บทที่ 22 ดอกฉงิ
จุดประสงค์ที่นางมาในครั้งนี้ คือ้าสร้างความสัมพันธ์กับยอดเขาฉางเจี้ยน
ด้วยวิธีนี้ นางจะมีความมั่นใจในการชิงตำแหน่งจักรพรรดิกับน้องชายของนางมากขึ้น อันที่จริงในตอนแรกนางไม่อยากชิงตำแหน่งเลย แต่ว่าน้องชายคอยสร้างปัญหาให้นางอยู่ตลอด
ตัวอย่างเช่น การล่อลวงให้จักรพรรดิองค์ใหม่แห่งจักรวรรดิโจวมาขอแต่งงานกับนาง หรือไม่ก็ให้บุตรชายของแม่ทัพใหญ่แห่งอาณาจักรฉงิมาตามจีบนาง
เพื่อที่จะกุมโชคชะตาของตนเอง นางจึงเตรียมที่จะชิงตำแหน่งนี้
ก่อนหน้านี้น้องชายของนางได้เข้าเป็ศิษย์ของสำนักไท่ไป๋ เพื่อสร้างความสัมพันธ์กับสำนักไท่ไป๋ไว้แล้ว
ส่วนนางเตรียมที่จะเข้าร่วมสำนักคุนหลุน ซึ่งประจวบเหมาะกับที่สำนักคุนหลุนกำลังมีชื่อเสียงโด่งดัง บางทีอาจจะข่มน้องชายของนางได้หนึ่งขั้น
แก๊ง!
เสียงระฆังดังขึ้น ดึงสติของทุกคนให้กลับมา
จากนั้นม่อเวิ่นเทียนก็ก้าวออกไปประกาศเริ่มการทดสอบ
เนื่องจากตอนนี้สำนักคุนหลุนมีชื่อเสียงโด่งดัง ดังนั้นผู้ที่เข้าร่วมการทดสอบจึงมีถึงสองร้อยกว่าคน ซึ่งมากกว่าครั้งก่อนเกือบเท่าตัว
ต่อจากนั้นเป็การทดสอบพร์และการประลองฝีมือเหมือนเช่นเคย สุดท้ายเหลือผู้ผ่านการคัดเลือกหกสิบกว่าคน โดยที่ิอีเหลียนคว้าอันดับหนึ่งมาได้อย่างง่ายดาย
ที่ครั้งนี้สามารถรับคนไว้ได้มากขนาดนี้ เป็เพราะข้อกำหนดในการทดสอบครั้งนี้ผ่อนปรนลงเล็กน้อย เนื่องจากก่อนหน้านี้มีการต่อสู้ครั้งใหญ่ทำให้ศิษย์เสียชีวิตไปไม่น้อย จึงจำเป็ต้องรับศิษย์ใหม่เข้ามาเติมเต็ม
หลังจากสิ้นสุดการทดสอบ ประมุขยอดเขาแต่ละยอดได้แนะนำตัวเอง ครั้งนี้ฉินเทียนี้เีแม้แต่จะพูด เขาเพียงแต่นั่งอ่านหนังสืออยู่ที่ที่นั่งของตนเอง
ถึงจะเป็เช่นนั้น แต่กลับมีคนเกือบครึ่งที่อยากเข้ายอดเขาฉางเจี้ยน ซึ่งโดยพื้นฐานแล้วคือมุ่งเป้าไปที่อันเมี่ยวหลิง
ในตอนนั้นเองที่อันเมี่ยวหลิงเดินเข้ามา นางรู้ว่าการให้ฉินเทียนปฏิเสธตรง ๆ ไม่ค่อยดีนัก จึงนำกระบี่ปิงหลีออกมาและปลดปล่อยเจตจำนงแห่งกระบี่
ก่อนจะเอ่ยว่า "ขอเพียงสามารถทนทานต่อเจตจำนงแห่งกระบี่ได้สามอึดใจ ก็นับว่าผ่าน"
ทุกคนต่างเข้าไปทดสอบด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม แต่สุดท้ายไม่มีใครผ่านเลยแม้แต่คนเดียว แม้แต่ิอีเหลียนก็ไม่ผ่าน
ิอีเหลียนกัดริมฝีปากสีแดงของนาง แล้วเอ่ยด้วยความน้อยใจว่า "การทดสอบของท่านนี่ ไม่มีทางที่จะมีคนผ่านได้เลย"
คนอื่น ๆ ก็ดูออกว่ายอดเขาฉางเจี้ยนไม่้ารับคน ดังนั้นจึงยอมแพ้ไป มีเพียงิอีเหลียนที่ยังคงยืนกราน
ม่อเวิ่นเทียนเห็นดังนั้นก็เกลี้ยกล่อมว่า "แม่นางน้อยคนนี้มีพร์ไม่ธรรมดา อีกทั้งยังเป็องค์หญิงแห่งอาณาจักรฉงิ เ้าก็รับนางไว้เถิด!
