ตอนที่ 22
“เรียบร้อย…” หลังจากใส่พิกัดในอุปกรณ์จำกัดขอบเขตการเชื่อมต่อเสร็จแล้ว ระบบของเครื่องก็ทำงานได้อย่างราบรื่นไม่มีปัญหา นั่นหมายความว่าพิกัดที่อาร์ตให้มานั้นสามารถใช้งานได้จริงๆไม่ใช่แค่ชุดตัวเลขที่มั่วขึ้นมาเฉยๆเพื่อหลอกลวงพวกจูนแต่อย่างไร
“เป็บุญตาจริงๆ ไม่นึกเลยว่าจะได้เห็นอุปกรณ์จำกัดขอบเขตกับตาแบบนี้ พวกท่านไปเอาเงินมาจากไหนถึงได้ซื้อไอ้เครื่องมหาแพงแบบนี้ได้” ลำพังแค่มองเห็นอุปกรณ์บนร่างกายของเหล่าทหารซอมบี้ที่จูนควบคุมอยู่อาร์ตก็ตื่นเต้นมากอยู่แล้ว ยิ่งได้เห็นสภาพภายในเมืองยิ่งทำให้เขาตื่นใเข้าไปใหญ่ ตัวเขาที่พัฒนาอาณาจักรโอดีเวี้ยนจนรุ่งเรืองจนสำเร็จถึงกับได้รับฉายากษัตริย์แห่งปาฏิหาริย์เลยทีเดียว แต่ความเจริญรุ่งเรืองของโอดีเวี้ยนกลับเป็เพียงเสี้ยวเดียวของโลกใบนี้เสียด้วยซ้ำ
“แฮะๆ เห็นแบบนี้เมืองของพวกเราก็รวยมากเลยนะ ก็พวกเราร่วมมือกับสมาคมเอมเมอร์รันมาตั้งนานนี่นา” จูนยืดอกอย่างไม่อับอายเลยสักนิดเพราะฐานะด้านการเงินของดาวดวงนี้แทบจะพอๆกับดวงดาวระดับสูงอยู่แล้ว หากไม่ใช่เพราะโดนจำกัดระดับโลกเอาไว้ทำให้พวกเธอซื้อไอเทมระดับสูงไม่ได้ละก็ ป่านนี้เมืองของเธอคงพัฒนาไปไกลกว่านี้แล้วแน่ๆ
“โอ้ เป็ดวงดาวที่ร่ำรวยนี่เอง แล้วดวงดาวที่ร่ำรวยจะจ่ายอะไรเป็ค่าตอบแทนให้กับพิกัดสำหรับพาราชินีของดาวดวงนั้นกลับบ้านเกิดล่ะ” อยู่ๆรอยยิ้มแปลกๆก็ปรากฏขึ้นมาบนใบหน้าของอาร์ตเสียอย่างนั้น เพียงแต่ท่าทีของพวกจูนก็ไม่ได้แปลกใจเท่าไหร่เพราะถึงอย่างไรอีกฝ่ายก็เป็ผู้นำของดาวดวงหนึ่งนี่นา ไม่มากก็น้อยเขาก็ต้องนึกถึงคนของเขาอยู่แล้ว
“เื่นั้นท่านอาร์ตต้องพูดก่อนจะให้พิกัดเรามาไม่ใช่เหรอเ้าคะ ตอนนี้พวกเราได้พิกัดมาแล้วแถมเปิดใช้งานอุปกรณ์แล้วซะด้วยสิ…” พี่หยกเองก็แสดงรอยยิ้มน่าขนลุกออกมาเหมือนกันอย่างกับลอกสีหน้าของอาร์ตมาไม่มีผิด พริบตาเดียวสายตาที่กำลังส่งแรงกดดันไปให้อีกฝ่ายก็เริ่มปะทะกันเสียแล้ว
“ไม่เอาน่า พวกเราเป็ดวงดาวที่ลงสัญญาพันธมิตรกับสมาคมเอมเมอร์รันด้วยกัน พวกเราย่อมต้องเชื่อใจกันและกันมิใช่หรือ” อาร์ตกระแอมกระไอออกมาเล็กน้อยก่อนจะเลื่อนฝ่ามือไปััที่ตราสัญลักษณ์ของสมาคมการค้าเอมเมอร์รันที่ไม่ทราบเอาออกมาติดั้แ่เมื่อไหร่ ก่อนหน้านี้ยังไม่มีเลยไม่ใช่เหรอ
