นักล่าที่ดีรู้จักอาวุธตัวเอง นักล่าที่ยิ่งใหญ่รู้จักจุดอ่อนตัวเอง แต่นักล่าที่หายากที่สุดในโลก คือคนที่รู้ว่ากำลังกลายเป็เหยื่อ แต่ยังคงวางกับดักต่อไป
เพราะบางทีกับดักไม่ได้วางเพื่อจับ แต่เพื่อดูว่าอีกฝ่ายจะทำอะไรกับมัน และคำตอบของการกระทำนั้น มีค่ากว่าเหยื่อที่จับได้ทั้งหมด
วางตาข่าย แต่ระวังใจตัวเอง เพราะสิ่งที่ติดอยู่ในตาข่ายบางทีคือใจของนักล่าเอง ที่ไม่รู้ว่าเมื่อไหรที่ก้าวเข้าไป
สุสาส์นราคะ [The Tomb of Infatuation]
เดือนแปด ปีที่สี่แห่งรัชกาลหยวนเฉิง — วันที่สิบสอง
กรงดักชุดที่สี่
ซฺยงเินั่งยองๆ ข้างกรงอันแรกของชุดใหม่ ปลายนิ้วัักลไกอย่างระมัดระวัง ตรวจสอบทุกจุดเป็รอบที่สาม ทั้งที่เขารู้ว่ากลไกสมบูรณ์แล้วั้แ่รอบแรก
นิสัยที่ทำให้เขาอยู่รอดมาได้คือการตรวจซ้ำเสมอ
แต่คืนนี้ที่เขาตรวจซ้ำเพราะ้าเวลาคิด
กรงชุดนี้ต่างจากชุดก่อนหน้าทั้งหมดในลักษณะสำคัญประการหนึ่ง มันไม่ได้ออกแบบมาเพื่อจับสัตว์ประหลาดหรือสิ่งมีชีวิตลึกลับ มันออกแบบมาเพื่อทดสอบระบบรับรู้ของเป้าหมาย
กรงแต่ละอันมีเครื่องบันทึกการสั่นะเืขนาดเล็กซ่อนอยู่ภายใน เครื่องมือที่เขาส่งให้สำนักทำขึ้นตามแบบร่างที่เขาส่งไปสองสัปดาห์ก่อน ออกแบบมาเพื่อวัดความถี่การสั่นะเืของดิน ถ้าหริณฉานเข้าถึงข้อมูลผ่านโครงข่ายรากแห่งจิติญญา เครื่องนี้ควรจะจับสัญญาณนั้นได้
อย่างน้อยก็ในทางทฤษฎี
ซฺยงเิลุกขึ้น ปัดดินออกจากเข่า แล้วก็นึกขึ้นได้ว่าเขาลืมอะไรบางอย่าง
เขาลืมบอกหริณฉานว่าเขาวางกรงชุดนี้
เขาตกลงกับหริณฉานว่าจะแจ้งก่อนอ่านข้อมูลกาย แต่ไม่ได้ตกลงว่าจะบอกเื่กรงดัก อย่างไรก็ตาม ตามหลักการของข้อตกลงที่เขาเสนอเอง ความโปร่งใสน่าจะใช้กับทั้งสองฝ่าย
เขายืนนิ่งอยู่กลางป่ายามเย็น คิดถึงเื่นั้นนานกว่าที่จำเป็
แล้วก็ตัดสินใจเดินไปหาหริณฉาน
บ้านของหริณฉานมีแสงไฟออกมาจากหน้าต่าง
ซฺยงเิเดินเข้าไปในระยะที่จะเรียกได้ หยุดก่อนถึงประตู เหมือนเคย เพราะใน่สิบสองวันที่ผ่านมา เขาเรียนรู้ว่าหริณฉานรับรู้การมาถึงของเขาก่อนที่เขาจะเคาะประตูเสมอ
"เข้ามาได้" เสียงของหริณฉานพูดขึ้นก่อนที่ซฺยงเิจะทำอะไร
ซฺยงเิเปิดประตูเข้าไป
หริณฉานอยู่ที่โต๊ะทำงานเช่นเคย แต่คราวนี้ไม่ได้เขียนบันทึก เขากำลังผสมสมุนไพรในครกหิน ท่าทางช้าๆ สม่ำเสมอ กลิ่นของสมุนไพรที่บดออกมาแรงและซับซ้อน ผสมกับกลิ่นที่ซฺยงเิคุ้นเคยว่าเป็กลิ่นของบ้านนี้ สมุนไพรแห้ง ไม้ ดิน และบางอย่างที่เขาไม่มีคำอธิบาย
