บทที่ 14ไม่ใช่ความผิดของนาง
เมื่อเกิดเื่วุ่นวายขึ้นงานเลี้ยงได้จบลงทุกคนต่างพากันแยกย้ายและตื่นกลัวจะเกิดอันตรายกับตนเอง เื่ที่เกิดขึ้นก็ถูกกล่าวขานกันไปทั่ววังหลวง ต่างก็พูดกันเป็เสียงเดียวว่าเื่ทั้งหมดเกิดขึ้นจากองค์หญิงหนิงเอ๋อที่มาปรากฎกายขึ้นในวังวันนี้ ทำให้ฮองเฮาไม่พอใจเป็อย่างมากจึงส่งตัวองค์หญิงกลับที่เรือน
“หนิงเอ๋อเ้าไม่ต้องคิดอันใด เื่ทั้งหมดไม่ได้เกิดขึ้นเพราะเ้า ข้าจะไม่ยอมอยู่นิ่งข้าจะหาคนที่ทำเื่นี้ขึ้นมาให้ได้ เ้ากลับไปพักผ่อนเถอะนะ อย่าได้เอาเื่วันนี้มาใส่ใจ แม่นมข้าขอฝากหนิงเอ๋อของข้าด้วย เ้าเองก็เช่นกันดูแลองค์หญิงให้ดีอย่าให้เกิดเื่อันใดขึ้นกับองค์หญิงเป็อันขาด ตอนนี้เรายังไว้ใจใครไม่ได้”
“เพคะ/พะย่ะค่ะ”
“ท่านแม่เองก็เช่นกันนะเพคะ อย่าคิดมากจนไม่มีเวลาดูแลตนเอง ข้าได้หาใส่ใจไม่ ข้าเคยเจอเหตุการณ์เช่นนี้อยู่เรื่อยจนข้าชินชาแล้ว ท่านแม่โปรดดูแลรักษาพระวรกายให้ดีนะเพคะ .”
“เ้าไปเถอะ เดี๋ยวข้าต้องเข้าไปหาฝ่าา”
เมื่อร่ำลาเสร็จสิ้นหนิงเอ๋อก็ได้นั่งเกี้ยวกลับเรือน ระหว่างทางก็ได้นึกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทุกอย่างล้วนมีเงื่อนงำ นางไม่เคยรู้จักพูดคุยกับหวงกุ้ยเฟยสักคราเหตุใดนางถึงได้มาปรักปรำนางเช่นนี้ ไหนจะเกี้ยวที่มารับนางวันนี้ ทหารได้บอกว่าฮ่องเต้เป็คนสั่งมาแต่นางเองก็รู้ดีนางจะเป็ของฮองเฮาเพราะอยากให้นางรู้สึกว่าฝ่าามิเคยทอดทิ้ง หนิงเอ๋อนั่งคิดอยู่ครู่หนึ่งก็คิดขึ้นมาได้ว่าเื่ทั้งหมดต้องเป็ฝีมือของหวงกุ้ยเฟยหรือมไม่ก็องค์หญิงเสี่ยวหลง เพราะก่อนหน้านี้นางได้เข้าไปวุ่นวายทำให้เสี่ยวหลงไม่พอใจ
“ช่างร้ายกาจยิ่งนัก เป็เช่นนี้ท่านแม่จะปลอดภัยหรือไม่ องครักษ์หลิว” หนิงเอ๋อบ่นพึมพำก่อนจะเรียกหาองครักษ์หลิวให้เดินเข้ามาใกล้ๆ เกี้ยวและยื่นหน้าออกไป
“องค์หญิง้าอะไรหรอพะย่ะค่ะ”
“ข้าไม่ได้้าอะไรแต่ข้ามีเื่ให้เ้าทำ เ้าสามารถเข้าวังหลวงอย่างง่ายดายหรือไม่”
“เื่นั้นกระหม่อมเข้าไปอย่างง่ายดายอยู่แล้วพะย่ะค่ะ ก็ฮองเฮามอบป้ายหยกนี่ให้กระหม่อมไว้” องครักษ์หลิวยกป้ายหยกให้หนิงเอ๋อดู
“งั้นดีเลย เ้ากลับไปที่วังหลวงอีกรอบ แต่รอบนี้ข้าไม่ได้ให้เ้าไปหาเสด็จแม่ แต่ข้าจะให้เ้าแอบเข้าไปที่ตำหนักของหวงกุ้ยเฟย เื่แค่นี้เ้าคงทำได้อยู่แล้วข้าเชื่อฝีมือเ้า” หนิงเอ๋อเหมือนจะมีแผนดีๆ
“องค์หญิง้าให้กระหม่อมทำอะไรกันแน่พะย่ะค่ะ”
“ข้าจะให้เ้าเข้าไปแอบฟังหรือตรวจตาดูว่าที่ตำหนักของหวงกุ้ยเฟยมีเื่อันใดผิดหูผิดตาหรือไม่”
“อย่าบอกนะว่าองค์หญิงคิดว่าเื่ทั้งหมดที่เกิดขึ้นวันนี้เป็ฝีมือของหวงกุ้ยเฟย” องครักษ์หลิวมองดูองค์หญิงอย่างเหลือเชื่อเพราะั้แ่เขามาดูแลอารักขา วันๆ องค์หญิงเอาแต่เที่ยวเล่นและเอาแต่ใจ ไม่คิดเลยว่าองค์หญิงจะมีความคิดที่แหลมคมเช่นนี้
