ตอนที่ 15
ยามเช้า
เพราะคำขอของไป๋ซิงซินวันนี้ชุนหยางเลยไม่ได้หยุดลงเพียงแค่การฟื้นฟูพลังิญญาแต่เพียงเท่านั้นในครั้งนี้ชุนหยางขยับร่างกายของตัวเองต่อตามความ้าที่เอ่อล้นออกมาจนแทบทะลักครั้งแรกที่ชุนหยางใช้ความสามารถของมารราคะดูดซับพลังิญญาคือวันที่ใช้เคล็ดวิชาต่อต้านซูเยว่เซียงแม้จะเป็่เวลาเพียงพริบตาเดียวก่อนซูเยว่เซียงจะรู้ตัว แต่ความรู้สึกดีในเวลานั้นชุนหยางก็ยังจดจำได้ดีส่วนครั้งก่อนที่ไป๋ซิงซินช่วยเหลือตอนชุนหยางกำลังจะถูกธาตุไฟเข้าแทรกเองก็เป็่เวลาเพียงครู่เดียวเท่านั้นแถมตอนนั้นชุนหยางยังอยู่ในอาการปางตายอีกต่างหากทำให้ชุนหยางแทบไม่เคยััความรู้สึกดียามใช้เคล็ดวิชามารราคะอย่างจริงจังเลย
“อ๊า...” ยิ่งชุนหยางขยับร่างกายมากเท่าไหร่ไป๋ซิงซินก็ยิ่งเริ่มกลั้นเสียงเอาไว้ไม่ไหวปกติไป๋ซิงซินมักจะแสดงท่าทีนิ่งเฉยตลอดเวลาไม่นึกเลยว่ายามเสพสุขเช่นนี้นางเองก็มีท่าทีเร่าร้อนไม่ต่างจากหญิงสาวคนอื่นๆแม้แต่ตัวนางเองก็ไม่อยากจะเชื่อเลยว่านางจะแสดงออกมากถึงเพียงนี้
“พี่ซิงซินข้ารู้สึกดีมากเลยขอรับ”ชุนหยางจ้องมองดวงตาของไป๋ซิงซินระหว่างกำลังร่วมเสพสุขด้วยกันอย่างร้อนแรง ยามสายตาสบกันก็ยิ่งรู้สึกเหมือนมีแรงดึงดูดบางอย่างโน้มให้ทั้งสองค้นเข้าใกล้กันก่อนที่ริมฝีปากจะเริ่มัักันอีกครั้งอย่างดูดดื่มรสจูบของไป๋ซิงซินนั้นไม่ได้เร่าร้อนเหมือนซูเยว่เซียงบางทีนางอาจจะไม่เคยจูบกับชายใดมาก่อนเลยด้วยซ้ำก็เลยไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไร ไป๋ซิงซินไม่ได้สอดลิ้นเข้ามาทันทีเหมือนที่ซูเยว่เซียงทำก็เลยกลายเป็โอกาสให้ชุนหยางได้เป็ฝ่ายเริ่มรุกล้ำเข้าไปในเขตของไป๋ซิงซินด้วยตัวเองบ้างเพียงแต่ชุนหยางเองก็ไม่ได้เชี่ยวชาญขนาดนั้นทำให้ยามทั้งสองเล้าโลมกันก็เลยดูเหมือนเด็กน้อยพยายามช่วยกันหัดเดินไปเสียหน่อย
วูบ...
หลังจากใช้เคล็ดวิชามา 3 ครั้งนี่เป็ครั้งแรกที่ชุนหยางได้ดูดซับพลังิญญาจากอีกฝ่ายอย่างเต็มที่ ดูเหมือนระดับขั้นของชุนหยางในตอนนี้จะไม่สามารถดูดซับพลังิญญาจากไป๋ซิงซินได้ทั้งหมดเมื่อชุนหยางดูดซับพลังของนางมาได้ระดับหนึ่งแล้วการดูดซับพลังิญญาก็หยุดลงแต่กลับเปลี่ยนเป็การหมุนเวียนพลังิญญาระหว่างร่างของชุนหยางกับไป๋ซิงซินแทนความรู้สึกยามพลังิญญาหมุนเวียนผ่านทั้งสองร่างนี้ยิ่งทวีความสุขล้นของทั้งสองมากขึ้นไปอีกมันให้ความรู้สึกราวกับทั้งสองกำลังโบยบินไปบนท้องนภาร่วมกันไม่มีผิดและที่ดีที่สุดก็คือฝ่ายไป๋ซิงซินเองก็ดูจะไม่เ็ปจากการถูกดูดซับพลังิญญาเหมือนตอนชุนหยางโดนเสียด้วยท่าทางผู้มีพลังิญญามากพอจนไม่โดนผู้ฝึกฝนเคล็ดวิชามารราคะดูดซับพลังิญญาไปจนหมดนั้นจะยังได้เสพสุขกับความรู้สึกสุขสมร่วมกับผู้ฝึกฝนวิชามารราคะด้วยสินะ
.
