เซียนเทพแห่งยุคสมัยใหม่

    บทที่ 37 ฝัน

    หลังจากที่ตงหลิวฟานเทียนได้พาเยี่ยเยี่ยมาเล่นกันจนพอใจแล้ว เขาก็ได้พาเยี่ยเยี่ยกลับบ้าน 


    เพราะเป็นค่อนข้างจะเย็นแล้ว ถ้าพาเยี่ยเยี่ยกลัช้าละก็มีหวังโดนเยี่ยหยินดุอีกเป็นแน่ 


    “เยี่ยเยี่ยกลับกันเถอะ เดี๋ยวไม่ทันมือเย็นนะ”


    เยี่ยเยี่ยที่ได้ยินอย่างนั้นก็ไม่ขัดหรืองอแงเลยซักนิด เธอเป็นเด็กที่มีความอดทนและเขาใจสถานการณ์ได้ดีมาก


    ตั้งแต่ตงหลิวฟานเทียนนั้นเจอกับเธอเขาไม่เคยเห็นเยี่ยเยี่ยนั้นงอแงเลยแม้แต่ครั้งเดียว เป็นเด็กที่ดีมากๆเลยถามไม่เคยทำให้ใครต้องลำบากอีก


    เด็กแบบนี้ไม่จำเป็นต้องมาอยู่ในสังคมที่กีดกันขนาดนี้เลย ดูเหมือนว่าตงหลิวฟานเทียนจะรู้แล้ว


    ไม่ว่าจะยุคไหนก็มีการกีดกันไร้สาระอยู่ทุกยุคทุกสมัย ตั้งแต่ยุคของเขาจนถึงตอนนี้มันก็ไม่ต่างกันเลย


    เขาคงไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้ แต่ในตอนนี้สิ่งเดียวที่เขาสามารถทำได้ก็คือ การปกป้องเด็กสาวคนนี้


    เป็นสิ่งเดียวที่เขาสามารถทำได้กับสังคมแบบนี้ เขาไม่ต้องการที่จะเห็นน้ำตาของเยี่ยเยี่ยอีกแล้ว เขาอยากให้เยี่ยเยี่ยนั้นเป็นเด็กที่สดใสร่าเริงแบบนี้ต่อไป


    หลังจากนั้นพวกเขาก็เดินมาจนถึงบ้านของเขา เยี่ยหยินที่เห็นว่าตงหลิวฟานเทียนกับเยี่ยเยี่ยกลับมาแล้ว เธอก็ได้เรียกทั้งสองมากินข้าวเย็น


    “เยี่ยเยี่ย นายท่าน ข้าวเย็นพร้อมแล้วนะคะ!”


    เยี่ยเยี่ยนั้นวิ่งไปด้วยความดีใจ เธอดูดีใจทุกครั้งที่โดนเรียกไปกินข้าว ตงหลิวฟานเทียนเขาเองก็เข้าใจได้ เพราะก่อนที่เขาจะมาช่วยเธอเอาไว้ ก่อนหน้านั้นเธอไม่มีเงินเลย


    เธอคงจะไม่ได้กินข้าวเลยด้วยซ้ำตอนที่เจอกับเขา เพราะงั้นเยี่ยเยี่ยเลยเป็นเด็กที่กินเยอะมากนั้นไม่ใช่เรื่องที่แย่เลย กลับเป็นเรื่องที่ดีมากๆเลยด้วยซ้ำไป


    เขารู้สึกดีใจที่สามารถช่วยให้เด็กคนนึงให้มีความสุขได้ถึงขนาดนี้ เขาก็ได้เดินไปร่วมวงกินข้าวด้วย


    ทุกคนในวงกินข้างนั้นมีความสุขเป็นอย่างมาก เขาเองก็มีความสุขเหมือนกันในตอนนี้เขาได้อยู่ในบรรยากาศที่อบอุ่นเขานั้นชอบบรรยากาศแบบนี้มากๆ


    หลังจากินกันเสร็จทุกคนก็อาบน้ำเตรียมพร้อมที่จะเข้านอนแล้ว ทุกคนก็เข้าห้องนอนของตนเอง


    ตงหลิวฟานเทียนนั้นรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมากที่พรุ่งนี้เขาจะได้เริ่มทำงานแล้ว เขาไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นมานานแล้ว 


    ครั้งล่าสุดที่เขารู้สึกตื่นเต้นก็คงเป็นตอนที่เขาได้สู้กับมังกรสวรรค์ในตอนนั้นเขายังไม่ได้แข็งแกร่งขนาดนี้


    เขาไม่รู้ว่าพรุ่งนี้เขาจะได้ทำงานแบบไหน เพราะเอาจริงๆเขายังเป็นแค่เด็กฝึกงานอยู่เลย เขาอยากรู้ว่าสิ่งที่เขาต้องทำนั้นคืออะไรกันแน่


    แค่คิดเขาก็รู้สึกสนุกแล้ว ตงหลิวฟานเทียนก็ได้หลับลงไป 


    “ท่านอาจารย์เป็นไงบ้าง?”


    “ท่านคงไม่ได้ลืมเที่ยวเผื่อข้าสินะ? ขอบคุณมากๆที่ยังจำกันได้นะ!”


    เขาก็ได้สดุงตื่นขึ้นมาในตอนนี้ก็เป็นเวลามืดแล้ว ดูเหมือนว่าตงหลิวฟานเทียนนั้นจะฝันเกี่ยวกับลูกศิษย์ของเขาอีกแล้ว


    เขามักจะฝันถึงถึงลูกศิษย์ของเขา เหมือนว่าเขาจะไม่สามารถสะบัดความคิดเหล่านี้ออกมาจากหัวของเขาได้จริงๆ 


    เขานั้นจมปักอยู่กับความรู้สึกผิด เขาทอดทิ้งลูกศิษย์ของเขาแถมยังพลักภาระไปให้อีก เขาคิดว่าตัวเองนั้นเป็นอาจารย์ที่ไม่ได้เรื่องเลย


    ขณะที่เขากำลังคิดฟุ้งซ่านอยู่ก็ได้มีคนเปิดประตูออกมา นั่นก็คือเยี่ยเยี่ยนั้นเองไม่ใช่แค่เยี่ยเยี่ยมีอีกคนนึงไม่สีต้องเสียงตัวนึงก็คือต้าเนียว


    ดูเหมือนทั้งสองจะรู้สึกแปลกๆก็เลยมาดูเขา เขานั้นก็ยิ้มตอบรับเยี่ยเยี่ยกับต้าเนียวนั้นค่อยๆเดินมาหาเขา


    ก่อนที่ทั้งสองจะกระโดดลงบนที่นอนของเขา ดูเหมือนว่าทั้งสองอยากจะนอนเป็นเพื่อนเขา


    เขาก็ยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดูทั้งสอง ในตอนแรกเขานั้นรู้สึกกังวลไม่สบายใจแต่พอเขาได้เห็นทั้งสอง เขาก็รู้สึกว่าความรู้สึกแย่ๆนั้นหายไปจนหมด


    เขาค่อยๆก้มตัวลงนอนอีกครั้งโดยที่ตอนนี้มีเยี่ยเยี่ยนอนกับต้าเนียวนอนกอดเขาอยู่


    ในตอนนี้เขานั้นมีความสุขเป็นอย่างมาก

    คล้ายกับเรื่องเซียนเทพแห่งยุคสมัยใหม่ ที่คุณอ่าน