"ฮึกๆ พี่สาว ฟื้นสิ ท่านฟื้นสิขอรับ"
เสียงพูดปนสะอื้นดังก้องอยู่ข้างหู เซียวหว่านขมวดคิ้ว ขนตางอนยาวกระพริบไหว ก่อนดวงตาสงบคู่หนึ่งจะลืมขึ้นอย่างยากลำบาก
"น้ำ ขอน้ำ"ริมฝีปากแห้งกร้าน ซีดเซียวเผยอพูดขึ้นด้วยเสียงแหบ
"พี่ท่านฟื้นแล้ว! ข้าจะรีบไปรินน้ำมาให้ท่าน"ร่างเล็กพูดจบ ก็ะโลงจากเก้าอี้ วิ่งไปรินน้ำในกาที่เย็นเฉียบมาให้พี่สาว
ชั่วขณะที่มองเห็นร่างเล็กในอาภรณ์เก่าขาด แววตาของเซียวหว่านปรากฏความสับสน ดวงตาคู่งามจับจ้องร่างเล็กของเด็กชายตัวน้อยเขม็ง
"พี่ ดื่มน้ำก่อนเถอะ"เด็กผู้ชายอายุราวห้าขวบ หน้าตามอมแมม มีคราบน้ำตา เอ่ยพลางยื่นถ้วนปากบิ่นที่ใส่น้ำจนเต็มมาตรงหน้าเซียวหว่าน
...พี่?
ถ้าจำไม่ผิดเธอเป็เด็กกำพร้า อย่าว่าแต่พี่เลย แม้แต่บิดามารดาเป็ใคร เธอก็ยังไม่รู้เลย แล้วน้องชายคนนี้โผล่มาจากไหน?
ความรู้สีกไม่คุ้นเคยแบบนี้มันคืออะไรกัน?
เซียวหว่านกวาดตามองรอบตัว สภาพห้องเล็กๆอันทรุดโทรมสะท้อนเข้ามาในตา เก้าอี้ที่ขาหักไปครึ่งท่อน ผ้าห่มผืนบางที่ออกสีเหลื่อง กลิ่นอับชื้นที่อวลอยู่ปลายจมูก
นี่มันเื่อะไรกัน?
ไม่ถูกสิ! ก่อนหน้านี้เธอถูกรถบันทุกชนเข้าอย่างจัง ขณะเดินทางไปทำงานในร้านอาหารที่ตัวเองเป็พนักงานประจำ ความปวดร้าวราวกับร่างกายถูกแยกออกเป็ชิ้นๆ ชาตินี้เธอไม่มีทางลืมลงแน่ ทั้งที่คิดว่าตนเองตายแล้วแท้ๆ ไฉนพอฟื้นขึ้นมาอีกครั้งถึงมาปรากฏตัวอยู่ในสถานที่แปลกตา ซ้ำยังมีเด็กผู้ชายหน้าตามอมแมมร้องเรียกเธอไม่หยุดปากว่า...พี่
เซียวหว่านสงบสติอารมณ์ เธอจ้องเด็กผู้ชายที่เรียกตนเองว่าพี่ ดวงหน้าน้อยๆ ที่เปรอะเปื้อนคราบฝุ่น ประกอบกันก่อนหน้านี้ผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก ส่งผลให้ดวงตาคู่โตแดงก่ำ ทิ้งคราบน้ำตาไว้เป็ทาง ทั้งน่าสงสาร มองแล้วคล้ายแมวน้อยที่ถูกทอดทิ้งตัวหนึ่ง
เซียวหว่านปรับเสียงให้อ่อนลง"เด็กน้อย เธอบอกว่าฉันเป็พี่สาว งั้นเล่าเื่ที่เกี่ยวกับพี่ให้ฟังหน่อยได้ไหมจ้ะ?"
ดูเหมือนว่าเธอจะทะลุมิติมาจริงๆ ซ้ำยังเป็การสืบทอดร่างของสตรีนางหนึ่ง ทว่าความทรงจำที่เกี่ยวกับร่างนี้เธอกลับจำอะไรไม่ได้เลย
คงต้องหลอกถามเอาจากเด็กคนนี้แล้วล่ะ
เด็กน้อยมีท่าทางตื่นตระหนก มองเซียวหว่านขึ้นๆลงๆ แล้วโพล่งออกมาว่า"แย่แล้วๆ พี่สาวของข้าเป็บ้าไปแล้ว แม้แต่น้องชายตนเองแท้ๆก็ยังจำไม่ได้ ทำยังไงดีๆ ข้าจะต้องหิวตายแล้วแน่ ฮือๆ พี่สาวขอร้องท่านได้โปรดอย่าเป็บ้าเลย ไม่อย่างนั้นน้องชายท่านจะต้องอดตายแล้วจริงๆ"
เซียวหว่านนวดคลึงขมับ นี่เธอได้น้องชายแบบไหนกัน? เอะอะก็พูดว่าพี่สาวเป็บ้า ยังมีหิวได้ แท้จริงแล้วเด็กคนนี้เป็ห่วงพี่สาวของตนจริงๆใช่ไหม?