.
.
หลังจากดูดซับพลังจากไป๋ซิงซินมาจนเต็มเปี่ยมร่างกายของชุนหยางก็รู้สึกราวกับได้เกิดใหม่ พลังิญญาของชุนหยางเพิ่มขึ้นาแบนฝ่ามือหายเป็ปลิดทิ้งราวกับไม่เคยโดนโจมตีมาก่อน แถมความรู้สึกกระหายจากผลของเคล็ดวิชาก็หายไปจนหมดด้วยส่วนฝ่ายไป๋ซิงซินนั้นกลับต่างจากชุนหยางนิดหน่อย นางดูเหนื่อยและอ่อนแรงมากเมื่อเทียบกับการร่วมหลับนอนกับชุนหยางเพียงแค่รอบเดียวแต่เพราะผลของการดูดซับพลังิญญานางจะรู้สึกอ่อนเพลียก็ไม่แปลก แต่อย่างน้อยเื่ที่นางบอกว่านางมีพลังิญญามากพอจะให้ชุนหยางได้ดูดซับก็เป็ความจริงเพราะนางใช้เวลาเพียงคืนเดียวก็ฟื้นฟูพลังิญญาที่ชุนหยางดูดซับไปให้กลับคืนมาอีกครั้งได้อย่างง่ายดายขอเพียงชุนหยางระงับความอยากของตัวเองเอาไว้และร่วมหลับนอนกับไป๋ซิงซินยามผลของเคล็ดวิชาเริ่มแสดงผลเท่านั้นชุนหยางและไป๋ซิงซินก็คงเดินทางถึงเมืองกวางจิ้งได้อย่างปลอดภัย
“น่าเสียดายจังเลยนะขอรับพวกเราได้เข้าเมืองแล้วแท้ๆแต่กลับไม่มีเวลาแวะที่อื่นเลยอย่างน้อยข้าก็อยากจะซื้อเครื่องปรุงหรือวัตถุดิบที่หาไม่ได้ในป่ามาเก็บไว้สักหน่อยก็ยังดี”หลังจากเริ่มออกเดินทาง ชุนหยางก็นึกขึ้นได้ว่าตนเองเข้าเมืองไปทั้งทีแต่กลับไม่ได้ซื้ออะไรติดไม้ติดมือกลับมาเลยถึงเื่อาหารจะไม่น่าห่วงเท่าไหร่เพราะชุนหยางสามารถหาของในป่ามาทำอาหารได้ แต่หากมีเครื่องปรุงมากกว่านี้หรือสามารถซื้อหม้อมาได้สักใบการทำอาหารในป่าก็คงง่ายดายขึ้นมาก
“พี่ซิงซิน ถ้าพวกเราผ่านเมืองอีกพวกเราแวะเข้าเมืองสักหน่อยได้หรือไม่ขอรับ”ชุนหยางที่กลับมาเป็ฝ่ายเดินนำไป๋ซิงซินอีกครั้งหันกลับไปถามไป๋ซิงซินที่กำลังเดินตามชุนหยางด้วยใบหน้าเขินอายราวกับกำลังนึกถึงเื่เมื่อวานไม่หายถึงนางจะเตรียมใจทำเื่แบบนั้นกับชุนหยางเอาไว้แล้ว แต่นางก็เตรียมใจเพราะ้าทำเพื่อรักษาเท่านั้นแต่เมื่อวานมันไม่ใช่การทำเพื่อรักษาแม้แต่น้อย แถมนางยังเป็ฝ่ายขึ้นคร่อมเขาเป็ส่วนใหญ่อีกต่างหาก