“โถ่ นี่เล่นละครอะไรกันอยู่เนี่ย ไม่ใช่ว่าพวกเราตกลงเื่ค่าตอบแทนไปแล้วหรอกเหรอ” จูนส่ายหน้าน้อยๆก่อนจะถอนหายใจออกมากับท่าทีดุเดือดของทั้งสองคนตรงหน้า ั้แ่ตอนที่อาร์ตเอาพิกัดดวงดาวมาให้จูนก็รับปากไปแล้วว่าจะส่งมอบค่าตอบแทนให้อย่างสมน้ำสมเนื้อแท้ๆ
“ฮะๆ มันก็แค่เคยชินนิดหน่อย ถึงจะเป็พันธมิตรกันมันก็มีพวกเขี้ยวลากดินอยู่เยอะนี่นา” อาร์ตกับพี่หยกหัวเราะออกมาพร้อมๆกันก่อนจะคลายท่าทีประหลาดๆก่อนหน้านี้ลงเสียอย่างนั้น ก็จริงของเขานั่นแหล่ะ แม้คนในกลุ่มพันธมิตรด้วยกันก็ยังพยายามหาผลประโยชน์ด้วยกันอยู่ แม้จะไม่หันดาบเข้าหากันแต่ก็มีบ่อยครั้งที่พวกเธอต้องพยายามหลีกเลี่ยงการทำสัญญาเอาเปรียบจากอีกฝ่าย และพี่หยกก็ช่วยเหลือเื่นี้ได้อย่างยอดเยี่ยมมาตลอดเลยด้วย
“ถ้าพิกัดถูกต้อง พวกเราน่าจะกลับบ้านได้ภายในร้อยปี คุณอาร์ตคุณจะมากับพวกเราหรือเปล่า” หลังจากคลายท่าทีประหลาดของอาร์ตและพี่หยกลง อยู่ๆพี่ฝนก็เอ่ยถามคำถามที่ทำเอาสีหน้าของอาร์ตถึงกับชะงักค้างไปหลายวินาที หากดวงดาวของจูนเป็ดวงดาวปกติทั่วไปก็คงไม่มีโอกาสที่จะช่วยเหลืออาร์ตได้ ทว่า… จูนนั้นคือราชินีซอมบี้ที่แค่แพร่เชื้อใส่อีกฝ่ายก็สามารถเปลี่ยนคนที่โดนเชื้อไวรัสเข้าไปให้กลายเป็สมาชิกของดาวดวงนี้ได้ ขอเพียงอาร์ตยอมให้จูนเปลี่ยนเขาเป็ซอมบี้อาร์ตก็สามารถย้ายมาอยู่โลกใบนี้และกลับไปยังบ้านเกิดด้วยกันได้
“ไม่ล่ะ ตอนนี้โอดีเวี้ยนเป็บ้านของข้าไปแล้ว ตอนนี้ข้าทำได้แค่ภาวนาให้พวกเ้าได้กลับไปยังบ้านฝากทักทายโลกใบนั้นในส่วนของข้าด้วยก็พอ” อาร์ตส่ายหน้าช้าๆพร้อมรอยยิ้มที่เก็บเอาความเหงาเอาไว้ไม่มิด ก็จริงที่โลกใบนั้นมีน้องสาวกับแม่ของเขาอยู่ แต่่เวลาที่เขาจากมามันยังไม่มีเกทถูกเปิดขึ้นเสียด้วยซ้ำ โอกาสที่เขาจะได้กลับไปเจอแม่และน้องสาวก็น้อยนิดเสียยิ่งกว่าโอกาสของพวกจูนเสียอีก และที่สำคัญตอนนี้ที่โอดีเวี้ยนนั้นก็มีภรรยาและลูกหลานของเขารออยู่ด้วย ตัวเขาในตอนนี้ได้หยั่งรากลงที่โอดีเวี้ยนไปเสียแล้ว
.