"นั่งได้" หริณฉานพูดโดยไม่เงยหน้า
ซฺยงเินั่งลงบนม้านั่งตัวเดิม วางสมุดบันทึกบนเข่า แต่ไม่เปิด
"ข้าวางกรงดักชุดใหม่" เขาพูดตรงๆ
หริณฉานหยุดมือในครก สักครู่หนึ่ง แล้วเริ่มบดต่อ "ข้ารู้"
"ข้าอยากบอกท่านก่อน ตามหลักการของข้อตกลงที่เราทำกัน"
หริณฉานเงยหน้ามองเขาครั้งแรกั้แ่เข้ามา ดวงตาสีทองในแสงตะเกียงมีบางอย่างที่ซฺยงเิยังอ่านไม่ออก
"ข้อตกลงของเราพูดถึงการอ่านข้อมูลกาย" เขาพูดช้าๆ "ไม่ได้พูดถึงกรงดัก"
"ข้ารู้ แต่ถ้าข้า้าความโปร่งใสจากท่าน ข้าก็ควรให้ความโปร่งใสด้วย"
ความเงียบสั้นๆ
หริณฉานกลับไปบดสมุนไพร "กรงชุดนี้ต่างจากชุดก่อนอย่างไร?"
"มีเครื่องบันทึกการสั่นะเืของดิน" ซฺยงเิตอบตรงๆ "เพื่อวัดความถี่สัญญาณที่ส่งผ่านโครงข่ายรากแห่งจิติญญา ถ้ามันทำงานได้ ข้าจะได้ข้อมูลเชิงปริมาณว่าระบบของท่านทำงานอย่างไร"
หริณฉานไม่ตอบทันที บดสมุนไพรต่อไปอย่างสงบ
"น่าสนใจ" เขาพูดในที่สุด เสียงไม่ขึ้นลง ไม่โกรธ ไม่ชื่นชม แค่บันทึก "ท่านออกแบบมันเอง?"
"ส่งแบบร่างให้สำนักทำ" ซฺยงเิพูด "ใช้เวลาสองสัปดาห์"
"แปลว่าท่านวางแผนเื่นี้ก่อนที่จะมาพบข้า"
"ก่อนที่จะรู้ว่าเป้าหมายคือท่านโดยเฉพาะ" ซฺยงเิพูดอย่างระมัดระวัง "แต่ใช่ เป็แผนที่วางมาแล้ว"
หริณฉานตักสมุนไพรที่บดแล้วลงในผ้าห่อ มัดปลายอย่างประณีต "ท่านบอกข้าเื่นี้โดยที่ไม่ต้องบอก" เขาพูดเงียบๆ "ข้าสนใจว่าทำไม"
"ข้าบอกแล้วว่าเพราะหลักการข้อตกลง"
"หลักการข้อตกลงของท่านพูดถึงการอ่านข้อมูลกาย ไม่ใช่กรงดัก ดังนั้นท่านเพิ่มเติมข้อตกลงโดยสมัครใจ" หริณฉานมองซฺยงเิ "ซึ่งหมายความว่าท่าน้าให้ข้ารู้มากกว่าที่จำเป็"
ซฺยงเิไม่ตอบ
"ท่านกำลังทดสอบว่าข้าจะตอบสนองอย่างไรกับความซื่อสัตย์" หริณฉานพูดต่อ น้ำเสียงไม่กล่าวหา แค่วิเคราะห์ "ท่านอยากรู้ว่าถ้าท่านโปร่งใส ข้าจะโปร่งใสกลับไหม"
ซฺยงเินิ่งอยู่สักครู่ แล้วพยักหน้าเล็กน้อย
"ฉลาด" หริณฉานพูด แล้วลุกขึ้นเดินไปที่หิ้งหนังสือ หยิบสมุดบันทึกขนาดเล็กออกมา เดินกลับมาวางบนโต๊ะตรงหน้าซฺยงเิ
"สมุดของข้า" เขาพูด "บันทึกั้แ่วันแรกที่ข้าพบท่าน ท่านอ่านได้ถ้า้า"
ซฺยงเิมองสมุดนั้น ปกหนังสีน้ำตาลเข้ม มีสัญลักษณ์ที่เขาไม่รู้จักสลักอยู่ที่ปก รูปทรงคล้ายรากไม้ที่พันกัน
"อักษรของท่านอ่านได้ไหม?"
