“มันจะไม่มีวันได้ตัวเธอ”
คำพูดของอคินยังคงดังก้องอยู่ในหัวของลลิน
ตลอดเส้นทางกลับไปยังสำนักงานใหญ่ ไม่มีใครพูดอะไรอีก
ภายในรถเงียบจนได้ยินเพียงเสียงเครื่องยนต์กับเสียงฝนที่เริ่มตกลงบนกระจกอีกครั้ง
ลลินนั่งกอดอก มือหนึ่งกำโทรศัพท์แน่น
หน้าจอยังคงแสดงหมายเลขที่ไม่รู้จัก
เธอโทรกลับไปหลายครั้ง แต่ไม่มีใครรับสาย
“โทรกลับไปก็ไม่มีประโยชน์”
อคินพูดขึ้นโดยไม่ละสายตาจากถนน
ลลินหันไปมองเขา
“แต่ป้าศรีอยู่ในมือพวกมันนะคะ”
“ฉันรู้”
“แล้วเราจะทำยังไง?”
“ฉันกำลังคิด”
“คุณมีเวลาคิดไม่ถึงเจ็ดชั่วโมงนะคะ”
“หกชั่วโมงยี่สิบห้านาที”
ลลินมองเขาอย่างไม่อยากเชื่อ
“คุณยังนับเวลาอีกเหรอ?”
“ฉันไม่เคยปล่อยให้เวลาสูญเปล่า”
น้ำเสียงของเขายังคงเรียบนิ่ง
แต่ลลินสังเกตเห็นมือของเขาที่กำพวงมาลัยแน่นกว่าปกติ
เขากำลังเครียด
มากกว่าที่แสดงออกมา
“อคิน”
เป็ครั้งแรกที่เธอเรียกชื่อเขาโดยไม่เติมคำว่า “คุณ”
ชายหนุ่มเหลือบมองเธอ
“อะไร?”
“คุณไม่ต้องช่วยฉันก็ได้นะคะ”
มือที่กำพวงมาลัยหยุดนิ่งไปชั่วขณะ
“หมายความว่า?”
“เื่นี้ไม่เกี่ยวกับคุณั้แ่แรก”
ลลินก้มหน้าลง
“พวกมัน้าคุณ เพราะฉันไปทำงานกับคุณ พวกมันถึงจับป้าศรี”
“แล้ว?”
“ถ้าฉันลาออก พวกมันอาจจะ…”
“หยุด”
เสียงของอคินแข็งขึ้นทันที
ลลินเงียบ
“อย่าพูดเื่ลาออกอีก”
“แต่…”
“ฉันไม่สนใจว่าพวกมัน้าอะไร”
อคินหันมามองเธอเพียงเสี้ยววินาที
“คนที่มันจับไปคือคนสำคัญของเธอ”
“ใช่ค่ะ”
“ถ้าเป็คนสำคัญของเธอ ก็ถือว่าเป็คนสำคัญของฉันด้วย”
หัวใจของลลินกระตุก
เธอเงียบไปหลายวินาที
“ทำไมคะ?”
อคินไม่ตอบ
“ทำไมคุณต้องช่วยฉันขนาดนี้?”
