The Girl

    ตอนที่ 18 The Girl

    ตอนที่ 18 The Girl

    “ก็นี่มันเป็นความประสงค์ของพระนางไม่ใช่หรอพะยะค่ะ ที่ทรงสั่งให้ผู้ติดตามไปเรียกหม่อมฉันมาสมทบกับฝั่งนี้”
    “ท่านนักปราชญ์ ท่านนี้มัน......” องค์ราชินีขบฟันกัดแน่นพรางพูดต่อด้วยสีหน้าท่าทางโกธรแค้น
    “ท่านนี้มันเป็นตาแก่หัวหงอกที่ไม่รู้จักพอ ตาแก่เจ้าเหล์ เรารู้หมดแล้วว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง พอที ไม่ต้องมาสาธยายอีกแล้ว หยุดสร้างภาพเสียที เมื่อเบื้องหลังนั้นดูเน่าเหม็นสิ้นดี”
    “555++ องค์ราชินี พระนางจะว่ากล่าวอะไรให้กระหม่อม กระหม่อมมิรู้สึกโกธรเคืองอันใดพระนางเลย เพราะว่าอีกไม่กี่วินาที จักรภพ ดวงดาว ก็จะได้ผลัดเปลี่ยนผู้ปกครองใหม่อย่างเป็นทางการ 555++”
    ตาเฒ่านักปราชญ์หัวเราะเสียงดังอย่างพอใจ ใบหน้าที่ดูเหี่ยวหย่นนั้นเผยริ้วรอยเป็นชั้นๆ จนเด่นชัด
    “อย่าเสียเวลาอีกต่อไปเลย จะอยู่หรือไป จะดับหรือสว่างไสว ขอให้วันนี้เป็นวันตัดสินโชคชะตาของเราเถิด บรรพบุรุษของจักรภพ อดีตจักรพรรดิ พวกท่านจงดูเถิด ว่าบัดนี้ไอ้คนชั่วช้า ไอ้คนสารเลว มันทรยศดวงดาวพวกเรา มันหักหลังบ้านเกิดตัวมันเอง ขอให้ฟ้าดินจงลงโทษ และประจักษ์เป็นพยานเถิด”
    “องค์ราชินี.....ท่านรู้ตัวอยู่แล้วว่ากำลังจะตายแท้ๆ แต่ยังจะคร่ำครวญหาบรรพบุรุษปลุกวิญญาณพวกเขาขึ้นมาอีก ท่านนี่มันไม่มีความเกรงใจเอาซะเลย!! คนที่ตายไปแล้ว และอีกอย่างก็ตายไปหลายร้อยทศวรรษแล้ว พวกเขาคงไปเกิดใหม่หลายภพชาติกันแล้ว พวกเขาคงไม่มารับรู้ อะไรกับท่านด้วยหรอกนะ 555++ เสียเวลาพล่ามเปล่าๆ ”
    “ฆ่านาง”
    น้ำเสียงดุดัน แข็งกร้าน ส่งสัญญาณดังกระหึ่มจนก้องป่าเพราะมีสะท้อนดังกลับมา
    “ย่าส์ ย่าส์ ย่าส์”
    “ย่าส์ ย่าส์ ย่าส์”
    เหล่าพลนับสิบชักดาบออกจากฟัก พร้อมวิ่งตรู่มุ่งหน้าจู่โจมเข้าหาพระนางทันทีด้วยความเร็ว เสียงเท้าดังกระทบปฐพี กระหึ่มก้องฟ้า บวกกับความหึกเหิมที่มีอยู่ในใจ เพราะครั้งนี้จะได้รบครั้งสุดท้าย แล้วพวกเขาจะได้กลับบ้านไปสู่ดวงดาวเสียที หลังจากที่ได้ลงมาดาวเคราะห์โลกแล้วใช้ชีวิตอยู่อย่างอดๆ ยากๆ มาหลายวัน
    แต่แล้วจู่ๆ ก็เกิดพายุลมซัดโหมกระหน่ำมาด้วยความเร็วจากทิศใต้ ความเร็วบวกกับความแรงของพายุลมก้อนนี้ มันพัดพาทำให้ทุกอย่างดูแปรปรวนไปหมด พายุลมมันสกัดกั้นความเร็วและหยุดชะงักทุกฝีเท้าของพลทหารให้แน่นิ่ง