ถึงในใจจะคิดไม่ตก แต่เซียวหว่านก็ยังพูดด้วยน้ำเสียงที่คิดว่าอ่อนโยนที่สุด"น้องรัก พี่หาได้เป็บ้าอย่างที่เ้ากล่าวหาไม่ แต่ด้วยอาการปวดหัวในตอนนี้ ทำให้พี่สาวลืมเลือนเื่ราวบางอย่าง หากเ้าไม่อยากหิวตายอย่างที่พูด ก็เล่าเื่ราวที่รู้ให้พี่สาวฟังสักรอบ ประเดี๋ยวเล่าเสร็จท่านพี่คนนี้จะทำของอร่อยให้เ้ากิน ดีหรือไม่?"
เด็กคนนี้เอ่ยปากก็พูดว่าตนจะหิวตาย นิสัยส่วนตัวต้องเป็คนช่างกินแน่นอน ดังคาดเพียงพูดถึงของกิน จากแววตาตื่นตระหนกก็เปลี่ยนเป็ระยิบระยับ มุมปากเล็กๆคล้ายมีน้ำลายไหลยืด
เซียวหว่านเห็นแล้วก็นึกปวดใจแทนเ้าของร่างคนก่อน ดูเอาเถิดน้องชายคนเดียวของนาง เพียงพูดถึงของอร่อยเป็ไม่ได้ เ้าเด็กน้อยก็พร้อมจะขายพี่สาวทันที
แต่ถึงจะมีความอยากอาหารมาก แต่แววตาก็มีแววเคลือบแคลง เด็กชายตัวน้อยถามอย่างระมัดระวัง"พี่สาว ท่านพูดจริงหรือ? ไม่ได้แกล้งหลอกให้ข้าดีใจอีกใช่ไหม"
ดูท่าเ้าของร่างเดิมก็คงรู้จักนิสัยของน้องชายตนพอตัว มิเช่นนั้นนางคงไม่คิดแผนแบบนี้ออกมา ซ้ำยังทำให้เด็กคนนี้จำฝังใจอีกต่างหาก...แต่ไม่เป็ไร เด็กเล็กๆแบบนี้นางพูดไม่กี่คำก็คลายความสงสัยแล้ว
เซียวหว่านยกยิ้ม ใช้มือเรียวลูบผมของว่าที่น้องชายอย่างเอ็นดู "แน่นอนจ้ะ พี่สาวไม่ได้หลอกเ้า อีกเดียวจะมีของอร่อยให้กินจนท้องน้อยๆนี้ยื่นออกมาเลยล่ะ" เซียวหว่านจิ้มท้องแบนราบของเด็กชายเบาๆเป็เชิงหยอกล้อ
ด้วยอายุที่ยังน้อย และทนต่อแรงเย้ายวนในคำพูดของพี่สาวไม่ไหว ท้ายที่สุดเด็กคนนี้ก็คายคำพูดที่ตนรู้ออกมาจนหมดเกลี้ยง
เซียวหว่านรับฟังเื่ราวั้แ่ต้นจนจบ นางตื่นตระหนกทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะ
นี่มันเื่อะไรกัน? เธออุส่าทำใจไว้ล่วงหน้า ใครจะคิดว่าเื่ราวมันหน้าใกว่าที่เธอคิดไว้หลายเท่า เพราะนี่ไม่เพียงเป็การยืมร่างมาเกิดใหม่ธรรมดา แต่ยังอุส่าข้ามภพมายังโลกโบราณแปลกประหลาด ที่นางเคยอ่านเห็นเฉพาะในนิยายตอนที่ยังไม่ทะลุมิติมายังยุคนี้
เ้าของร่างนามว่าเซียวหว่าน ที่เหมือนกับชื่อเดิมของเธอ ร่างนี้เพิ่งอายุ14ปี บิดามารดาเสียชีวิตเมื่อหลายปีก่อน ทิ้งน้องชายที่เพิ่งเกิดได้สามเดือนให้พี่สาววัย9ขวบดูแล...แค่คิดเธอก็พอจะเดาได้ว่ามันน่าอนาถแค่ไหน
