ตอนที่ 7 อยากเกิดก็เปิดมา
เหรินม่อได้แต่ยกมือทาบอกถอนหายใจเนิบช้ารักษาสมดุลโทสะ ชายหนุ่มเอือมระอาสตรีเช่นนางจนต้องเฉหน้าหนี ความพยายามเหลือล้นควบคุมไม่ให้สาดอารมณ์เดือดพล่านใส่นางกลางสาธารณชนไม่ใช่เื่ง่าย
ในขณะที่หรงเจียนจื้อขบฟันหงิกนิ้วมองทั้งสองด้วยความริษยา ยิ่งนางได้ยินว่าเหอเหยาพักแรมอยู่ในค่าย นั่นเท่ากับว่าพวกเขาใกล้ชิดกันมากขึ้น สตรีที่มั่นใจว่าต้นคือเบอร์หนึ่งในใจบุรุษมีหรือจะปล่อยให้ม้าดีดกะโหลกแซ่หลินสมหวัง
จู่ๆร่างบางด้านหลังล่มแผละไม่เป็ท่า เจียนจื้อยกมือกุมขมับนวดคลึงให้เส้นเืปูดโปน วินาทีนั้นความสนใจของชายหนุ่มย้ายมาอยู่ที่นางผู้เดียว สำหรับเหอเหยาที่รู้ทันั้แ่ต้นนางก็แค่คิดว่าสตรีนางนี้งัดลูกไม้สกปรกน่ารังเกียจออกมาใช้งาน ยามน้ำเสียงหวานออดอ้อนเปล่งออกมาช่างน่าเห็นใจเป็เช่นนี้แล้วชายหนุ่มจะไม่ตามใจอย่างไรไหว
"ท่านพี่หยวน เจียนเอ๋อร์เดินทางไกลก็เพราะคิดถึงท่าน โรงเตี้ยมเต็มหอน้ำชาแน่น เดิมทีไม่คิดจะรบกวนท่าน แต่ว่านาง... ทำข้าเสียหน้าเช่นนี้ก็อยู่ไม่ไหวแล้ว"
โฉมนวลละมุนแสร้งหลบเลี่ยงสายตาคู่นั้น ปล่อยน้ำตาหยาดกลมสอใสออกมาสักหยดสองหยดก็เรียกร้องความสนใจได้แล้ว น้ำเสียงเข้มเปล่งออกมาตามคาด
"ค่ายทหารมีกระโจมเหลือให้พักค้างแรม เพียงแต่ว่าอาจจะลำบากอยู่มากโขสำหรับเ้า กล่าวตามตรงข้าไม่อยากให้เจียนเอ๋อร์ของข้าเกลือกกลั้ว"
[ทีกับข้าโบ้ยความลำบากไม่คำนึง ทีกับนางประคบประหงมปานลูกนกไร้ขน เ้ามันบุรุษหน้าไม่อาย!] แม้ริมฝีปากเล็กเผยอขึ้นลงเพราะความไม่พอใจ แต่เหอเหยาเปลี่ยนสีหน้าฉับพลันเมื่อสมองสั่งการให้นางสรรหาวิธีรับมือสตรีแพศยา ริมฝีปากแสยะยิ้มกว้างสื่อความหมาย แน่นอนว่าไม่เป็ลางดีแน่
"ท่านพี่หยวนหากนางอยู่ได้ เจียนเอ๋อร์ก็อยู่ได้"
ชายหนุ่มผงกหัวรับ แต่ใบหน้าห่อหุ้มด้วยความกังวล เหรินม่อไม่คิดจะพานางเข้าจวนหยวนเป็อันขาด ทำเช่นนั้นเท่ากับประกาศเป็ศัตรูกับบิดามารดา หลายปีมานี้ความสัมพันธ์ระหว่างเขาและนางปกปิดเป็ความลับ ยามนี้หลินเหอเหยาทำเื่แดงกลางเมือง เกรงว่าเร็ววันนี้ต้องเกิดเื่ใหญ่แน่ ทว่าจะให้ทิ้งเจียนจื้อให้อ้างว้างท่ามกลางกวานผิงที่กันดารออกจะใจดำไปหน่อย