"บางส่วนเป็ภาษามนุษย์ บางส่วนเป็ภาษาของข้า" หริณฉานพูด "แต่ข้าสามารถแปลให้ถ้าท่าน้า"
ซฺยงเิยื่นมือไปหยิบสมุด หยุดก่อนัั "ท่านแน่ใจหรือ?"
"ข้าวางมันไว้ตรงนั้น" หริณฉานพูดเรียบๆ กลับไปนั่งที่โต๊ะทำงาน "ท่านอ่านได้"
ซฺยงเิหยิบสมุดขึ้นมา เปิดหน้าแรก
ตัวอักษรหน้าแรกเป็ภาษาจีนธรรมดา เขียนด้วยมือที่สวยงามและชัดเจนกว่าที่คาดไว้
วันที่หนึ่ง : พบสิ่งมีชีวิตที่น่าสนใจ มนุษย์ เพศชาย อายุประมาณ 25-30 ปี สัญชาตญาณสัตว์ผิดปกติมาก ความต้านทานต่อสารดึงดูดสูงผิดคาด กลิ่นมีชั้นที่ข้าไม่รู้จัก ไม่หนีเมื่อพบข้า ไม่โจมตีเมื่อรู้ว่าข้าไม่ใช่มนุษย์ธรรมดา ผิดปกติ
ซฺยงเิเปิดไปหน้าต่างๆ อ่านบางส่วน ข้อความส่วนใหญ่เป็ภาษาจีน บางส่วนสลับเป็อักษรที่เขาไม่รู้จัก ซึ่งน่าจะเป็ส่วนที่หริณฉานไม่ได้ตั้งใจให้อ่าน
หรือตั้งใจซ่อน
หรือเป็ความรู้สึกที่ไม่มีคำแปลในภาษามนุษย์
วันที่สาม : เป้าหมายติดตามข้าเข้าป่า เทคนิคการซ่อนตัวดีมาก ถ้าไม่ใช่เพราะโครงข่ายรากแห่งจิติญญา ข้าอาจไม่รู้ว่าเขาอยู่ที่นั่น — [อักษรที่อ่านไม่ออก] — รู้สึกบางอย่างเมื่อเขาอยู่ใกล้ที่ข้ายังไม่มีคำอธิบาย
วันที่หก : เป้าหมายดื่มชาที่ข้าชง ไม่ลังเล — [อักษรที่อ่านไม่ออก] — ข้าไม่คาดว่าจะเป็แบบนั้น ทั้งที่รู้ว่าชาทำอะไร เขายังดื่ม — ทำไม?
ซฺยงเิปิดสมุด วางลงบนโต๊ะ
"ส่วนที่เป็อักษรท่าน" เขาพูด "แปลได้ไหม?"
หริณฉานมองสมุดสักครู่ "บางส่วน"
"บางส่วนที่แปลไม่ได้เพราะ?"
