.
.
เหี้ย!! คนที่นอนอยู่บนเตียง ..มันคือผมชัดๆ
“ไอ้คิว.. มึงโอเคไหม” คุณอาร์กระซิบถามผม
“ผม..” ผมนึกคำตอบไม่ออก สายตายังคงมองตรงไปที่คนบนเตียง มันเป็ใครทำไมถึงมีหน้าตาเหมือนกันกับผม อาจจะต่างกันก็แค่ตรงที่มันดูผอมกว่าผมเล็กน้อยเพราะกำลังป่วย
“คิว.. นี่คือคุณออสบอร์ เขาเพิ่งฟื้นจากการนอนเป็เ้าชายนิทรามาสิบเก้าปี”
“เขาเป็ใครครับคุณอาร์”
“หมายความว่าไงอาร์?”
“คือคิวไม่เคยรู้ว่าตัวเองมีญาติพี่น้องที่ไหนอีกน่ะครับคุณหมอนี่ก็เป็เื่บังเอิญมากๆ ที่คิวกับคุณออสบอร์บังเอิญมาเจอกัน”
“ออ แบบนี้นี่เอง ต้องขอโทษด้วยที่ต่อว่าคุณไปเมื่อกี้ งั้นผมสรุปให้คุณฟังเองนะครับคุณออสบอร์เขานอนรักษาตัวอยู่ที่ต่างประเทศมานานหลายปี แล้วเมื่ออาทิตย์ก่อนคุณออสบอร์ก็ฟื้นขึ้นมาราวปาฏิหาริย์ เขาถูกพาตัวมารักษาต่อที่นี่ เพราะว่าครอบครัวต้องย้ายมาทำธุรกิจที่นี่”
“แล้วตอนนี้ครอบครัวของเขาอยู่ไหน”
“ครอบครัวของเขาบอกผมว่าต้องบินกลับไปจัดการธุระสำคัญบางอย่าง และตอนนี้ผมก็ยังติดต่อพวกเขาไม่ได้”
“…”
“ข..ขอโทษนะครับ” ไอ้คุณออสบอร์ส่งเสียงขึ้นทำลายความเงียบของบทสนทนามันมองมาที่ผม “ไม่ทราบว่าคุณเป็ใคร.. ทำไม..”
“ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าผมเป็ใคร คุณนั่นแหละบอกผมได้ไหมว่าผมเป็ใครเราเป็อะไรกัน”
“...คือ”
“ตอบมาสิ!” ผมขึ้นเสียงใส่ไอ้คนที่นอนทำหน้าซีดไร้สี ในหัวตอนนี้มันทั้งสับสน สงสัยผมโตมาขนาดนี้โดยที่ไม่เคยมีญาติพี่น้องครอบครัวคนอื่นมีก็แค่ปู่กับย่าที่เลี้ยงผมด้วยความรักและความยากลำบาก แล้วไอ้คนหน้าเหมือนที่มีชีวิตอยู่อย่างต่างชนชั้นก็โผล่มาสร้างคำถามให้กับชีวิต
“คิว! มึงใจเย็นก่อน เขาเพิ่งฟื้นมาได้แค่ไม่กี่วัน สมองบางส่วนก็อาจจะเสียหาย”
“ถูกของอาร์นะครับ เขายังต้องได้รับการผ่าตัด การฟื้นฟูอีกหลายขั้นตอนคุณกดดันคุณออสบอร์ตอนนี้ก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา”
“…”
