อย่าลืมอ่านตอนที่ 8 ตอนที่ 9 ก่อนนะ
----------
ตะวันเริ่มตกดิน ฟ่านเว่ยบอกกับหลงเปาว่าวันนี้ตน้าพักผ่อนเร็วรอคอยให้หลงเปาออกไป เขาลุกขึ้นจากเตียง เปลี่ยนผ้าจากชุดนอนสีขาวเป็ผ้าไหมสีแดงขลิบปลายทองมาสวมใส่ สวมหน้ากากสีเงิน ถือพัดสีขาวลวดลายูเา ที่ซุนหงนำมา เดินออกไปนอกเรือน จุดที่ซุนหงเฝ้าอยู่
"ซุนหง ไปกันเถอะ"เขาะโออกนอกจวน เฝ้ามองค่ำคืนในเมืองหลวงที่ครึกครื้นสีแสงราตรีสว่างไสว เขาเดินไปในสถานที่รื่นเริงที่สุด เขาอารมณ์ดีรอยยิ้มเปื้อนหน้าเดินเข้าไปพร้อมกับซุนหงที่ยังคงหน้านิ่ง
ซุนหงถือป้ายส่งมอบให้กับหญิงสาว
"เชิญเ้าคะ คุณชายทั้งสองข้าน้อยจะพาพวกท่านไปห้องรับรอง"หญิงสาวเดินเข้ามาก่อนที่จะพาทั้งสองเข้าห้องรับรอง จัดเชิญหญิงสาวสวยมาสร้างความสำราญให้ทั้งสอง
ฟ่านเว่ยหัวเราะอย่างอารมณ์ดี ซ้ายขวามีหญิงสาวหน้าตางดงามข้างกายฟ่านเว่ย ถึงแม้จะมีสาวสวยข้างกายแต่เขานั้นก็ถือเป็ความบันเทิงที่สร้างความสำราญให้เขาเท่านั้น ตัวเขาที่จริงก็ชอบผู้ชายมาั้แ่ชาติก่อนแล้ว ส่วนตัวซุนหงนั้นยังคงหน้านิ่ง
ทันใดนั้นหญิงสาวชุดม่วงผู้มีเสน่ห์ก็เดินเข้ามา นางเยื้องกายเข้ามาอย่างเชื่องช้า เหล่าหญิงสาวคนอื่นเมื่อเห็นนางเดินเข้าก็พากันหลบออกไป
"คารวะเ้าค่ะ ท่านแม่ทัพ ท่านซุนหง"หญิงสาวเผยรอยยิ้มแสนสวย นางผู้นี้คือ ผิงผิง ฉากหน้าคือนายหญิงของหอโคมเขียว ฉากหลังคือสายลับที่แฝงตัวมา
"ฮา ฮา แม่นางผิงผิงไม่เจอกันเ้าก็ยังสวยไม่เปลี่ยน"ฟ่านเว่ยจิบเหล้า หัวเราะร่า โบกพัดในมืออย่างเชื่องช้า ผิงผิงได้ยินเช่นนั้นนางก็หัวเราะออกมา
"แหม ท่านแม่ทัพละก็ ปากหวานเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน ถ้าพูดเช่นนี้ถ้าข้ากลืนกินท่าน ท่านจะทำเช่นไรเล่า"นางยิ้มอย่างขัดเขิน
"เื่ที่ข้าให้เ้ามาสืบได้ความว่าอย่างไร"ฟ่านเว่ยยังคงยิ้ม ดวงตามีแสงเย็นผ่านมา พัดในมือหยุดและหุบลง ผิงผิงนางหรี่ตาลงมอง เงยหน้ามองใบหน้าที่สมหน้ากากสีเงินนั้นที่ไม่แสดงท่าทาง แต่บรรยากาศรอบๆ เย็นลง มือของนางเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ ก่อนจะยิ้มออกมา
"ข้าสืบแล้ว บริเวณด้านรอบห่างไปจากบริเวณที่ดินถล่มนั้น ข้าพบว่ามีคนกลุ่มนึงอยู่ห่างจากที่นั้นพักอยู่อีกเมืองหนึ่งก่อนที่จะแยกเป็2กลุ่ม ก่อนที่อีกกลุ่มที่เดินทางไปทางที่ท่านเดินทางสักครึ่งวันก่อนที่จะหายไป"นางเอยแ่เสียงเบาๆ ก่อนที่จะเงยหน้าสบกับตาของฟ่านเว่ย ดวงตาคู่นั้นที่ฉายแววความโเี้ ยังคงท่าทางสงบสักพักเขาก็โบกพัดในมืดต่อก่อนที่จะหัวเราะขึ้น
"แล้วเ้ารู้ไหม ว่าใคร"เสียงเรียบ ฟ่านเว่ยหลับตาลง
"ข้าสืบมาแล้ว คนที่พักอยู่ในเมืองนั้นเป็คนของสกุลเฉียว เฉียวหลิง บุตรชายของรองเ้ากรมโยธาเ้าค่ะ"นางทำได้เพียงถอนหายใจให้กับคนสกุลเฉียว