"เพราะไม่มีคำแปลในภาษามนุษย์" หริณฉานพูดตรงๆ
ซฺยงเิพิจารณาอยู่ครู่หนึ่ง "แล้วส่วนวันที่สาม ที่บอกว่ารู้สึกบางอย่างที่ยังไม่มีคำอธิบาย — ตอนนี้มีคำอธิบายหรือยัง?"
หริณฉานมองเขา ดวงตาสีทองนิ่ง "ยังไม่มี แต่ข้ากำลังทำความเข้าใจอยู่"
"และวันที่หก ที่ถามว่าทำไมข้าดื่มชา — ท่านคิดว่าทำไม?"
"ข้ายังไม่แน่ใจ" หริณฉานพูดเงียบๆ "แต่ตอนนี้ข้าคิดว่าอาจเป็เพราะท่านตัดสินใจว่าการรู้จักข้าคุ้มกับความเสี่ยง"
"หรืออาจเป็เพราะข้าประเมินว่าท่านไม่ได้ตั้งใจทำให้ข้าเสียหาย"
"หรือทั้งสองอย่าง"
"หรือทั้งสองอย่าง" ซฺยงเิพูดซ้ำ
ทั้งสองนั่งอยู่กับความเงียบสักครู่ ไม่ใช่ความเงียบที่อึดอัด แต่เป็ความเงียบที่เต็มไปด้วยสิ่งที่ไม่ได้พูดออกมา
"กรงดักของท่านจะจับข้อมูลได้บ้าง" หริณฉานพูดขึ้นในที่สุด
"บ้างแต่ไม่ทั้งหมด?"
"โครงข่ายรากแห่งจิติญญาส่งสัญญาณในหลายความถี่พร้อมกัน เครื่องบันทึกของท่านน่าจะจับได้ความถี่ต่ำ แต่ความถี่สูงจะผ่านไปโดยที่เครื่องไม่รับรู้" หริณฉานพูด แล้วหยุดสักครู่ก่อนพูดต่อ "ถ้าท่าน้าข้อมูลที่สมบูรณ์กว่านั้น ข้าสามารถอธิบายระบบให้ฟังได้โดยตรง"
ซฺยงเิมองเขา "ท่านเสนอให้ข้อมูลเกี่ยวกับตัวเองแก่นักล่าที่ตามมาล่าท่าน"
"ข้าเสนอให้ข้อมูลแก่คนที่ตกลงจะโปร่งใสกับข้า" หริณฉานพูดเรียบๆ "และข้ารับรู้แล้วว่าท่านไม่ได้้าทำร้ายข้า ท่าน้าเข้าใจ"
"ข้าอาจรายงานข้อมูลนี้กลับสำนัก"
"ข้ารู้" หริณฉานพูด "และถ้าท่านทำ สำนักของท่านก็จะรู้ว่าสิ่งที่อยู่ในป่าหนานลู่ไม่ใช่ภัยคุกคาม ซึ่งอาจเป็ผลดีกว่าที่พวกเขาส่งนักล่ารุ่นต่อไปมาโดยไม่มีข้อมูล"
ซฺยงเินิ่งคิดเื่นั้น มันสมเหตุสมผล และหริณฉานก็รู้ว่ามันสมเหตุสมผล
"ท่านคิดไว้ล่วงหน้า" เขาพูด
"ข้าเป็สิ่งมีชีวิตที่รับข้อมูลจากโครงข่ายรากแห่งจิติญญาหลายร้อยต้นพร้อมกัน" หริณฉานพูดเงียบๆ "การคิดหลายขั้นล่วงหน้าเป็เื่ปกติสำหรับข้า"
"แล้วท่านคิดถึงข้ากี่ขั้นล่วงหน้า?"
