เมื่อทันย่าได้วิวัฒนาการมาถึงระดับ 6 ความแข็งแกร่งของเขาก็ร้ายกาจเพิ่มพูนไปอีกหลายสิบเท่า เพียงแค่หนึ่งการโจมตี มอนเตอร์ระดับ 5 ที่มีพลังอันร้ายกาจก็ถูกจัดการได้อย่างง่ายดาย พวกเขาได้ขยายอาณาเขตภายในเมืองที่เต็มไปด้วยซากปรักหักพัง ยกระดับความแข็งแกร่งขึ้น
อาณาเขตปกครองของทันย่าได้ครอบคลุมไปหลายร้อยกิโลเมตร แทบจะปกคลุมอาณาเขตหนึ่งส่วนสามของเมืองที่พังทลายแห่งนี้
ขณะเดียวกัน นอกจากหมาป่าคมเขี้ยวโลหิต มันก็มีมอนเตอร์อีกหลายตัวที่เข้ามาสวามิภักดิ์ต่อทันย่า
ถ้าอยากมีชีวิตรอดก็มีเพียงหนทางเดียวเท่านั้น พวกมันที่มีสติปัญญาระดับต่ำย่อมรับรู้ได้ว่าหลังจากนี้จะเกิดอะไรขึ้น
สัญชาตญาณในยีนส์กลายพันธุ์ได้บอกเอาไว้ พวกมันรู้ดีว่าถ้าอยากจะมีชีวิตรอดอยู่ในเมืองแห่งนี้ต่อไป พวกมันต้องยอมสยบต่อมอนเตอร์ปกครองที่ยิ่งใหญ่ตนนี้ กลายมาเป็แขนขาและพละกำลังให้กับเขา
ตอนนี้ทันย่าได้กลายมาเป็มอนเตอร์ระดับปกครองที่ยิ่งใหญ่ ไม่ว่าจะเป็มอนเตอร์ตัวใดก็ต่างเคารพยำเกรงในพลังของเขาทั้งสิ้น
ทว่าเมื่อเวลาผ่านไปอีกไม่กี่วัน เมืองที่พังทลายแห่งนี้ก็ได้เกิดการเปลี่ยนแปลง และจะกลายมาเป็ฝันร้ายต่อเหล่ามนุษย์อย่างแท้จริง
อีกด้านบริเวณกำแพงเมืองที่ทอดยาว อาณาเขตเมืองของป้อมปราการแห่งนึง มีกลุ่มคนนับร้อยที่กำลังยืนรอคอยกันอย่างเป็ระเบียบ พวกเขาส่วมใส่ชุดเกราะสีขาวที่ถูกสร้างขึ้นโดยวัสดุชั้นดี ชุดเกราะเหล่านี้ดูล้ำสมัยยิ่งกว่ายุคอดีต ทั้งมีความแข็งแกร่งและรูปลักษณ์ที่สง่างาม
ในเวลานี้พวกเขาต่างมีสีหน้าที่แสดงความตื่นเต้น แววตาดูส่องประกายวาวโรจน์ ถ้าสังเกตให้ดีจะเห็นว่าพวกเขานั้นยังเยาว์วัยมาก ส่วนใหญ่มีอายุประมาณ 17-20 ปีโดยประมาณ แน่นอนว่าทั้งหมดคือนักสู้พันธุกรรมที่เป็ความหวัง และพวกเขากำลังรอคอยบางสิ่งกันอยู่
“หึหึ ในที่สุดพวกเราก็ได้ออกไปหาประสบการณ์จริงที่นอกกำแพง!”
“การฆ่ามอนเตอร์พวกนี้ สำหรับข้าแล้วคงง่ายดายยิ่งกว่าพลิกฝ่ามือ!”
ชายหนุ่มคนนึงพูดขึ้นอย่างโอ้อวด ทำท่าทางเหมือนกับว่าตนเองนั้นแข็งแกร่งอย่างถึงที่สุด
“คำพูดของแกฉันเห็นด้วยวะ พวกเราฝึกฝนกันมาเป็อย่างดีและกลายมาเป็นักสู้พันธุกรรมระดับ 1 กันแล้วด้วย”
อีกคนเองก็ตอบกลับด้วยอารมณ์ที่ตื่นเต้น ทว่าก็มีอีกหลายคนที่ส่ายหัวไปมา ั์ตาของพวกเขาจริงจังกันเป็อย่างมาก
“อย่าประมาทกันดีกว่านะพวกแก! ด้านนอกคืออาณาเขตที่เป็อันตรายกับพวกเราเหล่านักสู้พันธุกรรมอย่างแท้จริง!”
