“เอาเถอะน่าไม่เคยได้ยินที่เขาว่าน้ำหยดลงหินทุกวันหินมันยังกร่อนหรือไง พยายามเข้าเถอะ ตาธัชจะต้องใจอ่อนลงสักวันนั้นแหละ”
ผู้เป็แม่ให้กำลังใจบุตรสาวก่อนหันไปเห็นสาวใช้คนหนึ่งเดินมาที่หน้าประตูจึงได้ส่งเสียงถามออกไป
“แล้วนั้นนังสมจิตมายืนลับๆล่อๆอะไรอยู่ตรงนั้นห๊ะ”
“เอ่อคือมีคนเขาบอกว่าจะมาทำงานที่นี่คะคุณชุติมา”
สาวใช้วัยสามสิบเศษที่ชื่อสมจิตกล่าวเมื่อได้เดินเข้ามายืนอย่างสงบเสงี่ยมอยู่เบื้องหน้าของสองแม่ลูกแล้ว
“นี่นังจิตฉันบอกแกกี่ครั้งแล้วว่าให้เรียกฉันว่าคุณนาย ฉันไม่ใช่เพื่อนเล่นของแกน่ะ จะได้มาเรียกชื่อกันอยู่ได้”
นางชุติมาตวาดแหวอย่างไม่พอใจ
“เอ่อขอโทษค่ะ”
สมจิตกล่าวอย่างอ้อมแอ้มแต่ในใจนั้นรู้สึกหมั่นไส้นางชุติมากับลูกสาวอยู่ไม่น้อยที่ชอบวางมาดข่มคนในบ้านแบบเกินฐานะที่แท้จริงของตัวเอง
สมจิตทำงานอยู่ที่นี่มาสิบกว่าปีแล้วจึงรู้ว่านางชุติมากับลูกนั้นเป็แค่ผู้อาศัยในบ้านนี้เท่านั้นแต่ก็ชอบบังคับให้พวกคนใช้เรียกตนอย่างยกย่องอยู่นั้นเอง
“สอนไม่รู้จักจำโง่อย่างนี้นี่เหล่าถึงต้องอยู่เป็ขี้ข้าเขาไปจนจะแก่ตาย”
คำพูดดูถูกกันอย่างไม่ไว้หน้าทำให้สมจิตยิ่งรู้สึกขุ่นเคืองใจนี่ถ้าไม่ติดที่คุณผู้ชายซึ่งเป็เ้านายโดยตรงไม่เป็คนดีเอามากๆละก็ เธอก็คงลาออกไปนานแล้วละ
“เงียบเป็บื้อเป็ใบ้อยู่ทำไมล่ะแล้วไหนที่บอกว่ามีใครเขาจะมาทำงาน”
ชาลินีถามขึ้นมาอีกคนอย่างรู้สึกรำคาญท่าทีอ้ำอึ้งของคนใช้
แล้วสมจิตก็หันไปทางประตูพร้อมกับกวักมือเรียก นั้นเองใครคนที่เอ่ยถึงจึงได้ก้าวออกมาจากที่หลบอยู่ข้างประตูให้ทั้งสองแม่ลูกได้เห็นหญิงสาวร่างสูงโปร่งในชุดแต่งกายแบบทะมัดทะแมงและมีกระเป๋าเป้ติดอยู่ด้านหลัง
“เธอบอกว่าจะมาทำงานที่นี่งั้นเหรอ”
นางชุติมาถามและมองเ้าหล่อนคนนั้นอย่างพิจารณาั้แ่ศีรษะจรดปลายเท้า
“ค่ะ”
บุญสิตาตอบโดยพยายามที่จะไม่สนใจกับสายตาดูถูกรุนแรงจากสองสตรีต่างวัยมาดผู้ดีที่นั่งอยู่บนโซฟาราคาแพงนั้น
“ที่นี่ไม่ได้้าคนใช้เพิ่ม”
นางชุติมากล่าวอย่างเหยียดหยันพลางเบือนหน้าหนีไปทางอื่นอย่างรังเกียจสภาพปอนๆของหญิงสาวตรงหน้า
“แต่คุณธัชพงษ์ได้รับดิฉันไว้แล้ว”
บุญสิตาบอกออกไป
“คุณธัชพงษ์เหรอ”
นางชุติมาทวนคำพร้อมกับหันไปสบตากับบุตรสาวอย่างจะถามความเห็น
“ใช่ค่ะดิฉันทราบมาว่าเขาเป็เ้าของที่แท้จริงของที่นี่”
บุญสิตาบอกออกไปอีก
“นี่มันจะมากไปแล้วน่ะแกว่าฉันเป็ผู้อาศัยอย่างนั้นเหรอ”
นางชุติมาถึงกับเต้นผางด้วยความร้อนตัว
“มิได้ค่ะความจริงแล้วดิฉันไม่รู้เลยว่าที่นี่มีใครอยู่ในฐานะอะไรบ้าง แต่ที่พูดออกไปก็ตามเท่าที่รู้มาเท่านั้น”
บุญสิตารีบกล่าวออกไปเพราะกลัวว่าจะไม่ได้ทำงาน
“หนูว่าไล่ออกไปจากบ้านเถอะค่ะคุณแม่เป็พวกต้มตุ๋นมาปั้นเื่หลอกลวงหรือเปล่าก็ไม่รู้”
ดวงตาที่ถูกตกแต่งไว้จนดูสวยคมของชาลินีค้อนควักอีกฝ่ายอย่างรังเกียจ
“ไม่นะค่ะดิฉันไม่ใช่พวกต้มตุ๋น ไม่เชื่อไปถามคุณธัชพงษ์ดูก็ได้ ดิฉันเป็ลูกสาวของพ่อยุทธนา”
“ยุทธนาไหนฉันไม่เห็นจะรู้จักไปแม่สมจิตเอาตัวนังเด็กคนนี้ออกไปให้พ้นบ้านฉันได้แล้ว”
นางชุติมาออกคำสั่ง
แต่ก่อนที่สมจิตจะทันได้ปฏิบัติตามคำสั่งนั้นเสียงของป้าคำหอมก็ดังขัดขึ้นมาเสียก่อน
“เดี๋ยวก่อนค่ะ”
ทุกคนหันไปมองหญิงชราที่เดินผ่านประตูเข้ามากันเป็ตาเดียวก่อนที่นางชุติมาจะร้องถามออกไปด้วยน้ำเสียงขุ่นเขียว