อีกอย่าง คุนหลุนของพวกเรายังอยู่ในเขตแดนของอาณาจักรฉงิ และศิษย์จำนวนมากในสำนักของข้าก็มาจากอาณาจักรฉงิ"
นิ้วของฉินเทียนเคาะลงบนเข่าเบา ๆ ราวกับกำลังตกอยู่ในห้วงความคิด
แต่อันเมี่ยวหลิงที่อยู่ด้านข้างกลับทำปากยื่นอย่างไม่ทราบสาเหตุ ท่านอาจารย์คงไม่ได้ถูกใจแม่นางน้อยคนนี้หรอกนะ? เมื่อคิดถึงตรงนี้ นางก็เริ่มรู้สึกไม่พอใจขึ้นมา
ในขณะนี้ สายตาของคนส่วนใหญ่ต่างจับจ้องไปที่ฉินเทียน หลายคนเริ่มวิพากษ์วิจารณ์กันอีกครั้ง
"นั่นเป็ถึงองค์หญิงเลยนะ ทั้งงดงามและมีชาติตระกูลสูงส่ง ศิษย์แบบนี้ยังไม่รับอีกหรือ?"
ซื่อจื่อแห่งอาณาจักรฉงิที่เข้าร่วมการทดสอบกล่าวว่า "ก่อนหน้านี้จักรพรรดิองค์ใหม่แห่งจักรวรรดิโจวมาสู่ขอแต่ถูกปฏิเสธ แต่พอเขาได้เห็นรูปโฉมของิอีเหลียน ก็เปลี่ยนสินสอดเป็เมืองสิบแปดเมืองทันที เมืองสิบแปดเมืองนั้นเทียบเท่ากับหนึ่งในสามของแผ่นดินจักรวรรดิโจวเลยนะ"
"ตอนนั้นฝ่าาและเหล่าขุนนางต่างก็หวั่นไหว แต่ไม่ว่าอย่างไรองค์หญิงิอีเหลียนก็ไม่ยินยอม ถึงขั้นใช้ความตายบีบบังคับ จึงค่อย ๆ เปลี่ยนความคิดของฝ่าาและเหล่าขุนนางไปได้ชั่วคราว"
"ที่แท้มีเื่แบบนี้ด้วย มิน่าเล่า องค์หญิงถึงมาขอเป็ศิษย์" ผู้ทดสอบในชุดสีขาวคนหนึ่งกล่าวด้วยความประหลาดใจ
"หากไม่มีขุมกำลังใหญ่หนุนหลัง เกรงว่าไม่ช้าก็เร็ว นางคงไม่อาจพ้นชะตากรรมที่ต้องแต่งงานออกไปได้"
เมื่อได้ยินเสียงวิพากษ์วิจารณ์ด้านล่าง ฉินเทียนก็พอจะทราบสถานการณ์และตัดสินใจได้ "ข้ารับเ้าเป็ศิษย์นอกได้ เ้าสามารถมาบำเพ็ญเพียรที่ยอดเขาฉางเจี้ยนได้ครึ่งเดือนในทุก ๆ ปี แต่เ้าต้องตกลงเงื่อนไขของข้าข้อหนึ่ง"
"เงื่อนไขอะไรหรือเ้าคะ?" ิอีเหลียนถามด้วยใบหน้ายินดี
"ข้า้าดอกฉงิ!"