“การออกไปรอบนี้คือการต่อสู้เป็ตาย พวกเราไม่ได้ต่อสู้กับภาพจำลองแล้วนะ แต่เป็มอนเตอร์ตัวจริงเสียงจริงเลยละ!”
เสียงพูดคุยกันดังขึ้นด้วยอารมณ์ที่ล้มหลาม แต่พวกเขากลับไม่มีใครที่แสดงความหวาดกลัวกันเลยซักนิด ในทางกลับกัน พวกเขาเหล่านี้ก็ยิ่งกระตือรือร้น ทำท่าทางเหมือนกำลังคันไม้คันมือ อยากจะรีบออกไปที่ด้านนอกของกำแพง เพื่อสังหารพวกมอนเตอร์กันให้หมด
“พวกแกคิดว่ายังไง?”
ในตอนนั้นก็มีชายหนุ่มที่หล่อเหลาคนนึงเอ่ยถามกับกลุ่มคนที่ยืนอยู่ด้านหลัง ซึ่งทั้งหมดก็รีบเข้ามาประจบสอพอ
“หึหึ แน่นอนว่าคุณชายจะต้องเป็อันดับหนึ่งในรอบนี้แน่นอน ไม่มีใครมาเทียบเคียงได้”
“ไม่เห็นต้องถามเลยท่านจงหยวน ท่านนี่แหละที่จะเป็อันดับหนึ่งในการประเมินครั้งนี้”
“นั่นสิ ท่านเป็ถึงทายาทนักสู้พันธุกรรมระดับสูง ความแข็งแกร่งย่อมต้องเหนือกว่าพวกเราอยู่แล้ว”
เหล่าหนุ่มสาวหลายคนรีบพูดขึ้นด้วยความตื่นเต้น ซึ่งคำพูดเหล่านี้ก็ยิ่งทำให้อารมณ์ของชายหนุ่มเต็มไปด้วยความลำพองใจ สีหน้าแววตาของเขาเต็มไปด้วยความโอ้อวด ขณะเดียวกันหญิงสาวที่มีความสวยคนนึงก็ได้เข้ามาโอบกอดแขนของเขา พลางยื่นหน้าเข้าไปกระซิบ
“พี่จงหยวน.. ถ้าพี่สามารถทำให้อลิชกลายมาเป็อันดับสองได้ น้องอลิชคนนี้จะมอบรางวัลให้กับพี่อย่างงดงามเลยเชียวละ”
เสียงอันเย้ายวนได้ทำให้ชายหนุ่มเต็มไปด้วยความตื่นเต้น แววตาของเขาสั่นไหวเมื่อได้เห็นถึงหน้าอกที่ใหญ่โตจนแทบจะทะลักออกมาจากชุดเกราะ พร้อมกับจิตใจของเขาที่ฮึกเหิมขึ้นอย่างถึงที่สุด พลางรีบตอบกลับไปยังสาวสวยอกสะบึ้มคนนี้ในทันที
“มะ..ไม่ต้องห่วงน้องอลิช! พี่จะปกป้องอลิชในการออกไปครั้งนี้เอง!!”
จงหยวนนั้นปรารถนาในหญิงสาวคนนี้เป็อย่างมากอยู่แล้ว พยายามจะตามจีบเธอคนนี้มาอยู่ตลอดเวลา
ไม่คิดเลยว่าในรอบนี้หญิงสาวจะมาถวายตัวให้ด้วยตนเอง ซึ่งมันก็เป็อะไรที่ชายหนุ่ม้าอยู่เสมอมา
เธอคงรู้ดีว่าที่ด้านนอกนั้น การอยู่ใกล้กับตนเองย่อมต้องปลอดภัยมากที่สุด เพราะถึงยังไงเขาก็เป็ถึงนักสู้พันธุกรรมระดับที่ 3 ทั้งยังเป็ผู้มีพร์และมีเบื้องลึกเื้ัที่ไม่ธรรมดา ในกลุ่มนักเรียนนับร้อยคนที่ยืนกันอยู่ เขาคือคนที่แข็งแกร่งมากที่สุดแล้วละนะ
“ไอ้พวกเด็กน้อย เงียบปากกันได้แล้ว!!”