.
.
“หัวหน้า… ทำไมแค่เกทแรงค์บีถึงต้องเรียกฉันมาด้วยล่ะ เกทระดับนั้นไม่จำเป็ต้องใช้นักสำรวจระดับเออย่างฉันหรอก” น้ำเสียงไม่พอใจของหญิงสาวคนหนึ่งที่กำลังเอนหลังพิงอยู่ที่เบาะรถยนต์อย่างเหนื่อยหน่ายใจนั้นทำให้ชายวัยกลางคนผู้มีรูปร่างท้วมกลมถอนหายใจออกมาอย่างจนปัญญา
“เพราะค่าพลังที่วัดออกมาได้มันแปลกๆนี่นา เกทนั่นอยู่ระดับบีก็จริงแต่บางครั้งก็ดีดขึ้นไประดับเอด้วย ั้แ่เกิดเื่เรดเกทครั้งนั้น สมาคมก็ไม่ยอมปล่อยให้พวกเราประมาทอีกเลยนี่นา” หัวหน้าผู้สวมแว่นตาเอาไว้บนแก้มตุ้ยนุ้ยของเขาขับรถเข้าไปจอดที่ข้างๆสนามกีฬาขนาดใหญ่ที่มีโอมครึ่งวงกลมปิดล้อมเอาไว้พอดิบพอดี เพราะเกทปรากฏขึ้นในโดมแบบนี้ก็เลยค้นพบช้าไปมาก พวกเขาก็เลยต้องรีบเร่งจัดการก่อนจะเกิดเหตุการณ์เกทเบรคขึ้น
“ยุ่งยากชะมัด นี่ฉันต้องเข้าไปสำรวจในเกทแรงค์บีจริงดิ” หญิงสาวที่นั่งอยู่ข้างๆก็ยังคงไม่พอใจแม้จะเดินลงมาจากรถแล้วก็ตาม ตัวเธอคือมือสังหารแรงค์ A ที่มีสกิลตรวจจับและซ่อนเร้นที่อยู่ระดับสูงมาก แม้จะบ้าพลังสู้พวกแรงค์ S ไม่ได้แต่ถ้าเป็เื่ตรวจสอบหรือหลบหนี พวกแรงค์ S บางคนก็ยังสู้เธอไม่ได้เลย
“ถ้ามันไม่มีอะไรจริงๆก็ดี งานจะได้จบไวๆ เอานี่พกมันติดตัวไปด้วย” หัวหน้างานหยิบกระเป๋าสีดำของตัวเองออกมาก่อนจะเปิดมันออกแล้วนำขนนกสีฟ้าเส้นหนึ่งออกมาให้หญิงสาวตรงหน้าเก็บเอาไว้ ขนนกของผู้พลัดหลง เป็ไอเทมที่พวกเขาเพิ่งจะค้นพบได้ไม่นานนี้เอง ขอแค่มีมันก็สามารถหลบหนีออกจากเกทได้ทันทีมันจึงเป็ไอเทมที่เหมาะมากกับการสำรวจเกทที่มีความเสี่ยงสูง แต่เพราะความหายากของมันพวกเขาก็เลยหามาใช้ได้อย่างจำกัด ทำให้พวกเขาสามารถส่งฮันเตอร์เข้าไปพร้อมขนนกได้แค่คนเดียวเท่านั้น และนั่นก็เป็สาเหตุที่พวกเขาต้องเลือกคนที่เก่งมากจริงๆเพื่อจะเข้าไปสำรวจตามลำพัง
