และแล้วก็มาถึงวันที่พี่ติณณ์จะพาเดียร์น่าไปหาปู่ย่า นั่นหมายความว่า กำลังแบก ‘ว่าที่ลูกสะใภ้’ อย่างฉันไปด้วย
“ประหม่าจัง” ฉันพึมพำ เพราะชีวิตนี้ไม่เคยไปพบพ่อแม่ฝ่ายชายมาก่อนเลย
“ไม่ต้องเกร็ง เป็ตัวเขมน่ะน่ารักที่สุดแล้ว พ่อแม่พี่ไม่ได้ใจร้ายหรอก ถึงจะดุนิดๆ จุกจิกหน่อยๆ ก็เถอะ”
“สบายใจขึ้นเยอะ ขอบคุณนะ” ฉันหลี่ตาลง ติประชด
ถึงบ้านหลังใหญ่ใกล้แม่น้ำเ้าพระยา ประตูรั้วสไตล์อังกฤษเปิดออกอัตโนมัติ ลุง รปภ. ร่างบึก วิ่งเข้ามาทำความเคารพ และสาวใช้ 4 คนเดินเข้ามารอที่หน้าประตูบ้าน
‘บ้าาาาาา นี่มันอย่างกับคุณชายในหนังไทยเลยนะยะ!’
ทันทีที่ขาก้าวลงรถ สองชายหญิงวัยทอง เดินยิ้มรับเข้ามา ฉันรีบยกมือไหว้ทักทายทันที
“สะ สวัสดีค่ะ ..คุณลุง คุณป้า”
“อ่อ หนูเขมสินะ เ้าติณณ์เล่าเื่หนูไว้เยอะเลย ตัวจริงสวยกว่าที่ป้าคิดอีกนะเนี้ย” แม่พี่ติณณ์พูด แล้วยิ้มอย่างเป็มิตร
“แหะๆ ขอบคุณค่ะ”
“ป่ะๆ เข้าบ้านกัน ยัยลูกปูนี่คงอยากเห็นของเล่นชิ้นใหม่แย่แล้ว” พ่อพี่ติณณ์แซวหลานตัวเอง
เดียร์น่าวิ่งไปกอดปู่กับย่า ของเล่นใหม่ ที่ตอนแรกฉันคิดว่าคงจะเป็ตุ๊กตาบาร์บี้ หรือ ชุดทำครัวเด็กเล่นอะไรแบบนั้น... แต่เปล่าจ้ะ !
กรี้ดดดดด สวนหย่อมที่ใหญ่เบอร์เล่อ ครึ่งนึงถูกดัดแปลงเป็สวนสนุกจำลองของเดียร์น่าไปแล้ว
มิน่าล่ะ ทำไมเดียร์น่าถึงดูตื่นเต้นเวลาพี่ติณณ์พูดว่าจะมาบ้านปู่กับย่า และไม่เคยร้องขอไปสวนสนุกเลยสักครั้ง เพราะเธอมีสวนสนุกเป็ของตัวเองนี่ไง
‘อิจฉาเด็กกกกกกกก’
ดะด๊าของเธอ พาลูกไปเล่นที่สวน ทิ้งฉันให้นั่งตัวเกร็ง ยิ้มจนเหงือกแห้งอยู่ต่อหน้าพ่อแม่ของเขา
“หนูเขมทำงานอะไรอยู่หรอ” พ่อเริ่มเอ่ยถาม
“ขะ เขมทำงานบริษัทเอกชนค่ะ เป็พนักงานบัญชี”
“หืม เก่งไม่เบานะ สมัยนี้จบคณะบัญชีได้ ไม่ใช่เื่ง่ายเลย”
“แหะๆ ขอบคุณค่ะ”
“แล้วตอนนี้อยู่ที่ไหนล่ะ”
“เขมอยู่คอนโดแถวลาดพร้าวค่ะ ใกล้ที่ทำงาน”