"สกุลเฉียว สกุลเฉียวหรือ เฉียวหลิง"ฟ่านเว่ยได้แต่นึกคิด เขาไม่ค่อยได้อยู่เมืองหลวงเลยไม่รู้จัก
"เหตุใดสกุลเฉียวถึง้าที่จะฆ่าข้า"แสงในดวงตาหรี่ลง ถือจอกเหล้าขึ้นก่อนที่กระดกเหล้าจอกนั้นเหล้าที่ไหลรินออกนอกปากไหลตามคอลงมา ทำเอาผิงผิงใจเนื้อเต้น นางละอยากลิ้มรสเนื้อของชายหนุ่มสักครั้ง
"ข้าได้ยินว่าสกุลเฉียวเข้าร่วมกับฝั่งขององค์ชายห้า"เมื่อฟ่านเว่ยดื่มจอกถ้วยนั้นหมด นางก็หยิบขวดเหล้าเทลงบนจอกนั้น กริยานางช่างเย้ายวนจากนั้นเสียงของนางก็หยุดพูดก่อนที่จะเหลือบตามองพูดขึ้นอีกครั้ง
"ข้าได้ยินมาว่า เมื่อ2ปี เฉียวหลิงผู้นี้กำลังต้องใจหญิงสาวผู้หนึ่งอยู่ นางเป็บุตรสาวของหมอหลวง เจียหวาหวา"เมื่อพูดชื่อ เจียหวาหวา ฟ่านเว่ยก็หยุดนิ่ง มือที่ถือจอกเหล้าหยุดลง เขาหรี่ตาคิด
"แม่นางเจียหวาหวาถ้าข้าจำไม่ผิด แม่นางผู้นี้ชื่นชอบท่าน"ผิงผิงนางเผยรอยยิ้มหยอกล้อ
ฟ่านเว่ยกำลังนึกคิดเกี่ยวเจียหวาหวา เขาค่อนข้างคุ้นชื่อนี้ แต่ก็จำไม่ได้ ซุนหงที่นิ่งเงียบมาตลอดก็เอยปากขึ้น
"ท่านจำตอนเด็กได้หรือไม่ ในตอนนั้นมีคณะของหมอหลวงที่มาช่วยเหลือชาวบ้านที่ชายแดนเหนือ มีสาวน้อยติดตามบิดามาด้วย นางเข้าไปในป่าเพื่อหาสมุนไพรจากนั้นก็เจอเสือ ท่านได้ช่วยเหลือนางไว้ ตอนนั้นนางคงฝังใจชอบท่านก็เป็ไปได้"ซุนหงกล่าวอย่างนึกคิด สบตากับฟ่านเว่ย ฟ่านเว่ยถึงกับร้อง อ้อ เสียงลาก
"สมกับเป็เ้า ซุนหง ฮาฮา"ฟ่านเว่ยลุกขึ้น ปรบมือให้กับซุนหง หัวเราะร่า ก่อนที่เขาจะขอเพลิดเพลินสมใจริ้มรสอาหารสุดอร่อย ก่อนตัดสินใจออกจากห้อง
ทันใดเองเมื่อเขากำลังเดินผ่านห้องห้องหนึ่ง หูของเขาก็กระดิกได้ยินบางสิ่งบางอย่าง ช่างบังเอิญเสียจริงอย่างกับพระเ้าเป็ใจ
"เฉียวหลิง เ้ายังเกี๊ยวคุณหนูเจียผู้นั้นอีกรึ"เสียงของชายหนุ่มดังขึ้น
"จ้าได้ข่าวว่านางกำลังจะตบแต่งกับบุตรชายของสกุลเนี่ย เ้ารีบๆ ตัดใจเสีย ดูอย่างพวกข้าสิ ได้หญิงงามมาเชยชมก็พอแล้ว"เขาพูดพลางเอื้อมมือไปจับหญิงสาวสวยสุดเย้ายวนนั้น
"พวกเ้าไม่เข้าใจหรอก ข้าอยากได้สิ่งใดก็ต้องได้ คอยดูเถอะ เจียหวาหวาสักวันข้าจะทำให้นางมากอดขาข้า"เฉียวหลิงเมามาย น้ำเสียงเหี้ยม เขาจับหญิงสาวข้างกายก่อนกดกอดดมมาย หญิงสาวกรี๊ดร้องอย่างสนุกสนาน ในห้องก็มีเสียงหัวเราะ ครวญครางออกมา
ฟ่านเว่ยได้ยินเช่นนั้น เขาหยุดนิ่งก่อนที่จะหรี่ตาเ็า ยกยิ้มมุมฝีปาก เขาเดินออกไปจากหอโคมเขียว ก่อนที่จะะโขึ้นบนหลังคาเฝ้ารอเวลางานเลี้ยงเลิก
เฉียวหลิงเดินออกมา เขาเดินเมาแปล้ บ่าวชายขึ้นมาพยุงตัวเข้าไปในรถม้า รถม้าเคลื่อนตัวไป
ตุบ
เสียงดังบนรถม้า เฉียงหลิงเมามายไม่ได้สติ ซุนหงกระโจนทุบหลังคอให้บ่าวใช้สลบก่อนนำไปทิ้งข้างทาง เขาขับรถม้าวิ่งไปอีกทาง