“รู้แล้วน่า แค่เกทแรงค์บีเย็นนี้ก็เสร็จแล้ว” หญิงสาวรับขนนกสีฟ้ามาถือเอาไว้ในมือก่อนจะถอดเสื้อคลุมตัวนอกออกเผยให้เห็นเรือนร่างที่เพรียวบางราวกับแมวสาวไม่มีผิด ที่เอวของเธอมีมีดคู่หนึ่งชุดเป็อาวุธประจำตัวและยังมีอุปกรณ์หลายชนิดติดเอาไว้บนเข็มขัดอีกด้วย ส่วนเส้นผมสีน้ำตาลของเธอก็ผูกเปียและรัดกร้าวเอาไว้อย่างดีเพื่อไม่ให้เกะกะเวลาปฏิบัติภารกิจ แม้แต่ชุดเองก็เป็ชุดที่เสริมสถานะพรางตัวและความรวดเร็วเสียส่วนใหญ่ หากเป็มอนสเตอร์ของเกทแรงค์ B เธอก็สามารถเคลื่อนไหวผ่านพวกมันไปได้โดยที่พวกมันไม่ทันรู้ตัวด้วยซ้ำ
วูบ…
ในวินาทีที่ร่างกายของหญิงสาวกำลังเดินผ่านเกท สกิลพรางตัวและสกิลลบตัวตนก็เปิดใช้งานทันทีเพื่อจะทำการสำรวจอย่างปลอดภัย เพราะบางครั้งก็มีโอกาสที่จะเจอมอนสเตอร์ทันทีที่เดินเข้าไปในเกทเหมือนกัน…
ฟุบ!!
แทบจะวินาทีแรกที่ร่างกายของเธอเข้ามาในเกท อยู่ๆหญิงสาวก็ััได้ถึงการเคลื่อนไหวที่กำลังมุ่งหน้ามาทางเธออย่างรวดเร็วทั้งๆที่เธอใช้สกิลพรางตัวเอาไว้แล้วแท้ๆ หรือว่ามอนสเตอร์ของเกทนี้จะเป็มอนสเตอร์ที่มีการตรวจจับศัตรูแบบพิเศษ…
หมับ!!
สายตาของเธอยังไม่ทันจะปรับเข้ากับสภาพภายในเกท มือของเธอก็โดนมอนสเตอร์คว้าเอาไว้เสียแล้ว นี่มันเื่บ้าอะไรกัน เป็ไปได้ยังไงที่เธอจะโดนจับเอาได้ง่ายๆแบบนี้ เ้ามอนสเตอร์ในเกทนี้มันตัวอะไรกันแน่
“...” เมื่อดวงตาเริ่มมองเห็นว่าตรงหน้าเกิดอะไรขึ้น สิ่งแรกที่เธอได้พบก็คือดวงตาสีแดงใสที่กำลังจ้องมองมาทางเธออย่างเป็ประกาย ท่าทีของมอนสเตอร์ตรงหน้าเหมือนกับเพื่อนสาวที่กำลังตื่นเต้นดีใจที่ได้ซื้อของที่ตัวเองอยากได้มาหลายปีไม่มีผิด แถมไม่ว่าจะมองอย่างไรคนตรงหน้าเธอก็เป็มนุษย์ไม่ใช่เหรอ
“คุณ… คุณมาจากดาวที่ชื่อว่าโลกหรือเปล่าคะ” ไม่ใช่แค่รูปร่างหน้าตาเท่านั้นที่ทำให้เธอแปลกใจ หญิงสาวผู้งดงามราวกับตุ๊กตาตรงหน้ากำลังพูดภาษาไทยออกมาอย่างลื่นไหลแถมยังถามถึงดาวโลกอีกต่างหาก แล้วทำไมเธอถึงต้องทำท่าดีใจขนาดนั้นด้วย หรือว่าเธอจะเป็คนที่หลงเข้ามาในเกทแล้วพยายามจะออกไปจากที่นี่อย่างนั้นเหรอ?
