ตอนที่ 81 กังวลถึงอนาคตของชีเยวี่ย
ย่าเฒ่าหานฉุกคิดถึงปัญหาสำคัญขึ้นมาได้ เธอรีบผุดลุกขึ้นนั่งจากเตียงอุ่นทันที หานชีเยวี่ยขมวดคิ้ว พี่สามของเธอน่าจะไม่ได้รับผลกระทบอะไร เพราะอย่างไรเสีย เรื่องนี้ก็ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับเขาเลย และตอนนี้ข้อสงสัยที่มีต่อเธอก็ถูกคลี่คลายจนแทบจะไม่เหลือแล้ว
แต่ตัวเธอเองคือผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรง ไม่แน่ว่าทางสหคามอาจจะได้ยินข่าวนี้เข้าและเกิดความเคลือบแคลงสงสัย ซึ่งอาจทำให้เธอได้รับผลกระทบไปด้วย หานชีเยวี่ยเป็นคนง่ายๆ ทำตามอารมณ์ตนเอง แม้จะคิดว่าตัวเองอาจจะโดนลูกหลงไปด้วย ทำให้รู้สึกหนักใจอยู่บ้าง แต่โดยรวมแล้วก็ยังถือว่าดีอยู่
“คุณย่า ไม่เป็นไรหรอกค่ะ พี่สามต้องได้ไปทำงานแน่ๆ ส่วนหนู ถ้าได้ทำงานก็ไป ถ้าไม่ได้ก็ไม่เป็นไร เราก็ยังใช้ชีวิตแบบเดิมได้ไม่ใช่หรือคะ? แล้วอีกอย่าง หนูก็ยังอยากเรียนต่อมหาวิทยาลัยด้วยค่ะ”
ลุงหานกับพ่อหานได้ยินหานชีเยวี่ยพูดแบบนี้ ยังจะมีอะไรให้ไม่เข้าใจอีก ชีเยวี่ย เด็กคนนี้ เกรงว่าคงจะได้รับผลกระทบจริงๆ สองพี่น้องสบตากัน พวกเขาอยากจะพุ่งตัวไปที่บ้านตระกูลหลี่แล้วยัดพวกเขาใส่กระสอบกระทืบเสียที
เป็นเพราะเรื่องนี้ ทำให้ครอบครัวหานกินข้าวเย็นช้ากว่าปกติ จึงพลาดเหตุการณ์ที่ลานตากข้าวไป ความวุ่นวายอลม่านที่เกิดขึ้นในบ้าน ทำให้ย่าเฒ่าหานลืมถามหานชีเยวี่ยว่า ทำไมตอนที่คนพวกนั้นมาค้นบ้านถึงค้นไม่เจอพวกของมีค่าเลย
หานชีเยวี่ยรอจนกระทั่งหลังกินข้าวเย็นเสร็จ ถึงได้ฉวยโอกาสตอนที่ไม่มีใครสังเกต เอาของที่เก็บไว้ในมิติออกมา พอเช้าวันรุ่งขึ้นตอนที่ย่าเฒ่าหานนึกขึ้นได้และจะถามหานชีเยวี่ย เธอก็พบว่าของในบ้านยังอยู่ที่เดิมครบทุกประการ ย่าเฒ่าหานมองด้วยความสับสนงงงวย ไม่รู้ว่าเมื่อวานคนพวกนั้นจงใจปล่อยผ่านบ้านของเธอไป หรือว่าเป็นเพราะเรื่องอะไรกันแน่ ของวางอยู่แจ่มแจ้งแบบนั้น ทำไมถึงมองไม่เห็นกัน?
จนกระทั่งตอนเที่ยง ย่าเฒ่าหานถึงได้รู้เรื่องจากปากของย่าเฒ่าเถาเพื่อนสาวคนสนิทของเธอว่าเกิดเรื่องที่ลานตากข้าวผู้นำชุมชนไปกระทืบเหรัญญิกหลี่ที่ด้วย ทั้งยังรู้อีกว่าหลังจากเหตุการณ์นั้น แม้แต่คนในตระกูลหลี่หลายคนก็เริ่มมองว่าเหรัญญิกหลี่และหลี่เสี่ยวหรงมีปัญหาแล้ว
ไม่อาจไม่ยอมรับได้ว่าคำพูดของผู้นำชุมชนที่ลานตากข้าว ทำให้คนในตระกูลหลี่เริ่มตระหนักถึงวิกฤตไม่มากก็น้อย แม้นจะคิดว่าครอบครัวของตัวเองคงจะไม่ถูกลากเข้าไปเกี่ยวข้อง แต่ก็อดเป็นกังวลไม่ได้ หากในตระกูลมีลูกหลานผู้หญิงที่เกี่ยวข้องกับคนทรยศขายชาติ ต่อไปคนในตระกูลทั้งหมดก็จะถูกคนอื่นดูแคลนแล้ว
คนเราก็เป็นแบบนี้ หากไม่กระทบผลประโยชน์ของตัวเอง ก็ทำเป็นมีเมตตาเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ แต่พอถึงเวลาที่กระเทือนผลประโยชน์ของตัวเองเมื่อไหร่ ก็จะต้องปกป้องผลประโยชน์ของตัวเองก่อนเป็นธรรมดา
“สมน้ำหน้า!” ย่าเฒ่าหานสบถออกมาอย่างมีน้ำโห ทั้งยังถ่มน้ำลายลงพื้นด้วย
แค่คิดว่าหลานสาวที่แสนดีของตัวเองอาจจะต้องเสียอนาคตเพราะหลี่เสี่ยวหรง ย่าเฒ่าหานก็อยากจะจับคนตระกูลหลี่มาฉีกเป็นชิ้นๆ แล้วต่อไปอย่าให้เธอเห็นหน้าหลี่เสี่ยวหรงอีกเชียว มิอย่างนั้น เจอหนึ่งคราเธอจะตบหนึ่งที เจอร้อยคราก็จะตบร้อยหน!