    ความรู้สึกเหมือนคนกำลังวิ่งแล้วอยู่ดีๆ ก็โดนเท้าอีกคนมาสกัดขวางเอาไว้ จนทำให้ร่างนั้นต้องพุ่งกระโจนกระโดดไปข้างหน้าและล้มคว่ำหน้าจูบกับดินหยาบอย่างไม่ปราณี พวกเขามองไปทางข้างหน้าเลย มันเหมือนถนนถูกตัด สะพานฉีกขาด เพราะมันเต็มไปด้วยฝุ่นและเขม่าควันที่ลอยขึ้นมาบังตาแทน
    จากนั้นต่อมาเสียงฟ้าร้องคำรามอึกทึกครึกโครมก้องปฐพี มันสนั่นหวั่นไหว สะเทือนรบกวนไปถึงแก้วหูข้างใน เสียงนั้นมันลากสายฟ้าแลบพ่วงมาด้วย และลงโทษด้วยการ ผ่าลงบริเวณลานกว้าง
    “เปรี้ยง เปรี้ยง เปรี้ยง”
    สายฟ้านั้นผ่าตัดยานลำใหญ่แบ่งออกเป็นสองท่อน เพลิงไฟสีส้มกลืนแดงเริ่มลุกโชนเผ้าไหม้ซากของยาน หลอมรวมเป็นเขม่าควันดำมืดลอยพุ่งขึ้นขอบฟ้า เป็นสายทอดยาว
    ยานลำใหญ่ที่เป็นความหวังเดียว ความหวังสุดท้าย ของทุกคนที่จะได้กลับดวงดาวนั้น ได้สบั้นขาดสิ้นลงต่อหน้าต่อตา
    ทุกคนเริ่มหาที่หลบภัยจากอันตรายของธรรมชาติด้วยสัญชาตญาณการเอาตัวรอด พระนางถูกผู้ติดตามกระชากพระหัตถ์ (มือ) และคว้านพระกร (แขน) ของท่านหญิงมาด้วย วิ่งตรู่จั๊มมาหลบภัยบังที่ใต้ต้นไม้ใหญ่
    ส่วนสองพี่น้องสกายและสตาร์ก็รีบวิ่งจั๊มตามหลังมาติดๆ ไม่ทิ้งระยะห่างไกล แล้วมาแอบหลบอยู่ข้างๆ กัน สภาพแต่ละคนดูตื่นตระหนกตกใจไม่น้อย ไม่รู้ว่าตัวเองจะถูกฆ่าตายด้วยคมดาบ หรือ จะตายเพราะภัยจากธรรมชาติกันแน่ เพราะจู่ๆ จากสภาพแวดล้อมที่เงียบสงบ ฟ้าใสอากาศปลอดโปร่งอยู่ดีๆ ภายในพริบตาเดียวกลับดูตาละปัด วุ่นวาย ไม่รู้ว่าพายุลม แม้กระทั่งสายฟ้าแทบที่ผ่าลงมาแบบนั้นเกิดขึ้นได้อย่างไรกัน? เพราะมันอยู่เหนือความคาดหมาย และไม่มีใครคิดว่ามันเกิดขึ้น
    ส่วนทางด้านฝั่งพลทหารนั้นก็มีบางคนที่ถูกสะเก็ดของสายฟ้าลากเข้ามาสังเวยชีวิต ร่างที่สมบูรณ์ถูกผ่าแทรกกลางแบ่งครึ่งเป็นสองท่อน ร่างนั้นดูดั่งคล้ายหุ่นยนต์ที่ถูกผ่าตัดแบ่งครึ่ง ทำให้ร่างนั้นดำไหม้เกรียมหัวใจไม่เต้น และหยุดหายใจ เมื่ออำนาจของสายฟ้ามาพรากชีวิตไปจากพวกมัน ส่วนพลทหารที่เหลือก็มีสภาพเบลอ พูดจามิรู้เรื่อง อาการเหมือนคนบ้าไบ้ไร้สติ หรือ อาจจะเป็นเพราะอาการช๊อคที่เกิดขึ้นกะทันหันจากเหตุการณ์เมื่อกี้
    “กลับที่พักกันก่อนเถอะ เดี๋ยวจะไม่ทันการณ์ เพราะฟ้าเริ่มปรวน ไอ้พวกอัปลักษณ์ ไอ้พวกอสูร พวกมันมาจะออกมาล่าแล้ว เดี๋ยวพวกเราจะกลับที่พักไม่ทัน จะซวยเอา”
    สกายพูดพร้อมกับแหงนมองฟ้า เพราะเขาอยู่ที่นี้มาก่อนย่อมรู้ดีว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อไป
    “อืม ! ! ”
    พระนางตอบรับและรีบก้าวพระบาทตามสองพี่น้องกลับที่พักด้วยความเร็ว

    เราจะอยู่ด้วยกันในโลกจินตนาการและสุดท้ายนี้รู้สึกอย่างไร เอามาแชร์กัน