“เอาตามนี้นะครับคุณหมอ ผมจะจัดการเื่เอกสาร และดูแลคุณออสบอร์ต่อเอง”
“โอเคอาร์ ยังไงวันนี้พี่ขอตรวจเช็คอาการแล้วก็เตรียมเื่นัดวันเข้ามาผ่าตัด”
“ครับ”
ผมออกมายืนรอนอกห้องพัก หลังจากบึ่งรถกลับไปเตรียมที่นอนให้ไอ้คนหน้าเหมือนคุณอาร์จะยกห้องของตัวเองให้มันพักเพราะอุปกรณ์การรักษา สิ่งอำนวยความสะดวกพร้อมสำหรับการรับแขกส่วนตัวคุณอาร์ ก็จะย้ายมาร่วมเพดาน ร่วมเตียง อยู่ห้องเดียวกันกับผมแทนเราจะได้ใช้ชีวิตร่วมกัน ตัวติดกัน ทั้งเื่งาน เื่ส่วนตัวการมาของไอ้คนแปลกหน้านี่ก็ไม่ได้เลวร้ายเท่าไหร่
“ตอนนี้คุณออสบอร์รู้สึกยังไงบ้างครับ” คุณอาร์ถามไอ้คุณออสบอร์ขณะที่เข็นไอ้คนป่วยออกมาจากห้อง
“มึนหัวนิดหน่อยครับ”
“เรากำลังจะพาคุณไปที่ที่ปลอดภัย อดทนกับการเดินทางหน่อยนะครับ”
“ครับ”
“ถ้ามีอะไรติดขัด โทรหาพี่ได้ตลอดนะอาร์”
“ขอบคุณครับคุณหมอ”
“ไม่ต้องกังวลนะครับคุณออสบอร์ อาร์เขาเป็หมอที่เก่งมาก”
“ผมก็เชื่ออย่างนั้นครับ”
“จะไปกันได้รึยัง คุยนานอย่างกับว่ากำลังรอให้ไอ้พวกคนร้ายมันมาจับตัว”ผมพูดขัดจังหวะบทสนทนาที่ไม่มีทีท่าว่าจะจบสิ้นสักที เลยได้เจอสายตาดุๆของคุณอาร์เข้าหนึ่งดอก
“คุณหมอไม่ต้องไปส่งหรอกครับ พวกเราไปกันเองได้”
“โอเค ฝากด้วยนะอาร์ แล้วก็คุณด้วย” ผมหยักไหล่แทนคำตอบรับ แล้วก็ฉวยเอารถเข็นมาเข็นเองตามสไตล์แฟนที่รู้หน้าที่ งานแฟนเท่ากับงานเรา
“ผมไปก่อนนะครับคุณหมอ”
“อาร์คงลางานยาวอีกแล้วสินะ”
“ครับ”
“งั้นพี่จะโทรไปถามอาการคุณออสบอร์เรื่อยๆ นะ”
“..ไม่ต้องหรอกครับคุณหมอ พวกเราจะติดต่อมาเอง..ถ้าจำเป็”
“…”
.
.
..คอนโด
..ห้องอาร์
“จับแขนของผมไว้นะครับ” คุณอาร์ประคองไอ้คุณออสบอร์ให้ลุกจากรถเข็นมองยังไงก็รู้สึกแปลก แฟนตัวเองกำลังอยู่ใกล้ชิดกับคนที่หน้าเหมือนตัวเองแต่ไม่ใช่ตัวเอง
“ผมเองครับคุณอาร์” ผมรีบเข้าไปช้อนเอาหลังของไอ้คนหน้าเหมือนส่วนคุณอาร์ก็เดินแยกไปที่เตียงก่อน ปล่อยให้หน้าที่การดูแลผู้ป่วยเป็ของผม
“ขอบคุณนะครับ ว่าแต่คุณชื่อ..”