“แต่ก่อนฉันมองไม่ออกเลยว่าเด็กสาวบ้านหลี่คนนั้นจะมีความคิดแบบนี้อยู่ในหัว ไม่ดูสารรูปตัวเองบ้างเลย ถึงเด็กหนุ่มบ้านจวงจะดูดีแค่ไหน หรือต่อให้มันจะขี้เหร่ยังไง ตราบใดที่ตายังไม่บอดก็ไม่มีทางมองนางเด็กนั่นหรอก!”
ย่าเฒ่าเถาพูดตามความจริง หลี่เสี่ยวหรง แม่นางคนนี้เป็นเด็กไม่รู้จักโต ไม่มีหัวคิดจริงๆ ข้อเสียของพ่อแม่ เธอก็รับมาแบบไม่มีตกหล่น แต่ข้อดีนั้นกลับไม่มีติดตัวมาเลยสักนิด อย่าว่าแต่เทียบกับสาวในเมืองเลย แค่เทียบกับสาวๆ คนอื่นในชุมชน เธอก็เป็นได้แค่ของที่ถูกทิ้งที่ไม่มีใครอยากเก็บไปต่อก็เท่านั้น
“ถุย หญิงที่ใฝ่ต่ำหมายตาคนชายจากสกุลจวงได้ คนแบบนั้นย่อมไม่ได้เรื่องหรอก!”
“ถ้าหล่อนดีจริง หล่อนจะไปอยู่ที่สภากรรมการซือเสี่ยงหรือ?” ย่าเฒ่าเถาถอนหายใจ “ต่อไปนี้ก็ต้องระวังตัวให้ดีล่ะ ใครจะไปรู้ว่าคนที่อยู่รอบตัวเราเป็นคนหรือผีก็ไม่รู้!”
“ฉันได้ยินมาว่าเมื่อคืนเหรัญญิกหลี่รีบเข้าเมืองไปตั้งแต่เมื่อคืน จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่กลับมาเลย เวรกรรมจริงๆ ทำไมถึงมีลูกสาวแบบนี้ได้นะ!”
“ฉันว่านะ เหรัญญิกหลี่นั่นตัวดีเลย มีคำพูดโบราณที่ว่าอย่างไรนะ ลูกไม้ย่อมหล่นไม่ไกลต้น คนเราก็เหมือนกับบรรพบุรุษของเรานั่นแหละ เหรัญญิกหลี่กับเฉียนชุ่ยฮวาไม่ใช่คนดีอะไรหรอก ถึงได้เลี้ยงลูกออกมาเป็นแบบนี้ ไม่ใช่แค่ลูกสาวหรอกนะ ฉันดูลูกชายบ้านนั้นแล้ว ก็ไม่ใด้เรื่องเลยสักคน”
…
ย่าเฒ่าทั้งสองนั่งเย็บปักถักร้อยไปพลาง คุยกันไปพลาง นับว่าพวกเธอนินทาตระกูลหลี่จนหมดเปลือก ความจริงแล้ว วันนี้ย่าเฒ่าหานนั่งกังวลใจมาทั้งวัน เพราะหานชีเยวี่ยเข้าเมือง เธอกังวลว่าหลานสาวจะไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ นางเด็กบ้านหลี่คนนั้น ดูยังไงก็ไม่น่าไว้ใจ ใครจะไปรู้ว่าหล่อนยังซ่อนแผนชั่วร้ายอะไรไว้อีก แต่เรื่องแบบนี้ ถึงจะเป็นเพื่อนสนิทกันมานานแค่ไหนก็พูดไม่ได้!
