(จบแล้ว)ระบบร้านอาหารสามเวลาต่างโลก พระเอกเก่ง+เน้นอาหารไทย

    ตอนที่ 62 ผักบุ้งไฟแดง

    ตอนที่ 62 ผักบุ้งไฟแดง



    ‘ผัดผักบุ้งไฟแดง’


    มันคือผัดผักที่ใครๆ ก็ทำตามกันได้ง่าย ส่วนรสชาติจะเป็นเช่นไรก็สุดแล้วแต่รสมือของคนปรุงนั้นว่าจะชื่นชอบรสแบบไหน ซึ่งในส่วนของการปรุงผักบุ้งไฟแดงก็มีหลากหลายวิธีในการทำ


    บางคนอาจจะปรุงรสชาติที่ต้องการ ใส่ไว้ในถ้วยชามพร้อมกับผักบุ้งที่ไม่ยังไม่ได้ผัดตั้งแต่แรก

    บางคนอาจจะปรุงรสชาติที่ต้องการ หลังจากนำผักบุ้งลงไปผัดในกระทะ ก็สุดแล้วแต่ใครจะถนัดวิธีนั้นๆ แตกต่างกันออกไป


    ส่วนตัวของไลท์นั้นเลือกที่จะใช้วิธีการปรุงรสชาติตั้งแต่ต้นเลย เขาได้ทำการล้างผักบุ้งพร้อมกับหั่นเป็นท่อนๆ ก่อนจะนำกระเทียมที่สับละเอียดและพริกจำนวนเล็กน้อยใส่ลงไปในชามของผักบุ้ง


    ต่อมาใส่ซีอิ๊วขาว ซอสน้ำมันหอยและซอสปรุงรสลงไป พร้อมกับเติมน้ำตาลและน้ำเปล่าลงไปพอประมาณ



    เมื่อจัดเตรียมและปรุงรสจนตามความพอใจแล้ว ก็มาถึงขั้นตอนสำคัญสำหรับการผัดผักบุ้งไฟแดง นั่นก็คือการตั้งเตา

    ด้วยข้อจำกัดของเตาฟืนที่ไม่อาจปรับเพิ่มหรือลดระดับ ได้เหมือนกับเตาแก๊ส ส่งผลให้ไลท์จำเป็นต้องเพิ่มฟืนในเตาให้มากขึ้น ซึ่งถึงแม้ว่าเขาจะเพิ่มจำนวนฟืนเข้าไปแล้วก็ตาม แต่ความร้อนจากเตาก็ยังสู้ ความร้อนที่มาจากเตาแก๊สไม่ได้อยู่ดี



    ‘อยากมีเตาแก๊สไว้ใช้จัง’

    เมื่อเผชิญเข้ากับข้อจำกัด ไลท์ก็เริ่มนึกคิดอยากที่จะได้เตาแก๊สที่ใช้ก๊าซหุงต้ม มาไว้ใช้ที่ร้านแห่งนี้เสียเหลือเกิน

    ซึ่งในห้างสรรพสินค้าในระบบเองก็มีขายอยู่หนึ่งเตาในราคาสูงถึง 5 แสนแต้มเลยทีเดียว



    อย่างไรก็ตาม จำนวน 5 แสนแต้ม เป็นจำนวนแต้มที่สูงมากเกินไปในตอนนี้และถึงแม้ว่าไลท์จะมีแต้มมากพอที่จะซื้อได้ แต่เขาก็ยังจำเป็นต้องมีแต้มสำรองในระบบอีกมากเพื่อจัดหาก๊าซหุงต้ม ที่ขายแยกเป็นถังๆ อีกไม่ต่ำกว่าหลายพันแต้ม

    ดังนั้นไลท์จึงมองว่า เขาคงขอต้องใช้เวลาไปอีกนาน เพื่อเก็บรวบรวมแต้มคะแนนดังกล่าวนี้