ท้ายที่สุดแล้วลำมือหนาก็ต้องช้อนกายบางขึ้นรถม้ากลับค่ายด้วยกัน บนเกี้ยวคันใหญ่อบอวลไปด้วยมวลหนาที่อธิบายไม่ถูกว่าคืออะไร เหรินม่อไม่อยากยุ่งยากตลอดทางนี้จึงฝากเจียนจื้อไว้ข้างอกเหอเหยา ส่วนตนนั้นแลมองไปนอกหน้าต่างลดความตึงเครียดเอาตัวรอดแต่พอตัว
[ป่วยงั้นเหรอ ได้! ข้าจะจัดให้]
เหอเหยายิ้มสดใสอาบยาพิษ นิ้วเรียวคล้องแอบหลังอาภรณ์ตัวนอก นางออกแรงจ้ำหยิกเนื้ออ่อนจนจ้ำเขียว ฝ่ายตรงข้ามจ้องหน้าก็แล้ว ขบฟันก็แล้ว แต่มิอาจส่งเสียงใดๆได้เพราะแกล้งหมดสติอยู่ กระทั่งใบหน้านวลเริ่มซีดเซียวผุดเหงื่อเย็นเต็มไปหมด
"ท่าทางนางจะป่วยหนัก เหรินม่อรับปากข้าว่าท่านจะไปเรียกท่านหมอ" จู่ๆเหอเหยาก็แสดงออกว่าร้อนใจและห่วงใยผู้อื่นทั้งที่ไม่ใช่วิสัยของนางั้แ่แรก กริยาเ่าั้ช่างน่าเหลือเชื่อทำเหรินม่อประหลาดใจไม่น้อย
"ข้าว่าเ้ากระมังที่ป่วย" แก้มบุ๋มหลุบเป็ร่องเล็กเขาเผลอไผลหลุดยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดู
"ข้าหลินเหอเหยางดงามทั้งภายในและภายนอก มีเมตตาเทียมโพธิสัตว์ แน่นอนว่าแม่นางเจียนจื้อเจ็บไข้ ข้าย่อมห่วงใยหาใช่ตัวข้าป่วยไข้ดั่งคำท่าน" หญิงสาวจีบปากจีบคอเคี้ยวโคนลิ้นหยอกล้อบุรุษ
ในขณะที่รถม้าเกือบจะเคลื่อนไปถึงหน้าค่าย หลุมพรางบ่อใหญ่ถูกขุดเป็โพรงจนล้อเกวียนกระแทกหนึ่งจังหวะ ลำพังแรงโยกเท่านี้คงไม่เกินไหวพริบนาง หากแต่เป็ฉากร้อนที่เหอเหยาจงใจทำให้เกิดเล่า นางดีดร่างบางเข้าหากล้ามอก ลำแขนแกร่งโอบรัดนางไว้ในอ้อมกอดเพราะสัญชาตญาณ ส่วนหรงเจียนจื้อตัวปลิวร่างอรชรกระแทกขอบไม้จนเนื้อตัวบอบช้ำไปหมด
"ท่านพี่คลำดูสิเ้าคะ เหอเอ๋อร์ของท่านป่วยจริงหรือไม่"
[ไม่พอใจข้าก็ช่างหัวมันปะไร ได้ใกล้ชิดเขาขนาดนี้ถือว่าเดินหน้าไปแล้วหนึ่งก้าว ]