“ชะ ใช่…” เพราะยังใไม่หายหน่วยสำรวจสาวเลยตอบรับออกไปแค่สั้นๆก่อนที่สายตาของเธอจะเหลือบไปเห็นสภาพภายในเกทที่ต่างออกไปจากสิ่งที่เธอเคยเจอเป็อย่างมาก บางครั้งก็มีหมู่บ้านของมอนสเตอร์ให้เห็น แต่สิ่งที่เธอกำลังมองอยู่นี้ต่างออกไปโดยสิ้นเชิง นี่มันเมืองใหญ่เลยไม่ใช่หรือไง ไม่มีทางที่เกทแรงค์ B จะมีสภาพเป็เมืองใหญ่แบบนี้แน่ๆ เธอต้องรีบกลับไปรายงานทางสมาคมแล้ว…
ติ๊ง!!
ระหว่างกำลังคิดจะหาทางกลับไปยังโลกเพื่อแจ้งข่าวให้คนของสมาคมทราบ อยู่ๆก็มีข้อความจากระบบแจ้งเข้ามาว่าเกทกำลังเปลี่ยนเป็เรดเกทเสียแล้ว แถมประตูมิติด้านหลังก็เริ่มเปลี่ยนเป็สีแดงแล้วจริงๆ แน่นอนว่าเธอมีไอเทมที่ใช้หลบหนีออกจากเรดเกทแต่การที่เกทนี้เป็เรดเกทมันก็หมายความว่าหญิงสาวตรงหน้าเธอไม่ได้เป็คนที่หลงเข้ามาในเกทก่อนหน้าเธออย่างแน่นอนเพราะถ้าเธอเป็คนที่หลงเข้ามาประตูมิติมันควรจะเปลี่ยนเป็สีแดงตั้งนานแล้ว
กึก…
ทันทีที่ััได้ถึงความแปลกประหลาดนักสำรวจสาวก็เตรียมตัวที่จะหนีทันที เพียงแต่มือที่หญิงสาวตรงหน้าทำท่าทีเหมือนกำลังกุมเอาไว้หลวมๆกลับไม่สามารถสะบัดหลุดออกมาได้เลย ทั้งๆที่เธอพยายามจะสะบัดสุดแรงแต่ทำไมมือของอีกฝ่ายถึงไม่กระดิกเลยสักนิดได้ล่ะ
“เจอแล้ว… ในที่สุดก็เจอแล้ว อีกฝั่งคือโลกจริงๆสินะคะ จริงสิที่นั่นเป็โลกที่มีประเทศไทยอยู่ด้วยหรือเปล่า” หญิงสาวตรงหน้าเธอยังคงตกอยู่ในห้วงของความดีใจไม่หายจนไม่ได้สังเกตเลยว่าอีกฝ่ายกำลังพยายามจะหลบหนีขนาดนี้ แต่พอได้ยินคำว่า ประเทศไทย นักสำรวจสาวก็หยุดท่าทีที่คิดจะหลบหนีลง ทำไมมอนสเตอร์ถึงรู้จักโลกได้ แถมรู้แม้กระทั่งชื่อประเทศที่เธออาศัยอยู่ด้วย
“คือ… พื้นที่ที่เกทบานนี้เปิดออกก็คือประเทศไทยนั่นแหล่ะ แล้วฉันก็เป็คนของสมาคมฮันเตอร์แห่งประเทศไทยด้วย” นักสำรวจสาวกะพริบตาปริบๆก่อนจะพยายามชี้ที่อกเสื้อของตัวเอง แต่เพราะมือมันขยับไม่ได้ก็เลยต้องใช้สายตาบอกอีกฝั่งให้มองตราสัญลักษณ์ของเธอแทน
“หน่วยวิรูปักษ์… แบบนี้ก็เป็ประเทศไทยจริงๆนะสิ พี่ฝน พี่ฝนดูนี่สิอีกฝั่งเป็โลกจริงๆด้วย” พอเห็นตราบนอกเสื้อของเธอหญิงสาวตรงหน้าก็เหมือนจะร้องไห้ออกมาเสียให้ได้ แถมเธอยังปล่อยมือออกแล้วหันไปหาหญิงสาวอีกคนที่ไม่ทราบโผล่มาจากไหนอีกต่างหาก เพียงแต่ตอนนี้นักสำรวจสาวกลับไม่คิดจะหนีอีกแล้วต่อให้มือกลับมาเป็อิสระอีกครั้งก็ตาม เพราะสิ่งที่หญิงสาวคนนั้นพูดออกมามันเป็เื่ที่เกินความเข้าใจของเธอ มอนสเตอร์แค่รู้ว่าเธอมาจากประเทศไทยยังไม่พอ นี่รู้แม้แต่หน่วยงานภายในสมาคมอีกอย่างนั้นเหรอ สัญลักษณ์บนอดของเธอขนาดประชาชนบางคนยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันคือสัญลักษณ์ของหน่วยอะไร