“เพราะฉันเป็คนดึงเธอเข้ามาในโลกของฉัน”
เขาหยุดไปครู่หนึ่ง
“ฉันจะไม่ปล่อยให้เธอต้องรับผลจากมันคนเดียว”
ลลินเม้มริมฝีปาก
เธอไม่รู้ว่าควรตอบอะไร
เพราะตลอดชีวิตที่ผ่านมา เธอเคยชินกับการแก้ปัญหาทุกอย่างด้วยตัวเอง
ไม่เคยมีใครพูดกับเธอว่า
“ฉันจะช่วย”
ไม่เคยมีใครยืนข้างเธอในเวลาที่ชีวิตกำลังพัง
แต่ผู้ชายคนนี้กลับพูดมันออกมาอย่างง่ายดาย
ราวกับเป็เื่ธรรมดา
เมื่อรถกลับมาถึงสำนักงานใหญ่
อคินเดินเข้าห้องประชุมทันที
ประตูบานใหญ่เปิดออก
ชายชุดดำเกือบสิบคนยืนรออยู่แล้ว
บนโต๊ะมีแผนที่เมือง ภาพถ่าย และข้อมูลจำนวนมาก
“เริ่มรายงาน”
อคินนั่งลง
ชายคนหนึ่งเปิดแฟ้ม
“เราตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่รถของคุณลลินผ่านแล้วครับ รถสีเทาคันนั้นเปลี่ยนทะเบียนสองครั้ง”
ภาพถูกเปิดขึ้นบนจอ
ลลินยืนอยู่ด้านข้างอคิน
เธอจ้องภาพอย่างตั้งใจ
“หยุดตรงนี้ค่ะ”
ทุกคนหันมอง
“ขยายภาพตรงกระจกหลัง”
ภาพถูกขยาย
สัญลักษณ์รูปเหยี่ยวปรากฏชัดขึ้น
ลลินเดินเข้าไปใกล้จอ
“ฉันเคยเห็นสัญลักษณ์นี้”
อคินหันมอง
“ที่ไหน?”
“เมื่อคืนค่ะ”
“เมื่อคืน?”
“ในร้านอาหาร”
เธอพยายามนึก
“ตอนเกิดเหตุ มีชายคนหนึ่งที่อยู่หน้าร้านใส่แหวนรูปเหยี่ยว”
อคินนิ่ง
“แน่ใจ?”
“ค่ะ”
“เธอเห็นหน้ามันไหม?”
“ไม่ชัดค่ะ แต่ฉันจำแหวนได้”
ชายที่ยืนอยู่ด้านหลังพูดขึ้น
“คุณอคินครับ ถ้าเป็กลุ่มเหยี่ยวดำจริง…”
“ฉันรู้”
อคินตัดบท
บรรยากาศในห้องหนักขึ้นทันที
ลลินมองทุกคน
“กลุ่มเหยี่ยวดำคืออะไรคะ?”
ไม่มีใครตอบ
เธอจึงหันไปหาอคิน
“ฉันควรรู้ เพราะตอนนี้ฉันกำลังถูกพวกมันตามล่าไม่ใช่เหรอคะ?”
อคินมองเธอ
“กลุ่มเหยี่ยวดำเป็กลุ่มอิทธิพลที่เคยทำากับตระกูลฉัน”
“เคย?”
“เมื่อสิบปีก่อน พวกมันถูกกวาดออกไปเกือบหมด”
“แล้วทำไมถึงกลับมา?”
“ฉันไม่รู้”
ลลินมองภาพบนจอ
“ฉันว่า…”
ทุกคนหันมาหาเธอ
“พวกมันไม่ได้กลับมาเพื่อแก้แค้นคุณอย่างเดียว”
อคินขมวดคิ้ว
“หมายความว่า?”
“ถ้าพวกมัน้าฆ่าคุณ พวกมันทำได้ั้แ่เมื่อคืน”
ลลินเดินไปที่โต๊ะ
“พวกมันยิงใส่รถ แต่ไม่เคยยิงโดนเรา”
“อาจเป็เพราะยิงพลาด”
“ไม่ค่ะ”
เธอส่ายหน้า
“คนที่ยิงจากระยะนั้นไม่มีทางพลาดทุกนัด”
ชายคนหนึ่งถาม
“แล้วพวกมัน้าอะไร?”
ลลินมองอคิน
“บางอย่างที่อยู่กับคุณ”
อคินนิ่ง
“อะไร?”