“ผมชื่อคณนา แต่เรียกสั้นๆ ว่าคิวก็ได้”
“คิล(Kill).. ที่แปลว่า ‘ฆ่า’ ” รอยยิ้มอ่อนฉายอยู่บนใบหน้า ผมสบตาเข้ากับไอ้คุณออสบอร์ แววตาใสซื่อกำลังพยายามสื่อสารอะไรบางอย่างกับผม
“คิล(Kill).. ที่แปลว่า ‘ฆ่า’ ” ..มันไม่ใช่ประโยคคำถาม แต่มันเป็.. ผมปวดแปลบในหัวทันทีที่พยายามตีความทำความเข้าใจกับประโยคคำพูดที่ได้ยินแขนที่ประคองร่างของคุณออสบอร์ลืมทำหน้าที่ของมันคนป่วยร่วงลงกองกับพื้นเกือบจะทันที แต่แล้วมือของผมก็กลับไวพอที่จะคว้าเข้าที่ลำคอของไอ้คนหน้าเหมือนผมรั้งร่างขนาดพอกันให้ยกตัวลอยขึ้นด้วยแรงของข้อแขนเพียงข้างเดียว
“ป..ปล่อยผมคุณคิว!!” เสียงของมันทำผมแสยะยิ้มอย่างลืมตัว ใบหน้าผวาหวาดกลัวช่างชวนมองผมออกแรงเพิ่มขึ้นอีกนิด เพราะยังอยากได้ยินวลีร้องขอชีวิตจากคนตรงหน้าแต่ผมกลับไม่ได้ยินเสียงของคนอีกคนที่กำลังพยายามเรียกสติของผมจากทางด้านหลังจนกระทั่งรู้สึกเหมือนถูกมดตัวใหญ่กัดเข้าที่หลังคอ ผมเอามือปัดมันทันทีแรงเหวี่ยงเต็มกำลังทำให้ใครคนนั้นกระเด็นไปไกล ..ผมไม่ได้สนใจ เหยื่อตรงหน้าที่อยู่ใต้อาณัติยังเป็ความบันเทิงในความรู้สึกแต่แล้วจู่ๆ โลกทั้งใบมันก็เอียง แรงดึงดูดของโลกกำลังรั้งตัวของผมให้ร่วงหล่นสติของผมวูบดับลง..
..อาร์
ผมหายใจหอบ ไม่เคยคิดว่าจะต้องใช้วิธีนี้กับไอ้คิว มันร่วงหลับลงในสองวินาทีหลังจากที่ผมปักเข็มยาสลบเข้าที่ต้นคอของมันผมรับร่างไอ้คิวไว้ก่อนที่ตัวมันจะกระทบกับพื้นแข็ง ส่วนคุณออสบอร์ก็ยันร่างตัวเองกับกำแพงที่อยู่ข้างๆ
“คุณออสบอร์โอเคไหมครับ”
“ครับ เกือบแย่แหมือนกัน”
ผมวางร่างของคิวลง และตรงไปประคองคนที่เป็แขกไปที่เตียง
“ผมใมาก จู่ๆ เขาก็..”
“ต้องขอโทษแทนเขาด้วยนะครับ คุณพักผ่อนตามสบายนะครับ ผมขอตัวไปดูแลเขาก่อน”
“เชิญครับ ผมอยู่คนเดียวได้”
ผมยิ้มขอบคุณแล้วตรงไปหิ้วปีกไอ้คนก่อเื่ผมพาคิวกลับไปที่ห้องของมัน ทิ้งมันลงบนเตียง ผมมองคนหลับแบบไม่เข้าใจมันเกิดอะไรขึ้น ทำไมคิวถึงกลายเป็แบบนี้ไปได้..แม้แต่เสียงของผมที่ส่งไปก็ไม่ถึงมันผมจับแขนของตัวเองที่เริ่มปวดระบมเพราะกระแทกเข้ากับตู้ไม้จากแรงเหวี่ยงของไอ้คิว..ไม่ใช่แค่ตรงนี้ ผมปลดกระดุมของเสื้อเชิ้ตลงและมองแผ่นหลังของตัวเองในกระจก..รอยแดงเป็ทางที่คงกลายเป็สีเขียวม่วงและกินเวลาหลายวันกว่าจะหาย ..เจ็บแต่ก็พอทน
“ขอโทษนะครับ” ไอ้คิวยืนซ้อนหลังของผม สายตารู้สึกผิดของมันกำลังมองไปที่ร่องรอยความรุนแรงของตัวเองที่อยู่บนหลังของผม
“ทายาให้กูหน่อย” ผมยื่นหลอดยาให้คิว
“คุณอาร์.. จะยังชอบผมอยู่ไหมถ้าผมเปลี่ยนไปเป็อีกคนที่คุณอาร์ไม่รู้จัก”
“…”
“..จะรังเกียจผมไหม ถ้าผมเป็แค่ไอ้ตัวอันตรายที่พร้อมจะฆ่าใครก็ได้โดยไม่..”