นางช่างหน้าไม่อายแนบหน้าเล็กอังแผงอกอุ่นหนำใจก่อนจะคว้ามือสากลูบหน้าผากตนอย่างเย้ายวน เหอเหยาทำตัวเหมือนลูกนกป่วยเข้าไปทุกวัน ยามนางช้อนแววตาประกายมุกขึ้นมาเกยประสานทำหัวใจใหญ่กระตุกไปหลายจังหวะ ส่วนเจียนจื้อนั้นต้องทนฟังนางเย้ายวนชายในดวงใจทั้งที่ไฟสุมอก
"หน้าไม่อาย!" น้ำเสียงเ็าทำมุกกร่อย เหรินม่อยอมย้ายตัวออกจากเกี้ยว เต็มใจเดินกลับค่ายเพื่อหลีกเลี่ยงฉากสยองอย่างเมื่อครู่ ทว่าทำไมสมองทึบตันของเขาดันลบฉากยั่วยวนออกจากหัวออกไปไม่ได้ ยิ่งนึกถึงััจากนิ้วอุ่นขึ้นมาทีไรใบหูบางก็ร้อนฉ่าขึ้นมาทุกที สองเท้าหยุดก้าวเดินกุมด้ามดาบแน่น วกหน้ากลับเข้าจวนหยวนเร่งด่วน
*****
จวนสกุลหยวน
ตายแทนใต้หล้า เพื่อวิญญูชนแม้เป็ผีก็สุขสำราญ
บิดาอ่านตำราอยู่หน้าสวนแต่ไม่ได้คำทักทายจากบุตรสักประโยค มารดาที่ใส่ใจจับสังเกตจากสีหน้าที่กลัดกลุ้มก็พอจะรู้ว่าอาจมีเื่หนักหนาที่ทำให้เขาลำบากใจ เหรินม่อพุ่งตัวไปที่ห้องบรรพชนคุกเข่าอยู่อย่างนั้นหนึ่งก้านธูปก่อนจะยอมเอ่ยปาก
"ท่านปู่... ท่านย่า... บุตรหลานของท่านโง่เง่าไม่เอาไหน ทำให้ท่านผิดหวังแล้ว แต่ข้าดีกับนางแค่เล็กน้อยเท่านั้น แค่เล็กน้อยเท่านั้น... เล็กน้อยจริงๆนะ"
ครั้งหนึ่งเขาเคยสัญญากับบรรพบุรุษที่ล่วงลับว่าจะไม่มีใจให้หลินเหอเหยาเป็อันขาด ซ้ำแล้วยังปฏิญาณตนว่าจะไม่แต่งกับนาง เขาทำเช่นนี้ก็เพื่ออยากจะเป็ขุนนางใหญ่อย่างเที่ยงธรรม ไม่อยากให้ใต้หล้าครหาว่าแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์หาหนทางมั่งคั่งสู่สกุล สุดท้ายแล้วชายหนุ่มเฉลียวฉลาดมากพอที่รู้ว่าตนเริ่มหวั่นไหวต่อนางเข้าแล้วจริงๆ
"ตาแก่! ข้าบอกแล้วว่าเหอเอ๋อร์ของเราต้องทำได้ เร็วเข้าตามข้าเข้าเรือนเตรียมของให้ลูกติดไม้ติดมือไปให้สะใภ้สักหน่อย" ทั้งสองยืนแนบหูฟังอยู่ด้านนอก นำสาส์นไปตีความกันเอาเอง ไม่อยากจะคิดว่าหากรู้เข้าว่าในค่ายทหารไม่ได้มีเหอเหยาเพียงหนึ่ง หยวนฮูหยินจะเดือดดาลเพียงใด
ตะวันลับฟ้ามาหนึ่งเค่อฝ่ามือใหญ่ถือพวงกระชอนสานพะรุงพะรังด้านในบรรจุผ้ามัดหมี่และเครื่องหอมรวมไปถึงยาดีบำรุงเืลมที่มารดาห่อให้ มองย้อนกลับไปั้แ่อดีตยันปัจจุบันเป็หยวนฮูหยินที่ดีกับนางจริงๆ หลังจากรั้งตัวทานอาหารค่ำกับบิดาก็ถึงเวลาต้องกลับค่าย ก่อนออกเดินทางหยวนฮูหยินใหญ่ย้ำแล้วย้ำอีกว่าให้ดีกับคู่หมั้นคู่หมาย