เมื่อได้ยินคำพูดของฉินเทียน สีหน้าของิอีเหลียนก็เปลี่ยนเป็ขมขื่นทันที
"ดอกฉงิเป็ดอกไม้ประจำแผ่นดินของอาณาจักรฉงิ ดอกฉงิทุกดอกต้องใช้ทรัพยากรมหาศาล รวมถึงเวลาและแรงงานคนอย่างมากจึงจะปลูกขึ้นมาได้
โดยกติแล้วจะมีเพียงจักรพรรดิองค์ใหม่ที่ขึ้นครองราชย์เท่านั้นจึงจะได้หนึ่งดอก เพื่อช่วยในการทะลวงระดับ ดังนั้นเงื่อนไขนี้ข้าไม่สามารถตกลงได้เ้าค่ะ"
ฉินเทียนครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วกล่าวว่า "ข้าจะช่วยให้เ้าเป็ผู้สืบทอดตำแหน่ง แล้วเ้ามอบดอกฉงิให้ข้า ตกลงหรือไม่?"
ผู้สืบทอดตำแหน่ง? ิอีเหลียนชะงักไป แม้ว่าตอนนี้นางจะกำลังชิงบัลลังก์กับน้องชายอยู่จริง แต่นางรู้ว่าความหวังของตนเองนั้นริบหรี่ เพราะผู้ที่สนับสนุนน้องชายของนางมีอำนาจเหนือกว่าสิ่งที่นางจะเทียบได้
ิอีเหลียนตกอยู่ในความเงียบ สุดท้ายนางมองไปที่ม่อเวิ่นเทียน เพราะอยากทราบท่าทีของเ้าสำนัก หากเ้าสำนักตกลง การแลกเปลี่ยนครั้งนี้ก็ไม่ใช่เื่ที่เป็ไปไม่ได้
ม่อเวิ่นเทียนมองฉินเทียนและอันเมี่ยวหลิงอย่างลึกซึ้งแล้วจึงตอบตกลง เพราะตอนนี้อิทธิพลของอันเมี่ยวหลิงในสำนักไม่ได้ด้อยไปกว่าเขามากนัก อีกทั้งยังมีฉินเทียนผู้ลึกลับ และเจียงชิงเสวี่ยที่อยู่เื้ั
เพียงแค่กำลังเหล่านี้ แม้ไม่ต้องพึ่งพาสำนัก ก็เพียงพอที่จะสนับสนุนให้ิอีเหลียนชิงบัลลังก์ได้แล้ว ดังนั้นเขาจึงเพียงแค่ช่วยส่งเสริมตามน้ำไป
เมื่อเห็นว่าม่อเวิ่นเทียนก็สนับสนุน ิอีเหลียนก็ดีใจอย่างยิ่ง "ข้าจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อช่วยให้ท่านได้รับดอกฉงิเ้าค่ะ"
"ตกลง งั้นข้ารับเ้าเป็ศิษย์นอก ตามข้ามาเถิด" พูดจบ ฉินเทียนก็พาหญิงสาวทั้งสองกลับไปยังยอดเขาฉางเจี้ยน
หลังจากิอีเหลียนมาถึงยอดเขาฉางเจี้ยน นางก็ทำความสะอาดห้องหนึ่งเพื่อพักอาศัย จากนั้นจึงไปหาฉินเทียน
พอเดินออกมานางก็เห็นไป๋เสี่ยวหรู เมื่อเห็นสุนัขจิ้งจอกน้อยที่น่ารักเช่นนี้ นางจึงอยากจะเข้าไปลูบคลำ แต่ยังไม่ทันที่นางจะเข้าใกล้ ก็ถูกไป๋เสี่ยวหรูถลึงตาใส่จนต้องถอยกรูด
ิอีเหลียนมองไป๋เสี่ยวหรูด้วยความตกตะลึง "กลิ่นอายของจิ้งจอกน้อยตัวนี้ไม่ด้อยไปกว่าเสด็จปู่ที่เป็ระดับกึ่งปราชญ์ของข้าเลยหรือนี่?"
