“แก้วให้กินสมุนไพรต้มก็แล้วเช็ดตัวก็แล้วแต่ก็ยังตัวร้อนอยู่เลย”
กรองแก้วเอ่ยออกมาด้วยสีหน้าอ่อนใจเพราะไม่รู้จะหาวิธีทำอย่างไรให้ปักษาเบาไข้ลง
“อันที่จริงท่านปักษาไม่น่าไม่สบายง่ายๆเอาอย่างนี้แม่หญิงเดี๋ยวข้าจะไปตามท่านกุญชรสีเผือกมาดูอาการท่านปักษาอีกที”
“สีเทารู้หรอว่ากุญชรสีเผือกอยู่ที่ไหน”
คำพูดของสีเทาทำให้กรองแก้วได้ใจชื้นขึ้นมาบ้าง
“รู้สิรอข้าเดี๋ยวเดียวข้าจะกลับมา”
เ้ากระรอกน้อยเอ่ยจบก็รีบกระโจนออกจากหน้าต่างไปด้วยความรวดเร็ว
“..เอ่อ..วิ่งไวขนาดนี้เลยหรอ”
ยังไม่ทันที่หญิงสาวจำพยักหน้ารับคำเ้ากระรอกตัวป้อมก็วิ่งหายไปในแถบชายป่าจนลับตาหญิงสาวรู้สึกทึ่งไม่น้อย
กระรอกสีเทาตัวนี้นั้นแท้จริงแล้วไม่ใช่เพียงแค่กระรอกพูดได้ธรรมดาแต่ยังมีความสามารถอีกหลายอย่างที่น่าทึ่งที่หญิงสาวเองก็ยังไม่รู้อย่างเช่นเคลื่อนที่ด้วยความเร็วเช่นครานี้เป็ต้น
“หวังว่ากุญชรสีเผือกมาแล้วคุณจะรักษาคุณได้นะปักษาไม่อย่างนั้นแก้วต้องรู้สึกผิดมากแน่ๆ”
กรองแก้วนั่งรอสีเทาและกุญชรสีเผือกอยู่ที่ชานกระท่อมเธอชะเง้อรอแล้วรออีกก็ยังไม่มีวี่แววว่าสีเทาจะกลับมาดวงตากลมโตเหลือบมองผ่านประตูที่เปิดเอาไว้ไปที่ร่างใหญ่ด้วยแววตาละห้อยที่เขาเป็แบบนี้ก็เพราะ้าช่วยเหลือเธอแท้ๆ
แปร๋นนน
เสียงร้องดังกังวานกระตุ้นให้กรองแก้วหายจากอาการเหม่อลอยหัวใจเต้นแรงดีอกดีใจที่กุญชรสีเผือกและสีเทากลับมาเสียที
“แม่หญิงท่านกุญชรมาแล้วพาท่านปักษาออกมาข้างนอกเร็ว”
“ได้เลย..”
เมื่อเ้ากระรอกตัวกลมวิ่งหน้าตั้งนำหน้าช้างเผือกตัวใหญ่บอกให้เธอพาปักษาออกมาเธอจึงรีบจ้ำฝีเท้าเข้าไปในกระท่อมและพาร่างใหญ่ของปักษาออกมานอนที่ชานกระท่อมอย่างทุลักทุเล
“เป็หนักขนาดนี้เชียวรึ”
กุญชรสีเผือกค่อยๆปัดงวงยาวอังความร้อนจากร่างใหญ่ของปักษาที่นอนไม่ได้สติก่อนจะเอ่ยเสียงทุ้มออกมาปนความกังวลด้วยน้อยครั้งนักที่ปักษาจะดูอาการหนักเช่นนี้กรองแก้วยิ่งได้ยินที่กุญชรสีเผือกว่ามาอย่างนั้นก็หน้าเหือดแห้งลงไปในทันที
“นี่สมุนไพรสามชนิดแม่หญิงเอาไปต้มในน้ำสองถ้วยต้มจนน้ำเหลือถ้วยเดียวแล้วจึงเทมาให้ท่านปักษาดื่ม”
งวงยาวปาดไปคล้องห่อผ้าขาวบางด้านหลังลงมากองตรงหน้าหญิงสาว
“ได้ค่ะ”
กรองแก้วรีบหยิบห่อผ้านั้นลุกขึ้นสาวเท้าเข้าครัวไปในทันที
“เ้าไปช่วยแม่หญิงเตรียมไฟเ้าสีเทา”
เสียงทุ้มเอ่ยกับเ้ากระรอกตัวกลมที่ยืนมองตนอยู่ให้เข้าไปช่วยหญิงสาวเพราะหากเธอทำทั้งหมดด้วยตนเองคงช้าไม่ทันการด้วยรู้ว่าเื่เก็บฟืนก่อไฟสีเทาถนัดนัก