[ช่างเถอะ... ข้าจะหาเื่ใส่ตัวไปทำไม โรงเตี้ยมก็หาให้นางได้แล้ว]
เหรินม่อกระตุกมุมปากคล้าย้าเอื้อนเอ่ยแต่แล้วก็ต้องรูดซิปปากดับความคิดไม่เข้าท่า เมื่อได้ยินมารดาฝากฝังและเอ็นดูเหอเหยาเข้าไส้ ใบหน้าเจือความกังวลหันกลับไปโดยไม่เอ่ยลา ร่างใหญ่เดินเหินว่องไวแค่ไม่กี่ยามก็ถึงหน้าค่ายแล้ว
ใจดวงโตร้อนรนกลัวว่าเจียนจื้อจะอยู่ลำบาก เขาถือวิสาสะผ่านกระโจมใหญ่เดินเลยไปส่วนท้าย หลังจากตงฮุ่ยรายงานความเป็อยู่ของนาง... ฝ่าเท้าย่องเบาที่กลับมายามวิกาลทำให้สตรีต่างถิ่นไม่ระแวดระวังตัว น้ำเสียงหยาบกร้านลั่นออกมาจากด้านในทำหัวใจแกร่งหักห่ามราวสายอสุนีบาตหล่นทับ
"แค่นายหญิงของบ่าวเล่นละครแสร้งเจ็บ... ท่านแม่ทัพก็ออกอาการห่วงใย ถึงขั้นยอมผิดใจกับนาง" สาวใช้คนสนิททายาบนเนื้อนวลที่ห้อเืจากรอยหยิก เกิดอาการปากมันลิ้นลื่นจึงชวนหารือเื่ไม่เข้าท่า
"คนโง่เช่นเขาจูงจมูกง่ายดายเพียงนั้น เขาย่อมอยู่ข้างข้า มิเช่นนั้นหลายปีมานี้หากเขาไม่มีประโยชน์อยู่บ้างท่านพ่อคงไม่เหนื่อยออกแรงให้ข้ากับเขามีวาสนาดอกท้อกระมัง" นางกรีดกรายนิ้วหยิบดอกซิ่งทัดหูอย่างลำพองใจ
"นายหญิงของบ่าวหลักแหลมที่สุด แม้แต่บุรุษที่ขึ้นชื่อว่าเป็เนื้อนาบุญของเมืองยังควบคุมได้ ไม่ธรรมดาจริงๆ" สาวใช้ปากยาวหูยื่นขยันพูดปะเหลาะเอาใจ
"วันพรุ่งข้าจะแสร้งป่วย ยืดเวลาอยู่ใกล้ชิดเขาอีกหน่อย เ้าว่าอย่างไร"
"ท่านว่าอย่างไร บ่าวเห็นดีตามนั้นเ้าค่ะ"
[ดี! ข้าจะให้เ้าได้ป่วยสมใจ ใจกล้าหลอกใช้ผู้ชายของข้า]
หลินเหอเหยารู้อยู่แล้วว่านางเข้าค่ายทหารเพราะมีใจหมายในเื่อื่น หลังจากเหรินม่อแยกตัวไปก็ใช่ว่าจะนิ่งนอนใจ ยามนี้ร่างบางยุ่มย่ามอยู่หลังกระโจมแนบหูฟัง ส่วนด้านหน้านั้นเป็หยวนเหรินม่อที่กุมความเ็ปใจพังซุกยอดอก เื่บังเอิญดำเนินมาถึงขนาดนี้แล้วยังจะกล้าปฏิเสธอีกหรือว่าตนและเหอเหยาไม่ใช่วาสนาบุพเพ