ผมหันหลังเผชิญหน้ากับไอ้คนตัวสูงกว่าเล็กน้อย “หยุดพูดได้แล้ว ไม่ว่ามึงจะเป็ยังไงกูก็จะรั้งมึงไว้ด้วยความสามารถทั้งหมดที่มี เพื่อให้มึงยังเป็คิวที่กูรู้จัก”
คิวยิ้มอ่อนพร้อมกับเอามือมาััใบหน้าของผม “คุณนี่ใจดีจังเลยนะครับ”
ผมคว้าเอาข้อมือที่อยู่บนกรอบหน้าของตัวเองออก และตวัดมือที่อยู่ในการจับกุมให้ไพล่หลังและออกแรงกดตามสูตรพื้นฐานการควบคุมตัว“คุณไม่ใช่คิว”
“ทำไมใจร้ายกับคนที่ตัวเองรักแบบนี้ล่ะครับ”
“คุณเป็ใคร เลิกเอาคิวมาอ้างสักที!”
“หึ น่าดีใจแทนเขานะ ที่คุณแยกความแตกต่างระหว่างเราออก”คิวหัวเราะเบาๆ ในลำคอ แล้วออกแรงที่ข้อมืองัดง้างการล็อคของผมตอนนี้กลับกลายเป็ผมที่เพลี่ยงพล้ำโดนคิวจับกดที่หน้าอกแนบอยู่กับกำแพงเปลือย
คิวเอาหน้าเข้ามาใกล้และกระซิบที่ข้างหู “ผมก็คือคิวแต่แค่เป็คิวที่คุณไม่เคยรู้จัก ..จะทนได้รึเปล่า ถ้าต่อจากนี้ไป..ทุกอย่างจะไม่เหมือนเดิม”
“…”
“คุณอาร์ คุณอาร์”
ผมสะดุ้งตื่นทันทีที่รับรู้ได้ถึงแรงเขย่าที่แขน และเสียงเรียกที่ดังขึ้นเรื่อยๆ
“คุณอาร์ คุณโอเคไหม” ผมลืมตามอง ..ไม่ใช่คิว แต่เป็คุณออสบอร์ดูได้จากชุดและลักษณะที่แตกต่าง
“ผม.. โอเคครับ”
“คุณคงฝันร้าย ผมเห็นคุณนอนกระวนกระวายอยู่ได้สักพักเห็นท่าไม่ค่อยดีเลยปลุกคุณ”
“ขอบคุณครับ ผมคงเผลอหลับไปตอนเข้ามาดูอาการของคุณ”
“ว่าแต่คุณคิวเป็ยังไงบ้างครับ”
“น่าจะตื่นแล้วครับ ผมเองก็ไม่แน่ใจ”
คุณออสบอร์ยันตัวลุกขึ้นนั่งอย่างทุลักทุเลผมเห็นแล้วรู้สึกลำบากแทนเลยลุกขึ้นพยายามที่จะช่วยยกตัวเขาขึ้นนั่งแต่จะด้วยความที่นั่งท่าเดิมอยู่นาน ขาแขนมีอาการเหน็บชาตัวผมเลยล้มทับลงบนตัวคนเจ็บอย่างฝืนไว้ไม่อยู่
“โอะ ขอโทษครับ” ผมก้มหน้าก้มตาพูดทั้งที่หน้ายังจมอยู่ที่บ่าของคุณออสบอร์ก่อนจะเอามือยันตัวให้ออกห่าง
“ตัวคุณหอมจังเลยนะครับ”
“...”