“ฉันไม่รู้ค่ะ”
เธอหันไปมองข้อมูลบนโต๊ะ
“แต่ถ้าพวกมัน้าคุณจริง ๆ พวกมันคงไม่เสียเวลาจับป้าศรี”
“มันใช้เธอเป็ตัวล่อ”
“ใช่ค่ะ”
ลลินพยักหน้า
“แต่การใช้คนที่ฉันรักเป็ตัวล่อ แปลว่าพวกมันรู้จักฉัน”
เธอเงยหน้าขึ้น
“และรู้จักฉันมากกว่าที่ควรจะรู้”
ห้องประชุมเงียบสนิท
อคินมองหญิงสาวด้วยสายตาครุ่นคิด
เธอพูดถูก
ถ้าศัตรูรู้ว่าป้าศรีเป็คนสำคัญของลลิน นั่นหมายความว่าพวกมันต้องสืบประวัติของเธอมาอย่างละเอียด
แต่ประวัติของลลินไม่ควรมีอะไรน่าสนใจ
เด็กกำพร้า
ไม่มีพ่อแม่
ไม่มีญาติ
ไม่มีทรัพย์สิน
ไม่มีภูมิหลังที่เกี่ยวข้องกับตระกูลใหญ่
อย่างน้อย…
นั่นคือสิ่งที่ทุกคนเคยเชื่อ
อคินหันไปหาลูกน้อง
“เอาประวัติของลลินทั้งหมดมาให้ฉัน”
ชายคนนั้นชะงัก
“ทั้งหมดเลยเหรอครับ?”
“ั้แ่วันที่เธอเกิด”
“ครับ”
ลลินหันมองเขา
“คุณจะสืบเื่ฉันอีกแล้วเหรอคะ?”
“ใช่”
“ฉันอยู่ตรงนี้นะคะ”
“ฉันรู้”
“อย่างน้อยก็บอกกันตรง ๆ”
อคินมองเธอ
“ถ้าฉันเจออะไรที่เธอควรรู้ ฉันจะบอก”
“สัญญานะคะ?”
“สัญญา”
คำตอบนั้นทำให้ลลินเงียบไป
เธอไม่รู้ว่าทำไม
แต่คำว่า “สัญญา” จากผู้ชายคนนี้กลับทำให้เธอรู้สึกอุ่นใจอย่างประหลาด
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว
หกโมงเย็น
ลลินนั่งอยู่ในห้องทำงานของอคิน
เธอพยายามติดต่อโรงพยาบาลหลายครั้ง แต่ไม่มีใครรับสาย
ความกังวลเพิ่มขึ้นทุกนาที
“โทรไม่ติดอีกแล้วค่ะ”
อคินเงยหน้าจากเอกสาร
“โรงพยาบาล?”
“ค่ะ”
“คนของฉันไปตรวจแล้ว”
“เป็ยังไงบ้าง?”
“ไม่มีร่องรอยว่ามีการบุกเข้าไป”
ลลินขมวดคิ้ว
“หมายความว่า?”
“คนที่โทรหาเธออาจไม่ได้จับป้าศรีจากโรงพยาบาล”
เธอนิ่ง
“แล้วป้าศรีอยู่ไหน?”
“ยังตรวจสอบอยู่”
ลลินกำมือแน่น
“ถ้าพวกมันโกหก…”
“มันไม่ได้โกหก”
“คุณแน่ใจได้ยังไง?”
อคินยื่นโทรศัพท์ให้เธอ
บนหน้าจอเป็ภาพถ่าย
หญิงสูงวัยคนหนึ่งกำลังนั่งอยู่ในห้องมืด
มือถูกมัด
มีผ้าปิดตา
ลลินหน้าซีดทันที
“ป้าศรี…”
น้ำตาไหลลงมาอย่างห้ามไม่อยู่
อคินรีบคว้ามือเธอ
“ลลิน”
เธอสั่น
“ฉันจะช่วยป้า”
“ฉันรู้ค่ะ”
“เชื่อฉัน”
ลลินเงยหน้าขึ้น
ดวงตาเต็มไปด้วยน้ำตา
“ฉันกลัว”
คำสารภาพสั้น ๆ ทำให้อคินนิ่ง
ลลินไม่เคยยอมรับว่าตัวเองกลัว
ไม่ว่าจะเจออะไร
เธอมักจะยิ้มแล้วบอกว่าไม่เป็ไร
แต่วันนี้เธอไม่สามารถทำแบบนั้นได้
อคินยกมือขึ้น
ปลายนิ้วของเขาเช็ดน้ำตาออกจากแก้มเธออย่างแ่เบา
“ไม่ต้องกลัว”
ลลินหลับตา
“ฉันอยู่ตรงนี้”
หัวใจของเธอเต้นแรง
ััจากมือของเขาอ่อนโยนจนเธอเผลอหยุดร้องไห้
อคินเองก็ชะงัก
เขามองใบหน้าของเธอใกล้ ๆ
ดวงตาคู่นั้นยังมีหยดน้ำตา
ริมฝีปากสั่นเล็กน้อย
เขาอยากกอดเธอ
อยากบอกว่าไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เขาจะไม่ปล่อยให้เธอเผชิญมันคนเดียว
แต่สุดท้ายเขากลับลดมือลง
“เตรียมตัว”
ลลินเช็ดน้ำตา
“ค่ะ”
“เราจะไปโกดัง”
“คุณจะไปจริง ๆ เหรอ?”
