เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เล่มที่ 4 บทที่ 116 แก่แล้วนะคะลุง

            หลังรถเคลื่อนตัวออกจากที่จอดรถใต้ดินแสงแดดก็สาดส่องเข้ามา ซูเจี่ยนอันมองเรียวขายาวของหญิงสาวที่เดินอยู่ข้างถนนก่อนจะเอ่ยขึ้นมา

            “หน้าร้อนแล้วสินะ”

            ลั่วเสี่ยวซีชอบฤดูร้อนมากที่สุดเพราะเป็นฤดูกาลที่หญิงสาวสามารถอวดเรือนร่างได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องหาข้ออ้างซึ่งมันทำให้เธอรู้สึกว่าสักวันหนึ่งซูอี้เฉิงคงหลงเสน่ห์เธอเข้าสักวัน

            แต่ฤดูร้อนของเมือง A ค่อนข้างสั้นไม่ทันไรฤดูใบไม้ร่วงก็มาถึง ทุกอย่างเปลี่ยนผ่านไปอย่างรวดเร็วพอๆกับความรู้สึกของคน

            “จะไปไหนต่อ?” ลู่เป๋าเหยียนถาม

            “ไปว่านหงสแควร์กัน”

            ในวันหยุดแบบนี้ที่ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่มักมีผู้คนมากมายหลังจอดรถเสร็จซูเจี่ยนอันก็ลากลู่เป๋าเหยียนขึ้นไปที่ชั้นสอง และตรงไปยังชอปของสินค้าชื่อดังยี่ห้อหนึ่ง

            “สวัสดีค่ะคุณหนูซู”พนักงานร้านทักทายซูเจี่ยนอันอย่างคุ้นเคย “มาซื้อของให้คุณชายซูเหรอคะทางเราเพิ่งมีสินค้าตัวใหม่เข้ามาพอดีเลยค่ะ ให้ดิฉันช่วยแนะนำไหมคะ”

            “ไม่เป็นไร ขอบคุณค่ะ”ซูเจี่ยนอันตอบ “ขอฉันเดินดูก่อนนะคะ”

            พนักงานร้านยิ้มตอบรับก่อนจะหยุดเดิน“ค่ะ เชิญตามสบายนะคะ”

            “เธอช่วยซื้อของให้พี่ชายบ่อยงั้นเหรอ”ลู่เป๋าเหยียนเอ่ยปากถาม

            “ตั้งแต่ฉันขึ้นมหาวิทยาลัยพี่ก็ให้ฉันทำหน้าที่นี้เลขาเลือกของไม่ถูกใจเขา ตัวเขาเองก็ไม่มีเวลา” ซูเจี่ยนอันลองนับดูในใจ“ฉันช่วยพี่จัดการเรื่องพวกนี้มาหกเจ็ดปีได้แล้วล่ะ”

            พูดจบเธอก็หยุดลงหน้าตู้โชว์กระดุมกลัดแขนเสื้อ

            กระดุมสีน้ำเงินเข้มที่มีแซฟไฟร์ประดับอยู่อย่างสวยงามให้ความรู้สึกมั่นคงหนักแน่นเหมาะกับชุดสูทที่ซูอี้เฉิงมีอยู่มาก

            “คุณหนูซูคะกระดุมเซตนี้ผู้จัดการฝ่ายออกแบบของเราเป็นคนลงมือทำด้วยตัวเองเลยนะคะเดี๋ยวดิฉันเอาออกมาให้ดูค่ะ”พนักงานสาวสวมถุงมือก่อนจะหยิบมันออกมาวางบนมือซูเจี่ยนอัน “ทั่วโลกมีแค่เจ็ดสิบเอ็ดชุดที่เมือง A มีชุดนี้แค่ชุดเดียว น่าจะถูกใจคุณชายซูนะคะ”

            ซูเจี่ยนอันยิ้ม“ห่อให้ด้วยค่ะ ขอบคุณ”

            ซูเจี่ยนอันเลือกเนกไทกับถุงเท้าอีกหลายคู่ให้กับซูอี้เฉิงพี่ชายเธอเป็นคนใส่ใจเรื่องการแต่งตัวมาก เขาแบ่งประเภทถุงเท้าที่ใส่คู่กับชุดสูทชุดลำลอง ชุดออกกำลังกาย รวมถึงแบ่งแยกตามสีรองเท้าอย่างเป็นระเบียบ และทุกอย่างต้องเนี้ยบไร้ที่ติ