    ส่วนทางด้านเตาฟืน ไลท์เองก็ไม่ได้มองว่ามันไม่ดีไปเสียทั้งหมด เตาฟืนก็มีข้อดีและข้อเสียในแบบของมัน ดั่งเช่นข้อดีที่เตาฟืนพวกนี้จะส่งกลิ่นหอมของไม้ที่ถูกเผาไหม้ที่ลอยติดไปกับอาหาร

    ซึ่งจะให้ความหอมอันเป็นเอกลักษณ์ที่เตาแก๊สก็ไม่อาจทำได้ ทั้งนี้ข้อเสียของมัน ก็คือไลท์ไม่สามารถที่จะควบคุมความร้อนได้ดั่งใจนึกนั่นเอง



    ไลท์เฝ้ารอเตาฟืนให้ร้อนอยู่สักพักหนึ่ง ระหว่างที่รอเขาก็ได้ คอยชี้แนะและกำกับคุณตาเกลเวลาเจียวไข่และทอดไข่อยู่ใกล้ๆ และหลังจากคุณตาเกลเริ่มปรับตัวให้คุ้นชินกับการทอดไข่นี้ได้แล้ว ทางด้านของไลท์ก็หันมาจัดการกับเตาฟืนที่ร้อนได้ที่เสียที

    เตาฟืนในตอนนี้ ส่งไอความร้อนที่ร้อนจัดออกมา จนคุณตาเกลและเด็กที่อยู่ไม่ใกล้ ไม่ไกลก็ยังรู้สึกได้ พวกเขาต่างก็มองไปที่ไลท์ด้วยความสงสัย ว่าชายหนุ่มกำลังจะทำอะไรกันแน่?



    “ทุกคนระวังหน่อยนะครับ!”

    คำเตือนจากปากของไลท์ได้ร้องบอกให้ทุกคนระแวดระวัง เด็กๆ พากันถอยกรูดออกไป ห่างมากกว่าเดิม ซึ่งเป็นวินาทีเดียวกับที่ไลท์เริ่มต้นเทน้ำมันลงในกระทะพร้อมกับวางไว้บนเตาฟืนที่กำลังร้อนจัด


    ไอความร้อนจากกระทะได้ลอยพวกพุ่งขึ้นในไม่กี่อึดใจ หลังจากที่ไลท์ได้ว่างกระทะลงบนเตา



    ชายหนุ่มได้ปรับองศาของกระทะให้เอียงขึ้นห่างจากตัวไปเล็กน้อย จากนั้นเขาจึงเทชามผักบุ้งที่ปรุงรสเสร็จเรียบร้อยลงไปในกระทะที่ร้อนจัด



    ซูม~!


    เพลิงอัคคีสีแดงฉาน ลุกพรึ่บขึ้นในทันที ความสูงของมัน สูงประมาณ 1 เมตรกว่าๆ เห็นจะได้


    ซึ่งไฟที่ลุกท่วมนี้มันเกิดจากการที่ไฟเจอกับน้ำมันและน้ำ มันจะเกิดเป็นประกายไฟขึ้นมานั่นเอง

    สำหรับไลท์แล้วมันไม่ใช่เรื่องที่แปลกใหม่เลยสักนิด ทว่า...สำหรับคนในโลกนี้มันกลับไม่ได้ง่ายดายแบบนั้น!



    เปลวเพลิงที่สูงราวๆ 1 เมตร ไม่ใช่เรื่องที่เห็นกันได้ทุกวัน เพราะเปลวเพลิงที่ลุกพรึ่บในทันตาและมีความสูงเสมือนแท่งเช่นนี้ มีแต่เฉพาะคนที่มีพลังเวทสูงเกิน 3 ดาวขึ้นไปเท่านั้นที่จะทำมันได้...หากแต่ไลท์ กลับทำมันได้ง่ายๆ เหมือนแค่ดีดนิ้ว



    ‘ต้องเป็นผู้อาวุโสเร้นกายอย่างที่ทุกคนพูดกันแน่ๆ’