ในตอนนั้น เสียงคำรามของใครบางคนก็ได้ดังขึ้น มาพร้อมกับการปรากฏตัวของนักสู้พันธุกรรมที่แข็งแกร่งหลายคน พวกเขาก้าวเดินเข้ามาด้วยท่าทางที่ดูสบายๆ ทำให้นักเรียนทั้งหมดกว่าร้อยคนต่างต้องเงียบปากลง สีหน้าแววตาเองก็เริ่มจริงจังขึ้น
“ข้าคือนักสู้พันธุกรรมระดับ 6 มีชื่อว่าเต่าหยุน มีหน้าที่ในการปกป้องพวกแกจากการออกไปต่อสู้ในครั้งนี้”
“ทั้งยังมีเหล่าอาจารย์ที่เป็นักสู้พันธุกรรมระดับ 5 อีกสี่คน ซึ่งพวกเขาก็จะมีหน้าที่เหมือนกับข้าเช่นเดียวกัน”
ชายผู้นี้มีร่างกายใหญ่โต ทั่วร่างเหมือนอัดแน่นไปด้วยกล้ามเนื้อ เมื่อสวมใส่ชุดเกราะ ร่างกายของเขาก็ดูใหญ่โตเป็อย่างมาก
“หลังจากนี้พวกเราจะเดินทางไปยังเมืองที่พังทลาย อาณาเขตเมืองหมายเลขสี่ เมืองที่แปรเปลี่ยนเป็อาณาเขตของพวกมอนเตอร์”
“บริเวณรอบนอกของสถานที่แห่งนั้นเต็มไปด้วยมอนเตอร์ระดับ 1 และ 2 ซึ่งพวกมันส่วนใหญ่ก็ล้วนแล้วอ่อนแอกว่านักสู้พันธุกรรม”
“พวกแกสามารถจัดการกับพวกมันได้อย่างง่ายดาย แต่ถ้ายังรักชีวิตของตนเองอยู่ พวกแกทุกคนจะต้องไม่เข้าไปในอาณาเขตที่พวกข้าได้บอกเอาไว้ เพราะในส่วนลึกของเมืองมันเต็มไปด้วยมอนเตอร์ที่แข็งแกร่งอยู่มากมาย แม้แต่พวกข้าเองก็ยังตึงมือในการสังหารพวกมัน”
“การแข่งขันของสถาบันศักดิ์สิทธิ์ก็เหมือนในทุกๆเดือน ใครที่สามารถฆ่าได้มากก็ยิ่งได้รับคะแนนที่มากเช่นเดียวกัน”
“มอนเตอร์ระดับ 1 คือ 10 คะแนน มอนเตอร์ระดับ 2 คือ 100 คะแนน และมอนเตอร์ระดับ 3 จะให้ถึง 500 คะแนน ส่วนมอนเตอร์ระดับ 4 พวกแกอย่าเพิ่งไปนึกถึงมัน เพราะพลังของพวกแกในตอนนี้คงไม่อาจสังหารมันได้ คะแนนในการประเมินจึงยังไม่มี”
“เพียงแค่สังหารเหล่ามอนเตอร์พวกนี้ เครื่องตรวจสอบที่อยู่บนข้อมือก็จะนับคะแนนและบันทึกภาพให้โดยอัตโนมัติ”
“ใครที่ได้รับอันดับหนึ่งและมีคะแนนในการสังหารได้เยอะที่สุด พวกแกก็จะได้รับทรัพยากรที่ล้ำค่า เหมาะสมสำหรับการพัฒนาตนเอง”
“ขณะเดียวกันชิ้นส่วนอวัยวะของมอนเตอร์เหล่านี้ก็ถือเป็สิ่งสำคัญ สามารถนำพวกมันไปขายเป็เครดิตได้”
“ราคาของพวกมันก็เป็ไปตามระดับสายพันธุ์ที่พวกแกออกล่า ซึ่งในเื่นี้ทุกคนต่างก็ทราบกันดีอยู่แล้ว?”
คำพูดของเต่าหยุนทำให้ทุกคนต่างพยักหน้ารับ ทั้งหมดเริ่มตื่นเต้นเมื่อได้รับรู้ว่าใครจะเป็อันดับที่หนึ่ง มีหลายคนที่ปรายตามองไปทางจงหยวน พอััได้ถึงสายตามากมาย ชายหนุ่มอัจฉริยะก็เชิดหน้าขึ้นอย่างเย้ยหยัน แสดงความมั่นใจออกมาอย่างถีงที่สุด
“เอาละไปกันได้แล้วเ้าพวกลูกเจี้ยบทั้งหลาย!”