            จุดนี้ลู่เป๋าเหยียนกับพี่ชายเธอเหมือนกันมากหรือว่าชีวิตเธอดึงดูดแต่คนประเภทนี้กันนะ? ไม่อย่างนั้นทำไมผู้ชายที่สำคัญที่สุดสองคนในชีวิตเธอถึงได้มีนิสัยแบบนี้? ซูเจี่ยนอันคิดในใจ

            ตอนคิดเงินลู่เป๋าเหยียนยื่นบัตรเครดิตของตัวเองออกไปตามความเคยชินแต่ซูเจี่ยนอันดึงมือเขาไว้ก่อน

            “ฉันซื้อให้พี่ชาย”ความหมายของเธอคือ เขาไม่จำเป็นต้องช่วยจ่าย

            ลู่เป๋าเหยียนเลิกคิ้วเล็กน้อยก่อนตอบ

            “พี่ชายเธอก็คือพี่ชายฉัน”

            ตี๊ด...เสียงเครื่องรูดบัตรดังขึ้นพร้อมกับบิลที่ออกมาซูเจี่ยนอันหาเหตุผลไปเถียงลู่เป๋าเหยียนไม่ได้

            ขณะเดินหิ้วของออกจากร้านซูเจี่ยนอันก็หันไปเห็นเนกไทสีน้ำเงินเข้มลายเฉียงเส้นหนึ่งที่โชว์อยู่บนหุ่นหน้าร้านมันดูดีให้ความรู้สึกสูงส่งสง่างามจนเธอเห็นแล้วถึงกับใจเต้นเสียงของลู่เป๋าเหยียนดังขึ้นที่ข้างหู

            “เอาไหม?”

            ซูเจี่ยนอันเรียกสติกลับมาก่อนตอบ

            “ไม่เป็นไรมันไม่เข้ากับพี่ชายฉันสักเท่าไร”

            ถึงจะพูดแบบนั้นซูเจี่ยนอันก็อดหันกลับไปมองมันอีกรอบไม่ได้ จนตัวเองถูกลู่เป๋าเหยียนดึงเข้าไปในร้านขายเสื้อผ้าสตรีโดยไม่รู้ตัว

            “สวัสดีค่ะคุณลู่คุณนายลู่” การจำใบหน้าของบุคคลมีชื่อเสียง เป็นความสามารถอย่างหนึ่งที่พนักงานร้านค้าระดับไฮเอนด์ควรมีเมื่อพวกเธอเดินเข้าร้าน เสียงหวานของพนักงานสาวสวยก็ดังขึ้น ก่อนจะยิ้มทักทาย

            “คอลเลกชันใหม่ของฤดูร้อนเพิ่งมาพอดีเลยค่ะคุณนายลู่”

            ตอนนั้นเองซูเจี่ยนอันจึงหันกลับมาพูดกับลู่เป๋าเหยียน

            “คราวที่แล้วที่ฉันมากับลั่วเสี่ยวซีพวกเขายังเรียกฉันว่าคุณหนูซูอยู่เลย”

            พนักงานสาวยิ้ม“ตอนนี้คุณแต่งงานกับคุณลู่แล้ว เพราะฉะนั้นคุณก็คือคุณนายลู่ คนทั่วเมือง A ต่างรู้กันทั้งนั้นแหละค่ะ”

            ซูเจี่ยนอันอดหน้าแดงไปกับคำพูดนั้นไม่ได้แล้วก็รู้สึกแปลกใจขึ้นมา

            “นายพาฉันมาที่นี่ทำไม”

            ลู่เป๋าเหยียนชี้ไปยังชุดเดรสที่อยู่ในตู้โชว์

            “ไปลองดูสิ”

            พนักงานสาวรีบหยิบชุดออกมาก่อนจะถือไว้อย่างระมัดระวัง

            “ห้องลองอยู่ทางนี้เชิญเลยค่ะคุณนายลู่”

            ซูเจี่ยนอันยังคงมึนๆเธอมองหน้าลู่เป๋าเหยียนอย่างไม่เชื่อ

            “เรื่องเมื่อคืนตกลงนายจำได้หรือไม่ได้กันแน่?”

