั้งจนกระทั่งวันที่ห้า หานซีหนิงเห็นแล้วว่าทุกอย่างยังสงบเงียบเธอจึงเริ่มเดินออกจากเรือน กระนั้นก็ยังไม่ยอมก้าวออกจากเขตอาคมเล่นกับกระต่ายขาวบนลานเรือน
ขอเพียงหานซีหนิงกลับมาร่าเริงสดใสตามปกติหานเซ่ออี้ก็วางใจแล้ว ดังนั้นเขาจึงไม่เร่งรีบให้นางออกไปข้างนอก
เวลาทำให้หานซีหนิงลืมเื่ที่เกิดขึ้นในเมืองเทียนชิงอย่างช้าๆจนกระทั่งเื่ในครั้งนั้นไม่มีผลกระทบใดๆ ต่อเธออีกเด็กหญิงถึงได้ก้าวออกจากเขตอาคมของมารดา
วันนี้เป็วันหยุดของหานเซ่ออี้เด็กหนุ่มจึงอยู่ที่เรือน ตลอดทั้งวันเขาเอาแต่ฝึกทักษะการต่อสู้หัดกระบวนท่าในตำรายุทธ์ของตระกูลหานอย่างขยันขันแข็งเสียงฮึฮะดังต่อเนื่องบนลานเรือน
หานซีหนิงเท้าคางมองพี่ชายดวงตาเปล่งประกายตื่นเต้น พลางปรบมือร้องว่า "ดี! ยอดเยี่ยม! ดีมาก!"ชมพี่ชายอย่างสนุกสนาน
หานเซ่ออี้หางคิ้วกระตุกเหตุใดเขาจึงรู้สึกว่าหานซีหนิงไม่ได้ดูเขาฝึกยุทธ์แต่เห็นเขากำลังเล่นงิ้วให้นางชมอย่างนั้น?
หานเซ่ออี้ไม่มีอารมณ์จะฝึกต่อแล้วชักสีหน้าบึ้งตึงเดินผ่านน้องสาวเข้าไปในห้องนอนของตนแล้วเก็บตัวเงียบอ่านตำราอยู่แต่ในนั้น
น้องสาวเขาก็งงสิ เกาศีรษะแกรกๆมองตามหลังพี่ชายพลางตั้งคำถาม...ท่านไม่ฝึกต่อแล้วหรือ ข้ายังอยากดูต่ออยู่เลย
หานซีหนิงมีเวลาว่างแล้วดังนั้นจึงหยิบนิยายภาษาไทยออกมาเค้นสมองอ่าน ได้สักหน้าสองหน้าก็ยังดีไม่หวังให้ได้สักบทสองบท เธอต้องรู้ความเป็ไปของโลกนิยายให้มากอนาคตจะได้วางแผนรับมือได้ทัน
อ่านได้สองบรรทัด...
อันที่จริงเธอเพิ่งนึกขึ้นมาได้ว่าวันนั้นในเมืองเก็บแหวนมิติมาวงหนึ่งพอนึกออกแล้วก็รู้สึกตื่นเต้นอย่างมาก หัวใจเธอเต้นแรง วางแหวนมิติที่ขัดสนิมจนขึ้นเงาแล้วลงบนโต๊ะริมระเบียงทว่ารูปทรงแหวนกลับยังบิดเบี้ยวไม่สวยงาม
ฤดูใบไม้ร่วง ต้นอู๋ถงผลัดใบสีทองเหลือให้เห็นแต่กิ่งก้านระโยงระยางไปทั่วทั้งต้น แสงแดดอ่อนๆลอดผ่านใบไม้ที่เหลือน้อยลงมา ให้ความรู้สึกอบอุ่นที่ผิวกาย
หานซีหนิงยิ้มแก้มปริเท้าคางมองแหวนอย่างพินิจครู่ใหญ่ ก่อนจะหยิบแหวนขึ้นมาจากนั้นก็สวมเข้าที่นิ้วชะ...หืม? นิ้วไหนก็ไม่พอดี
สุดท้ายก็ได้นิ้วหัวแม่มือข้างซ้ายเมื่อเห็นว่าสวมแล้วสวยดูดีไม่น้อยภายในใจหานซีหนิงก็เอ่อล้นด้วยความรู้สึกอิ่มเอม
เริ่มทดลองแหวนอย่างเป็ทางการ
หานซีหนิงพยายามอยู่หลายชั่วยามจนดวงอาทิตย์ลอยตรงศีรษะ ถึงได้ข้อสรุปว่า แหวนวงนี้เป็แหวนมิติจริงๆ ทว่า...