คำถามนั้นออกมาก่อนที่ซฺยงเิจะกรอง
หริณฉานมองเขาด้วยดวงตาที่มีบางอย่างเคลื่อนไหวอยู่ข้างใน "น้อยกว่าที่ควร" เขาพูดในที่สุด เสียงเบาผิดปกติ "ซึ่งก็เป็เื่ผิดปกติสำหรับข้าด้วยกัน"
คืนนั้นหริณฉานพาซฺยงเิออกไปดูกรงดักชุดใหม่
พวกเขาเดินเคียงกันในป่ายามค่ำที่เรืองแสงสีน้ำเงินอมเขียว หริณฉานอธิบายโครงข่ายรากแห่งจิติญญาอย่างละเอียดในขณะที่ทั้งสองเดิน ความถี่ที่ใช้ ประเภทของข้อมูลที่ส่งได้ ข้อจำกัดของระบบ ระยะทางที่สัญญาณอ่อนลง
ซฺยงเิฟังและจดบันทึกในหัว ไม่ใช่ในสมุด เพราะมือทั้งสองไม่ว่าง มือหนึ่งถือตะเกียง อีกมือถือกิ่งไม้ที่เขาใช้เป็ไม้เท้าในป่ายามค่ำเพื่อตรวจสอบพื้นข้างหน้า
"ความถี่ต่ำส่งได้ไกลกว่า แต่ข้อมูลหยาบกว่า" หริณฉานอธิบาย "รู้แค่ว่ามีบางอย่างอยู่ที่นั่น ขนาดโดยประมาณ น้ำหนัก ทิศทางการเคลื่อนที่ ความถี่สูงส่งได้ไกลน้อยกว่าแต่ละเอียดกว่า อ่านชีพจร อุณหภูมิ บางครั้งอารมณ์พื้นฐาน"
"ท่านอ่านอารมณ์ผ่านดิน"
"ผ่านรากที่ััพื้นดินใต้เท้า" หริณฉานแก้ไข "ถ้าท่านยืนบนหินแข็งไม่มีดิน ข้าจะรับสัญญาณได้น้อยมาก"
ซฺยงเิจำข้อมูลนั้นไว้ทันที
"ท่านรู้ว่าข้าจำเื่นี้ไว้เพื่อใช้ประโยชน์" เขาพูด
"ข้ารู้" หริณฉานพูดเงียบๆ "และข้าบอกท่านอยู่ดี"
"ทำไม?"
"เพราะถ้าท่าน้าพื้นที่ส่วนตัวจากข้า ท่านสมควรรู้วิธีสร้างมัน" หริณฉานพูด น้ำเสียงเรียบ แต่มีบางอย่างใต้นั้นที่ซฺยงเิรับรู้ได้ "ข้าไม่้าให้ท่านรู้สึกว่าถูกจับตาตลอดเวลาโดยไม่มีทางหลีกเลี่ยง"
ซฺยงเิเดินต่อไปสักสองสามก้าวโดยไม่ตอบ
"ท่านแปลก" เขาพูดในที่สุด
"ข้ารู้"
"ข้าหมายถึงแปลกในแง่ดี" ซฺยงเิพูด ซึ่งเป็ประโยคที่เขาไม่ค่อยพูดกับใคร "สิ่งมีชีวิตที่มีพลังเหนือกว่าส่วนใหญ่ไม่บอกจุดอ่อนตัวเองแก่ผู้ที่อาจเป็ศัตรู"
"ท่านไม่ใช่ศัตรูของข้า" หริณฉานพูดเงียบๆ
"ข้ามาเพื่อสืบสวนท่าน"
"การสืบสวนไม่ใช่การเป็ศัตรู" หริณฉานพูด "ศัตรูมาเพื่อทำลาย ท่านมาเพื่อเข้าใจ ต่างกัน"
"และถ้าสิ่งที่ข้าเข้าใจแล้วบอกว่าท่านเป็ภัยคุกคาม?"