“เอ้า ไม่ได้อยู่บ้านเดียวกับตาติณณ์หรอ” แม่ถาม พลางยกชาขึ้นจิบ
“ยังค่ะ แต่ไปๆ มาๆ บ้าง เพราะช่วยดูแลเดียร์น่าด้วย”
“เหนื่อยแย่เลยสิ เห็นตาติณณ์บอกว่าเดียร์น่าร้องหาหนูบ่อยๆ เลย เข้ากันได้ดีใช่ไหม”
“ก็พอได้ค่ะ แต่บางอย่างเขมก็ตามไม่ทันความคิดเธอ เดียร์น่าเป็เด็กฉลาด และซื่อตรงมากๆ บางมุมก็เข้าถึงยาก เหมือนพี่ติณณ์เลยค่ะ”
“นั่นสินะ พอมองดูแล้ว รู้สึกแย่จริงๆ ที่เคยคิดไม่ดีกับเธอ” แม่พี่ติณณ์เอ่ยเสียงเบา มองแผ่นหลังพ่อลูกที่วิ่งไล่จับกันอยู่
“ถ้าให้พูดตรงๆ … หนูเขมรู้เื่ของเดียร์น่าใช่ไหม” พ่อเริ่มเข้าประเด็น เล่นฉันใจตกวูบด้วยความกังวลนิดๆ
“ค่ะ เขมพอจะทราบ…”
“เมื่อก่อนพ่อรับไม่ได้ที่จู่ๆ ไอ้เ้าลูกชายดันโทรมาบอกว่าจะเลี้ยงเด็กอ่อน และรับมาแล้ว”
“แม่โกธรมากเลย เพราะเขาไม่เคยปรึกษาเราสักคำ การเลี้ยงเด็กคนนึงให้มีอนาคตที่ดีนั้นไม่ใช่เื่ง่าย แล้วเขายังเป็แค่นักศึกษา ยิ่งใกล้จบด้วย มันเสี่ยงต่ออนาคตเขามาก เขาต้องแบ่งเวลาสำหรับอนาคตตัวเองและเด็ก เราคิดว่าเขาคงเรียนไม่จบแน่ๆ” แม่พูดเสริม
“เราไม่ยอมเปิดใจรับเด็ก เพราะไม่ใช่ลูกของเขา ไม่ใช่สายเืของเรา จู่ๆ ต้องมารับผิดชอบลูกของใครก็ไม่รู้ พ่อกับแม่พาลไม่คุยกับเขาไปเกือบ 2 ปี”
“....” ฉันนั่งเงียบเป็ผู้ฟังที่ดี มองตามสายตาของพ่อกับแม่ไปยังเด็กตัวเล็ก
“จู่ๆ วันนึง เขาก็มาบ้าน พร้อมกับเด็กสาวหน้าตาฝรั่ง เดินเตาะแตะ ล้มๆ ลุกๆ กำลังน่ารักน่าชัง เชื่อไหมว่าวินาทีนั้น เราใจสลายมาก ที่อคติชีวิตเด็กคนนึง และภูมิใจที่ลูกชายของเรารับผิดชอบชีวิตคนอื่นได้ดีกว่าที่คิด”
“เขาไม่ใช่แค่ลูกเรา แต่เขาเป็พ่อคนแล้ว” แม่พูดไปยิ้มไป แววตาฉายความรู้สึกที่ซึ้งและอบอุ่นออกมา
“ไปๆ มาๆ เราก็เริ่มเปิดใจ ยิ่งยัยลูกปูอ้อนเก่งเท่าไร คนเป็ปู่ย่าก็ยิ่งหลง จนทุกวันนี้มรดกเปลี่ยนเป็ชื่อเดียร์น่าหมดแล้ว” คุณพ่อพูดปนขำ
“แล้วเราล่ะ คิดยังไง” แม่หันมาถามฉันบ้าง
“คะ?!”