    ในช่วงเวลาที่เปลวเพลิงลุกพรึ่บขึ้น ทางด้านของแมทที่เริ่มจะทนความหิวไม่ไหว ก็ได้ลุกออกมาจากโต๊ะ เพื่อเข้ามาไต่ถามถึงความคืบหน้าของอาหาร


    โดยครั้งนี้ แมท ไม่ได้ตั้งใจที่จะมาหาเรื่องหรือโวยวายอันใด หลังจากโดนแรงกดดันจากจิตสังหารเข้าโจมตีไปเมื่อก่อนหน้านี้ ทางด้านของแมทก็ค่อยๆ สงบเสงี่ยมและเจียมตัวลงไปมากพอสมควร

    และด้วยความประจวบเหมาะนี้เอง ก็ทำให้แมทได้มาเห็น ช่วงเวลาที่เปลวเพลิงอัคคีกำลังสาดแสงพอดิบพอดี



    เปลวเพลิงที่พวยพุ่งขึ้นจากกระทะในมือของพ่อครัวหนุ่มและดวงตาที่จับจ้องมองแท่งเปลวเพลิงราวกับคุ้นชินกันมาเป็นอย่างดี โดยมีแผ่นหลังที่ยืนตระหง่านไม่เกรงกลัวต่อสิ่งใดของไลท์ ยืนทานทนกับความร้อน


    ที่ถึงแม้จะยืนห่างอยู่ไกลถึงหน้าปากประตูห้องครัว แมทก็ยังรับรู้ได้ถึงอุณหภูมิอันร้อนแรงนี้ได้



    แมทชะงักงันให้กับความแข็งแกร่งของไลท์ จนถึงกับเข่าแทบทรุด...มันยืนแข็งค้างอยู่เช่นนั้น ก่อนที่จะได้กลิ่นหอมจากอาหารที่วางเตรียมไว้ ปลุกให้มันได้สติกลับคืนมา

    แมทเดินกลับมานั่งที่โต๊ะ ด้วยร่างที่ยังคงสั่นเทา ต่อภาพที่ได้เห็น “ท่านแมทเกิดอะไรขึ้น? เจ้าหนุ่มนั้นมันทำอะไรท่านหรือเปล่า?” เหล่าคนสนิทของแมท รีบเขย่าตัวของแมท กลัวว่าจะเกิดเรื่องขึ้นกับนายน้อยของตัวเอง



    “พ่อครัวคนนั้น...แข็งแกร่งมาก!” แมทได้บอกเลล่าเหตุการณ์ที่ได้เจอมาให้กับเหล่าคนสนิทได้ฟัง ซึ่งร้านอาหารแห่งนี้ ก็ไม่ได้ใหญ่โตอะไร ทันทีที่แมทเริ่มบอกเล่าถึงเรื่องราวที่ได้พบเจอมา


    ไม่นานทั่วทั้งร้านที่เคยส่งเสียงจ้อแจ้ ก็พลันเงียบสนิท พลางเงี่ยหูรอฟังเรื่องเล่าจากแมท กันอย่างสอดรู้สอดเห็น



    “ท่านคาห์น ท่านคิดว่าเรื่องที่แมทเล่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่?” กลุ่มของคาห์นที่ได้โต๊ะเป็นลำดับแรกๆ และอยู่ใกล้กับโต๊ะของแมท แน่นอนว่ากลุ่มคาห์น ย่อมได้ยินถึงเรื่องเล่าของแมทอย่างชัดเจน


    “ฉันค่อนข้างมั่นใจว่าสิ่งที่แมทเล่านั้นเป็นเรื่องจริง...ลองคิดดูสิว่า ไลท์นั้นเป็นเพียงแค่ชายหนุ่มเท่านั้น แต่กลับทำอาหารที่แม้แต่ตาเกลที่เปิดร้านอาหารมานานกว่าหลายสิบปีก็ยังเทียบเคียงไม่ได้เลยด้วยซ้ำ” คาห์นได้บอกความคิดเห็นส่วนตัวของตนเองออกมา


