นัท นราธิป ไตรลักษณ์ แซ่อู๋ รุ่นพี่คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมโยธา พยักพเยิดไปทางกรินทร์และญาณินท์ กลุ่มของเขาห้าคนนั่งอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ข้างตึกคณะและทั้งหมดก็หันตามนิสิตคู่นั้นที่เรียนกันคนละสาขากับพวกเขา
“หมอนั่นมีโอกาสได้ใกล้ชิดเธอว่ะ แบบนี้ฉันก็มีคู่แข่งเพิ่มสิ” นราธิปกล่าว
เอก เอกนัย วิไลล้ำ เพื่อนสนิทของนราธิป รวมถึงคนอื่นๆ คือ ชิน ชัชวาล ชัยวิสุทธิ์ กับ ต้อง ไตรภพ เลิศลักษณ์ และพล พลพล พาสุข ต่างมองหนุ่มสาวคู่นั้นเดินผ่านและคุยกันโดยที่ฝ่ายชายไม่ได้โดนฝ่ายหญิงด่าเลย ถึงแม้ดูเหมือนว่าเธอจะถูกตามตื๊อ ซึ่งเื่นี้ทุกคนต่างรู้ดีว่าเธอไม่ชอบ
“เพื่อน นี่ก็เริ่มภาคเรียนใหม่แล้วนะ ปิดเทอมไปไม่ได้เจอหน้ากันตั้งนานนายยังไม่ล้มเลิกความคิดจะเอาชนะใจยัยราชินีน้ำแข็งคนนั้นอีกเหรอ” เอกนัยถาม คนอื่นได้ยินเขาเรียกเธอแบบนั้นต่างพากันขำพรืด
“ยังว่ะ ครั้งนี้ฉันจะไม่ลงเล่นเอง ฉันอยากรู้เหมือนกันว่ายัยลูกตาลมันจะใจแข็งไปได้กี่น้ำ งานนี้ลงขันวางเงินพนันกันได้เลย”
“จะดีเหรอนัท ฉันว่างานนี้ไม่มีใครกล้าลงแข่งนะ นายก็เห็นนี่ว่าเธอเป็ยังไง รุ่นน้อง รุ่นพี่ รุ่นเดียวกันหรือแม้แต่คนคณะอื่นที่ชอบเธอพากันขยาดหมดแล้วมั้ง” ชัชวาลแย้ง
“ตั้งวงเงินสูงหน่อยสิ” นราธิปบอก
“ถ้าเธอรู้เข้าจะพานโกรธเอานะ” ไตรภพขัด
“ไม่หรอก ทำกันเงียบๆ สิ อย่าให้เธอรู้” นราธิปว่า
“เฮ้ยเป็ไปไม่ได้หรอกเพื่อนนี่รั้วมหาลัยนะ มีเหรอคนจะเงียบ” พลพลแย้งบ้าง
“ตั้งกลุ่มนักศึกษาชายสิเพื่อน” นราธิปเสนอ
“เฮ้ยเื่นั้นมันทำได้ แต่มันไม่เร้าใจว่ะเพื่อน อีกอย่างแล้วใครจะเป็คนจ่าย” เอกนัยถาม ทว่ามีไอเดียหนึ่งผุดขึ้นในหัว
“ฉันจะจ่ายเอง เงินรางวัลผู้ชนะหมื่นหนึ่ง” นราธิปกล่าวแต่เอกนัยแย้งอีก
“ไม่เอาว่ะ มันไม่สนุก หมื่นหนึ่งก็ไม่ได้มาก ไม่กระตุ้นอารมณ์เลยเพื่อน” เอกนัยว่า
“ฉันเห็นด้วยนะ” พลพลเอ่ยขณะก้มจัดทรงผมกับกระจกรถมอเตอร์ไซด์
“แล้วพวกนายจะเอาแบบไหนล่ะ มันถึงจะดีแต่ฉันมีให้หมื่นเดียว” นราธิปย้ำถึงจำนวนเงินที่ตนจะยอมควักกับเื่ไร้สาระที่ตัวเองคิด
“นัทนายไม่ต้องลำบากเื่นั้นหรอก แต่ถ้านายอยากเป็ต้นเงินรางวัลก็ย่อมได้ แต่เงินนั่นจะยังไม่รวมส่วนแบ่งเงินวางเดิมพัน หมื่นหนึ่งของนายรวมส่วนแบ่งจากขอบสนามสิบเปอร์เซ็นต์ มันน่าจะดึงดูดกว่า แล้วนายจะเป็หนึ่งในผู้แข่งขัน ไม่แน่นะถ้านายตั้งใจจีบอาจได้ใจเธอก็ได้ เงินรางวัลอาจตกเป็ของนาย” เอกนัยยืนยัน