“ต่างจากผมลิบลับ ชักอยากอาบน้ำบ้างแล้วสิครับ”
“ออ ได้สิครับ เื่แค่นี้เอง”
“คุณอาร์จะช่วยผมอาบใช่ไหมครับ”
“..เอ่อ ได้สิครับ การดูแลผู้ป่วย..เป็หน้าที่ของคนเป็หมออยู่แล้ว”
“ขอบคุณครับ”
“ไปครับ” ..ก็แค่ช่วยคนป่วยอาบน้ำ ..ก็แค่คนป่วยที่หน้าเหมือนคิวผมประคองคุณออสบอร์ตรงไปที่ห้องน้ำอย่างเลี่ยงไม่ได้เสื้อผ้าชุดหลวมถูกปลดเปลื้องอย่างง่ายดายจากตัวของคุณออสบอร์เขากำลังยืนเปลือยเปล่าหันหลังให้ผมใต้ฝักบัวที่น้ำไหลเอื่อย
“ผมปรับระดับความแรงของน้ำที่เท่านี้พอนะครับ”
“ขอบคุณครับ ว่าแต่ผมจะใช้สบู่ได้ไหมครับ”
“ได้ครับ เป็สบู่อ่อน”
“ผมจะรบกวนคุณหมอถูสบู่ที่หลังให้ผมหน่อยได้ไหมครับ”
“..ได้สิครับ” ผมพับแขนเสื้อเชิ้ต สบู่อยู่ในมือพร้อมที่จะทำความสะอาดขนาดกับไอ้คิว ผมยังไม่เคย..
บรรยากาศรอบตัวมีแค่ไอน้ำที่ลอยฟุ้งอยู่ทั่วห้องกับเสียงน้ำที่ไหลลงมาและจากไปตามรางท่อมือข้างนึงของผมออกแรงจับเบาๆ ที่บ่าผิวสีแทน ส่วนมืออีกข้างก็ค่อยๆ ไล่ถูสบู่ไปตามแผ่นหลังกว้างใจของผมกำลังเต้นแรง ถ้าคิวมาเห็นภาพตอนนี้.. ไม่อยากจะคิด ผมถอนหายใจ
“เสร็จแล้วครับคุณออสบอร์”
“ขอบคุณมากครับ”
“ถ้างั้นผมขอไปรอคุณข้างนอกนะครับ”
“อยู่ก่อนได้ไหมครับ ผมกลัวว่าจะเดินออกไปคนเดียวไม่ถนัด”
“เอ่อ ก็ได้ครับ”
“เสร็จแล้วครับ กวนคุณหมอช่วยหยิบผ้าเช็ดตัวให้ผม..”
“นี่ครับ” ผมยื่นผ้าเช็ดตัวให้โดยที่เบือนหน้าหลบ
คุณออสบอร์หัวเราะเบาๆ “เขินเหรอครับ ทำไมกันในเมื่อเราก็มีอะไรเหมือนๆ กัน”
“ไม่ใช่แบบนั้นหรอกครับ”
“งั้นก็หันหน้ามามองผมหน่อยสิครับ”
“...”
“หรือเพราะผมหน้าเหมือนคุณคิว?”
“...”
“คุณกับคุณคิวเป็อะไรกันเหรอครับ”
“คือเรา..”