“พี่ซิงซิน เป็อะไรหรือขอรับ”ชุนหยางเห็นไป๋ซิงซินไม่ตอบคำถามของตนก็เดินเข้าไปหาพร้อมเอื้อมมือไปจับมือของไป๋ซิงซินเอาได้ด้วยท่าทีสงสัยยามเห็นใบหน้าอันหล่อเหลาของชุนหยางที่กำลังจ้องมองมาทางตนด้วยท่าทีเป็ห่วงเช่นนี้ยิ่งทำให้ในใจของไป๋ซิงซินยิ่งว้าวุ่นไปหมดหรือว่านางจะโดนมนตร์เสน่ห์ของมารราคะเข้าไปแล้วงั้นหรือ ไม่... ไม่มีทาง นางฝึกฝนการรับมือกับมารราคะมาอย่างหนักไม่มีทางโดนมนตร์เสน่ห์ของมารราคะได้แน่หรือว่าความรู้สึกของนางยามนี้จะไม่ใช่ผลของมนตร์เสน่ห์งั้นหรือ
“ข้า...ข้าไม่เป็ไร”ไป๋ซิงซินหลบสายตาของชุนหยางไปครู่หนึ่งก่อนจะเหลือบกลับมามองอีกรอบ อาจจะเป็เพราะนางตั้งใจฝึกฝนวิชาอยู่ในสำนักมาตลอดก็ได้เลยไม่ทราบว่าต้องรับมือเช่นไรกับสถานการณ์เช่นนี้หลังจากเหตุการณ์เมื่อวานนางก็ไม่อาจมองชุนหยางเป็เพียงผู้ร่วมเดินทางที่นางกำลังช่วยเหลือได้อีกแล้ว
“ข้า..ข้าอยากจะเลี่ยงการเข้าเมืองให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็ไปได้เพราะถ้าเจอคนของสำนักปราบมารคนอื่นพวกเขาคงไม่ฟังเหตุผลของเราแน่ๆ” ไป๋ซิงซินพยายามทำตัวให้เป็ปกติแต่ถึงอย่างนั้นใบหน้าของนางก็ยังมีสีแดงระเรื่อระบายอยู่บนแก้มทั้งสองข้างไม่ยอมจางหายยิ่งอยู่ใกล้ชุนหยางนางก็ยิ่งคิดถึงความรู้สึกเมื่อวานมากขึ้นไปทุกที
“อย่างนั้นหรือขอรับน่าเสียดายจริงๆ” ชุนหยางถอนหายใจออกมาด้วยท่าทีเสียดายก่อนจะเริ่มเดินทางต่อเหมือนไม่ได้เห็นท่าทีผิดปกติของไป๋ซิงซินแม้แต่น้อยเพียงแต่ความจริงแล้วชุนหยางเห็นท่าทีผิดปกติของนางั้แ่เริ่มออกเดินทางแล้วเพียงแต่ตอนนี้ชุนหยางเองก็พยายามทำตัวเป็ปกติเช่นเดียวกันแต่ใครจะไปคิดเล่าว่าพี่ซิงซินจะมีท่าทีน่ารักน่าชังเช่นนี้ด้วย ตอนนี้นางดูเขินอายมากเสียจนไม่เหลือท่าทีของศิษย์สำนักปราบมารผู้ลงมืออย่างเด็ดขาดคนนั้นเลยแถมตอนนี้นางยังไม่ได้สวมหน้ากากกระต่ายขาวแล้วด้วย ยิ่งได้เห็นใบหน้าอันงดงามของนางตลอดเวลายิ่งทำให้ชุนหยางแทบจะอดใจไม่อยู่
“...” ยิ่งเข้าสู้่กลางคืนความอดทนของทั้งสองก็ยิ่งลดน้อยลง หลายคืนก่อนที่ชุนหยางและไป๋ซิงซินเดินทางร่วมกันก็นอนอยู่ใกล้ๆกันเช่นนี้มิใช่หรือเหตุใดวันนี้ถึงได้รู้สึกตื่นเต้นต่างออกไปจากทุกทีนัก หรือเป็สถานะของคนที่นอนอยู่ข้างๆได้เปลี่ยนไปแล้วทั้งสองเลยไม่อาจข่มใจเพื่อพักผ่อนได้เต็มตานักงั้นหรือ
แตะ...