“เื่ลูกติดติณณ์น่ะ”
“อ่าาา จริงๆ ตอนแรกก็ในิดหน่อยค่ะ แต่ตอนนี้ไม่ได้คิดอะไรเลย”
“....” พ่อกับแม่มองมาที่ฉัน ดั่งกำลังรอฟังคำตอบ
“เขมรู้แค่… ถ้าเขมรักพี่ติณณ์ เขมก็ต้องรักคนที่เขารักด้วย”
คำตอบสั้นๆ ของฉัน ทำให้แม่น้ำตาไหลทันที เอื้อมมือมากุมมือฉันเบาๆ
“แค่พ่อแม่ฟังเื่ของหนูจากปากติณณ์ ก็รู้แล้วว่าเขารักหนูมากแค่ไหน”
“ค่ะ คุณป้า” ฉันเอ่ยเสียงสั่น ประหม่าเพราะแม่เขากำลังร้องไห้ต่อหน้า
พอเห็นแบบนั้นฉันก็น้ำตาคลอตาม พี่ติณณ์โผล่มาจากด้านหลัง อุ้มเดียร์น่าไว้ มองสลับระหว่างหน้าฉันกับแม่ของเขา
“อุปทานหมู่หรอ พากันร้องไห้งอแงทำไม”
“ผ่านจ้ะ แต่งได้เลยคนนี้” แม่พี่ติณณ์พูด แล้วเช็ดน้ำตาตัวเอง
“!!!!!”
ฉันสตั้นอึ้ง กับคำของแม่พี่ติณณ์ พ่อหัวเราะก้ากท้องป่อง แล้วเดินมาอุ้มเดียร์น่าแทน ปู่ย่าพาหลานออกไปเล่นต่อ พี่ติณณ์นั่งลงข้างๆ ยกมือขึ้นลูบหัวฉันเบาๆ
“บอกแล้วว่าพ่อแม่พี่ใจดี”
“ไม่ต้องพูดเลย ฮึก”
เราสองคนนั่งหัวเราะด้วยกัน บรรยากาศเต็มไปด้วยความสุขที่อบอุ่นดั่งแสงอาทิตย์ในหน้าหนาว หลังมื้อเย็นของครอบครัวผ่านไป ปู่ย่างอแงจะให้พวกเรานอนค้างคืนด้วย แต่เพราะเหตุหลายๆ อย่าง ทั้งพี่ติณณ์ที่มีเวรตรวจเช้า และบ้านปู่ย่าไกลจากโรงเรียนเดียร์น่า ทำให้เราตัดสินใจว่าจะกลับบ้านกัน
“ปิดเทอมแล้ว ต้องมาอยู่ที่นี่กันนะ” แม่บอก
“ครับ ไว้ผมจะพามาใหม่ พ่อกับแม่ก็ดูแลสุขภาพด้วยครับ เผื่อได้วิ่งตามหลานอีกคน” พี่ติณณ์แซวพ่อแม่ตัวเอง ฉันรีบกระทุ้งศอกใส่
“ดีเลย เดียร์น่าจะได้มีเพื่อนเล่น” พ่อแซวกลับ เขาพากันขำสนุกยกใหญ่
“แหะๆ ไว้มีโอกาส เขมจะมาหาลุงกับป้าบ่อยๆ นะคะ”
“จ้ะ ฝากพ่อลูกคู่นี้ด้วยนะหนูเขม มีอะไรโทรหาลุงกับป้าได้” แม่บอก
“ได้ค่ะ ..งั้นขอตัวก่อนนะคะ สวัสดีค่ะ”
ลุงกับป้ารับไหว้ฉัน ยิ้มส่งแขกด้วยความเป็มิตร เดียร์น่าวิ่งไปกอดล่ำลาปู่ย่าของเธอ จากนั้นเราก็พากันกลับบ้านของพี่ติณณ์