แท้จริงเด็กน้อยคนนี้ก็คือน้องชายของเซียวหว่าน นามว่าเซียวหรูอี้ อายุ5ขวบ ซึ่งเขาเป็น้องชายร่วมบิดามารดาเพียงคนเดียวของเซียวหว่าน มองใบหน้าเล็กๆที่ยืดคอมองมาทางนางด้วยสีหน้าระมัดระวัง ท่าทางอย่างกลับพร้อมถอยหนีได้ทุกเมื่อขณะเล่าถึงนิสัยใจคอแสนคับแคบของพี่สาวแล้ว เซียวหว่านก็ไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดี
...์ นี่ท่านให้ข้ามาเกิดในร่างของสตรีแบบไหนกันแน่? แม้แต่น้องชายยังรังเกียจปานนี้ แล้วคนอื่นเล่า จะไม่มองเธอเหมือนโรคระบาดเลยหรือ? ฮือๆ เธอขอกลับไปตายเหมือนเดิมยังดีกว่าต้องมาทนอยู่อย่างอดสูแบบนี้
เซียวหรูอี้มองสีหน้าที่เปลี่ยนไปมาของพี่สาว เขาเม้อปากแน้น ก่อนจะคลายออกแล้วพูดพลางเหลือบมองปฏิกิริยาของเซียวหว่าน"พี่สาว ท่านอย่าโกรธเลยนะ อันที่จริงมีนิสัยใจร้อนหน่อยก็ใช่ว่าจะไม่ดี ข้าว่าพี่เป็แบบนี้เวลาออกนอกบ้านก็จะไม่มีใครกล้ามารังแกท่านแน่ เอ่อ...ยังมีนิสัยที่ชอบเปรียบเทียบนั้น ข้าว่าก็ดีออก ท่านเองก็หน้าตางดงามเวลาเปรียบเทียบกับคนอื่น ยังเป็หน้าเป็ตาให้บ้านเรามาก"
เซียวหรูอี้พูดพลางก้าวเท้าเล็กๆที่ไร้รองเท้าทั้งคู่ ถอยออกไปเงียบๆ ดวงตากลมโตฉ่ำวาวจ้องมองเซียวหว่านอย่างเกรงกลัว และระแวงคาดว่าหากนางขยับตัวเพียงเล็กน้อย เด็กคนนี้ก็คงกระโจนวิ่งหนีออกไปจากห้องโดยไม่หันหลังกลับมามอง
ท่าทางของน้องชายคนใหม่ ทำเอาเซียวหว่านกุมศีรษะ นางอยากถามเขาเหลือเกินว่า 'พี่สาวคนนี้น่ากลัวขนาดนั้นเลยรึ?' แต่เกรงว่าถ้าถามออกไปจะทำให้น้องชายใจนฉี่ราดนะสิ
เซียวหว่านกระแอมไอ เปลี่ยนหัวข้อสนทนา"เอาละๆ ในเมื่ออี้เอ๋อร์พูดจบแล้ว ครานี้ก็ถึงทีที่พี่สาวจะต้องทำตามสัญญาบ้างแล้วล่ะ อี้เอ๋อร์เด็กดีห้องครัวบ้านพวกเราอยู่ที่ใดรึ ดูเหมือนแม้แต่เื่นี้พี่ก็จำไม่ได้แล้ว"
"อ้า! พี่สาวแม้แต่ห้องครัวอยู่ที่ไหนก็จำไม่ได้แล้วหรือขอรับ?"เซียวหรูอี้ร้องถามอย่างใ
เซียวหว่านเงียบเสมือนเป็การยอมรับ อย่าว่าแต่ห้องครัวเลย แม้แต่ห้องที่เธอนั่งอยู่ขณะนี้ ก็ยังไม่รู้ว่าส่วนไหนของเรือนกันแน่
เซียวหรูอี้มองท่าทางห่อเหี่ยวของพี่สาวอย่างไม่เชื่อสายตา ทว่าก่อนที่เขาจะได้ถามไปมากกว่านี้ท้องเล็กๆก็พลันร้องประท้อง เซียวหรูอี้เอามือกุมท้อง มองเซียวหว่านที่อารมณ์ดีกว่าปกติ ก็ลอบถอนหายใจเอาแต่ยืนจ้องหน้าเซียวหว่าน
"ยังไม่รีบไปอีก มัวชักช้าอีกเดี๋ยวพี่จะเปลี่ยนใจแล้วนะ"ถูกจ้องมองไม่ละสายตาแบบนี้ นางเองก็รู้สึกอึดอัดอยู่บ้าง เลยแสร้งปั้นหน้าขรึมกล่าวคำพูดด้วยน้ำเสียงหมดความอดทน