“ก็ใช่นะสิ เ้าจำตอนที่ทหารมากราบทูลหรือไม่ หวงกุ้ยเฟยก็มีท่าทีปรักปรำใส่ข้า ทั้งๆ ที่อาจจะเป็สิ่งอื่นก็ได้ ข้าว่าเื่นี้ต้องเป็ฝีมือนางแน่ๆ เ้ารีบไปเถอะข้ากลัวเกิดเื่ไม่ดีขึ้นกับท่านแม่ด้วย” เมื่อสิ้นคำสั่งองครักษ์ก็ได้หันหลังกลับควบม้ากลับไปที่วังหลวงทันที
ตำหนักฟู่หลาง
“ท่านแม่เพคะ ท่านคิดว่าเป็เพราะนางจริงๆ หรือเพคะท่านแม่ถึงได้พูดกับเสด็จพ่อเช่นนั้น” เสี่ยวหลงเดินตามมารดาของตนมาที่ตำหนัก
“ไม่ใช่หรอก ไม่ใช่นาง” นางตอบอย่างนิ่งเฉย
“หรือว่าท่านแม่เป็คนทำเพคะ” เสี่ยวหลงเบิกตาโพล่งโต เมื่อรู้ว่าเป็ฝีมือของมารดาตนเอง
“เ้านี่ช่วยเงียบๆ เสียบ้างเดี๋ยวผู้อื่นจะได้ยินกันหมดพอดี ”
“อย่าบอกนะเพคะว่าที่ท่านแม่ทำเช่นนี้เพราะอยากลงโทษนางที่นางมาหาเื่หม่อมฉัน ไหนท่านแม่บอกว่าไม่อยากให้เกิดเื่ในวันนี้เพคะ”
“ก็ใครจะคิดว่านางจะมีใบหน้าเหมือนกุ้ยเฟยขนาดทำให้ฝ่าาคิดว่ากุ้ยเฟยกลับมาหาจริงๆ หากข้าไม่ทำอะไรสักอย่างป่านนี้ฝ่าาคงสั่งให้นางเข้ามาอยู่ในวังหลวงเสียวันนี้ ข้าเลยต้องหาทางจัดการมิเช่นนั้นเ้าเองก็จะไม่ได้เป็องค์หญิงที่ฝ่าาโปรดปราณอีกต่อไป แล้วไหนจะตำแหน่งองค์รัชทายาทของพี่ชายเ้าอีก” หวงกุ้ยเฟยได้พูดออกมาจนหมดถึงเื่กังวล โดยไม่รู้เลยว่าตอนนี้องครักษ์หลิวได้แอบฟังอยู่ในตำหนักนี่ด้วย
“ข้าไม่ถูกชะตากับนางั้แ่แรกพบ ข้าว่าแล้วนางต้องสร้างความวุ่นวายเป็แน่ ”
“หวงกุ้ยเฟยเพคะ น้ำชาที่ท่านให้ไปต้มมาแล้วเพคะ” นางกำนัลได้เดินถือหม้อต้มชาเพื่อนำมารินให้หวงกุ้ยเฟยได้ดื่มเพื่อให้อารมณ์ดี แต่เมื่อนางกำลังเดินเข้ามาก็พบเงาของบุรุษจึงร้องทักออกไป
“นั่นผู้ใด เ้าเป็ใครมาอยู่ในตำหนักของหวงกุ้ยเฟยได้อย่างไร ทหารมีผู้บุกรุก” นางกำนัลได้ร้องบอกทหาร ทำให้หวงกุ้ยเฟยหน้าซีดเพราะไม่รู้ว่าผู้ที่เข้ามานั้นเป็ผู้ใด อีกอย่างเมื่อครู่นางได้พูดเื่ที่เกิดขึ้นที่ลานพิธีอีกด้วย
“เกิดอันใดขึ้น” หวงกุ้ยเฟยนั่งไม่ติดรีบเดินไปถามนางกำนัลทันที
“เมื่อครู่หม่อมฉันกำลังเข้าไปที่ห้องของหวงกุ้ยเฟยแต่ข้ามองเห็นเงาของผู้ชายยืนอยู่ด้านหลังผ้าตรงนั้นเพคะ”
หวงกุ้ยเฟยหันมองซ้ายขวาเหล่าทหารก็วิ่งตามหากันไปทั่วก็ไม่พบผู้ใด
“กระหม่อมไม่พบผู้ใดเลยพะย่ะค่ะ” ทหารได้มาบอกหวงกุ้ยเฟย
“เ้าหาดีแล้วหรือ ว่าไม่มีผู้ใด”
“กระหม่อมตรวจค้นจนทั่วแล้วพะย่ะค่ะ”
“หรือว่าเ้าตาฝาดกันแน่ ต่อจากนี้หากเ้าไม่พบตัวเป็ๆ ก็อย่าได้เอะอะโวยวายอีก”หวงกุ้ยเฟยอารมณ์เสียแต่ทว่าก็รู้สึกโล่งใจที่คิดว่าไม่มีผู้ใดได้รับรู้ความชั่วร้ายของนาง