            เมื่อคืนตอนเมาเขาบอกเธอว่าวันนี้จะพามาชอปปิ้ง เขาจะซื้อชุดให้เธอจนมากพอจะแขวนให้เต็มตู้

            เธอนึกว่าเขาลืมไปแล้วแต่การกระทำของเขาในตอนนี้ทำให้เธอชักสงสัย

            ทว่าลู่เป๋าเหยียนแค่ยิ้มน้อยๆที่มุมปาก

            “เรื่องที่ควรจำฉันจำได้ทั้งหมด”

            หมายความว่าอย่างไร? เรื่องที่ควรจำอะไร? แล้วเรื่องที่เธอทำผมให้เขาล่ะ?

            ถ้าเขาจำเรื่องนั้นได้เธอต้องไม่รอดแน่ๆซูเจี่ยนอันเสียวสันหลังวาบ ก่อนจะเดินตามพนักงานเข้าไปในห้องลองเสื้อ

            ด้วยหน้าที่การงานของเธอทำให้เธอใส่กระโปรงแทบจะนับครั้งได้แต่คงไม่อาจปฏิเสธว่าเวลาใส่กระโปรงแล้วดูดีกว่าตอนใส่ชุดลำลองเยอะเลย

            คงเพราะเธอไม่ได้ใส่กระโปรงมานานจึงรู้สึกไม่ค่อยคุ้นชินเท่าไรตอนเดินออกจากห้องลองเธอจึงจับชายกระโปรงก่อนถามลู่เป๋าเหยียนเสียงเบา

            “เป็นไง?”

            ลู่เป๋าเหยียนกวาดสายตามองขึ้นมองลงจนซูเจี่ยนอันอดตื่นเต้นไม่ได้สุดท้ายก็ได้ยินเสียงของลู่เป๋าเหยียนสั่งให้พนักงานนำชุดใส่ถุงอีกทั้งสั่งให้พนักงานหยิบเดรสอีกหลายชุดมาให้เธอ

            “คุณนายลู่คะคุณลู่เลือกไว้ให้คุณค่ะ ลองดูสิค่ะ ต้องสวยมากแน่ๆ”

            ซูเจี่ยนอันมองหน้าลู่เป๋าเหยียนอย่างไม่อยากเชื่อ

            “นี่นายคิดจะซื้อเสื้อผ้าไปแขวนให้เต็มตู้จริงๆงั้นเหรอ”

            ลู่เป๋าเหยียนไม่ปฏิเสธเขาจูงเธอให้เข้าไปในห้องลอง

            “ค่อยๆ ลองพวกเรามีเวลาอีกเยอะ”

            ซูเจี่ยนอันจึงได้แต่ลองชุดให้ครบสุดท้ายแล้วมีเพียงเดรสสีดำเท่านั้นที่ลู่เป๋าเหยียนไม่ค่อยชอบใจที่เหลือเขาสั่งให้พนักงานนำไปคิดเงินทั้งหมด

            เสื้อผ้าถุงแล้วถุงเล่าถูกส่งมาให้กับซูเจี่ยนอันเสียงเครื่องรูดบัตรดังขึ้นก่อนจะคายใบเสร็จออกมา จู่ๆ ซูเจี่ยนอันก็รู้สึกพอใจอย่างประหลาดนี่เป็นครั้งแรกที่เธอใช้เงินของเขาในฐานะคุณนายลู่

            หลังเดินออกจากร้านเธอจึงถามลู่เป๋าเหยียน

            “ทำไมนายเลือกแต่ชุดกระโปรงให้ฉันล่ะ”

            คราวนี้ลู่เป๋าเหยียนตอบตามตรงอย่างไม่คิดจะปิดบัง

            “เพราะเธอใส่กระโปรงแล้วสวยมาก”

            เมื่อคืนที่ลู่เป๋าเหยียนทิ้งชุดนอนของเธอลงถังขยะเขาสั่งให้เธอสวมเสื้อเชิ้ตตัวโคร่งของเขาแทนชุดนอน คิดแล้วเธอก็อดหน้าแดงไม่ได้

            “แต่ฉันคงไม่ได้ใส่กระโปรงทุกวันหรอกนะทำงานไม่สะดวก จริงสิ นายพาฉันไปส่งที่อพาร์ทเมนต์ที่ฉันเคยอยู่หน่อยสิฉันอยากไปเอาเสื้อผ้าหน้าร้อนน่ะ อีกไม่กี่วันอากาศน่าจะร้อนกว่าเดิมคงใส่เสื้อแขนยาวไม่ไหวแล้วล่ะ”