    โดยทุกคนก็ต่างพยักหน้ารับฟัง พลางคิดไปตามคำบอกเล่าของคาห์นและแมท ซึ่งทั้งหมดมันดูจะเข้าเค้าอยู่ไม่น้อย



    ทักษะทางด้านการทำอาหารของไลท์ นั้นเหนือล้ำกว่าคุณตาเกลที่พวกเขาต่างก็รู้จักกันมานานมากจริงๆ และไม่ใช่เพียงแค่เมนูเดียวเท่านั้นที่ไลท์ทำอาหารออกมาได้อร่อย จนเวอร๋วังแบบนี้

    นอกเหนือจากสุกี้ ก็ยังมีเนื้อเสียบไม้ หรือแม้กระทั่งน้ำจิ้มสุกี้ที่มีรสเผ็ดร้อน แต่น่าประหลาดที่รสเผ็ดร้อนนั้นกับเข้ากันได้ดี จนพวกเขาแทบจะถอนตัวกันไม่ขึ้นและยังไม่ลืมรสชาติของสุกี้เมื่อค่ำคืนที่ผ่านมาได้เลย


    ศาสตร์แห่งการทำอาหารของไลท์นั้นสูงมาก จนไม่น่าเชื่อว่าเขาจะมีอยู่เพียงแค่ 28 ปี ตามที่คุณตาเกล บอกเล่าให้ฟัง



    ฉะนั้นการที่จะเรียกไลท์ว่า ผู้อาวุโสเร้นกายหรือเป็นศิษย์ของจอมปราชญ์ในอดีตคนใด... บอกเลยว่าพวกเขาต่างก็พร้อมเชื่อกันทั้งนั้น



    ในระหว่างที่ภายในร้านอาหารกำลังเต็มไปด้วยข้อถกเถียงเกี่ยวกับตัวไลท์ ทางด้านอาหารจำนวนมากกว่า 5 อย่างก็ได้ถูกไลท์และคุณตาเกล ช่วยกันยกออกมาวางเรียงไว้ที่โต๊ะด้านหน้า


    พร้อมกันนั่นเอง ทางด้านของคุณยายเฮลีย์ก็ได้แจกจ่าย จานและช้อนส้อมเปล่าๆ ให้กับทุกคนไปคนละ 1 ใบ/คู่

    ทุกคนที่ได้รับจานเปล่า ต่างมองมันด้วยความสงสัย ซึ่งไลท์ก็ไม่ได้ปล่อยให้ทุกคนได้งุนงงกันนานนัก

    ชายหนุ่มก็ได้เอ่ยปากพูดกับเหล่าลูกค้าจำนวนหลาย 30 กว่าชีวิต ถึงการกินมื้อเที่ยงในครั้งนี้



    “ขอเชิญโต๊ะของท่านคาห์นมาที่ด้านหน้าตรงนี้และรบกวนถือจานเปล่าที่ได้รับมาด้วยครับ”



    กลุ่มของคาห์นที่ถูกเรียกต่างก็ลุกยืนขึ้น แม้จะยังงุนงงอยู่บ้าง แต่ทั้งหมดก็ปฏิบัติตามที่ไลท์บอกกันอย่างไม่มีใครเกี่ยงงอนล ทุกคนต่างเดินเรียงแถวตอนหนึ่ง ไปที่ด้านหน้าของโต๊ะ ต่างคนต่างถือจานเปล่าออกไป นับเป็นภาพที่เหมือนกับเด็กในโรงเรียนที่ต่อแถวทานอาหารในโลกก่อนของไลท์ยังไงยังงั้น


    คุณตาเกลได้ตักข้าวสวยร้อนๆ ให้กับทุกคนตามความต้องการและเมื่อทุกคนได้รับข้าวกันทั้งหมดแล้ว ไลท์ก็ได้บอกกล่าวให้ทุกคน เลือกเมนูอาหารได้ตามความต้องการ