เด็กหญิงโอดครวญ "อะไรกันเก็บได้แค่ของชิ้นเดียว?"
หานซีหนิงพยายามอยู่หลายรอบเธอเก็บด้วยน้ำชาในแหวนบ้าง เปลี่ยนมาเก็บกาต้มน้ำบ้าง เมื่อดูแล้วก็ไม่สามารถเพิ่มจำนวนของด้านในได้อีกจึงเปลี่ยนขนาดของไปเรื่อยๆ สุดท้ายถึงได้รู้ แหวนวงนี้เก็บของได้แค่สิ่งเดียวทว่าไม่จำกัดขนาด
หานซีหนิงเก็บโต๊ะเข้าไปเมื่อไม่มีอะไรทำแล้วก็ยัดเสี่ยวทู่เข้าแหวน
ช่างเป็แหวนที่ขี้งกสุดๆทั้งยังไม่รู้จักคำว่า 'โลภมาก' อีกด้วย ...เชย
เมื่อเป็เช่นนี้หานซีหนิงจึงเก็บสิ่งที่สำคัญที่สุด นั่นก็คือ...ตำราเคล็ดวิชาล่วงรู้อนาคต
พูดชื่อเสียเว่อร์วังหานซีหนิงเก็บหนังสือนิยายไว้ในแหวน จากนี้เธอก็พกพามันไปไหนมาไหนได้สะดวกแล้วทั้งยังไม่ต้องกลัวว่าตัวอักษรบนหน้านิยายจะเลือนหาย เว้นก็แต่จะทำแหวนหาย
เสี่ยงเกินไปเสี่ยงที่แหวนจะหายอย่างมาก
ดังนั้นหานซีหนิงจึงถักเชือกง่ายๆไม่ซับซ้อน ถอดแหวนแล้วร้อยไว้ด้วยกันกับเส้นเชือกสีแดงมัดปลายทั้งสองด้านแล้วใช้มันคล้องไว้ที่คอ
ทำเช่นนี้เธอถึงจะมั่นใจไม่มีทางจะหายอย่างแน่นอน ถึงอย่างไรแหวนวงนี้ก็ใหญ่กว่านิ้วมือของเธอจะสวมได้แหวนรูปร่างของมันเรียวเท่าเส้นลวด จะให้ใส่นิ้วโป้งก็กระไรอยู่เธอนึกถึงแหวนหยกของเ้าพ่อในเซี่ยงไฮ้ ลวดลายับนแหวนทำเอาขนลุก
ความตื่นเต้นที่มีต่อแหวนนั้นไม่ได้หายไปง่ายๆหานซีหนิงจึงดึงหนังสือนิยายเข้าออกจากแหวนไปมาแล้วหัวเราะหัวเราะไปหัวเราะมาก็เหมือนจะร้องไห้ บ่นงึมงำคนเดียว
"บัดซบชีวิตอาภัพของข้าเก็บแหวนมิติได้แต่ใส่ได้แค่อย่างเดียว" จากนั้นก็ก้มมองแหวน สะกิดมันเบาๆ"เ้าอย่าบอกใครเชียวว่าเป็แหวนมิติ ...น่าขายหน้าชะมัด"