“เป็คู่รักกันเหรอครับ”
ผมพยักหน้า
“ถ้าเป็เมื่อสิบเก้าปีก่อน เื่แบบนี้คงยอมรับได้ยากแต่บังเอิญผมเป็คนหัวสมัยใหม่ ..ผมเลยมองว่ามันเป็เื่ที่ไม่ได้ผิดแปลกอะไร”
“ขอบคุณครับที่เข้าใจ”
“..แต่ที่ผมอยากรู้ก็คือ ถ้าเป็กับผม..ที่หน้าตาเหมือนคุณคิวคุณจะรู้สึกยังไงบ้างครับ”
“..คุณหมายความว่ายังไงครับ”
คุณออสบอร์เดินรุกเข้ามาใกล้จนตัวผมพิงติดกับอ่างล้างหน้าดวงตาที่เหมือนกันกำลังจ้องมองผม ก่อนจะโน้มหน้าเข้ามาใกล้ ใกล้จนผมกลั้นลมหายใจก่อนจะออกแรงผลักคนตรงหน้าโดยไม่สนว่าเขาจะได้รับาเ็ทั้งที่ยังป่วยแต่ก็ช้ากว่าแรงกระชากของคนตัวหนาที่พุ่งตัวเข้ามาจากนอกห้องน้ำ
“จะทำอะไรคุณอาร์!” คิวดันตัวคุณออสบอร์ออกจากผมและยังเอามือเกาะกุมที่คอของคุณออสบอร์
“คิว! เขายังไม่ได้ทำอะไร ปล่อยได้แล้ว”
“ต้องรอให้เขาทำอะไรก่อนรึไง! ผมว่าเราพาเขากลับไปที่โรงพยาบาลดีกว่า”
“คิว.. ปล่อยคุณออสบอร์ซะ แล้วเราค่อยคุยกัน”
คิวยังจับที่ลำคอของคุณออสบอร์อย่างเอาเื่ แต่มันก็ค่อยๆ คลายมือคลายอารมณ์ลง“ที่ผมปล่อย เพราะคุณอาร์ขอไว้ แต่ถ้าคุณยังทำอะไรแบบนี้อีก อย่าหาว่าผมไม่เตือน”ไอ้คิวยอมปล่อยตัวคุณออสบอร์ในที่สุด และลากตัวผมให้เดินออกไป
.
..คีย์
อืม ..ยิ่งมีตัวเร้า ก็ยิ่งกระตุ้นให้อยากใช้ความรุนแรงค่อยสมศักดิ์ศรีการเป็นักฆ่าที่น่าลงทุน แต่ถ้าตัวเร้าเป็คนคนนี้..ก็จะยิ่งมีผลสินะ
.
..คิว
“ผมว่าไอ้หมอนี่ไม่น่าจะเกี่ยวอะไรกับภารกิจของเราเราเอามันไปคืนที่โรงพยาบาลเถอะครับ ไหนๆ เื่นี้ก็ยังไม่ถึงเบื้องบนเราไม่ได้ทำตามคำสั่งใครด้วยซ้ำ บอกตรงๆ นะ ผมไม่ชอบขี้หน้ามันไม่ชอบการที่ต้องมีหน้าเหมือนมันและยิ่งไม่ชอบที่สุดก็ตอนที่คุณอาร์ต้องอยู่ใกล้มัน”
“แต่ก็เพราะว่าเขาหน้าเหมือนมึงไง ..รู้ไหมว่ามันต้องเกี่ยวข้องกันแน่ๆทั้งเื่ตอนที่มึงหายเข้าไปในห้อง ผ.อ. แล้วจำอะไรไม่ได้ ไหนจะอาการของมึงที่เป็หนักขึ้นเรื่อยๆมึงรู้ไหมว่าตอนนี้กูคิดแต่เื่ของมึง คิดว่าจะหาคำตอบเื่ของมึงได้ยังไง”
“…”
“กูก็อยากให้ระหว่างเรามีแต่่เวลาดีๆ แต่ตอนนี้.. มันแม่งไม่ได้อย่างใจกูสักอย่างเพราะฉะนั้น ตอนนี้มึงอย่าเพิ่งไม่มีเหตุผลได้ไหม”
“..ผมขอโทษ”
“ฟังกูนะคิว เราจะช่วยกันคิด ช่วยกันแก้ทีละเื่เอาเป็ว่ากูไม่ได้ไว้ใจในตัวคุณออสบอร์สักนิด แต่เขาเป็กุญแจที่จะเชื่อมโยงได้ว่าเื่ทั้งหมดมันคืออะไรอีกอย่าง เขาอาจจะเป็ครอบครัวของมึง..”