ไม่ทราบเพราะทั้งสองต่างก็ขยับเข้าหากันแบบไม่รู้ตัวหรือไม่มือของชุนหยางและไป๋ซิงซินถึงได้แตะกันโดยไม่ได้ตั้งใจ แต่ถึงจะเป็เพียงการััเล็กน้อยอย่างการแตะโดนมือของกันและกันก็ตามแต่หากเป็การััในจังหวะที่ทั้งสองกำลังพยายามอดกลั้นอย่างเต็มที่นี่ก็ย่อมส่งผลอย่างมากเลยทีเดียว
“พี่ซิงซิน...” ยามมือของทั้งสองัักันอยู่ๆฝ่ายชุนหยางก็เลื่อนมือของตัวเองเข้าไปกุมมือของไป๋ซิงซินเอาไว้แน่น ชุนหยางเข้าใจว่าตนต้องพยายามอดกลั้นความอยากเอาไว้ให้ได้มากที่สุดแต่เมื่อนึกถึงความรู้สึกสุขล้นที่ทั้งสองได้ััร่วมกันชุนหยางกลับเผลอลืมความตั้งมั่นของตนไปชั่วระยะหนึ่ง
“คงไม่เป็ไรหรอก...ข้าเองก็ฟื้นฟูพลังิญญาแล้วนี่นา”ไม่จำเป็ต้องถามอะไรออกไปให้มากกว่านี้ ไป๋ซิงซินเองก็เข้าใจจุดประสงค์ของชุนหยางแทบจะทันทีนางกุมฝ่ามือของชุนหยางกลับก่อนจะเปิดทางให้ชุนหยางอย่างตั้งใจเมื่อได้รับคำเชิญชวนชุนหยางเองก็พลิกตัวเข้าไปหาไป๋ซิงซินที่อยู่ข้างๆก่อนจะเริ่มขยับเข้าไปใกล้นางมากขึ้นเรื่อยๆ
คำพูดของไป๋ซิงซินนั้นไม่ผิดเสียทีเดียวยามนี้นางมีพลังิญญามากพอต่อให้โดนเคล็ดวิชามารราคะดูดซับพลังิญญาไปก็ไม่ถึงเป็ไรเพียงแต่ความรู้สึกนี้ต่างหากคือความอันตรายที่แท้จริงของผู้ร่วมหลับนอนกับมารราคะเพราะยิ่งดูดซับพลังิญญาเข้าไปมากเท่าไหร่เคล็ดวิชามารราคะก็จะยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้นเท่านั้นยิ่งดูดซับพลังิญญาบ่อยครั้งมากขึ้นจำนวนพลังิญญาที่ดูดซับเข้าไปก็ยิ่งมากขึ้นเรื่อยๆขนาดซูเยว่เซียงที่ดูดซับพลังิญญาจากคนธรรมดาเท่านั้นยังพัฒนาความสามารถในการดูดซับพลังิญญาจนสามารถดูดซับพลังิญญาจากคนธรรมดาได้ในชั่วอึดใจเท่านั้นแต่ชุนหยางกลับได้ดูดซับพลังิญญาจากผู้ฝึกฝนพลังิญญาที่เป็แหล่งพลังงานมหาศาลของผู้ฝึกฝนวิชามารราคะเสียด้วยการเติบโตของวิชาดูดซับพลังนั้นจะก้าวะโขนาดไหนก็มิอาจรู้ได้
“อืม....” น่าเสียดายที่ยามนี้ไป๋ซิงซินและชุนหยางยังไม่อาจหักห้ามใจได้เสียแล้วยามเข้าใจว่าขอเพียงไป๋ซิงซินฟื้นฟูพลังิญญาได้ก็ไม่เป็อันตรายทำให้ทั้งสองเริ่มมีสัมพันธ์กันเกือบทุกคืนที่พระอาทิตย์เริ่มลาลับขอบฟ้าใน่หลายวันนี้ทั้งสองทำกันหลายต่อหลายครั้งจนแม้แต่ตอนกลางวันระหว่างเดินทางก็ยังเผลอใจแอบร่วมรักกันโดยไม่สนเหล่าสัตว์น้อยใหญ่ที่กำลังออกหาอาหารเลยแม้แต่น้อยเรียกได้ว่าทั้งสองตกหลุมพรางของความสุขเข้าเต็มๆเสียแล้ว
“พี่ซิงซิน ตื่นแล้วหรือขอรับ” หลังจากผ่านค่ำคืนอันเร่าร้อนมาอีกวันในยามเช้าไป๋ซิงซินก็มักจะตื่นขึ้นมาภายในอ้อมแขนของชุนหยางในสภาพที่มีเสื้อผ้าของนางปกคลุมร่างเปลือยเปล่าแทนผ้าห่มเช่นนี้อยู่บ่อยๆเพียงแต่ท่าทีของไป๋ซิงซินครั้งนี้กลับแปลกออกไปจนชุนหยางััได้
“เช้าแล้วหรือ...ไม่นึกเลยว่าเวลาจะผ่านไปไวเช่นนี้”ไป๋ซิงซินมีท่าทีไม่อยากจะตื่นอย่างเห็นได้ชัดความจริงท่าทีเช่นนี้ก็ไม่ต่างจากคนปกติที่มีอาการขี้เซาเสียเท่าไหร่ แต่ไป๋ซิงซินไม่เคยแสดงท่าทีเช่นนี้ออกมาต่อหน้าชุนหยางมาก่อนไม่สิ.. ตอนเริ่มออกเดินทางกันใหม่ๆไป๋ซิงซินเป็คนตื่นก่อนชุนหยางตลอดแท้ๆปกติแล้วนางตื่นเช้ามากเลยมิใช่หรือ...