"แล้วท่านคิดว่าข้าเป็ภัยคุกคามไหม?" หริณฉานถามกลับ ไม่มีน้ำเสียงป้องกันตัว แค่ถามตรงๆ
ซฺยงเิคิดอยู่สักครู่
"ไม่" เขาตอบ "ข้าคิดว่าท่านซับซ้อนกว่าที่สำนักของข้าจะเข้าใจ และการจัดการกับสิ่งที่ไม่เข้าใจด้วยอาวุธเป็วิธีที่ผิดเสมอ"
หริณฉานเดินต่อไปโดยไม่ตอบ แต่ซฺยงเิสังเกตว่าก้าวเดินของเขาเบาลงเล็กน้อย ในแบบที่เขาสังเกตเห็นมาั้แ่บทสนทนาในป่ายามรุ่งสาง
กรงดักชุดที่สี่วางอยู่ในรูปแบบวงกลมตามที่ซฺยงเิออกแบบ
หริณฉานเดินวนรอบดูอย่างสนใจ นั่งยองๆ ข้างกรงอันหนึ่ง ก้มดูกลไกอย่างละเอียด มือเอื้อมออกไปใกล้ๆ โดยไม่ัั
"เครื่องบันทึกอยู่ที่นี่" ซฺยงเิพูด ชี้ไปยังส่วนที่ซ่อนอยู่ในกลไก "บันทึกข้อมูลตลอดเวลา ส่งสัญญาณกลับทุกหกชั่วยาม"
"ส่งไปที่สำนัก?"
"ส่งมาที่อุปกรณ์ที่ข้าพกไว้" ซฺยงเิดึงกล่องโลหะขนาดเล็กออกจากกระเป๋า "ข้อมูลอยู่กับข้าก่อน ข้าเป็คนตัดสินใจว่าจะส่งอะไรต่อไปยังสำนัก"
หริณฉานมองกล่องโลหะนั้น แล้วมองซฺยงเิ "ท่านกรองข้อมูลก่อนส่งต่อ"
"ข้าทำงานเดี่ยว สำนักไว้ใจดุลยพินิจของข้า"
"แต่สุดท้ายท่านต้องรายงาน"
"สุดท้ายต้องรายงาน" ซฺยงเิพูดตอบรับ ไม่ปฏิเสธ "แต่ข้าเป็คนเขียนรายงานนั้น"
หริณฉานลุกขึ้น ยืนตรงข้ามซฺยงเิ กรงดักอยู่ระหว่างพวกเขา
"ท่านบอกข้าเื่นี้เพราะอะไร?"
"เพื่อให้ท่านรู้ว่าท่านมีเวลา" ซฺยงเิพูดตรงๆ "ข้าไม่ได้ส่งรายงานทันที ข้าสังเกตก่อน ประเมินก่อน"
"แล้วประเมินอย่างไรถึงตอนนี้?"
ซฺยงเิมองผ่านกรงดักไปยังดวงตาสีทองที่เรืองแสงในความมืดของป่า
"ประเมินว่าสิ่งที่อยู่ที่นี่ซับซ้อนกว่าคำว่า 'ภัยคุกคาม' หรือ 'ปลอดภัย'" เขาพูด "และรายงานที่ดีต้องสะท้อนความซับซ้อนนั้น ไม่ใช่ทำให้มันง่ายเกินจริง"
หริณฉานมองเขานานพอที่ความเงียบนั้นมีน้ำหนักของตัวเอง
"ท่านซฺยงเิ" เขาพูดเงียบๆ "ข้าไม่แน่ใจว่าท่านรู้ตัวไหมว่าท่านกำลังทำอะไร"
"ข้ากำลังสืบสวน"
"ท่านกำลังปกป้อง" หริณฉานพูด น้ำเสียงเบาและชัดพร้อมกัน "ข้อมูลที่ท่านเลือกบอกข้า สิ่งที่ท่านพูดว่าจะกรองก่อนรายงาน การที่ท่านบอกข้าว่ายังมีเวลา ทั้งหมดนั้นคือการปกป้อง ไม่ใช่การสืบสวน"
ซฺยงเิไม่ตอบ
เพราะไม่มีคำโต้แย้งที่ถูกต้อง
"ข้าไม่ได้ขอให้ท่านปกป้องข้า" หริณฉานพูดต่อ เสียงไม่กล่าวหา "แต่ข้า้าให้ท่านรู้ว่าข้าเห็น ว่าท่านทำอยู่"
"และท่านรู้สึกอย่างไรกับเื่นั้น?"