“ฉันว่า ฉันไม่แข่งดีกว่า แต่จะยังเป็สปอนเซอร์ให้”
“แน่ใจเหรอนัท” เอกนัยถาม
“อือ ว่าแต่นายจะทำไงวะ” นราธิปถาม เอกนัยพยักหน้าก่อนแจงรายละเอียด
“ฉันว่าเอางี้เปิดแทงแบบเลือกข้างไปเลยว่าจีบติดหรือไม่ติด ใครลงข้างไหนข้างใคร คนแพ้คัดออกเก็บเงินทั้งหมดไว้แบ่งให้ผู้ชนะและคนที่แทงถูก แบ่งให้ผู้ชนะห้าเปอร์เซ็นต์จากเงินเดิมพัน
บางทีอาจได้เงินลงขันถึงสามหมื่นหรือมากกว่านั้น แต่กฎข้อเดียวของการเล่นคือ ห้ามพูดเื่นี้ในมหาวิทยาลัยหรือนอกกลุ่ม ส่วนผู้เล่นเราจะถามความสมัครใจว่าใครจะลงแข่งบ้าง ใครถูกปฏิเสธจากภารกิจที่เราให้ทำคือคนตกรอบและคัดออกเรื่อยๆ จนเหลือน้อยที่สุดแล้วเริ่มวางเดิมพันอีกครั้ง”
“หืม ภารกิจงั้นเหรอน่าสนนี่ แล้วจะส่งสารยังไง” นราธิปถาม
“ดึงเข้ากลุ่มไลน์เลย เื่กลุ่มเดี๋ยวฉันจะจัดการเอง” เอกนัยว่า
“เอาไงเอากันเพื่อน” นราธิปกล่าว
ชายหนุ่มหันไปมองทางทั้งสองที่นั่งอยู่ใต้ตึกคณะ เขาปวดใจที่ตนทำแบบนั้นไม่ได้ นราธิปรู้จักกรินทร์หรือช้างศึกเพียงแค่ผิวเผิน รุ่นน้องต่างสาขาที่เรียนภาควิชาเดียวกันกับเธอ คนตัวสูง ผิวขาว หน้าหล่อ นิสัยขี้เล่นบางทีก็ดูกะล่อน เป็นักกีฬาคณะ สาวๆ กรี๊ดเมื่อเห็นเขาขับสี่สูบสปอร์ต เรียนดีบางทีก็สุขุมจนน่าใ
นราธิปมองกรินทร์ไม่ออกว่าแบบไหนคือจริง สิ่งไหนคือเปลือกที่รุ่นน้องแสดงออกต่อหน้าผู้คน หรือจริงๆ แล้วเขาเป็คนแบบนั้น หรือว่าเพราะเขาเป็อย่างนั้นสาวๆ ถึงได้ชอบนักชอบหนา
และทั้งหมดที่ว่ามา แม้นราธิปจะไม่ได้เป็นักกีฬาบาสเกตบอลและส่วนสูงไม่เท่าช้างศึกแต่เขาก็เป็นักกีฬาฟุตบอลที่สูงร้อยแปดสิบถือว่าสูสี นอกนั้นก็ไม่ได้แพ้ช้างศึกสักอย่าง ทั้งยังเป็ถึงเดือนคณะของรุ่น นั่นคือสิ่งที่เขาภูมิใจและมั่นใจในตัวเองไม่น้อย ทว่ากลับต้องหน้าหงายเพียงเพราะผู้หญิงที่ชื่อ ลูกตาล ญาณินท์ เลิศไตรภพ
ความชอบผสมอารมณ์เสียหน้าทำให้อยากสยบเธอไม่ว่าทางใดทางหนึ่ง หากมีโอกาสได้คบก็จะตั้งใจทิ้งเมื่อเธอถลำลึกทั้งกายและใจ หรือถ้าหากไม่เป็เช่นนั้น ก็จะทำให้เธอเสียหน้า เสียใจ ไม่ว่าจะเป็เื่ใดก็ตาม
นราธิปแกล้งเมินเมื่อเดินผ่านสองคนที่นั่งอยู่ใต้อาคารดูเหมือนสนิทสนมกันดีแม้ได้ยินการก่นด่าบ้างในบางครั้ง แต่เสียงของเธอมันแฝงเอ็นดูรุ่นน้องคนนั้นมากกว่า
“แฟนนายมานู่นแล้ว”