“ครอบครัวของผมมีแค่ปู่ย่า คุณอาร์ แล้วก็นายกับคุณผู้หญิงชีวิตนี้ผมไม่ได้้าได้ใครมาเพิ่ม”
“งั้นก็ดี” คุณอาร์ยิ้มพอใจในคำตอบของผม ผมเองก็ยิ้มออกเหมือนกันรู้สึกดีที่เราได้เปิดอกคุยแบบนี้ ผมยื่นหน้าเข้าใกล้คุณอาร์ ก่อนจะกอดคุณเขาไว้ในอ้อมแขนกลิ่นของคุณอาร์ทำผมสบายใจและผ่อนคลาย ไม่รู้เหมือนกันว่าเื่ต่อจากนี้จะเลวร้ายแค่ไหนขอแค่ตอนนี้ผมมีคุณอาร์ก็พอ
“ผมรักคุณอาร์นะครับ ไม่รู้เหมือนกันว่ามันเริ่มขึ้นั้แ่เมื่อไหร่เริ่มได้ยังไง”
“...”
“ผมอยากจะอยู่เห็นหน้าของคุณอาร์อย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆตื่นเช้ามาก็เจอคุณอาร์ ก่อนนอนก็ได้กอดคุณอาร์”
“อืม กูก็เหมือนกัน อยู่ด้วยกันแบบนี้ตลอดไปนะ”
“ครับ ผมสัญญา”
.
.
..อาร์
เมื่อคืนผมนอนหลับสนิท จำได้ว่ากอดคิวไว้ก่อนที่จะหลับไปปัญหาที่มีไว้ค่อยคิดค่อยแก้ แค่มีความสุขกับทุกนาทีที่ได้อยู่กับคนที่รักก็พอผมลืมตาตื่นมองไปที่ข้างตัว ..คิวยังหลับอยู่ ผมเลยเป่าลมเบาๆ ใส่ดวงตาที่ยังคงปิดสนิทคิวค่อยๆ ลืมตาขึ้น
“ไม รำคาญเหรอ”
“ใช่ ผมยังอยากนอนต่อ” คิวลุกขึ้นนั่ง และบิดตัวไล่ความเมื่อย“แต่ไหนๆ ก็ตื่นแล้ว เรามาหาอะไรสนุกๆ ทำดีไหมครับ”
“…”
“อย่างเช่น ..วิเคราะห์ภารกิจที่ค้างอยู่ไม่ก็แฮกเข้าฐานข้อมูลของระบบธนาคารกลาง”
“คุณเป็ใคร”
“ผม.. ก็คิวของคุณไง แค่นี้ก็จำกันไม่ได้”
“นี่คงเป็ความฝัน เดี๋ยวผมก็จะตื่น”
คิวหันมาทำหน้าเบื่อหน่ายใส่ผม “โอเค ผมว่ามันค่อนข้างน่าเบื่อ เวลาที่เราต้องพยายามทำตัวเป็คนอื่นงั้นช่วยดูให้ชัดๆ นะครับคุณหมอ ตอนนี้ผมเป็แค่ภาพโฮโลแกรมที่ส่งมาจากที่ไหนสักที่บนโลก”ผมเพ่งมองและเอามือััตัวของคิว มือของผมทะลุผ่านตัวของคิว แสงหลากสีสันทาทาบอยู่บนมือของผมอุปกรณ์ส่องสว่างถูกวางอยู่บนพื้นเตียง ..เป็ภาพโฮโลแกรมจริงๆ
“คุณเป็ใครกันแน่คุณออสบอร์”
“ผมเป็ใครคงไม่สำคัญอะไรกับคุณ”
“งั้นผมขอถามใหม่ คิวอยู่ไหน”
“..คิว ต้องขอโทษด้วย ผมคงให้ดูภาพไม่ได้เอาเป็ว่าผมจะให้คุณฟังเสียงแทนล่ะกันนะ”
[..เมซ ขอค่าความดันด้วย] เสียงของหมอสักคนที่กำลังร้องขอมีดผ่าตัดดังอู้อี้ภายใต้หน้ากากอนามัยอยู่ในห้องที่ผมนึกภาพตามได้ไม่ยาก..ห้องผ่าตัด
[…]
[ต่อไปผมจะผ่าเปิดกะโหลกนะครับ ขอเลื่อย..]