“เป็สัญลักษณ์ของหน่วยวิรูปักษ์จริงด้วย… จริงสิขอโทษที่มัวแต่ตื่นเต้นนะคะ ฉันชื่อฝน ส่วนทางนี้ชื่อจูนค่ะ พวกเราเป็คนที่ติดอยู่ในเกทแห่งนี้ แต่เดิมพวกเราเป็ฮันเตอร์สังกัดของประเทศไทยเหมือนกันค่ะ” เพราะจูนมัวแต่ตื่นเต้นจนไม่ได้อธิบายอะไร อีกฝ่ายก็เลยทำหน้างงเป็ไก่ตาแตกอยู่นานสองนาน พี่ฝนที่ตามมาทีหลังก็เลยอธิบายสถานการณ์ให้ อิ้ง สมาชิกหน่วยวิรูปักษ์ผู้เข้ามาสำรวจภายในเกทอย่างคร่าวๆเพื่อให้เธอเข้าใจว่าตอนนี้มันเกิดอะไรขึ้น
.
.
.
“พวกคุณคือสมาชิกปาร์ตี้ที่เสียชีวิตในคดีเรดเกทแรงค์เอฟเหรอคะ นี่มันปาฏิหาริย์ชัดๆ” ใบหน้าของอิ้งเมื่อได้ยินเื่ราวที่เกิดขึ้นนั้นเต็มไปด้วยอารมณ์หลากหลายที่กำลังตีกันวุ่นวายไปหมด จะให้เชื่อได้ยังไงว่าพวกเธอคือปาร์ตี้ที่เคยตายในเกทแรงค์ F แล้วฟื้นคืนชีพขึ้นมาในฐานะซอมบี้เนี่ยนะ
“ใช่ค่ะ… แต่มันกลายเป็คดีเลยเหรอ” จูนกับพี่ฝนหันไปมองหน้ากันด้วยสีหน้างุนงง ถึงพี่ฝนจะเป็หน้าใหม่อนาคตไกล แต่ปาร์ตี้ของพวกเธอก็เป็แค่ปาร์ตี้ที่หาได้ทั่วไปนี่นา การเสียปาร์ตี้ธรรมดาๆไปปาร์ตี้หนึ่งมันกลายเป็คดีเลยอย่างนั้นเหรอ
“ตอนแรกก็ไม่เท่าไหร่หรอกค่ะ แต่เพราะกระแสความปลอดภัยของปาร์ตี้มือใหม่กับความน่าเชื่อถือของเครื่องวัดระดับเกทที่ถูกเอามาโต้เถียงกันจนถึงขั้นเกิดการร่างกฎหมายใหม่ขึ้นมาเลย คดีเรดเกทแรงค์เอฟของพวกคุณก็เลยกลายเป็คดีตัวอย่างที่มีแม้แต่ในบทเรียนเลยแหล่ะ” อิ้งถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่ายเพราะในฐานะหน่วยสำรวจแล้วเธอเป็คนที่ได้รับผลกระทบสูงสุดจากกฎหมายที่ว่ามานั่นแหล่ะ งานของหน่วยสำรวจมีเยอะขึ้นมากหลังจากกฎหมายการตรวจสอบเกทและความปลอดภัยถูกร่างออกมา แบบนี้ต้นเหตุที่ทำให้งานของเธอหนักขนาดนี้ก็อยู่ตรงหน้าแล้วนะสิ…
“อยู่ในบทเรียนเลยเหรอ…แล้วเหตุการณ์ในตอนนั้นมันเกิดขึ้นมานานแค่ไหนกันคะ” ความรู้สึกที่เื่ของตัวเองโดนบันทึกลงในบทเรียนมันช่างอธิบายยากจริงๆ แบบนี้มันออกจะน่าอายเกินไปหน่อยหรือเปล่าที่ทุกคนต้องมาเรียนว่าเธอตายยังไง แต่อย่างน้อยคุณอิ้งที่อยู่ตรงนี้ก็ยังรู้เื่ของเธอ นั่นก็หมายความว่าเวลาของโลกอาจจะไม่ได้เดินมาเนิ่นนานนัก..