หริณฉานเงียบสักครู่ "ข้ายังไม่มีคำที่ถูกต้องในภาษาใดๆ สำหรับความรู้สึกนั้น"
ซฺยงเิจำคำพูดในสมุดบันทึกของหริณฉานได้ ส่วนที่เขียนด้วยอักษรที่อ่านไม่ออก
บางทีความรู้สึกบางอย่างมีอยู่ก่อนที่ภาษาจะมีคำสำหรับมัน
พวกเขาเดินกลับมาถึงจุดแยกทางเมื่อดึกดื่น
พระจันทร์ครึ่งเสี้ยวอยู่สูงบนฟ้า แสงจันทร์สีเงินผสมกับแสงเรืองของป่าสีทอง ทำให้ทุกอย่างมีสองสีพร้อมกัน
"สามวันข้างหน้า" ซฺยงเิพูดขึ้น "คืนเดือนมืด ท่านยังเสนอเื่ภพพืชพันธุ์อยู่ไหม?"
"เสนออยู่" หริณฉานพูด "แต่ต้องเตรียมตัว ภพพืชพันธุ์ไม่ใช่สถานที่ที่มนุษย์ทั่วไปเข้าได้โดยไม่มีผลกระทบ"
"ผลกระทบอย่างไร?"
"ประสาทััจะไวขึ้นมาก แสง เสียง กลิ่น ัั ทุกอย่างเข้มข้นกว่าที่นี่หลายเท่า สำหรับสิ่งมีชีวิตที่ไม่เคยชิน อาจท่วมท้น" หริณฉานมองซฺยงเิ "แต่สำหรับท่าน ข้าคิดว่าสัญชาตญาณสัตว์ของท่านอาจช่วยกรองได้บ้าง"
"อาจ"
"และข้าจะอยู่ด้วย" หริณฉานพูดเงียบๆ "ถ้าท่านรับมือไม่ไหว ข้าพาออกได้"
"ท่านเสนอตัวเป็ที่พึ่งของนักล่าที่มาสืบสวนท่าน"
"ข้าเสนอตัวเป็ที่พึ่งของคนที่กำลังเข้าไปในสถานที่อันตราย" หริณฉานพูด "ท่านไม่ได้เป็แค่นักล่าเมื่อท่านอยู่กับข้า"
"แล้วข้าเป็อะไร?"
หริณฉานมองเขาสักครู่ก่อนตอบ น้ำเสียงสงบแต่มีบางอย่างที่ต่างออกไปในนั้น อะไรบางอย่างที่ซฺยงเิได้ยินชัดกว่าคำพูดตัวเอง
"ท่านเป็คนที่ข้าอยากให้อยู่ในป่านี้ต่อไป"
ทั้งสองยืนอยู่ที่จุดแยกทาง แสงจันทร์และแสงป่าผสมกันบนใบหน้าของทั้งคู่
ซฺยงเิไม่ตอบ
เขาพยักหน้าเล็กน้อย แล้วเดินไปทางถ้ำที่พักของเขา
หริณฉานยืนดูจนรูปร่างนั้นหายไปในความมืด
แล้วเขาก็มองขึ้นไปที่พระจันทร์ครึ่งเสี้ยว
สามวัน
ซฺยงเิกลับถึงถ้ำที่พัก นั่งลงบนแคร่ เปิดสมุดบันทึก
วันที่สิบสอง บทสนทนาครั้งที่ห้า :
หริณฉานแสดงสมุดบันทึกของตัวเอง — โปร่งใสกว่าที่คาดไว้
หริณฉานอธิบายโครงข่ายรากแห่งจิติญญารวมถึงจุดอ่อน — ให้ข้อมูลที่อาจใช้ต่อต้านเขาได้
หริณฉานบอกว่าข้ารู้ว่าข้า 'ปกป้อง' เขา — ถูกต้อง