“พวกมึงจะทำอะไรคิว!!”
“โอะ จากคุณหมอผู้สุภาพ ทำไมถึงกลายเป็คนหยาบคายไปได้ล่ะครับ”
“คุณทำอะไรกับคิว คิวเป็ใครกันแน่”
“อืมมม ผมจะยอมบอก เพราะเห็นแก่ััที่อ่อนโยน..”
“…”
“คิว..เป็แค่มนุษย์โคลนที่มีค่าไม่ต่างจากสัตว์ทดลองและผมก็พาตัวเขากลับมาวิจัยต่อ ถือว่าขอของคืนล่ะกันนะครับ”
“..มนุษย์โคลน”
“..ตัวที่ประสบความสำเร็จที่สุดของโลก”
[ซักชั่น] เสียงของกระบวนการทำงานในห้องผ่าตัดยังคงดังเป็แบล็คกราวด์
“คุณจะทำอะไรกับคิว..”
“..ผมคงบอกอะไรไปมากกว่านี้ไม่ได้ มันเป็ความลับ เอาเป็ว่าเห็นแก่ความรักที่เป็ไปไม่ได้ระหว่างมนุษย์กับสัตว์ทดลองผมจะให้คุณได้คุยกับเขาเป็ครั้งสุดท้าย”
[คุณอาร์..]
“คิว.. มึงโอเคไหม”
[ผมยังโอเคนะ ขนาดโดนผ่าสมองอยู่]
“…”
[แอร์ที่นี่หนาวมาก หนาวกว่าที่ห้องของคุณอาร์เยอะเลยครับ]
“…”
[ขอโทษนะครับ ที่ทำตามสัญญาไม่ได้]
“…”
[ดูแลตัวเองเผื่อผมด้วยนะค..]
“ผมว่าแค่นี้ก็คงพอแล้วสำหรับการกล่าวลากัน ออฝากคำขอบคุณไปถึงท่านนายพลพละพ่อของคุณหมอด้วยนะครับ ที่ช่วยสร้างคิวจนเป็คิวผมลืมไปเลย มีอีกเื่ที่คุณหมอควรรู้ไว้ พวกคุณเข้าใจผิดมาตลอด ชื่อของเขาไม่ใช่คิวแต่เป็ ‘คิล’ (Kill).. ลาก่อนนะครับ”
..ภาพโฮโลแกรมของออสบอร์อันตรธานหายไปทันทีที่เครื่องฉายขนาดจิ๋วหยุดทำงาน..ผมยังไม่ทันได้บอกลาคิว เพราะไม่คิดว่านี่จะเป็การจากตาย เวลาต่อจากนี้ไปคือเวลาตามล่าเพื่อให้ได้คิวกลับคืนมา ผมปาดน้ำตาที่ไหลอาบสองแก้ม ปัญหามีไว้ให้แก้ผมต่อสายหานายทันที..
“ผม้าคู่หูคนใหม่ครับ..”
.
.