            “ทำไมต้องกลับไป”ลู่เป๋าเหยียนส่งสัญญาณให้ซูเจี่ยนอันมองไปข้างหน้า“นั่นไม่ใช่เสื้อผ้าลำลองยี่ห้อที่เธอชอบใส่หรือไง เข้าไปดูสิ”

            แบรนด์เสื้อผ้าลำลองชื่อดังของอเมริกาที่สไตล์การออกแบบเรียบง่ายสะอาดตาเสื้อผ้าเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ของซูเจี่ยนอันมาจากร้านนี้

            “นายรู้ได้ไงว่าฉันชอบเสื้อผ้ายี่ห้อนี้?” ซูเจี่ยนอันถามอย่างข้องใจก่อนจะดึงมือลู่เป๋าเหยียนให้เข้าไปในร้าน ผู้จัดการร้านกับเธอคุ้นเคยกันดีเมื่อเห็นซูเจี่ยนอันก็เกือบหลุดปากเรียกเธอว่าคุณหนูซูอย่างทุกทีแต่เมื่อเห็นลู่เป๋าเหยียน เธอจึงรีบเอ่ย

            “ควรเรียกคุณว่าคุณนายลู่แล้วสินะคะ”

            ซูเจี่ยนอันเริ่มชินกับการถูกเปลี่ยนชื่อเรียกแบบนี้แล้วหลังเลือกเสื้อยืด กางเกงขายาวและชุดใส่อยู่บ้านสำหรับหน้าร้อนอีกไม่กี่ชุดเรียบร้อยแล้วเธอก็เดินไปคิดเงินทันทีโดยไม่ต้องลอง

            เสื้อผ้าถุงใหญ่ที่เธอซื้อในร้านนี้ราคายังไม่ถึงครึ่งหนึ่งของชุดเดรสสามตัวของร้านเมื่อครู่ เธอเอ่ยอย่างอวดๆ กับลู่เป๋าเหยียน

            “เห็นมั้ย? ฉันเป็นแม่บ้านที่ดีขนาดไหนไม่รู้ว่าพวกนักธุรกิจแบบนายกับพี่ฉันคิดอะไรอยู่แค่ลองเสื้อผ้าชุดเดียวบางทีต้องบินไปถึงปารีส”

            “ที่จริงพวกเราไม่ค่อยจะคิดอะไรมาก”ลู่เป๋าเหยียนเลิกคิ้วก่อนตอบ “คนเราหาเงินมาก็เพื่อใช้มันไม่ใช่เหรอไง”

            ซูเจี่ยนอันคิดตามแล้วก็อดเห็นด้วยไม่ได้เธอเม้มริมฝีปากเล็กน้อยก่อนเอ่ย

            “ฉันจะไปซื้อชานมร้านตรงข้ามนั่นนายเอาอะไรมั้ย ชานมวานิลลาของพวกเขาอร่อยมากเลยนะ!”

            เครื่องดื่มหวานๆ เลี่ยนๆแบบนั้นมีแต่พวกผู้หญิงเท่านั้นแหละที่ชอบ ลู่เป๋าเหยียนตอบกลับไปแค่สองคำ

            “ลาเต้”ก่อนจะดึงถุงเสื้อผ้าออกจากมือซูเจี่ยนอัน

            “...โอเค”ซูเจี่ยนอันทำหน้าเซ็งก่อนบ่นในใจ คนแบบลู่เป๋าเหยียนกับชานมคงไม่เข้ากันสินะ

            “นายไปรอที่รถก่อนเถอะ”

            พูดจบเธอก็ข้ามถนนไปยังร้านชานมฝั่งตรงข้ามตอนแรกเธอนึกว่าต้องต่อคิว แต่ที่ไหนได้กลับไม่มีลูกค้าสักคนแป๊บเดียวพนักงานก็ยื่นเครื่องดื่มมาให้เธอ เธอเดินถือมันมุ่งหน้าไปยังลานจอดรถแต่สุดท้ายก็อดใจไม่ไหวเธอเดินขึ้นไปที่ร้านเสื้อผ้าสำหรับผู้ชายร้านเดิมก่อนจะให้พนักงานห่อเนกไทสีน้ำเงินเข้มเส้นลายเฉียงนั้นให้เธอ