ดังคาดพอได้ยินว่านางจะเปลี่ยนใจ เซียวหรูอี้ก็เต้นโผง ทิ้งความหวาดกลัวไว้เื้ั มือเล็กที่เปื้อนคราบดินกระชากข้อมือขาวสะอาดของเซียวหว่าน ฉุดรั้งให้ร่างของเซียวหว่านให้ลงจากเตียงนอน
"พี่ ท่านเดินเร็วหน่อย ข้าหิวจะแย่แล้ว"ได้ที ก็เอ่ยเร่งนางไม่หยุด
เซียวหว่านหลุดยิ้มขบขัน นางวิ่งตามแรงฉุดกระชากที่ข้อมือ ทั้งที่เซียวหรูอี้ก็ใช้แรงไม่มาก ทว่าเซียวหว่านกลับปล่อยร่างกายให้เดินตามน้องชายไปอย่างง่ายดาย
บ้านตระกูลเซียวหลังนี้สร้างบนที่ดินขนาดหนึ่งหมู่ ตัวบ้านสร้างขึ้นจากไม้และดิน มีสามห้องนอน หนึ่งห้องครัวและหนึ่งห้องน้ำ ซึ้งถ้ามองจากวีธีชีวิตของคนในหมู่บ้านหลานซีแห่งนี้แล้ว บ้านของเซียวหว่านก็จัดอยู่ในระดับกลางค่อนไปทางต่ำ
มองจากข้างนอกก็ดูแข็งแรงทนทาน เพียงแต่เพราะเ้าของร่างคนก่อนมีนิสัยเกียจคร้าน ไม่ชื่นชอบงานบ้านงานเรือน กอปรกับฝนตกหนักเมื่อสองคืนก่อน ส่งผลให้ทั้งกลิ่นทั้งฝุ่นลอยตลบอบอวลอยู่ภายในห้องต่างๆของบ้านทั้งหลัง
พอออกมายืนกลางลานบ้าน ที่มีรั้วไม้ล้มรอบไว้ห่างๆ เซียวหว่านก็ระบายยิ้มกว้าง นางสูดลมหายใจเข้าปอด สองตาหลับพริ้ม ปล่อยตัวปล่อยใจไปกับอากาศบริสุทธิ์ ไร้มลพิษและสารเคมีที่เกิดขึ้นจากรถยนต์
...บรรยากาศแบบนี้ ช่างดีจริงๆ
หลายนาทีต่อมา เซียวหว่านจึงลืมตาขึ้นอีกครั้ง เธอกวาดตามองโครงสร้างของบ้านทั้งหลัง ก่อนจะหลับตาลงอีกครั้งเพื่อจดจำให้แม่นยำ พิจารณาซ้ำๆหลายรอย เมื่อแน่ใจว่าจดจำได้ขึ้นใจ นางก็หมุนกายเดินเข้าไปในห้องครัว ข้างในก็ไม่ได้แตกต่างจากห้องนอนสักเท่าไหร่ ตามมุมหลังคามีใยแมงมุมห้อยอยู่มากมาย มองจนขนลุกเลยทีเดียว
ยิ่งเมื่อสายตาปะทะเข้ากับกองถ้วย จาน ยังมีหม้อและอุปกรณ์ทำครัวจำนวนหนึ่งวางระเกะระกะอยู่เต็มพื้นห้อง คราบเศษอาหารและกลิ่นเหม็นเปรี้ยวโชยเข้ามาในจมูก เซียวหว่านนึกอยากสะบัดตัววิ่งออกจากตรงนี้ทันที
นี่มันอะไรกัน! มิใช่ว่าสตรีในยุคโบราณเพียบพร้อมทั้งกิริยาและมารยาทรหรอกรึ แล้วนี่เธอเข้ามาอยู่ในร่างของสตรีแบบไหนกัน ถึงกลับปล่อยให้ห้องครัวเน่าขนาดนี้ ใช้คำว่าเกียจคร้านมานิยามนิสัยของอีกฝ่าย ยังนับว่าให้เกรียติเสียด้วยซ้ำ
เซียวหว่านมองถ้วยและหม้อที่กองเท่าูเาลูกย่อมๆ จากนั้นก็หันมามองเซียวหรูอี้ที่ถอยไปยืนห่างๆั้แ่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ จมูกคมสันของเขาย่นเข้าหากัน แววตาแสดงความรังเกียจอย่างไม่ปิดบัง
พอเห็นแบบนั้นเซียวหว่านก็ถอนหายใจ มีพี่สาวแบบเ้าของร่างคนก่อน มิหน้าเด็กคนนี้ถึงได้ผอมแห้ง ทั้งยังติดนิสัยเสียมาจากผู้เป็พี่อีกไม่น้อย