“ใช่”
“แต่พวกมันอาจวางกับดัก”
“ฉันรู้”
“แล้วถ้าพวกมันยิงคุณ?”
อคินมองเธอ
“เธอเป็ห่วงฉัน?”
ลลินชะงัก
“ฉัน…”
“ตอบ”
เธอเม้มริมฝีปาก
“ค่ะ”
คำตอบเพียงคำเดียวทำให้อคินยิ้มบาง ๆ
“งั้นอยู่ใกล้ฉันไว้”
หนึ่งทุ่มห้าสิบห้านาที
รถยนต์สามคันจอดห่างจากโกดังร้างริมแม่น้ำประมาณห้าร้อยเมตร
ลมกลางคืนพัดแรง
บริเวณโดยรอบมืดสนิท มีเพียงแสงไฟจากโกดังเก่าที่กะพริบเป็ระยะ
ลลินนั่งอยู่ในรถพร้อมเสื้อเกราะกันะุที่อคินสั่งให้ใส่
“ฉันไม่ชอบสิ่งนี้เลยค่ะ”
เธอบ่น
อคินที่นั่งข้าง ๆ หันมอง
“อะไร?”
“เสื้อเกราะ”
“ทำไม?”
“มันหนัก”
“ดีกว่าะุ”
ลลินถอนหายใจ
“คุณพูดเหมือนเป็เื่ธรรมดาอีกแล้ว”
“สำหรับฉันมันธรรมดา”
“แต่สำหรับฉันไม่ธรรมดาค่ะ”
อคินมองเธอ
“เธอยังมีโอกาสเปลี่ยนใจ”
“ไม่ค่ะ”
“ทำไม?”
ลลินมองออกไปนอกหน้าต่าง
“เพราะป้าศรีอยู่ข้างใน”
อคินเงียบ
“แล้วอีกอย่าง…”
เธอหันกลับมา
“คุณอยู่ที่นี่ด้วย”
ชายหนุ่มนิ่งไป
“ถ้าคุณเข้าไปคนเดียว ฉันไม่ยอมค่ะ”
“นี่คือคำสั่ง”
“ฉันไม่ฟังค่ะ”
“ลลิน”
“คุณบอกเองไม่ใช่เหรอคะว่า ฉันเป็ผู้ช่วย ไม่ใช่นักโทษ”
อคินถอนหายใจ
ก่อนจะเอื้อมมือมาจัดปกเสื้อเกราะของเธอให้เข้าที่
“ถ้าเกิดอะไรขึ้น ให้หลบหลังฉัน”
“ฉันช่วยคุณได้”
“ฉันรู้”
“งั้นอย่าสั่งให้ฉันหลบตลอดเวลา”
อคินมองเธอนิ่ง
“ตกลง”
เวลาแปดโมงตรง
โทรศัพท์ของลลินดังขึ้น
“เดินเข้ามาในโกดัง”
เสียงชายปริศนาดังขึ้น
“คนเดียว”
ลลินกำโทรศัพท์
“ถ้าฉันเข้าไป ป้าศรีต้องปลอดภัย”
“ถ้าเธอเล่นตุกติก…”
“ฉันเข้าใจ”
สายถูกตัด
ลลินเปิดประตูรถ
อคินจับข้อมือเธอไว้
“เดี๋ยว”
เธอหันกลับมา
เขาหยิบเครื่องสื่อสารขนาดเล็กติดไว้ที่หูของเธอ
“อย่าถอด”
“ค่ะ”
“ถ้าได้ยินฉันบอกให้วิ่ง เธอต้องวิ่ง”
“แล้วคุณล่ะ?”