เมื่อคิดได้ดังนั้น นางก็รีบสำรวมกิริยาทันที ไม่กล้าแสดงความไม่เคารพแม้แต่นิดเดียว
ในตอนนั้นเอง ฉินเทียนเดินเข้ามา อุ้มไป๋เสี่ยวหรูขึ้นมาแล้วกล่าวว่า "นี่คือศิษย์นอกที่ข้ารับมาใหม่ ชื่อว่าิอีเหลียน นางจะพักอยู่ที่นี่ครึ่งเดือน"
พูดจบเขาก็ลูบหลังของไป๋เสี่ยวหรูตามความเคยชิน
ด้านข้าง ิอีเหลียนเริ่มสงสัยในชีวิต ระดับกึ่งปราชญ์ไม่มีศักดิ์ศรีเลยหรือ? อีกทั้งนางรู้สึกว่าฉินเทียนอย่างมากที่สุดก็น่าจะอยู่ระดับสรรค์สร้าง
หรือจะเป็ความรักระหว่างคนกับปีศาจ? ิอีเหลียนเริ่มจินตนาการไปไกล
ไป๋เสี่ยวหรูถลึงตาใส่ฉินเทียนอย่างแรง ‘เ้าหมอนี่ใช้ข้ามาสร้างภาพอีกแล้ว น่าแค้นใจนัก’
แล้วฉินเทียนก็ถามขึ้นว่า "เ้าฝึกฝนเคล็ดวิชาอะไร?"
"คัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์แห่งแสง ระดับ์ขั้นสุดยอดเ้าค่ะ" ิอีเหลียนตอบ
"ระดับ์ขั้นสุดยอด?" ฉินเทียนส่ายหัว
"ขยะเกินไป ต่อไปจงฝึกสิ่งนี้" พูดจบฉินเทียนก็โยนเคล็ดมหาแสงสว่างไร้ประมาณ ระดับจักรพรรดิขั้นกลางเล่มหนึ่งให้
นี่คือเคล็ดวิชาที่เขาได้รับจากการลงชื่อเข้าใช้ใน่แรก เนื่องจากระดับไม่สูงนักจึงถูกทิ้งไว้ในแหวนเก็บของ
เดิมทีิอีเหลียนอยากจะโต้แย้งว่าคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์แห่งแสงของราชวงศ์นางนั้นเก่งกาจมาก แต่เมื่อนางเห็นเคล็ดมหาแสงสว่างไร้ประมาณ นางก็ชะงักไป
นางเคยเห็นชื่อนี้ในบันทึกของหอสมุดแห่งอาณาจักรฉงิ มันเป็เคล็ดวิชาของราชวงศ์จักรวรรดิกวงิ มหาจักรพรรดิของพวกเขาฝึกฝนเคล็ดวิชานี้จนบรรลุระดับจักรพรรดิ
"ท่านเป็คนของราชวงศ์จักรวรรดิกวงิหรือเ้าคะ?"
"???" ฉินเทียนส่ายหัว
"ข้าเก็บวิชานี้ได้ เ้าฝึกวิชาสายแสงอยู่พอดี เช่นนั้นก็เอาไปฝึกเถิด" พูดจบฉินเทียนก็หันหลังเดินจากไป
ิอีเหลียนแลบลิ้น วิชาแบบนี้จะเก็บได้ยังไงกัน!
ตอนนี้ในหัวใจของนางเต็มไปด้วยความตื่นเต้น นี่คือเคล็ดวิชาระดับจักรพรรดิเชียวนะ
ทำไมตงโจวถึงล้าหลังจงโจวน่ะหรือ?
สาเหตุแรกคือเคล็ดวิชา รองลงมาคือทรัพยากรในการบำเพ็ญ เมื่อมีเคล็ดวิชานี้ก็มีความเป็ไปได้ที่จะทะลวงเข้าสู่ระดับจักรพรรดิ
ถึงตอนนั้น การที่อาณาจักรฉงิจะบุกจงโจวเพื่อกลายเป็จักรวรรดิก็ไม่ใช่เื่ที่เป็ไปไม่ได้
หลังจากความตื่นเต้นผ่านไป นางก็กลับมาสงบลง นางต้องพัฒนาตนเองอย่างเงียบ ๆ จะเปิดเผยเื่เคล็ดวิชาระดับจักรพรรดิไม่ได้ เพราะตอนนี้อาณาจักรฉงิยังไม่มีกำลังพอที่จะปกป้องเคล็ดวิชานี้ได้
ในขณะเดียวกัน นางก็รู้สึกซาบซึ้งในตัวฉินเทียนอย่างมาก ที่มอบสมบัติล้ำค่าเช่นนี้ให้แก่นาง