“ถ้าจำไม่ผิด…คดีเรดเกทแรงค์เอฟมันเป็คดีเมื่อยี่สิบปีก่อนนะคะ พอดีว่าตอนเรียนวิชาประวัติศาสตร์ฉันก็ไม่ค่อยขยันเท่าไหร่ด้วย” อิ้งยิ้มเจื่อนๆออกมาก่อนจะมองไปทางหญิงสาวทั้งสองที่อยู่ตรงหน้า แต่ทันทีที่เธอบอกว่าเวลามันผ่านมา 20 ปีแล้วอยู่ๆน้ำตาของพวกเธอก็ไหลออกมาเสียอย่างนั้น
“ค่อยยังชั่ว แค่ยี่สิบปีเอง… แบบนี้พวกเราก็กลับไปหาครอบครัวได้แล้วสิ” ครั้งนี้แม้แต่พี่ฝนเองก็ยังเผลอร้องไห้ออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ โอกาสมันน้อยมากก็จริง แต่ในที่สุดพวกเธอก็เดินมาถึงประตูหน้าบ้านแล้ว ถึงเวลา 20 ปีจะนานมาก แต่มันก็ยังมีโอกาสที่จะได้กลับไปพบเจอครอบครัวอยู่
“จริงด้วย… แบบนี้คุณยายกับยูก็อาจจะยังอยู่ก็ได้” จูนเองก็ทั้งร้องไห้ทั้งยิ้มจนหุบไม่อยู่ ตอนแรกเธอทำใจเอาไว้แล้วว่าแค่ได้กลับบ้านก็ดีมากแล้วด้วยซ้ำ ไม่คิดเลยว่าจะมีโอกาสแบบนี้
“ยู… จริงด้วยถ้าจำไม่ผิดพี่สาวของหัวหน้ากิลด์ดาราสมุทรจะเป็คนที่หายตัวไปในคดีเรดเกทแรงค์เอฟนี่นา หรือว่าคุณคือพี่สาวของคุณยูเรนัส…” พริบตาที่คำถามนี้ดังขึ้น อยู่ๆร่างของจูนก็หายวับมาโผล่ตรงหน้าอิ้งพร้อมกับกุมมือเธอเอาไว้อีกครั้งั้แ่เมื่อไหร่ก็ไม่ทราบ แถมดวงตาของจูนก็เริ่มเปล่งประกายอีกแล้วด้วย
“ตอนนี้ยูเป็ยังไงบ้างคะ สบายดีหรือเปล่า แข็งแรงดีไหม” ข่าวคราวครั้งแรกของน้องชายที่ไม่ได้เจอกันั้แ่ยังเป็เด็กน้อยวัยแบเบาะนั้นทำให้จูนควบคุมตัวเองไม่อยู่ เผลอเพียงพริบตาเดียวเธอก็ยิงคำถามออกไปอย่างกับปืนกลทำเอาพี่ฝนที่อยู่ด้านหลังต้องรีบเข้ามาห้ามเอาไว้ แต่อย่างน้อยเธอก็ได้รู้แล้วว่ายูยังมีชีวิตอยู่จริงๆ แถมกลายเป็หัวหน้ากิลด์ไปแล้วด้วย ท่าทาง 20 ปีที่ผ่านมาเขาคงจะลำบากแย่เลย