เซียวหว่านส่ายหน้า นางรู้สึกสงสารเด็กคนนี้มาก จึงพยายามพูดกับเขาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ประหนึ่งพี่สาวผู้แสนดี"อี้เอ๋อร์ออกไปรอพี่ข้างนอกก่อน ประเดี๋ยวพี่ทำอาหารเสร็จ พี่จะเรียกเ้าอีกที"
วันเวลาอีกยาวไกล ค่อยเป็ค่อยไปยังไม่สาย นางคงไม่ใจร้ายปล่อยให้เด็กคนหนึ่งทำงานหนักั้แ่วันแรกที่พบกัน
เซียวหรูอี้รังเกียจกลิ่นเหม็นเน่าในห้องครัวจะแย่ ก่อนหน้านี้ยังพอทนได้บ้าง แต่พอเซียวหว่านพูดจบ เขาก็ทนไม่ไหววิ่งออกไปอาเจียนโอกอากอยู่ข้างนอก
เซียวหว่านมองตามร่างเล็ก นางไม่ได้ว่ากล่าวอะไร ปล่อยให้เซียวหรูอี้ทำตามใจไปก่อน ต่อไปนางย่อมหาวิธีสอนสั่งน้องชายแน่นอน
...เชื่อว่าไม่นาน อี้เอ๋อร์ของเธฮจะต้องเป็เด็กดีคนหนึ่ง
พอคิดได้ดังนั้นเซียวหว่านก็ยิ้มอย่างพึงพอใจ นางนั่งยองๆลงบนพื้นข้างกองถ้วยและหม้อ มือเรียวพับชายแขนเสื้อทั้งสองข้างขึ้นมาเหนือข้อสอก จากนั้นก็เริ่มล้างทำความสะอาด พร้อมทั้งปัดกวาดเช็ดถูทั้งห้องครัวยกใหญ่
....สองเค่อต่อมา ข้าวผัดไข่หอมกรุ่น กับซุปมะเขือเทศใส่ไข่ร้อนๆก็เสร็จพร้อมรับประทาน เซียวหว่านยกอาหารทั้งสองชนิดขึ้นโต๊ะอาหาร ก่อนจะเดินออกไปเรียกเซียวหรูอี้เข้ามากินข้าว
ทำอย่างไรได้ในเมื่อห้องครัวมีเพียงข้าวที่หุงไว้แข็งๆ กับไข่ไก่และเกลือพอให้กินครั้งเดียว ด้วยข้อจำกัดมากมายทำให้นางมิอาจปรุงอาหารเลิศรสออกมาได้
ทว่าคาดไม่ถึงว่าอาหารง่ายๆอย่างข้าวผัดไข่ จะทำให้เด็กดื้อรั้นอย่างเซียวหรูอี้ ตื่นเต้นจนวางตะเกียบไม่ลง
"พี่สาว พี่สาว ข้าวผัดจานนี้หอมจริง ข้าจะกินข้าวผัดอีกขอรับ"เซียวหรูอี้พูดพลางะโไปรอบๆตัวเซียวหว่าน
"ตกลง แต่ทุกครั้งก่อนกินข้าว อี้เอ๋อร์จะต้องล้างมือให้สะอาด ไม่อย่างนั้นตอนกลางคืนจะปวดท้องมากๆ"เซียวหว่านข่มขู่
เมื่อครู่กว่าจะรู้ว่าเซียวหรูอี้ยังไม่ล้างมือ นางก็ห้ามไม่ทันเสียแล้ว ดีที่เขาเพียงชิมคำเล็กๆ ไม่ได้ลงมือกินจริงจัง
"อือ ข้าจะไปล้างมือตอนนี้เลยขอรับ" เซียวหรูอี้พยักหน้าหงึกหงัก ทว่าเพิ่งวิ่งไปถึงหน้าประตู ก็หันกลับมาะโบอกเซียวหว่านเสียงดัง "พี่ ห้ามแอบกินนะขอรับ"
เซียวหว่านขอบขัน นางพูดค่อนขอดน้องชาย"ถ้าพี่จะกินจริงๆ คงไม่เรียกอี้เอ๋อร์มาหรอก รีบไปล้างมือได้แล้ว พี่ไม่แอบกินของเ้าหรอก๐
เซียวหรูอี้แลบลิ้นอย่างเก้อเขิน หันกายวิ่งออกจากประตูห้องครัว