            “คุณหนูซูจะซื้อให้คุณชายซูเหรอคะ”ผู้จัดการร้านถามขณะกำลังคิดเงิน

            “เปล่าคะ”ซูเจี่ยนอันตอบยิ้มๆ “ซื้อให้สามีฉันน่ะค่ะ”

            เธอไม่ได้ให้พวกเขาใส่ถุงเธอใส่กล่องเนกไทลงไปในกระเป๋าสะพาย ก่อนจะรีบเดินลงไปชั้นล่าง

            ลู่เป๋าเหยียนขับรถมาจอดรอเธอที่ริมถนนเรียบร้อยแล้วแต่...บรรดาหญิงสาวที่รายล้อมอยู่รอบรถนั้นมันเรื่องอะไรกัน?

            ซูเจี่ยนอันลองมองดูดีๆก็พบว่านั่นมันเด็กผู้หญิงกลุ่มเดียวกันกับที่เธอเจอในซูเปอร์มาร์เก็ตเมื่อกี้นี้

            เธอเดินตรงเข้าไปทันทีก่อนจะเห็นเด็กสาวสองคนกำลังเท้าแขนอยู่ที่กระจกรถลู่เป๋าเหยียนเห็นเธอแล้วถึงกับถอนหายใจอย่างโล่งอก เขาพูดกับเด็กสาวว่า

            “ภรรยาผมกลับมาแล้วออกไปได้หรือยัง”

            “คุณแต่งงานแล้วจริงๆ เหรอ? เธอคนนี้น่ะเหรอภรรยาของคุณ...”เด็กสาวใช้สายตาดูแคลนมองซูเจี่ยนอัน

            “นี่ป้าขอเบอร์พี่ชายคนนี้หน่อยสิ ได้หรือเปล่า”

            เธอคงต้องมองโลกนี้ใหม่เสียแล้วเด็กผู้หญิงสมัยนี้ ทั้งๆ ที่รู้ดีว่าคนเขาแต่งงานแล้วยังจะกล้าทำแบบนี้อีกเหรอเนี่ย?

            อีกอย่างอย่างมากเด็กพวกนี้ก็อายุน้อยกว่าเธอไม่เกินสองปี มาเรียกเธอว่าป้าได้ยังไงกัน!จะอวดว่าตัวเองเด็กกว่างั้นสิ?

            ซูเจี่ยนอันเข้าไปนั่งในรถก่อนจะวางชานมและกาแฟในมือจากนั้นก็เอื้อมมือไปกดปิดหน้าต่างฝั่งที่นั่งคนขับ

            “ไม่ได้ อีกอย่างถ้าพวกเธอเรียกฉันว่าป้า ก็ควรเรียกเขาว่าลุง”

            กระจกรถค่อยๆ เลื่อนตัวขึ้นอย่างช้าๆเด็กสาวสองคนนั้นทำหน้าตื่นตระหนก ก่อนจะเดินจากไป

            ซูเจี่ยนอันเบ้ปากและพบว่าเธอในตอนนี้กำลังเอนพิงอยู่ในอ้อมกอดของเขา ความใกล้ชิดแบบนี้ช่าง...

            เธอรีบผละตัวออกมาหน้าตาแดงก่ำทว่าลู่เป๋าเหยียนกลับรั้งตัวเธอไว้

            “ควรเรียกฉันว่าลุง? เธอหาว่าฉันแก่งั้นเหรอ?”

            “อะแฮ่ม!”ซูเจี่ยนอันเงยหน้ามองเข้าอย่างจริงจัง “พี่เป๋าเหยียนคะที่จริงพี่ก็ดูไม่เหมือนคนอายุสามสิบหรอกนะ จริงๆ นะ!ไม่งั้นเด็กสองคนนั้นคงไม่เข้ามาขอเบอร์หรอก เอ่อ...นายอย่าทำแบบนี้สิ เดี๋ยวคนอื่นมาเห็นจะเข้าใจผิดหมด”

            “พูดแบบนี้...”ลู่เป๋าเหยียนนิ่งไปชั่วครู่ เขาไม่สนใจคำพูดของซูเจี่ยนอันสักนิด

            “เธอรังเกียจที่ฉันอายุสามสิบแล้วงั้นเหรอ?”

    คล้ายกับเรื่องเจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่ ที่คุณอ่าน

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592