    “ท่านคาห์นจะรับอะไรดีครับ อันนี้คือหมูกระเทียม ส่วนนี้คือกะเพรา… ฯลฯ” ไลท์ได้แนะนำเมนูอาหารที่ทุกคนต่างไม่เคยกินมาก่อน ให้ทุกคนได้รู้จัก



    ส่วนตัวของคาห์นเอง เมื่อได้รับคำแนะนำถึงเมนูอาหารจากไลท์ ก็พลันอยากที่จะกินมันไปเสียทั้งหมด แต่น่าเสียดายที่ไลท์แนะนำว่าไม่ควรผสมกันมากเกินกว่า 2 เมนู ดังนั้นคาห์นจึง ขอทดลองข้าวแกงในครั้งนี้ด้วยการกิน ผัดผักบุ้งไฟแดง กับ กะเพราเนื้อ

    เมื่อคาห์นเริ่มสั่งเมนูที่อยากกินออกไป ไลท์ก็ได้ตักเมนูทั้งสองอย่างไปวางไว้บนจานข้าวของคาห์นและปิดท้ายด้วยการ โป๊ะหน้าด้วยไข่ดาว



    “ทั้งหมด 5 เหรียญทองมณีครับ”

    ข้าวพูนจานและกับข้าวอีกสองอย่าง อีกทั้งยังแถมไข่ ทั้งหมดนี้ในราคาแค่เพียง 5 เหรียญทองมณี

    คาห์นได้จ่ายเงินค่าอาหารให้กับคุณยายเฮลีย์ ที่ยืนมือออกไปรับ “กินให้อร่อยนะ” หญิงชราส่งรอยยิ้มให้กับกลุ่มของคาห์นที่ได้เข้ามาจ่ายเงิน

    ทุกคนต่างยิ้มแย้มพร้อมกับถือจานข้าวที่มีอาหารอยู่เต็มจาน ด้วยความตื่นเต้นและอยากกินมันกันเต็มที่แล้ว



    เสร็จสิ้นจากกลุ่มของคาห์น ไลท์ก็ได้ทำการเรียก นักผจญภัยกลุ่มที่สอง เข้ามาตามลำดับ



    ทุกคนเมื่อมีกลุ่มของคาห์นทำให้ดูเป็นตัวอย่างแล้ว ก็ไม่รีรอ ต่าหยิบจานข้าวเปล่าออกไปเรียงแถว ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่กลุ่มของคาห์นเริ่มลงมือกินกันแล้ว



    ‘เชี้ยยยย! อร่อยมาก’

    ‘ท่านคาห์นลองกินกะเพรานี้ยังครับ มันมีรสชาติเผ็ดเหมือนกับน้ำจิ้มสุกี้ ที่ท่านชอบเลย’

    กลุ่มของคาห์นเริ่มพูดคุยแลกเปลี่ยนรสชาติเมนูอาหารของตัวเองกันอย่างออกรสและนั้นยิ่งทำให้คนที่กำลังรั้งรอลำดับของตัวเองตามโต๊ะต่างๆ ...ยิ่งอยากจะให้ถึงคราวของตัวเอง ไปเสียเร็วๆ



    ‘ทำไมกลุ่มหน้าชักช้ากันแบบนี้นะ’ ‘ดูสีหน้าของท่านคาห์นสิ เขาคงจะอร่อยมากเลยใช่ไหม ถึงได้ตักกินไม่หยุดแบบนี้’



    ...โปรดติดตามตอนต่อไป...

    เข้าไปร่วมพูดคุยกับไรท์หรือสมาชิกนักอ่านคนอื่นๆ ได้ที่แฟนเพจตามลิงค์ด้านล่างเลยนะครับ

    www.facebook.com/writelazy

    ตารางการลงนิยายเวลา 18.00 หยุดวันพุธ




    คล้ายกับเรื่อง(จบแล้ว)ระบบร้านอาหารสามเวลาต่างโลก พระเอกเก่ง+เน้นอาหารไทย ที่คุณอ่าน