เขาวางปากกา มองประโยคสุดท้าย
แล้วเขียนเพิ่มในส่วนอักษรเล็กที่เขาสงวนไว้สำหรับความคิดที่ไม่ใช่ข้อมูล
หริณฉานพูดว่าข้า 'เป็คนที่เขาอยากให้อยู่ในป่านี้ต่อไป'
ข้าไม่รู้ว่าจะตีความประโยคนั้นอย่างไร
หรืออาจรู้ แต่ยังไม่พร้อมเขียนออกมา
เขาปิดสมุด วางลงข้างๆ นอนหงายมองเพดานถ้ำ
ข้างนอก เสียงป่ายามค่ำดังเป็จังหวะ
ซฺยงเิรับรู้ว่าสัญชาตญาณสัตว์ของเขาแผ่ออกไปในป่าโดยไม่ตั้งใจ ค้นหาความรู้สึกของสิ่งมีชีวิตรอบๆ เหมือนที่มันทำเสมอก่อนนอน
แต่คืนนี้มันค้นหาบางอย่างโดยเฉพาะ
และพบว่าห่างออกไปไม่มากนัก มีความสงบที่ลึกและมีน้ำหนักในแบบที่เฉพาะเจาะจง ไม่ใช่ความสงบของป่า แต่เป็ความสงบของสิ่งมีชีวิตหนึ่งที่กำลังนั่งอยู่กับตัวเองในความเงียบ
หริณฉานยังไม่ได้กลับเข้าบ้าน
เขายังนั่งอยู่ที่จุดแยกทาง
ซฺยงเิรับรู้เื่นั้น และเลือกที่จะไม่คิดต่อว่าทำไม
พิเศษท้ายตอน
หลังจากซฺยงเิเดินกลับถ้ำ หริณฉานนั่งอยู่ที่จุดแยกทางนานกว่าที่ควร
เขาส่งสัญญาณผ่านโครงข่ายรากแห่งจิติญญาไปยังภพต้นกำเนิดราก ไม่ใช่สัญญาณข้อมูล แต่เป็สัญญาณถาม
คำถามที่ในภาษาของภพพืชพันธุ์แปลได้ประมาณว่า — สิ่งมีชีวิตที่มีรากพืชพันธุ์ในเื เขารับรู้ถึงสิ่งนั้นไหม?
ภพต้นกำเนิดรากตอบหลังจากนิ่งนาน
สัญญาณที่แปลได้ว่า — เขารับรู้ แต่เรียกมันว่าสัญชาตญาณ ไม่ใช่รากเื
หริณฉานนั่งนิ่งกับคำตอบนั้น
แล้วส่งสัญญาณสุดท้ายกลับไป คำถามที่เขาไม่เคยถามใครในสามปีที่อยู่ในโลกมนุษย์
ถ้าเขารู้ความจริง เขาจะรับได้ไหม?
คราวนี้ภพต้นกำเนิดรากไม่ตอบทันที
มันนิ่งอยู่นาน นานพอที่แมลงกลางคืนจะร้องครบสามรอบ
แล้วจึงตอบด้วยสัญญาณที่สั้นที่สุดที่หริณฉานเคยได้รับ
สัญญาณที่แปลได้ว่าเพียงคำเดียว
ขึ้นอยู่กับว่าใครบอก
กรงดักที่บอกเ้าของว่าวางอยู่ที่ไหน ไม่ใช่กรงดักอีกต่อไป มันคือคำเชิญ ที่แต่งตัวมาในรูปแบบของอาวุธ
และเมื่อทั้งสองฝ่ายรู้ว่ากรงอยู่ที่ไหน แต่ยังคงเดินมาหากันในคืนป่าเรืองแสง กรงนั้นก็ว่างเปล่าตลอดไป
เพราะสิ่งที่ติดอยู่ไม่ได้อยู่ในกรง
..สุสาส์นราคะ..