โชคดีที่พอถึงตอนเย็น หานชีเยวี่ยก็กลับมา ย่าเฒ่าหานรีบถามหานชีเยวี่ยว่าเป็นอย่างไร หานชีเยวี่ยเอ่ยว่า
“คุณย่า หนูไม่เป็นไรแล้วค่ะ หนูไปหาหัวหน้าอู๋มาแล้ว เขารายงานเรื่องนี้ให้กับผู้บังคับบัญชาที่เกี่ยวข้องทราบเรียบร้อยแล้วค่ะ วันจันทร์นี้พี่สามก็ไปทำงานตามปกติค่ะ”
พอได้ยินหานชีเยวี่ยพูดแบบนี้ ย่าเฒ่าหานก็ค่อยโล่งใจขึ้นมาบ้าง “อาเยวี่ย หลานได้แวะไปดูเรื่องงานที่สหคามบ้างหรือยัง?” จริงๆ แล้วเรื่องที่ย่าเฒ่าหานกังวลใจที่สุดก็คือเรื่องของหานชีเยวี่ยนี่เอง ถึงแม้หานชีเยวี่ยจะบอกว่าได้ทำงานก็ดี ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร แต่ย่าเฒ่าหานก็ยังรู้สึกว่าการที่หลานสาวจะมีงานที่มั่นคงนั้นย่อมจะดีกว่าอยู่แล้ว
“คุณย่า หนูไม่ได้ไปค่ะ รอวันจันทร์หน้าหนูค่อยไป ถ้าพวกเขาไม่ติดใจอะไร หนูก็จะเริ่มทำงานเลย แต่ถ้าเขาติดใจ หนูก็จะไม่ไปทำงานแล้ว ไม่เป็นไรค่ะ! ยังไงก็ยังมีเรื่องอื่นๆ อีกตั้งเยอะที่รอหนูอยู่!”
นี่คือความรู้สึกที่มาจากใจจริงของเธอ ทว่าเมื่อผ่านเข้าหูของย่าเฒ่าหานแล้ว กลับฟังดูคล้ายหลานสาวของเธอพยายามยิ้มทั้งน้ำตา ย่าเฒ่าหานมองท่าทางเช่นนี้ของหานชีเยวี่ยแล้วให้รู้สึกเศร้าใจยิ่งนัก แต่เพื่อไม่ให้หานชีเยวี่ยเห็นว่าเธอกำลังเสียใจ เธอจึงรีบหมุนกายเดินกลับเข้าห้องไป
หานชีเยวี่ยเข้าใจความรู้สึกของคุณย่า แต่เรื่องแบบนี้ เธอเองก็ไม่มีทางออกที่ดีเท่าไหร่นัก ได้แต่ปล่อยให้คุณย่าคิดจนตกผลึกเอง ย่าเฒ่าหานทำอาหารเย็นไปได้ครึ่งทาง หานชีเยวี่ยก็รับช่วงต่อ อีกไม่กี่วันข้างหน้า เพราะเทศกาลไหว้พระจันทร์กำลังจะใกล้เข้ามาถึง ธุรกิจรับซื้อของจึงยิ่งยุ่งขึ้นกว่าเดิม ย่าเฒ่าหานยุ่งจนหัวหมุน
คนในชุมชนทยอยกันนำของมาส่งย่าเฒ่าหานกับถังฮวา คนหนึ่งรับผิดชอบตรวจสอบสินค้า คนหนึ่งรับผิดชอบจดบัญชี
ใช่แล้ว ของเหล่านี้ตอนนี้ยังแค่จดบัญชีอยู่ เจ้าหน้าที่การเงินของโรงงานทอฝ้ายไปอบรมที่ต่างมณฑล ต้องรอวันจันทร์ถึงจะได้เงินงวดแรกมาให้พวกเขา
คนที่เข้ามาส่วนใหญ่ล้วนเป็นพวกแม่เฒ่า พวกเธอจึงอดไม่ได้ที่จะกระซิบกระซาบคุยกับย่าเฒ่าหานสักสองสามคำ
ถึงแม้ย่าเฒ่าหานจะไม่ได้ออกไปไหน ก็รู้ว่าเหรัญญิกหลี่ไปอยู่ในเมืองมาตั้งสามวันกว่าจะกลับมาที่ชุมชน
ตอนที่เหรัญญิกหลี่กลับมา เขาดูโทรมลงไปมาก เพื่อนบ้านของเหรัญญิกหลี่ยังได้ยินเขาอาละวาดในบ้าน บอกว่าบ้านนี้ไม่มีลูกสาวคนนี้อะไรเทือกนั้น ถึงย่าเฒ่าหานจะไม่รู้ว่าสุดท้ายแล้วหลี่เสี่ยวหรงเป็นเช่นไร แต่พอได้ยินเรื่องพวกนี้ เธอก็ยังรู้สึกสาแก่ใจนักอยู่ดี
เฮอะ คนที่ทำชั่วก็ต้องได้รับผลกรรมตอบแทน!
คนเลวๆ อย่างหลี่เสี่ยวหรง ทางที่ดีที่สุดควรจะถูกส่งไปที่ไร่นา ไปเกณฑ์แรงงานซะ พอได้ยินเรื่องที่หลี่เสี่ยวหรงอาจจะได้รับผลกรรมจากเรื่องที่ตนเองก่อ ย่าเฒ่าหานก็มีกำลังใจ ดูสดใสกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาทันที เธอยังรู้สึกว่าเรื่องนี้เผยแพร่แค่ในชุมชนของตนยังไม่พอ หญิงชราจึงปรึกษากับถังฮวาว่าจะไปชุมชนข้างๆ ดีหรือไม่