สาด
เสียงน้ำกระทบลงบนหน้าของเฉียวหลิงเขาลืมตาตื่นขึ้น เนื้อตัวเปียกปอนก่อนที่จะมองเห็นสภาพแวดล้อมที่แปลกตา เขานึกว่าคงเป็ฝูงเพื่อนแกล้งตน เขาพยายามเรียกบ่าวใช้ของตน แต่ไม่มีใครขานรับ เขาเริ่มตื่นตระหนก เหงื่อไหลในใจเต้นสั่นไปหมด อาการเมาสร่างหายไปในพริบตา บรรยากาศวังเวิงมืดมิดอากาศเย็นพัดมา เขาสั่นสะท้านตัวสั่น จากนั้นประตูก็ถูกผลักออก แสงจ้าจากทางประตูส่องมาทางเขา เขาหลับตาลงเพราะแสบตา
"ใครนะ เ้ารู้รึเปล่าว่าข้าเป็ใคร ป..ปล่อยข้าไปเดี่ยวนี้"เฉียวหลิงหวาดกลัวในใจ พยายามลืมตาจ้องมองในแสงนั้น ก่อนที่สายตาจะปรับให้เป็ปกติ
เขาเห็นชายหนุ่มผู้หนึ่งที่ปกปิดใบหน้าด้วยหน้ากากเงิน ถือพัดกำลังเดินเข้ามา
เฉียวหลิงตื่นตระหนกก่อนที่จะพูดจาอย่างโกรธเกรี้ยว ฟ่านเว่ยยกมุมปากจ้องมองเฉียวหลิงก่อนเดินเข้าไปนั่งบนเก้าอี้
"หืม ชายหน้าตาดี ข้าอยากรู้จริงๆ ว่ารูสวาทของเ้าจะทำให้ข้าสำราญหรือเปล่า"ฟ่านเว่ยหยอกล้อเฉียวหลิง เฉียวหลิงหน้าซีดเมื่อได้ยิน เขารีบเอามือกุมปิดลงด้านหลังสะโพก คนผู้นี้กำลังโลภร่างกายของเขา เฉียวหลิงรู้สึกขยะแขยง ฟ่านเว่ยเห็นก็ยิ้มอย่างเดียงสา
"แก รีบปล่อยข้าไปเดี่ยวนี้ ไม่อย่างนั้นแกตายแน่"เฉียวหลิงตื่นตระหนกเมื่อเห็นคนนี้ไม่ยอมปล่อยเขา
"หืม ข่มขู่ข้าเสียด้วย เ้ารู้หรือไม่ข้าเกลียดคนที่ข่มขู่ข้าที่สุด"ฟ่านเว่ยยกเท้าก่อนเหวี่ยงรองเท้าก่อนที่จะเข้าหน้าเฉียวหลิงเต็มๆ
เฉียงหลิงกุมใบหน้าของตนด้วยความเ็ป ก่อนที่เืแดงสดไหลลงมาจากจมูก เฉียวหลิงเห็นเช่นนั้นเขาก็มีอารมณ์ที่โกรษขึ้นผสมกับฤทธิ์เหล้าไปพร้อม ยิ่งทำให้มีอารมณ์รุนแรงขึ้น เขาเงยหน้าขึ้นมองฟ่านเว่ยก่อนที่พุ่งตัวเข้ามา
ฟ่านเว่ยยืนขึ้นถีบเฉียวหลิงล้มลง เขาใช้เล็บกดข่วนลึกลงลำคอคู่เรียวนั้นเืสดๆ พุ่งกระจายไปเลอะหน้ากากฟ่านเว่ยไหลลงจากคอนั้น ฟ่านเว่ยเห็นเช่นนั้นเขาค่อยยื่นหน้าเข้าใกล้ อ้าปากปลายลิ้นเลียบนลำคอนั้น เฉียวหลิงตื่นกลัว
"ต่อจากคอเป็อะไรดีนะ หึหึ "เขาหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงที่เย็นเหยียบสั่นสะท้าน เลียริมฝีปากเืที่ติดอยู่รอบๆ
"หัวใจ ตับ ไต หรือไส้ดี ฮาฮา"ฟ่านเว่ยยิ้มแย้มก่อนที่จะหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง เขาหยุดลงอารมณ์บนใบหน้าก็หายไปเหลือเพียงความเรียบเฉยเ็าที่ฉายออกมาจากดวงตาที่เปื้อนเื เขาเหลือบตามองชายผู้แน่นิ่งไป
"อ่า เก็บไว้ก่อน"ฟ่านเว่ยพูดขึ้นก่อนที่จะใช้พลังรักษาาแคอของเฉียวหลิง หยิบยาขึ้นมากรอกลงใส่ปากเฉียวหลิง เฉียวหลิงชักกระตุก สองสามทีก่อนจะแน่นิ่งสลบไป ฟ่านเว่ยแหวกสาบเสื้อออกก่อนที่มองไปที่อกขาวก่อนที่จะลงมือทำบางอย่าง