“ฉันตามไป”
“สัญญานะคะ?”
อคินสบตาเธอ
“สัญญา”
ลลินพยักหน้า
ก่อนเดินเข้าไปในโกดัง
ประตูเหล็กเปิดออกช้า ๆ
ด้านในมืดสนิท
กลิ่นสนิมและความชื้นลอยอยู่ในอากาศ
“ป้าศรี!”
เสียงของลลินดังขึ้น
ไม่มีคำตอบ
เธอเดินเข้าไปอีก
ทันใดนั้นไฟทั้งหมดก็สว่างขึ้นพร้อมกัน
ชายชุดดำหลายสิบคนปรากฏตัวรอบตัวเธอ
ลลินหยุดเดิน
หัวใจเต้นแรง
จากนั้นชายคนหนึ่งก็เดินออกมาจากเงามืด
“เก่งมาก”
เขาปรบมือช้า ๆ
“มาเร็วกว่าที่คิด”
ลลินจ้องเขา
“ป้าศรีอยู่ไหน?”
ชายคนนั้นยิ้ม
“ใจร้อนเหมือนแม่ไม่มีผิด”
ลลินตัวแข็ง
“เมื่อกี้คุณพูดว่าอะไรนะ?”
ชายคนนั้นเดินเข้ามาใกล้
“เธออยากรู้ไหมว่าพ่อแม่ที่แท้จริงของเธอเป็ใคร?”
หัวใจของลลินกระตุก
“คุณรู้จักพ่อแม่ฉัน?”
“รู้จักสิ”
เขาหัวเราะเบา ๆ
“เพราะคนที่เธอคิดว่าเป็เพียงเด็กกำพร้าธรรมดา…”
ชายคนนั้นหยุดตรงหน้าเธอ
“แท้จริงแล้วเป็ทายาทของตระกูลที่อคินเคยทำลาย”
ลลินหน้าซีด
“ไม่จริง…”
“ถามเขาดูสิ”
เสียงปืนดังขึ้นจากด้านนอก
ปัง!
ประตูโกดังถูกยิงเปิด
ชายชุดดำของอคินบุกเข้ามา
“ลลิน!”
เสียงอคินดังขึ้น
เธอหันกลับไป
ชายปริศนาฉวยจังหวะดึงปืนขึ้นมา
แต่ก่อนที่เขาจะเหนี่ยวไก
ลลินกลับคว้าแขนเขาแล้วบิดอย่างรวดเร็ว
ปืนหลุดจากมือ
เธอเตะมันออกไป
ชายคนนั้นใ
“แก!”
เขาพุ่งเข้าหาเธอ
ลลินหลบหมัด ก่อนใช้ศอกกระแทกเข้าที่ท้อง
ชายคนนั้นทรุดลง
แต่ยังมีอีกสองคนเข้ามาพร้อมกัน
ลลินถอยหลัง
ทันใดนั้นอคินก็เข้ามาขวาง
เสียงปืนดังขึ้น
ปัง!
อคินกระตุกเล็กน้อย
ลลินเบิกตากว้าง
“อคิน!”
เธอรีบวิ่งเข้าไปหา
เืสีแดงเริ่มซึมออกจากบริเวณไหล่ของเขา
“คุณถูกยิง!”
“ไม่เป็ไร”
“ไม่เป็ไรอะไร!”
ลลินเสียงสั่น
“เืออกขนาดนี้!”
อคินกลับมองเธอ
“เธอไม่เป็อะไรใช่ไหม?”