เมื่อสิ้นคำสั่ง ทุกคนต่างก็ขึ้นพาหนะการเดินทางที่ได้ถูกจัดเตรียมเอาไว้ ขบวนรถนับสิบคันที่เหมือนเป็ป้อมปราการได้เดินทางออกไปจากกำแพงเมือง เ้าหน้าที่หลายคนพอเห็นแบบนั้นก็ต่างยืนตัวตรงและแสดงความเคารพ ยกมือตะเบะไปยังทิศทางพวกเขา ด้วยแววตาที่ยำเกรง
ส่วนใหญ่เ้าหน้าที่พวกนี้ไม่ได้เป็นักสู้พันธุกรรม พวกเขาย่อมต้องมีระดับชั้นที่ต่ำกว่านักสู้พันธุกรรมที่เป็ความหวังของโลก
บนรถที่อยู่หน้าด้านหน้าสุด เต่าหยุนกับทีมก็กำลังนั่งปรึกษาพูดคุยกันถึงข้อมูลลับที่ทางสถาบันได้ส่งมอบมา
“หัวหน้า นอกจากพวกเราจะไปปกป้องเ้าพวกลูกเจี๊ยบพวกนี้แล้ว พวกเราจะไปหาสมุนไพรเพลิงกัปนาทด้วยใช่ไหม?”
คำถามของผู้หญิงคนนึงได้ทำให้หลายคนมีสีหน้าที่จริงจัง ซึ่งชายวัยกลางคนร่างใหญ่เองก็พยักหน้ารับอย่างเคร่งขรึม
“ถูกต้อง เมื่อหลายเดือนก่อนมีหน่วยต่อสู้ได้เผลอเข้าไปในส่วนลึกของเมืองหมายเลขสี่นี้ แล้วก็ได้เห็นถึงต้นไม้ที่ขนาดกว่าสามเมตรที่ลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิง ้าเหมือนมีบางสิ่งที่กำลังก่อตัวออกมา จากลักษณะของมัน แน่นอนว่าจะต้องเป็สมุนไพรเพลิงกัปนาทอย่างแน่นอน”
“สมุนไพรที่เมื่อนักสู้พันธุกรรมกินเข้าไป ยีนส์พันธุกรรมของพวกเขาก็จะได้รับการยกระดับขึ้นหนึ่งขั้น เรียกได้ว่าเป็สมุนไพรที่ผู้คนในตลาดต่างก็้ามัน ทางสถาบันศักดิ์สิทธิ์จึงได้ส่งทีมของพวกเรามา นอกจากการปกป้องเ้าพวกนี้แล้ว พวกเราก็จะได้รับสิ่งตอบแทนที่มหาศาล”
“ข้าเองก็้ามันเช่นเดียวกัน เพราะถ้าข้าได้กลืนกินสมุนไพรชิ้นนี้ ข้าก็จะยกระดับไปเป็นักสู้พันธุกรรมระดับ 8 ได้โดยตรง”
พอได้ยินว่าหัวหน้า้าจะกินมันด้วยตนเอง แววตาของใครหลายคนก็เริ่มสั่นไหว รีบคัดค้านออกมาในทันที
“ไม่ดีมั้งหัวหน้า นี่เป็งานที่ได้รับมอบหมายโดยตรงจากผู้อำนวยการของสถาบันศักดิ์สิทธิ์ แล้วเขาก็มีพลังในระดับตำนานเลยนะ”
“ถูกต้อง ถ้าท่านกินมันเข้าไปและยกระดับยีนส์ที่อยู่ในร่างกาย พวกเขาจะต้องตรวจสอบได้ถึงความผิดปกติในครั้งนี้อย่างแน่นอน”
คำพูดต่างๆจากคนในทีมเริ่มทำให้ใบหน้าของเต่าหยุนนั่นเปลี่ยนไป เมื่อคิดถึงข้อดีและข้อเสีย เขาก็ต้องถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
“นั่นสินะ พวกแกทั้งหมดพูดถูกต้องแล้ว ยังไงข้อมูลลับนี้ก็เป็ทางสถาบันศักดิสิทธิ์มอบให้กับพวกเราโดยตรง!”
“ถ้าเกิดไปขัดใจนักสู้ระดับตำนาน ต่อให้ข้าจะเลื่อนระดับไปเป็ขั้น 8 ข้าก็คงต้องถูกเขาลงโทษอย่างหนักอยู่ดี!”
...
นักสู้ระดับตำนาน คือชื่อที่เรียกผู้มีพลังระดับั้แ่ดาวเคราะห์ขึ้นไป เหนือกว่านักสู้พันธุกรรมระดับ 9
แต่ในโลกแห่งนี้ มีน้อยคนที่จะรู้ถึงระดับชื่อขั้นอย่างแท้จริง พวกเขาจึงเรียกว่าระดับตำนานแทนนั้นเอง