“ได้เลยท่านกุญชร”
สีเทาน้อยกล่าวรับคำก่อนจะกระโจนตามหลังกรองแก้วไปติดๆ
“ฟืนมีแค่ไม่กี่ท่อนแก้วต้องไปหาฟืนก่อนนะสีเทา”
“เดี๋ยวข้าหามาให้แม่หญิงเตรียมหม้อกับน้ำไว้ได้เลย”
เ้ากระรอกตัวกลมอาสาขอไปหาฟืนมาให้ด้วยเห็นว่าหากหญิงสาวจะเสียเวลาหาฟืนเองคงจะใช้เวลาไม่น้อย
“แต่สีเทาจะขนมาไหวหรอ”
คิ้วบางได้รูปขมวดกันเป็ปมดูจากตัวของสีเทาแล้วเธอเดาไม่ออกเลยว่าเ้ากระรอกตัวกลมนี้นั้นจะขนฟืนมาได้อย่างไร
“เห็นข้าตัวแค่นี้อย่าประมาทกับแรงข้าสิแม่หญิงรอข้าเดี๋ยวนะ”
เป็อีกครั้งที่กรองแก้วต้องมองตามหลังสีเทาด้วยอาการทึ่งในความสามารถของกระรอกตัวกลมตัวนี้
“ทำไมครานี้จึงเจ็บหนักเล่าท่าน”
กุญชรสีเผือกเอ่ยถามร่างหนาที่กำลังลืมตาสะลึมสะลือขึ้นมาหลังจากที่ตนร่ายมนต์บางอย่างเพื่อให้อาการของปักษาทุเลาลงบ้าง
“ข้าพลาดถูกมีดอาคมของพรานป่านั่นแต่ข้าก็ทำมันเจ็บหนักไม่น้อย”
ปักษาไม่ใช่เพียงไปหาเสบียงให้หญิงสาวแต่เขาได้ทำหน้าที่ปกปักรักษาแนวป่าแห่งนี้โดยไม่ยอมให้คนชั่วเข้ามาเพื่อทำสิ่งไม่ดีในป่านี้ได้จึงปะทะกันนานพอสมควรและพลาดท่าถูกของมีอาคมทำร้ายเอาเสียได้ถึงเจ็บหนักไม่ยักหายง่ายเช่นนี้
“ครั้งก่อนยังเจ็บหนักไม่พออีกหรือถึงไม่ละความพยายาม...เื่ร้ายเช่นนี้ท่านบอกแม่หญิงว่าอย่างไรเล่า”
กุญชรสีเผือกอ่อนใจกับเหล่ามนุษย์ผู้มีความโลภทั้งที่หลายครั้งหลายหนที่เหล่ามนุษย์พวกนั้นต้องเจ็บตัวเพราะความโลภของตนก็ยังไม่ละความพยายามที่จะเข้ามาหาของมีค่าที่้าในป่าให้ได้
“บอกว่าแค่ถูกคนทำร้ายข้าให้แม่หญิงรู้แค่ว่าข้าคือครึ่งคนครึ่งสัตว์ในป่านี้เท่านั้น”
“ดีแล้ว..ตั้งจิตให้มั่นข้าจะคลายมนต์ของมีดอาคมให้”
หลังจากปักษาหลับตาลงทำสมาธิได้กุญชรสีเผือกก็เริ่มร่ายมนต์บทใหญ่เพื่อถอนอาคมปักษาจึงเริ่มดีขึ้นทันตา
เวลาผ่านไปไม่นานนักกรองแก้วก็เดินออกมาจากครัวถือยาต้มมาหนึ่งถ้วยพอเห็นปักษาพอจะลุกนั่งได้แล้วจึงยิ้มออกและค่อยๆลงนั่งข้างกายใหญ่ยื่นถ้วยยาป้อนให้เขา
“ยานี่กำลังอุ่นๆค่อยๆกินนะปักษา”
“ไม่กี่ชั่วยามอาการของท่านปักษาก็จะดีขึ้นคืนนี้ข้าจะนอนเฝ้าอยู่ด้านนอกกับเ้าสีเทาหากมีอันใดผิดปกติแม่หญิงก็มาเรียกข้าได้เลย”
“ค่ะ”
กรองแก้วค่อยๆพยุงปักษาเข้าไปนอนที่ฟูกด้านในกระท่อมเมื่อเขาหลับลงแล้วเธอก็คอยตื่นมาดูอาการเขาอยู่ไม่ขาดนับว่ายาของกุญชรสีเผือกเปรียบเสมือนยาเทวดาก็ว่าได้เมื่อดื่มกินไปไม่กี่ชั่วยามปักษาก็ตัวหายร้อนหลับสนิทไม่มีหืออือละเมอเพราะพิษาแและพิษไข้อีกจนเช้า