คำถามแรกของเขากลับไม่ใช่เื่ตัวเอง
ลลินน้ำตาคลอ
“ฉันไม่เป็อะไร”
“ดี”
เขายิ้มบาง ๆ
ก่อนจะยกปืนขึ้นอีกครั้ง
เสียงปืนดังต่อเนื่อง
ลูกน้องของอคินเข้าจัดการคนที่เหลืออย่างรวดเร็ว
เมื่อทุกอย่างสงบลง ลลินรีบวิ่งเข้าไปค้นหาป้าศรี
ไม่นานเธอก็พบหญิงสูงวัยถูกมัดอยู่ในห้องด้านหลัง
“ป้าศรี!”
ลลินรีบเข้าไปกอด
“ลลิน…”
ป้าศรีร้องไห้
“หนูมาทำไม!”
“หนูมาช่วยป้า”
“ป้าไม่อยากให้หนูมา!”
“ไม่เป็ไรแล้วค่ะ”
ลลินกอดเธอแน่น
แต่ก่อนที่ทั้งคู่จะได้พูดอะไรต่อ
เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านหลัง
“ยังไม่จบ”
ลลินหันกลับไป
ชายคนที่พูดเื่พ่อแม่ของเธอหายตัวไปแล้ว
เหลือเพียงกระดาษแผ่นหนึ่งตกอยู่บนพื้น
อคินเดินเข้ามาหยิบขึ้นมา
บนกระดาษมีเพียงประโยคเดียว
“ถามคนที่เลี้ยงเธอดูว่า ใครเป็คนพาเธอไปไว้ที่สถานสงเคราะห์เมื่อยี่สิบห้าปีก่อน”
ลลินมองกระดาษ
จากนั้นหันไปมองป้าศรี
ใบหน้าของหญิงสูงวัยซีดลงทันที
ลลินรู้สึกได้ถึงบางอย่าง
“ป้า…”
เสียงของเธอสั่น
“ป้ารู้ใช่ไหมคะ?”
ป้าศรีไม่ตอบ
น้ำตาไหลลงมาอย่างช้า ๆ
อคินมองหญิงสูงวัย
ก่อนจะมองลลิน
เขารู้ทันทีว่าเื่ทั้งหมดไม่ใช่เื่บังเอิญ
และอดีตของลลินอาจเกี่ยวข้องกับโลกของเขามากกว่าที่คิด
แต่ในขณะเดียวกัน เืจากไหล่ของเขาก็ยังคงไหลไม่หยุด
ลลินเพิ่งสังเกตเห็น
“คุณต้องไปโรงพยาบาลเดี๋ยวนี้”
“ฉันไม่เป็ไร”
“คุณถูกยิงนะคะ!”
“แค่ถาก ๆ”
“ฉันไม่สน!”
เธอจับแขนเขา
“คุณต้องไปโรงพยาบาล”
อคินมองมือของเธอที่กำลังจับแขนเขาแน่น
ก่อนจะยิ้มบาง ๆ
“เป็ห่วงฉันมากขนาดนั้นเลย?”
ลลินเงยหน้าขึ้น
“ใช่ค่ะ”
คำตอบนั้นทำให้อคินเงียบ
ลลินเองก็เพิ่งรู้ตัวว่าพูดอะไรออกไป
ทั้งสองสบตากัน
ท่ามกลางโกดังที่เต็มไปด้วยเสียงฝนและกลิ่นควันดินปืน
หัวใจของอคินเต้นแรงกว่าตอนถูกยิงเสียอีก
เขาไม่รู้ว่าตัวเองตกหลุมรักผู้หญิงคนนี้ั้แ่เมื่อไหร่
รู้เพียงอย่างเดียวว่า
นับจากคืนนี้เป็ต้นไป
เขาจะไม่มีวันยอมให้ใครแตะต้องลลินอีก
ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไร
และความลับเื่ชาติกำเนิดของเธอ…
กำลังจะเปลี่ยนความสัมพันธ์ของทั้งสองคนไปตลอดกาล